200 บันทึก .. คือชีวิตตนเองและชีวิตคนรอบข้างที่รื่นรมย์และหม่นเศร้า

 (๑)

 

คำสารภาพบาปต่อไปนี้,  อันที่จริงก็ไม่มีความจำเป็นใดที่จะต้องเขียนลงในบันทึก   แต่กระนั้น  ก็ขออนุญาตนำมาบอกกล่าว  เผื่อบางทีอาจมีมิติทางความคิดบางอย่างได้บ้าง ...

 

ผมเคยพร่ำพูดอยู่กับตัวเองอย่างถี่ครั้งว่า   "หากเขียนบันทึกครบ 200  เรื่อง  ก็จะยุติการเขียนบันทึกของตนเองลง ณ ที่ตรงนั้น"

 

นั่นคือห้วงนึกคิดของผมที่เกิดขึ้น ณ ระยะแรกเริ่มของการเข้าสู่การเขียนบันทึกโดยการชักนำและลากจูงของ เจ้หนิง  DSS "work with disability" ( หนิง )  ผู้ทรงพลังในเรื่องน้ำหนัก....

 

เจ้แกรู้จุดอ่อนผมชัดแจ้งเกี่ยวกับความไม่รู้เดียงสาในเรื่อง "เทคนิค"  หรือการใช้เทคโนโลยี    ซึ่งผมมักที่จะไม่งอแงกับเรื่องพรรค์นี้  และไม่เสียเวลาง้องอนที่จะเรียนรู้อะไรนัก  เพราะวันและเวลาการงานก็ล้วนหนักหนาสาหัสทั้งสิ้น  ทั้งงานประจำ  และงานบริหารที่โถมทับมาอย่างไม่มีฤดูกาล

 

จนแล้วจนรอด.. เจ้แกก็ชักแม่น้ำมากกว่า 5 สายมาจนได้  โดยเฉพาะการกล่าวย้ำว่าเป็นเวทีที่จะนำพาเรื่องกิจกรรมนิสิตและตัวตนของนิสิต มมส  ไปสู่สาธารณะได้อย่างดียิ่ง...  ซึ่งนั่นก็คือ  สิ่งที่ผมไม่อาจปฏิเสธได้เลย

 

(๒)

 

ระยะต้น..ผมคึกคักและตื่นตัวกับการเขียนบันทึกเป็นอย่างมาก  หรือแม้แต่บัดนี้  ความรู้สึกเช่นนั้นก็มิได้หล่นหายตายตกไปจากห้วงคิดของผมเลยแม้แต่น้อย   ดังจะเห็นได้จากจำนวนบันทึกของแต่ละเดือนที่มีมากกว่าจำนวนวันเวลาของแต่ละเดือนอย่างชัดเจน ...และจากจุดเริ่มต้นในปลายเดือนธันวาคมมาจนบัดนี้ก็ร่วม  5  เดือน   ผมก็มีบันทึกได้ดังใจคิดคือ  200  บันทึก

 

เสียดายก็แต่บันทึกที่ 200  นั้นน่าจะเกิดขึ้นในวันที่  25  พฤษภาคม  เพราะนั่นคือวันครบรอบ 5  เดือนของการใช้ชีวิตและเรียนรู้ชีวิตในโลก G2K  ของผู้ชายที่ชื่อ "นายแผ่นดิน" ... (ผู้ชายที่ขโมยชื่อของลูกชายมาเป็นนามแฝงของตนเอง)

 

ด้วยความสัตย์จริง,   การเขียนบันทึกในแต่ละครั้ง    ผมไม่เคร่งครัดและบ้าบิ่นเร่งทำสถิติให้ถึง 200  บันทึกในเร็ววัน  และไม่เคยเขียนเพื่อแข่งขันประชันโฉมกับใคร หรือแม้แต่เขียนเพื่อให้ได้มาซึ่งรางวัลใด ๆ  ผมก็ไม่เคยคิด    แต่บันทึกทุกบันทึก  ก็ผลิบานและโรยตัวออกมาจากตัวตนของผมอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้สึกกดดันและเสแสร้ง ...

 

ผมมีความสุขที่ได้เขียนบันทึก,  โดยเฉพาะอย่างยิ่งบันทึกที่เป็นเรื่องราวของคนรอบข้างที่ผมมองว่า   เป็นเรื่องที่ควรค่าต่อการยกย่องและให้ความเคารพต่อนาฏกรรมที่เขาได้ก่อร่างสร้างมันขึ้นมาต่อสังคม   และหนึ่งในนั้น   ผมหมายรวมถึงกิจกรรมของนิสิตอันเป็นคนหนุ่มสาวที่ผมคลุกคลีอยู่กับพวกเขาอย่างสนิทแน่น

 

ผมมีความสุขที่ได้เขียนถึง  ความรัก  ความศรัทธาที่มีต่อมหาวิทยาลัยอันเป็นที่รัก  ซึ่งบ่มเพาะและสร้างผมขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ 

 

ผมมีความสุขที่ได้เขียนถึงเรื่องราว "คนของความรัก"  และความทรงจำอันไม่รู้จบของ "บ้านเกิด"  ที่นับวันจะเปลี่ยนรูปไปตามกระแสธารทางสังคม

 

ผมมีความสุขที่ได้เขียนถึง "กัลยาณมิตร"  ที่มากด้วยน้ำใจและความดีงามที่ยากยิ่งต่อการสัมผัสพบได้ในโลกความเป็นจริงที่รายรอบตัวล้วนเต็มไปด้วยมายาคติที่แสนจะหดหู่...และเศร้าสะเทือนใจ

 

ผมมีความสุขที่พานพบถ้อยคำแห่งกำลังใจจากกัลยาณมิตรทั้งที่พบหน้าและไม่เคยพบเจอในโลกความเป็นจริง ...  รวมถึงการมีความสุขที่ได้ท่องไปสู่เวทีทางความคิดในบันทึกของผู้คนอันหลากหลาย  แต่กลับกลายเป็นหนึ่งเดียวในเรื่องของ "มิตรภาพและความรัก"

 

และที่นี่  ก็กลายกลับเป็น "พื้นที่คุณภาพ"  ที่บ่มเพาะโลกและชีวิตของผมที่ผมไม่เคยได้เจอแสะสัมผัสได้จากที่ใดมาก่อน ...

 

(๓)

 

วันนี้บันทึกของผมเดินทางมาครบ 200 บันทึกตามที่เคยพร่ำคิดและพร่ำบอกกับตัวเอง  ...  และถ้าไม่มีอะไรพลิกผัน  บันทึกที่ 200  ของผมน่าจะเป็นเรื่องราวตัวเองในเวทีแห่งขุนพลการจัดการความรู้ในเวที UKM  อันทรงเกียรติดังที่กำลังดำเนินอยู่ ณ  ม.วลัยลักษณ์ ...

 

แต่ถึงแม้ผมไม่ได้สัญจรไปยังที่นั่น  ผมก็เชื่อว่าเรื่องราวของผมส่วนหนึ่งจะปรากฏอยู่บ้างในเรื่องเล่าของคนกองกิจฯ  ที่ไปจาก มมส  ในเรื่อง "เรียนล่วงหน้า"  ที่ส่วนหนึ่งผมได้เขียนต่อเนื่องร่วม 10  ตอน

 

ผมไม่ได้ไปที่นั่น... แต่เรื่องที่เล่า  เป็นเรื่องที่ผมและทีมงานฝังตัวจัดกิจกรรมและทุ่มเทอย่างเต็มที่และมีตัวตนในเนื้องานนั้นอย่างแท้จริง  ซึ่งเรื่องนั้นเป็นก้าวที่เรากล้า,  กล้าที่จะเปลี่ยนวิธีคิดไปสู่เรื่องราวใหม่ๆ  ที่ยังไม่เคยทำมาก่อน   รวมถึงการต่อยอดสิ่งอันดีงามจากเรื่องเดิม ๆ  อย่างเป็นรูปธรรม    โดยนั่นย่อมหมายถึงผมและทีมงานกำลังอยู่ที่เวที UKM  ด้วยเช่นกัน !

 

(๔)

 

ผมไม่เครียดที่จะจัดการกับเวลาที่เหลืออยู่ในเวที G2K ..  การหยุดเขียน   หรือการต่อยอดการเขียนเรื่องราวอันเป็นชีวิตในแบบฉบับของตนเองต่อไปตามจังหวะและเวลาอันอำนวย   ต่างล้วนไม่ใช่ประเด็นความตึงเครียดและกดทับวิถีชีวิตและความฝันของผมเลยแม้แต่น้อย

 

การเขียนต่อไป  หรือหยุดเขียน   ก็ล้วนแต่อาจช่วยให้ตัวตนของผมมีผลึกทางความคิดและชีวิตที่แจ่มชัดขึ้นได้ทั้งนั้น

 

มีหลายเรื่องราวที่ตกค้างอย่างมากมาย   แต่ผมยังไม่ได้บอกกล่าวในเวทีการบันทึกเหล่านี้   มีทั้งเรื่องที่ผมพานพบเจอและต้องการเขียนด้วยตนเอง   รวมถึงเรื่องที่ผมพบเจอแล้วเจ้าของเรื่องอันเป็นตัวละครฝากฝังให้ผม    ได้ช่วยนำมาสื่อสารสัญญะและความนัยของเรื่องในบางประการต่อเวทีทางปัญญาสาธารณะแห่งนี้ !

 

(๕)

 

เมื่อวาระคำสัญญาของตนเองเดินมาทักทายอีกครั้ง  ...   ผมจึงขอสารภาพว่า   ครั้งหนึ่งในระยะแรกเริ่มผมได้ให้สัญญากับตัวเองไว้อย่างนั้นจริง   เป็นคำสัญญาของลูกผู้ชายที่ทำขึ้นกับตัวเอง 

 

200  บันทึก .. คือชีวิตตนเองและชีวิตคนรอบข้างที่รื่นรมย์และหม่นเศร้า

 

200  บันทึก  คือเรื่องเล่าของการให้และการรับของผู้คนในมุมเล็ก  ๆ  มุมหนึ่งของสังคมอันกว้างใหญ่

 

200  บันทึก คือ  มุมชีวิตของผู้คนที่เหมือนและคล้ายอย่างคุ้นเคย

 

200  บันทึกคือเรื่องเล่าที่ช่วยให้บางท่านพบเจอนิสิต, มหาวิทยาลัย  หรือแม้แต่ตัวของกระผมเอง

 

และทั้งหลายทั้งปวง,  ...  คือ  200  บันทึกที่นำพาผองมิตรมาสู่ชีวิตอย่างหลากล้น  และแต่ละคนก็นำพาความงดงามมาประดับชีวิตผมแทบทั้งสิ้น , 

 

และ  ถ้อยคำ, ของขวัญ,  เสียงสนทนาผ่านเครื่องโทรศัพท์,  อ้อมแขนอันอบอุ่น, หนังสือ - จุลสารอันทรงคุณค่า, เสื้อตัวใหญ่อันหนัก,หนา -   ล้วนเป็นรางวัลชีวิตที่ผมตระหนักรู้ว่า "ยิ่งใหญ่และงดงาม"  เป็นที่สุด

 

ผมเคยกล่าวไว้ในทำนองว่า  ในโลก G2K  เป็นเสมือนเวทีทางความคิด,  เป็นเสมือนสวนดอกไม้    หรืออุทยานดอกไม้อันรื่นรมย์ของชีวิต  ฯ    ซึ่งเหล่านั้นล้วนเกิดขึ้นจากความสัตย์จริงของหัวใจของผู้ชายตัวไม่โต   และอ่อนไหว  ราวกับสายลมย่ำเช้าในเหมันตฤดู..

 

 

(๖)

 

200  บันทึก  คือ  คำสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเอง  ..  การหยุดเขียน หรือเขียนต่อไปอย่างไม่รู้จบย่อมไม่มีผลกดทับจินตนาการของผม   และไม่ใช่ประเด็นหลักของการตัดสินวิถีตัวตนของตนเองในเวทีแห่งนี้   แต่อย่างน้อยก็ขอสารภาพว่า  ผมเคยคิดเช่นนั้น  และให้คำสัญญากับตัวเองไว้เช่นนั้นจริง ๆ ....

 

ผมจะลองเดินทางกลับไปยังจุดแรกเริ่มนั้นอีกครั้ง   ไปทำหน้าที่ตามพันธะสัญญา  ,  ไปเพื่อเปลื้องปลดพันธะสัญญาทั้งปวงที่ตนเองสร้างมาเป็นกำแพงอย่างไร้ซึ่งเหตุผล   ไปเพื่อสิ้นสุดการเดินทางของคำสัญญา   และกลับมาเริ่มต้นใหม่อย่างไร้พันธะสัญญาใด ๆ  อีกต่อไป  

 

โลกไม่เงียบเหงา  เพราะยังมีคนให้เราได้คิดถึง,

ซึ่งโลกใบที่ผมกล่าวถึงนั้นคือ โลก  G2K  นี่เอง,

 

(๗)

 

ขอบคุณที่ให้เวทีอย่างหลากหลายและยาวนานต่อผม,  อันเป็นเวทีที่ช่วยให้ผมได้แสดงตัวตนของตนเองอย่างไม่มีขีดจำกัด   และให้โอกาสต่อการบอกเล่าเรื่องราวตัวละครที่มีชีวิตในสังคมที่ผมได้พบเจอมา -

 

ขอบคุณที่ให้ผมได้ใช้เวทีสารภาพบาปอย่างน่าชัง !