เมื่อวานเย็นขณะที่ดิฉันขับรถกลับจากสุพรรณบุรีมุ่งสู่นครปฐม ระหว่างนั้นได้รับสายจากเสียงที่ไม่คุ้นชินซึ่งปลายสายแจ้งว่า “ผมชื่อ...อัจฉริยะ” โทรเข้ามาพูดคุยสอบถามดิฉันถึงเรื่องโรงเรียนสัตยาไส เนื่องจากพบข้อมูลที่ดิฉันเขียนในบันทึกนี้
เป้าหมายของการพูดคุยในช่วงเวลาสั้น ๆ ทราบว่า เจ้าของเสียงนามว่า “อัจฉริยะ” ท่านมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ มีความสนใจอยากจะพาลูกน้อย (วัยอนุบาล) เข้าเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ ด้วยมุ่งหวังให้ลูกได้เรียนรู้ในบรรยากาศการปลูกฝังคุณธรรม แต่ยังไม่ทราบข้อมูลในการรับเข้าเรียน ซึ่งดิฉันเองได้แจ้งท่านไปว่าสำหรับเด็กในวัยอนุบาลนั้น ทางโรงเรียนสัตยาไสไม่ได้เปิดรับให้พักค้าง ผู้ปกครองยังจะต้องรับ-ส่งทุกวัน แต่หากเป็นระดับชั้น ป.1 ขึ้นไป โรงเรียนจึงจะจัดให้กินนอนอยู่ที่นั่นเลย
และยังได้แนะนำท่านไปว่า หากท่านไม่สะดวกในเรื่องระยะทางการเดินทาง (เนื่องจากสัตยาไสตั้งอยู่ที่ จ.ลพบุรี) ในช่วงที่เด็กยังเล็กอยู่นี้ ยังมีโรงเรียนอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจ คือ โรงเรียนรุ่งอรุณ อยู่แถว ๆ บางขุนเทียน กรุงเทพฯ ซึ่งดิฉันเคยมีโอกาสไปเยี่ยมชมประมาณ 2 ปีที่ผ่านมาแล้ว จึงถือโอกาสนี้รำลึกถึง “รุ่งอรุณ” อีกครั้ง
โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนเอกชนเปิดสอนเด็ก 3 ระดับ ที่นี่เรียกว่า โรงเรียนเล็ก คือ อนุบาล -ป.1 โรงเรียนประถม คือ ป.2–ป.6 และ โรงเรียนมัธยม ก็จะเป็น ม.1-ม.6 จะใช้การสอนแบบบูรณาการเป็นองค์รวมมีแนวทางพุทธธรรมเป็นแกนหลักเชื่อมโยงกับวิถีปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งเน้นในเรื่องทักษะชีวิตผ่านกิจกรรมฝึกปฏิบัติที่หลากหลาย
ที่นี่เขาจัดบรรยากาศได้เป็นธรรมชาติมาก ๆ ร่มรื่นน่าอยู่ ห้องเรียนจะมีลักษณะเหมือนบ้านเป็นหลัง ๆ ห้องหนึ่งจะมีนักเรียนเพียง 25 คน มีครูประจำห้องเรียนละ 2 คน ไม่นับรวมคุณครูที่มาสอนวิชาพิเศษ เช่น ศิลปะ ดนตรี คอมพิวเตอร์ ฯลฯ
สังเกตว่านักเรียนของที่นี่จะมีการเรียนที่ต้องลงมือฝึกปฏิบัติแทบทุกวัน จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จะเห็นเด็ก ๆ แต่งชุดตามสบายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลงมือปฏิบัติ ที่นี่เขาไม่ได้เข้มงวดเรื่องการแต่งเครื่องแบบนักเรียน จะแต่งตัวอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับกิจกรรมในแต่ละวัน ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กจะแต่งตัวสวยงามมาแข่งกัน เท่าที่เห็นยังคงเรียบร้อยสุภาพ
ที่จริงโรงเรียนแห่งนี้มีชื่อเสียงมานานแล้ว แต่หลายคนยังไม่รู้จัก ถ้าบอกว่าเจ้าของโรงเรียนแห่งนี้คือ รศ.ประภาภัทร นิยม ก็คงจะมีคนรู้จักกันเพิ่มขึ้นอีก เนื่องด้วยท่านเป็นผู้ใหญ่ที่มีบทบาทและประสบการณ์ในหน่วยงานต่าง ๆ อยู่บ้าง หากใครสนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่นี่ จะหาข้อมูลได้ไม่ยาก โดยเฉพาะจากเว็บไซต์ของโรงเรียน คือ http://www.roong-aroon.ac.th
ในระหว่างที่กำลังบันทึกเรื่องนี้อยู่ก็พอดีว่าคุณอัจฉริยะได้โทรกลับมายังดิฉัน เนื่องจากเมื่อเช้าดิฉันได้โทรไปหาท่านเพื่อจะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเว็บไซต์ของโรงเรียนรุ่งอรุณ และข้อมูลการเดินทางไปยังโรงเรียนสัตยาไส จึงได้ทราบเพิ่มว่าขณะนี้ท่านกำลังอยู่ในช่วงเสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อปูทางสำหรับการเข้าเรียนของลูกในระดับชั้น ป.1 ซึ่งตอนนี้ลูกน้อยของท่านอายุประมาณขวบครึ่งเท่านั้น
ดิฉันคิดตามประสาคนไม่มีลูกเป็นของตัวเอง โดยเทียบจากความเป็นลูกที่เคยผ่านการเลี้ยงดูมาจากพ่อแม่นั้น มีความเห็นว่า คุณอัจฉริยะท่านได้เริ่มต้นทำหน้าที่ของพ่อแม่ที่นอกเหนือจากการให้กำเนิดและให้การเลี้ยงดูแล้วอย่างน่าชื่นชม ก็เนื่องด้วยว่าท่านกำลังเตรียมการ วางแผนปูพื้นฐานด้านการศึกษาให้กับลูก เพื่อต่อไปลูกจะได้มีวิชาความรู้ติดตัว ถือเป็นการให้สติปัญญาแก่ลูก
ซึ่งสมัยนี้เพียงมีปัญญาเป็นอาวุธในการหาเลี้ยงชีพคงไม่เพียงพอเสียแล้ว เพราะนอกจากนั้นเขาควรจะได้รับการปลูกฝังกล่อมเกลาในเรื่องของจิตใจไปพร้อมกันด้วย เพราะคงไม่ดีแน่ถ้าเด็กจะมีแต่ความเก่ง แต่ขาดความดี เพราะในที่สุดจะทำให้เขาไม่มีความสุขที่แท้จริง ไม่เช่นนั้นคุณอัจฉริยะท่านคงไม่ต้องเสียเวลามองหาโรงเรียนที่มีลักษณะพิเศษเช่นนี้เตรียมไว้ให้ลูก
ดิฉันเห็นใจที่พ่อแม่สมัยนี้จำเป็นต้องทำหน้าที่ในบางอย่างบางเรื่องเร็วกว่าพ่อแม่สมัยก่อน อย่างเรื่องโรงเรียนของลูกนี้บางท่านต้องวางแผนกันตั้งแต่ลูกอยู่ในท้องทีเดียว หน้าที่ของพ่อแม่ข้ออื่น ๆ ตามที่พระท่านว่าไว้ก็เช่นกัน ดูเหมือนต้องปฏิบัติกันเร็วขึ้น เพราะสภาพสังคมเปลี่ยนไป จะเชื่องช้าเช่นเดิมเห็นจะไม่ทันกาล
ย้อนมาพูดถึงในเรื่องของโรงเรียน ก็ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไร เราจึงจะมีโรงเรียนที่ได้มาตรฐานในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้เท่าเทียมกันอยู่ดาษดื่น จนไม่ต้องให้ผู้ปกครองดิ้นรนไขว่คว้าหาโรงเรียนดี ๆ ให้กับลูกเหมือนอย่างสมัยนี้...เท่าที่ดิฉันมีโอกาสได้ประกอบอาชีพอยู่ในแวดวงของการศึกษา ก็พอจะทราบเหตุผลอยู่บ้าง...พูดไปจะเข้าข่ายสาวไส้ให้กากิน...และเข้าใจว่าพูดนั้นง่ายกว่าทำ...ถ้าไม่ได้ลงมือทำเอง...ก็อย่าได้พูดเสียดีกว่า...
อย่างไรก็ตาม ขอเป็นกำลังใจในการทำหน้าที่ความเป็นพ่อแม่ของกัลยาณมิตรใหม่ท่านนี้ให้ประสบผลสำเร็จในการเตรียมการสิ่งดี ๆ ในอนาคตไว้ให้กับลูก ส่วนตัวดิฉันเอง คืนนี้ต้องเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า เตรียมออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ไปปฏิบัติราชการเป็นคณะทำงานให้กับ “การประชุมปฏิบัติการเพื่อฝึกกระบวนการจัดการ การจัดความรู้และถอดประสบการณ์การปลูกฝังคุณธรรม” ตั้งแต่วันที่ 12-18 มีนาคม 2550 ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ก็ยังไม่ทราบว่าจะได้เข้ามาใน G2K ในช่วงนี้หรือไม่ หากจะหายตัวไปอีก ก็ต้องขออภัยมายังทุกท่านด้วยค่ะ...
เมื่อพ่อต้องเลือกโรงเรียนให้ลูก
ดิฉันเห็นใจที่พ่อแม่สมัยนี้จำเป็นต้องทำหน้าที่ในบางอย่างบางเรื่องเร็วกว่าพ่อแม่สมัยก่อน อย่างเรื่องโรงเรียนของลูกนี้บางท่านต้องวางแผนกันตั้งแต่ลูกอยู่ในท้องทีเดียว
สวัสดีครับ
ต้องถือว่าบันทึกในบล็อกช่วยสังคมได้ราวกับ จส 100
ผมเข้าใจว่าสังคมทุกวันนี้พ่อแม่ต้องลงทุนวางแผนชีวิตให้ลูกด้วยการซื้ออนาคตให้ลูกตั้งแต่รู้ว่ากำลังอยู่ในครรภ์ เริ่มตั้งแต่การกิน การนอน และจิปาถะ โตขึ้นก็วิ่งหาโรงเรียนให้ลูก ๆ โตหน่อยก็หาครูสอนพิเศษ (จนบางทีก็ไม่เหลือเวลาให้เด็กได้วิ่งเล่น) แต่ดีหน่อยคือกลับบ้านมาแล้วพ่อกับแม่ไม่ต้องเหนื่อยกับการสอนการบ้าน เพราะครูพิเศษจัดการสอนและพาทำมาแล้วตั้งแต่ในโรงเรียน
เป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ปกครองที่มีความพร้อมต้นทุนทางการศึกษา จนสามารถเสาะแสวงหาสถานศึกษาที่มีคุณภาพให้กับลูกได้ แต่บางครั้งก็อดเห็นใจคนที่ขาดความพร้อม ต้องฝากชีวิตและอนาคตด้านการศึกษาไว้ตามมีตามเกิด
แต่ก็คงไม่แปลก เพราะในอดีต วัด ยังเป็นโรงเรียนดังเดิมของคนไทยเราเสมอ
..คนเก่ง คนดี ก็ไร้ประโยชน์ ถ้าการดำเนินชีวิตปราศจากความสุข
ขอบคุณบันทึกของอาจารย์ที่ช่วยเป็นสื่อกลางให้กับครอบครัวของคนที่ให้ความสำคัญของการศึกษา
ขอบคุณครับ
ขอฝากด้วยค่ะ โรงเรียนในลพบุรี นำ km เข้าไปในระดับนักเรียนและทำให้นักเรียนได้มีการช่วยเหลอ
ซึ่งกันและกัน ซึ่งคิดว่า ดีกว่าสอนให้เด็กมีคุณธรรมโดยวิธีการอื่น ๆ อยากให้
เผยแพร่ความคิดทั่วไป
ได้ข่าวว่า...โรงเรียน ลำปรายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ของสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนก็จัดกระบวนการเรียนการสอนเชิงคุณธรรมที่ได้รับการยอมรับติดอันดับโลกนะครับ...
ผมกะว่าจะชวนทีมงานไปดูให้ครบทุกแห่งเลยครับ...
*มาต้อนรับวิทยากร ที่นี่ครับ ที่นี่ยังไร้แสงสว่าง ขอต้อนรับดาวจรัสแสงแห่งG2K ด้วยความยินดียิ่งครับผม น่าสนใจนะคงจะเป็น ร.ร.เดียวที่นำร่องสู่ความแตกต่าง ต้องติดตามดูผลผลิตต่อไปนะครับ พวกครูอย่างเราๆ คอยควบคุมเรื่องทรงผม เครื่องแบบนักเรียน แล้วบรรยากาศ ของมิตรภาพระหว่าง ครูกับ นักเรียนเสียหายหมด แต่ก็ต้องดูแลกันไป
รู้สึกดีที่ได้เห็นประกายแห่งคุณธรรมอันจะนำไปสู่สังคมแห่งความสุขกำลังสร้างแนวทางของตัวเองขึ้น แม้จะเป็นประกายที่ยังไม่ลุกโชน แต่คงต้องดำเนินและฝ่าฟันกันต่อไป จนกระทั่งประกายนั้นจะโชติช่วงด้วยพลังแห่งความดี .....สู้ สู้ ค่ะ....
พี่ที่ทำงานช่วงนี้ก็มีปัญหาเรื่องหาโรงเรียนให้ลูกเช่นกัน..โดยตอนแรกพี่เลือกให้โดยคิดในแง่ของความมีชื่อเสียงและการมุ่งเน้นเชิงวิชาการ..ในรอบแรกพี่เขาใช้วิธีการให้ลูกสมัครในโควต้าการมีความสามารถพิเศษซึ่งตอนแรกเด้กไม่อยากสมัครแล้วเพราะเหมือนมีการแกล้งหรือกรรมการคัดเลือกบางคนใช้วาจาที่รุนแรงและทำร้ายจิตใจเด็กแต่พี่ก็ใช้ลุกยุท้าทายจนสุดท้ายน้องไปสอบและแสดงความสามารถจนมีอจ.ท่านหนึ่งก็ชื่นชมและเชื่อว่าน้องน่าจะได้เข้าเรียนอย่างแน่นอน
แต่อจ.ก็ไม่รู้ว่าน้องตัดสินใจแล้วว่าถึงสอบได้แต่จะไม่เรียนที่นี่แม้ว่าจะเป็น รร.ดังและเก่าแก่ก็ตามแต่จะขอกลับไปเรียนต่อที่รร.เดิมเพราะเด็กรู้สึกได้รับความสนใจและใส่ใจรวมถึงการให้เกียรติแก่ตัวเขามากกว่า.
.พี่ก็คุยกับลูก(น้อง)ถึงข้อดีและข้อเสีย..สุดท้ายด้วยเหตุผลที่พี่ต้องยอมรับก็คือคนที่จะต้องเรียนคือลูกไม่ใช่แม่หากต้องฝืนใจไปเรียนในโรงเรียนที่เด้กรู้สึกหมดความสุขแล้วเด็กก็ไม่อยากไปเรียน..
ตอนนี้ที่แม่กลุ้มใจอยู่ไม่ใช่เรื่องที่ลูกเข้ารร.ดังไม่ได้หากแต่กลุ้มเพราะต้องอธิบายให้ผู้ที่รู้จักและไถ่ถามว่าเพราะอะไรจึงไม่ให้ลุกเรียนในโรงเรียนที่ดังและมีชื่อเสียงด้านวิชาการ รร.นั้น
พี่
บันทึกของพี่ที่พูดคุยเรื่องโรงเรียน ของท่าน ดร.อาจอง นั้นน่าสนใจมาก ผมเคยชมในโทรทัศน์ครับครั้งหนึ่ง
ผมชื่นชมผู้ปกครองท่านนั้นด้วยครับ ที่ดั้นด้นไปเพื่อที่จะพาลูกน้อย ไปในที่ๆดี เหมาะสมในการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ถือได้ว่าเป็นโอกาสของเด็กยุคนี้นะครับ
ตัวอย่างเหล่านี้คือ อานุภาพของ Blog
ผมก็เจอเหตุการณ์อานุภาพของ Blog บ่อยๆ ครับ
ใครรู้จักวรพิทยาครับ
อยู่ใกล้อำเภอลำปลายมาศแต่ไม่เคยทราบว่ามีโรงเรียนดีดีอยู่ใกล้ใกล้อยากทราบข้อมูลจังเลยค่ะ
สอบถามที่สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน จ.บุรีรัมย ได้กระมังครับ...ผมก็ยังไม่ได้ไปที่ลำปรายมาศเลย...
อยู่ใกล้ ๆ หาข้อมูลมาฝากด้วยนะครับ...