ขอชมหมอหน่อยและทีมที่จัดได้อย่างผ่อนคลาย ดูคนที่อยากไปอยากเล่ากันมาก บางคนเตรียมslide มาอย่างดี แต่เวลาน้อยทำให้หมอหน่อยแนะนำให้ไปเล่าในกลุ่มของตัวเอง หรือกลุ่มที่สนใจเรื่องเดียวกันต่อไป

25-5-50

ศุกร์นี้ทางคณะทำงานKMได้เชิญคนที่ไปฟังการประชุมของ พ.ร.พ.มาเล่าเรื่องที่ตัวเองได้ไปประสบ ในการ ฟัง เห็น บรรยากาศของการประชุมที่เมืองทองธานี 

ปีนี้บางคนก็ไปทุกวันบางคนก็ไปเป็นบางวันแล้วแต่หน่วยงานจัดการกันเอง

ดิฉันเองไม่ได้ไปเพราะมอบให้หนูเล็กไปแทนเนื่องจากอยากให้น้องๆที่จะถูกประเมินครั้งที่สองไปกันเยอะ      แต่ได้อ่านเอกสาร

ดิฉันแนะนำให้หมอหน่อยเชิญส่วนที่เกี่ยวข้องมาแลกเปลี่ยนกันตามความสมัครใจค่ะ 

ขอชมหมอหน่อยและทีมที่จัดได้อย่างผ่อนคลาย   ดูคนที่อยากไปอยากเล่ากันมาก    บางคนเตรียมslide มาอย่างดี  แต่เวลาน้อยทำให้หมอหน่อยแนะนำให้ไปเล่าในกลุ่มของตัวเอง     หรือกลุ่มที่สนใจเรื่องเดียวกันต่อไป

หนูเล็กศุภลักษณ์  พูดถึงhumanized health care  ทำให้เกิด4เพิ่ม 2ลด โดยที่คนไข้พอใจ เจ้าหน้าที่มีความสุข KMยั่งยืน  ต้องlearn to learn และ learn to share  ( สำหรับดิฉันอยากเพิ่ม learn to communicate อีกข้อ )

คุณสมพร จากตึกพิเศษบอกว่าดูหมดทุกเรื่องไม่ให้เล็ดลอด    อยากรู้ที่ใหนทำอะไรกันบ้าง        ประทับใจโรงพยาบาลปัตตานีมากในเรื่อง end of life care ทำให้บันทึกของพยาบาลมีค่ามาก  ได้เทคนิกของกระเป๋าใส่ถุงdrain    และสื่อการสอนการฉีดยา insulin

คุณสุนันทา รองฝ่ายการพยาบาลแจ้งว่าตัวเองถ่ายรูปมาทุกรูปแต่ไม่ได้จด       ส่วนบางคนจดมาทุกอย่างแต่ไม่ได้ถ่าย     ทำให้เราจะเอาสองคนมาทำงานด้วนกันทำให้เราเห็นทั้งรูปและคำอธิบาย  ทำให้คนฟังได้ประโยชน์  

คุณทองดีจากงานอายุรกรรมจะปรับปรุงระบบยา

 น้องเภสัช นำเสนอแผนที่จะป้องกันการแพ้ยาอย่างรุนแรงและบ่นว่า   คนไข้ไทยแปลกจริงๆ คนใหนเห็นยาน้อยจะบ่น  ใครได้ยามากก็จะดีใจจนเธอต้องคอยปลอบว่าหมอไม่ให้ยาก็ดีแล้วแสดงว่าเราแข็งแรง

คุณเครือวัลย์จากงานอายุรกรรมไปดูเทคนิก end of life care ทั้งเรื่อง pain music therapy     จะมาทำร่วมกับหมอดมยาที่บำราศ โดยได้รับการสนับสนุนจากคุณสว่างที่มีประสบการณ์จริงที่แม่มาป่วยจนเสียชีวิตทำให้เข้าใจว่าคนไข้อยากได้อะไร

คุณหมอชยนันท์ไปวันสุดท้ายเล่าถึงองค์กรแพทย์ที่ชลบุรีที่น่าสนใจคือการที่จะให้แพทย์เข้าต้องไปดูว่าหมอสนใจอะไรก็พัฒนาตรงนั้นแล้วหมอก็จะเข้าเองเพราะเป็นเรื่องของเขา      ไม่เน้นเอกสารมาก 

เน้นเรื่องเวชระเบียนในกลุ่มคนที่เสียชีวิตโดยดูคุณภาพของบันทึกการพยาบาลเช่น      ตีห้าญาติมาบอกว่าคนไข้ตายแล้ว

เน้นการใช้ภาษาไพเราะ

หนูเล็กให้ประธานองค์กรแพทย์ไปแก้ที่คนไข้ผ่าตัดแล้วแต่หมอยังไม่เซ็นชื่อ

คุณอนงค์จากงานเวชระเบีนยเน้นความสำคัญของเวชระเบียนให้เก็บทุกอย่างเพื่อสืบค้นได้   ที่เน้นมากคืออยากให้สถาบันดูแลเรื่องสวัสดิการมากขึ้น   และบอกว่าเราต้องระวังในการพูดในคนที่เราคิดว่าคนไข้หนักไม่รู้เรื่อง   แต่หูคนไข้ได้ยินต้องระวังปากในการพูดด้วย

น้องวันเพ็ญจากห้องบัตรภูมิใจมากที่มีโอกาสไปงานนี้ที่พี่ปิ่งให้ไป   ให้แนวคิดว่าหมอควรดูแลครอบครัวตัวเองก่อนมาดูผู้ป่วย  อยากให้คนไข้เห็นรอยยิ้มของเรา  และอยากให้มีมุมธรรมะ

คุณโสพิศจากห้องฝากครรภ์ไปดูเรื่องการดูแลคนตั้งครรภ์ที่มีความดันสูงและป้องกันการชักตั้งแต่แรกทุกระดับ

เน้นความจริงใจในการดูแลผู้ป่วยเอดส์ทำให้ผู้ป่วยมาตามนัดเพิ่มมากขึ้นมากๆ ความจริงใจทำให้เกิดความร่วมมือ ผู้ป่วยที่ไม่มาตามนัดก็โทรมาบอกเอง(คงเกรงใจเจ้าหน้าที่พยาบาล )  ลดการโทรตามและค่าโทรศัพท์ลงมาก       คนไข้ลืมก็ไม่ดุโดยยกตัวอย่างที่คนไข้นึกได้ว่าลืมกินยาในที่สาธารณะทำให้ไม่กล้าหยิบยามากิน   คนไข้กล้าที่จะเล่าให้ฟัง

คุณนงเยาว์จากห้องดมยาเล่าว่าเมื่อก่อนเราจะมัดตัวเด็กและนำไปดมยาแต่เดี๋ยวนี้ให้แม่อุ้มไป

แนะให้กำจัดจุดอ่อนของทุกขบวนการดมยาสลบโดยหมั่นทบทวน

เล่าถึงการติดวัณโรคจากการดมยา

ดิฉันต้องมาคิดการกำหนดคนไปฟังไม่ควรให้เฉพาะพยาบาล น่าจะมีทุกระดับเพื่อความหลากหลาย

คุณชนกพรรณจากTUCเล่าว่างานคุณภาพเมื่อมีมาตรฐานแล้วต้องมีBench markด้วยเพื่อมาทำCQIต่อไป   และเล่าถึงการแบ่งคนออกเป็น6กลุ่มทั้งดี พัฒนาได้และทำอะไรไม่ได้   เราต้องเลือกว่าจะอยู่กลุ่มใหน

หมอปรีชาตบท้ายด้วยslideที่เตรียมมาอย่างดีโดยเล่าถึงการประเมินครั้งที่สองที่จะเน้น Patient care process และpatient safetyโดยดูจากAdverse event  Clinical tracer  การคัดกรองและการประเมินที่ER  ดูระบบยา  การส่งต่อ กลุ่มวิกฤติ ระบบการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ

แนะให้แพทย์ดูadverse event ทุกวัน

แพทย์ที่ไม่เขียนอะไร มีอะไรก็เก็บไว้ในใจทำให้ไม่ยุติธรรมกับพยาบาลร่วมงาน

การเขียนProgress ต้องให้พยาบาลใช้ประโยชน์ได้

เน้นว่าเวชระเบียนเป็นขุมทรัพย์ที่สำคัญ 

ดิฉันภูมิใจกับงานนี้มากเพราะคนเข้ามาด้วยตัวเอง  ดูทุกคนสนใจและอยากพูด   ไม่ต้องชี้ตัวเหมือนบางการประชุมที่เราเกี่ยงกันพูด

สุดท้ายหมอหน่อยให้ดิฉันกล่าวเล็กน้อยก่อนปิดงานโดยที่ดิฉันต้องขอโทษที่ขอ  BARก่อนไป และ AARหลังจากกลับมา    ทำให้คนไปฟังเครียด       แต่วัตถุประสงค์อยากให้คนไปฟังการประชุมรู้จักคิดและเตรียมการเพื่อให้การไปได้ประโยชน์โดยอยากให้การเขียนAARเป็นเรื่องที่ทำให้เราหัดนิสัยการบันทึกโดยที่ดิฉันไม่จำเป็นต้องอ่านค่ะAARของคนไปก็ได้ค่ะ     การบันทึกทำให่ไม่ลืมและตั้งใจฟัง  

คุณลิขิตในครั้งนี้คือคุณปัทมาวดีที่จะมาเล่าละเอียดในblogของเธอค่ะ

ขอบคุณทุกๆคนที่มีส่วนร่วมรวมทั้งQMRทีเป็นคนดูแลการประชุมครั้งนี้ค่ะ