GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

อาหารญี่ปุ่น: fusion กันมาแล้วตั้งเป็นพันปี

ความจริง ซาซิมิ, เทมปูระ และ ราเมน หาใช่อาหาร "ญี่ปุ่น" ไม่

Zaru soba

 Zaru Soba

สวัสดีค่ะ  มาแปะหัวข้อทิ้งไว้ก่อนพร้อมรูป  เดี๋ยวขอไปเรียนภาษาญี่ปุ่นก่อนแล้วจะกลับมาคุยกัน 

 

เพราะตอนไปอยู่ญี่ปุ่นนั้นอ.ที่ปรึกษาท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารข้ามชาติเสียด้วย 

 

 แหม....อะไรจะเลือกอาจารย์ได้ถูกจริตเด็กอ้วนขนาดน้านนน  ฮิ ๆ 

 

 เดี๋ยวจะกลับมาเฉลยค่ะว่า  ความจริง  ซาซิมิ, เทมปูระ และ ราเมน  หาใช่อาหาร "ญี่ปุ่น" ไม่ 

 

และข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น   ก็ไม่ได้มาจากอินเดีย ฮิ

 

โอยยย หิวหนอ  ไปก่อนล่ะค่ะ  ดูรูปกันเล่นไปก่อนนะคะ

 

ว่าแต่ว่า  ท่านทั้งหลาย มีอาหารโปรดอะไรกันบ้างคะ  ไทย ญี่ปุ่น จีน ฝรั่ง อะไรก็ได้  ขอเชิญ ลปรร กัน

 


"ปลาดิบ"

อ.ที่ปรึกษาบอกว่า จริง ๆ แล้วมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์น่ะค่ะว่า

สมัยโบราณนั้น จีน  เคยทานปลาดิบมาก่อน

 

ไม่แน่ใจว่าเป็นพวกชาวประมงหรืออย่างไรนี่น่ะค่ะ

 

แต่เรื่องที่อ.เล่านั้น มีสอนใจอยู่อย่างหนึ่งค่ะ

 

คือ ในงานเลี้ยงสำคัญแห่งหนึ่ง ผู้ใหญ่ชาวจีนท่านหนึ่ง ปฏิเสธไม่รับ

 

ปลาดิบ ด้วยสำเนียงเหยียดหยามว่า  นี่เป็นอาหารของคนป่าเถื่อน

 

บังเอิญมีผู้รู้อยู่ในนั้น  เลยได้ตอก เอ๊ย บอกกลับไปว่า 

 

ถ้าอย่างนั้น จีนก็ป่าเถื่อนด้วยน่ะซี่

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เจ้าภาพให้กินอะไรก็กินๆ ไปเถอะ 

 

หรือไม่ก็ คิดให้ดีก่อนพูดก็ไม่เสียหลายค่ะ


"เทมปูระ"

 

สมัยเอโด  หรือ โตกุกาว่า  ที่ข้าพเจ้าเลือกทำวิทยานิพนธ์นี่น่ะค่ะ 

 

ตอนต้น ๆ นั้นเป็นยุคที่ชาวยุโรปเริ่มเข้ามาในญี่ปุ่นเป็นเรื่องเป็นราว

 

แรก ๆ ในนั้น ก็มีบาทหลวงโปรตุเกส นิการโรมัน แคธอลิค 

 

ซึ่งทุกวันศุกร์จะเคร่งครัดมากในการไม่ทานเนื้อสัตว์ใหญ่  สัตว์บก 

 

แต่จะทานปลาหรือสัตว์น้ำได้

 

 จึงเริ่มมีการนำปลาบ้าง กุ้งบ้าง มาทอดทำอาหารทุกวันศุกร์นี่ล่ะค่ะ

 

คำว่า Tempura  นั้นมาจากรากศัพท์ภาษาละติน  ว่า Tempo 

 

 ที่แปลว่า กาลเวลา  เพราะว่านี่เป็นอาหารเฉพาะเวลา

 

ที่ถือศีลงดเว้นเนื้อสัตว์บางประเภทนั่นเอง


"ราเมน"

เรื่องนี้สนุกค่ะ 

วันหลังสามารถมาเขียนยาว ๆ ต่างหากได้อีก หลาย บล๊อกเลย 

ถ้ามีเวลาน่ะนะคะ

 

แหม...อ.ที่ปรึกษาอุตส่าห์เป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งที

 

ท่านมี presentation อันหนึ่ง มาจากการวิจัยเก็บข้อมูลภาคสนาม

 

ของท่านในหลายประเทศ  คิดว่าคงจะได้ทำเป็นหนังสือแน่ ๆ เลยค่ะ

 

ชื่อ The Globalizatiion of Ramen ค่ะ ฮิ ๆ

 

แหม...คิดแล้วเรานี่เลือกเรียนป.ตรีผิดสาขาไปจริง ๆ เลยนะเนี่ย

 

ถ้าเลือกทำเรื่องวิเคราะห์เปรียบเทียบอาหารในวัฒนธรรมต่าง ๆ แล้ว 

 

มีสิทธิได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง  ฮิ ๆ

 

เพราะคงขยันทำการบ้าน ทำรายงาน และเก็บข้อมูลวิจัยพิลึก

 

ญี่ปุ่นนีเดิมมีแต่ โซบะ ที่ทำจาก Wheat Flour  หรือ Buckwheat ดัง

 

ภาพที่นำมาประกอบ กับ อุด้ง  เส้นอ้วน ๆ เหมือนเกี้ยมอี๋เท่านั้นค่ะ

 

 

แต่พอมีสงคราม  ทหารญี่ปุ่นที่ไปประจำเมืองจีนในเมืองต่าง ๆ  ก็ไป

 

ตกหลุมรักบะหมี่ชนิดต่าง ๆ ของจีนเข้า

 

แต่ละเมือง ก็แต่ละสูตรใช่ไหมคะ

 

พอสงครามจบ  ก็พากันนำสูตรกลับมาบ้านเกิดเมืองนอนของตน

 

แต่ละจังหวัดในญี่ปุ่น ก็มีของดีประจำจังหวัดไปคนละอย่าง

 

เหมือนบ้านเราน่ะค่ะ

 

และคนญี่ปุ่นทำอะไรจริงจังทุกอย่างด้วย

 

(ซึ่งไม่เหมือนกับบ้านเรา)

 

  ก็เลยเกิดการคิดค้นสูตรราเมนพื้นเมือง แข่งขันกันใหญ่

 

จนเป็น ทีวีแชมเปี้ยน ฉะนี้แล

 

เส้นราเมน คือ เส้นบะหมี่สีเหลือง  นั่นเองค่ะ

 

คำถามที่น่าสนใจคือ

 

ในญี่ปุ่น  ร้านราเมนดัง ๆ จะขึ้นป้ายว่า เป็นอาหาร "จีน"

 

ไว้วันหลังจะคนภาพถ่ายที่ถ่ายไว้มาแปะให้ดูค่ะ

 

แต่ร้านราเมนแบบฟาสต์ฟู้ด  ที่ตอนนี้ย้อนกลับไปเปิดที่เซี่ยงไฮ้แล้ว

 

และขายดีมากด้วย  วาง  positioning ตัวเองว่า เป็นอาหาร "ญี่ปุ่น"

 

ท่านสมาชิก gotoknow ล่ะคะ 

 

ท่านคิดว่า  เมื่อฟังประวัติแล้ว  น่าจะจัดว่า

ราเมน เป็นอาหารของชนชาติใด?

 

ตอบค่ะ!

 

อุ๊ย...ลืมตัว นึกว่าเป็นพิธีกรเกมส์โชว์

 

สวัสดีค่ะ  :)

 

set
ขนมประจำเดือนมค.ของร้านหนึ่งในญี่ปุ่น


sashimi
ปลาดิบ ซึ่งกลายมาเป็นชื่อเล่นของประเทศญี่ปุ่น  หาใช่มาจากญี่ปุ่นไม่ (อ้าว)

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 73312
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 18
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (18)

โอโฮ้ ...อาหาร น่าตาสวยๆ ทั้งนั้นเลยคะ คุณณัชร

" ราเมน " ไม่ใช่ ของญี่ปุ่น รึคะ ....ดิฉัน เคยไปยืนกิน

ราเมน ที่สถานีรถไฟคะ รีบกิน รีบขึ้นรถ ...ถูกดี กว่าอย่างอื่น....ดิฉันกินทุกวัน จนเพื่อนทนไม่ได้ พาไปกินอย่างอื่นคะ........

แล้ว อะไร อีกนะคะ เคยทานที่ ฮิโรชิม่า....

  "  โอโกโนมิยากิ  "

ใช่มั้ยคะ...จำไม่ค่อยได้...ที่แบบ เราไปนั่งต่อหน้าคนผัด

แบบไม่มีจานน่ะคะ  เขาผัดบนแผ่นเหล็กที่โต๊ะ ผัดเสร็จก็แบ่งเป็นกองๆ  ให้ลูกค้า เดี๋ยวนั้น และเราก็ทานเดี๋ยวนั้น....ร้อน อร่อย ดีคะ 

  • ชอบอาหารไทย
  • แค่ไข่เจียวหมูสับก็อร่อยแล้วครับ
  • ผัดสิ้นคิดก็ชอบ(เคยทานไหมครับ)
  • ปกติชอบอาหารไทยมาก ไปต่างประเทศจะคิดถึงเมืองไทยครับ เป็นเพราะอาหารหรือเปล่าก็ไม่ทราบ
  • เอามาฝากไม่ทราบเรียกว่าอะไรบ้าง
  • ขอบคุณคุณNash ที่แวะไปถามคำถาม
             

น่าสนใจและน่ากิน

ที่เชียงใหม่ คนกำลังคลั่งไคลอาหารญี่ปุ่น

ใกล้บ้านอาจารย์มีร้านเด็ด อร่อยกว่าตัวจริงเสียงจริงมาทำเสียอีก

เพียงเห็นชื่อร้านก็น่าวิ่ง(หนี) แล้ว

"สึนามิ"

เปิดตั้งแต่ห้าโมงเย็น คนยืนรอคิวแน่นยิ่งกว่าฟูจิเสียอีกแต่ถูกตังกว่ามาก

หนึ่งที่รอคิวนั้น คืออาจารย์ศิริพร

  • ชอบร้านนี้จังเลยครับ ท่านอาจารย์พิชัย สึนามิ
  • พอกินแล้วต้องระวังเพื่อย้ายร้านบ่อยๆไหมครับ
  • เอ หรือกินไป วิ่งไป

เรียน อ.พิชัย

     ฮามากคะ...ร้าน สึนามิ....ดีที่ตั้งอยู่ เชียงใหม่..... 

สวัสดีค่ะ คุณดอกแก้ว,

ใช่แล้วค่ะ ราเมน ไม่ใช่ของ ญี่ปุ่น  เดี๋ยวรอเฉลยนะคะ

โอโคโนมิยากิ  คิดว่าน่าจะใช่นะคะ  ตัวเองไม่ค่อยจะได้ทานแต่เห็นบ่อยค่ะ  ควันขโมงโฉงเฉง

ถ้าลองไปยืนทานราเมนแล้วนี่  ถือว่าใช้ได้แล้วล่ะค่ะ ฮิ ๆ

ถ้าแวะมากรุงเทพจะพาไปหม่ำราเมนเจ้าอร่อยรสชาติญี่ปุ่นแท้แถว ๆ บ้าน  (มีแต่ญี่ปุ่นทานทั้งร้านเลยค่ะ)  ถูกด้วย ควันขโมงโฉงเฉงไม่แพ้กัน แต่นั่งทานได้ค่ะร้านนี้ ฮิ ๆ

สวัสดีค่ะ,

ณัชร

สวัสดีค่ะ คุณขจิต,

 

อาหารไทยก็ชอบทุกอย่างเหมือนกันค่ะ (ต้วถึงใหญ่ขนาดนี้) แต่เผ็ดมากไม่ไหวแค่นั้นเอง  ไปเมืองนอกก็จะคิดถึงอาหารไทยตลอดน่ะค่ะ ยังคิดเลยว่าไข่เจียวนี่น่าจะนับเป็นอาหารประจำชาติอันดับหนึ่ง

 

ขอบพระคุณนะคะที่กรุณานำการ์ตูนข้าวปั้นซูชิ กับ เชฟ เทปปันยากิ และคนนั่งหม่ำข้าวญี่ปุ่นมาฝาก 

 

สวัสดีค่ะ,

 

ณัชร

สวัสดีค่ะ อาจารย์ ที่เคารพ,

 

หนูขำเลยน่ะค่ะเวลานึกภาพอ.ศิริพรไปยืนต่อแถวกับเขาด้วย  นึกไม่ค่อยจะออกเลยค่ะ  โถ...อาจารย์

 

ที่กรุงเทพก็เคยมีค่ะ  ร้านชื่อ สึนามิ  นานแล้ว ประมาณกลางปี ๒๐๐๕ ได้ 

 

แต่หนูไม่คิดว่าเป็นเจ้าของเดียวกันหรือว่าสาขา  เพราะนี่เป็นชื่อกึ่ง ๆ แฟรนไชส์ของร้านญี่ปุ่นสไตล์ fusion ในรร. แมริออท ตรงเพลินจิต น่ะค่ะ

 

แต่ว่าตอนนั้นค่อนข้างจะเป็นที่ครหาพอสมควร  เพราะร้านดันมาเปิดตอนเพิ่งเกิดเหตุสึนามิไปไม่นาน

 

ซึ่งหนูก็ค่อนข้างจะเห็นด้วย ถ้าเป็นสำนวนฝรั่งเขาจะเรียกว่า  ไม่ค่อย political correct เท่าไหร่น่ะค่ะ  ฟังดูไม่ค่อยจะ sensitive ต่อความรู้สึกของญาติมิตรของผู้เสียชีวิต หรือ หายสาบสูญเลย

 

และราวกับเสียงแช่งชัก เอ๊ย ความคิดคำนึงของหนูจะมีพลังอำนาจปานนั้น  แป๊บเดียวเท่านั้นล่ะค่ะ  ร้าน "สึนามิ"  ที่หรูหรา เลิศ สะแมนแตน  ที่แมริออท ก็ทำท่าจะเจ๊งเอา  เพราะเขาตกแต่งไปหลายสิบล้านนะคะหนูว่า  ประมาณ ๓๐ ล้านได้  (ทั้ง ๆ ที่ไม่เห็นมีอะไรเลย  โล่ง ๆ ขายเทปปันยากิ นั่งก็ไม่สบาย สงสัยแพงค่าเตา)

 

และในที่สุดก็ต้องเปลี่ยนชื่อค่ะ  ทนกระแสไม่ไหว

 

เปลี่ยนเป็น "นามิ" เฉย ๆ น่ะค่ะ  เดิมเป็นชื่อของบาร์ของโรงแรมแมริออทเองที่อยู่ข้าง ๆ

 

ซึ่งหนูก็คิดต่อเองในใจว่า  ถ้าเป็นคนญี่ปุ่นเองแล้วก็อาจจะไม่ได้ชอบชื่อนีเท่าไหร่ก็ได้  เพราะมันคล้ายคำว่า นามิดะ  ที่แปลว่า  น้ำตา น่ะค่ะ

 

แล้วก็จริง ๆ ด้วย พอเปลี่ยนชื่อ  หนูถึงยอมไปทาน (หยิ่งไหมคะ  ฮิ ๆ ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ มันแพง  หนูรอเจ้าภาพ)

 

ก็มีแต่ฝรั่งไปน่ะค่ะ  หรือไม่ก็คนไทย  ไม่เห็นคนญี่ปุ่น

 

หนูก็ไปนั่งหวาดเสียวกลัวเชฟเขาจะโยนมีด โยนไม้ผิดมาทิ่มหัวพวกเราที่นั่งอยู่ในระยะประชิดแค่นั้น แหะ ๆ

 

แต่ก็รอดมาได้น่ะค่ะ

 

ป่านนี้เอาทุนคืนได้หรือยังก็ไม่ทราบ  ร้านนามิ ที่รร. แมริออท เนี่ย

 

ความจริงเรื่องอย่างนี้ก็อาจจะไม่เกิดขึ้นน่ะนะคะ  ถ้าเขาคิดให้รอบคอบเสียก่อน  นี่ดันไปเปิดร้านตอนหลังเกิดเหตุไม่นานเสียนี่

 

 

สวัสดีค่ะ,

 

ณัชร

  • โหลดภาพนานมากค่ะ แต่เห็นแล้วก็น้ำลายสอ
  • อาหารไทยดิฉันชอบหลายอย่างมาก คงบอกได้ไม่หมดในข้อคิดเห็นนี้
  • บันทึกนี้พูดถึงอาหารที่ญี่ปุ่น ดิฉันก็เลยบอกอาหารญี่ปุ่นที่ชอบแล้วกันนะคะ มีอยู่ 2 อย่างคือ 1. อูด้ง เคยไปทานที่ร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในโอซาก้า  อร่อยมากกกกก...  กลับมาเมืองไทยลองไปทานอูด้งในร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยเรา  คนละเรื่องเลยค่ะ ไม่ค่อยอร่อย  2. โอโกโนมิยากิ  (เหมือนคุณดอกแก้ว)  ไปทานที่เมืองมัทซึยาม่า เป็นร้านอาหารเล็ก ๆ ตกแต่งน่ารัก  ร้านนี้ เขาจัดที่นั่งให้แล้วเขานำเครื่องปรุงทั้งหมดมาให้เราผัดเอง และทานเอง อร่อยมากกกก เช่นกัน ตอนทานก็นึกถึงผัดไทยบ้านเราค่ะ    

สวัสดีค่ะ คุณอ้อ,

 

ยินดีต้อนรับค่ะ  ไม่เคยได้มีโอกาสต้อนรับคุณอ้อมาก่อน

 

ต้องขอประทานโทษด้วยค่ะ  ที่รูปใหญ่และอาจทำให้โหลดภาพนาน 

 

คือเรื่องของเรื่องไปขอยืมภาพชาวบ้านจากที่ต่าง ๆ ในเวบมาน่ะค่ะ โดยการทำลิ้งค์มา  เลยไม่สามารถย่อภาพได้  ยังหาวิธีอยู่ค่ะ  (ว่าแต่ว่าคุณอ้อทราบวิธีไหมคะ แหะ ๆ ถามเสียเลย)

 

ว้าววววว คออุด้งหรือคะ?  คุณอ้อ อยู่ที่ไหนล่ะคะ?  ยังไม่ได้ไปเปิดประว้ติคุณอ้อดู

 

ถ้าอยู่กรุงเทพ  เดี๋ยวจะพาไปแนะนำค่ะ  เอ....แต่นี่มันเป็นร้านราเมนนี่นา  แต่คิดว่าน่าจะมีอุด้งนะคะ 

 

เป็นร้านของคนญี่ปุ่นทำเองค่ะ  ทานแล้วอยากจะร้องไห้ (เพราะรสชาติเป็นญี่ปุ่นดีมาก)

 

จริงด้วยสิเนอะ โอโกโนมิยากิ อารมณ์เหมือนผัดไทย หอยทอด เลย

 

แหม...รู้งี้เขียนวิทยานิพนธ์เรื่องวัฒนธรรมอาหารเปรียบเทียบไทยญี่ปุ่นดีกว่า ท่าทางจะรุ่ง  เพราะหุ่นน่าเชื่อถือมาก แหะ ๆ

 

อืมมม....วันหลังคงต้องเขียนเรื่อง นาเบะ  อาหารของซูโม่ด้วย ฮิ ๆ

 

สวัสดีค่ะ,

 

ณัชร

 

ป.ล. ทุกท่านที่เข้ามาตอบรอบแรกคะ   ตอนนี้ได้เข้ามาเขียนเฉลยไว้ด้านบนแล้วนะคะ 

ท่านสามารถย้อนกลับไปอ่านด้านบนของภาพ (ที่โหลดนาน) และร่วมเล่นเกม รอบ ๒ ต่อได้ค่ะ

 

ขอบพระคุณค่ะ

 

ณัชร

     ไม่ได้เข้ามาอ่านบลอกคุณณัชร หลายวันเลยค่ะ มัวแต่หัดเขียนบลอกของตัวเอง ฮิฮิ กำลังเห่อหนอค่ะ

      แต่หัวข้อนี้ชอบมากค่ะ โดยเฉพาะทีวีแชมเปี้ยนนี่ ดูประจำค่ะ ทำไมคนญี่ปุ่นเก่งยังงี้ดูแต่ละเทปแล้วอื้อหือ แล้วกิเลสก็พาไปรื้อของในตู้เย็นออกมา 555

       ชอบลีลาการทำราเมนมากเลยค่ะ แต่ตัวเองชอบกินบะหมี่เส้นเล็กๆบางๆของไทยมากกว่า  บะหมี่เกี๊ยวปูหมูแดง นี่แหละค่ะ แต่พิดโลกหาเจ้าอร่อยยาก เดิมมีร้านชื่อ ป.สุคนธรส ได้เชลล์ชวนชิมด้วยนะคะ แต่เสียดายเขาเลิกขายไปแล้วค่ะ เพราะคนขายทำไม่ไหวแล้ว ลูกๆก็ไม่ทำต่อ เสียดายจังเขาน่าจะขายสูตร

       หมอชอบอาหารไทยที่สุด  เออาจจะเป็นเพราะว่าไม่ค่อยได้มีโอกาสกินของต่าชาตินะคะ ปลาดิบก็กินแล้วไม่ปลื้มเลย แฮะๆ มันคาวค่ะ แล้วก็กลัวพยาธิหนะค่ะ

      อาหารญี่ปุ่นนี่หน้าตาสวยงามนะคะ แพคเกจจิ้งเค้าก็เห็นแล้วไม่อยากทิ้งเลยค่ะ

      

หนูณัชรเจ้าเอย

อันว่าอาจารย์นี้ มิได้เป็นผู้เชียวชาญอาหารญี่ปุ่น และภาษาญี่ปุ่นแต่อย่างใด

อย่างเก่งก็ไปยืนทำท่าเบ่งอยู่แถวร้านสึนามิ สั่งปลาซัลมอนดิบมาจิ้มกินกับวาซาบิ เท่านั้น

กินไปท่าเบ่งก็หายไป เพราะฤทธิ์ของวาซาบิขึ้นหัว

อูด้งก็ชอบกิน เพียงแต่ติว่า เวลาเสริฟมาเห็นชามใหญ่เท่ากระด้ง เลยหมดอยาก

ราเมน ก็ชอบอีกนั่นแหละ (เอ! หรือเรารับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษาปริญญาเอกเรื่องอาหารญี่ปุ่นดี) แต่สั่งกินอยู่รสเดียว คือ รสต้มยำพริกญี่ปุ่น ไม่รู้ชื่อด้วย เพราะดูในรูปอาศัยมาดเท่ จิ้มนิ้วชี้สั่งเอา

ดังนั้น เรื่องมุมมองอะไรนั่น อย่าอาศัยอาจารย์เลยนะ..ว่าแต่ เวลาอาจารย์ไปกรุงเทพจะพาไปกินอาหารญี่ปุ่นร้านที่ว่ารึป่าว?

พิชัยเซซัง(ด้วยความหิว) เพราะรูปของหนู

สวัสดีค่ะ อาจารย์,

 

ขอบพระคุณที่กรุณาแวะเข้ามาตอบค่ะ

 

ยังไง ๆ หนูก็นึกท่าทางอาจารย์ทำท่าเบ่งเป็นใหญ่เป็นโตอยู่แถว "สึนามิ" ไม่ออกเลยค่ะ

 

โดยเฉพาะเวลาที่คนที่น่าจะเป็นใหญ่เป็นโตกว่าเป็นคนไปเข้าคิวต่อแถวจองที่นั่งน่ะนะคะ ฮิ ๆ

 

เอ๊า...เชียงใหม่มีราเมนรสต้มยำพริกญี่ปุ่นด้วยหรือคะนี่?

 

เกิดมาก็เพิ่งจะเคยได้ยินนี่ล่ะค่ะ

 

คนเชียงใหม่มีความคิดสร้างสรรค์ดีแต๊ ๆ เจียวเจ๊า

 

สงสัยต้องเป็นพริก Togarashi แน่ ๆ เลย

 

ที่เขาเอาไว้โรยใส่ปลาไหลย่าง

 

ฮือ ๆ หิวอีกแล้ว

 

อ๋อ...ถ้าอาจารย์มากรุงเทพ  สบายมากเลยค่ะ  หนูพาไปแน่

 

ร้านนั้นก็ไปชี้ ๆ จิ้ม ๆ รูปเอาได้ค่ะ

 

เมนูสารพัดราเมนตาลายเหมือนกัน

 

มีสองไซส์ค่ะ  

 

เขาคงกลัวอาจารย์หมดความอยากไปก่อนเมื่อเจอไซส์ญี่ปุ่นทาน

 

หนูชอบมากในการที่จะสั่งไซส์ขนาดครึ่งหนึ่ง

 

เพราะหนูจะได้ทดลองทานทีเดียวสองชนิดในการไปครั้งเดียวไงคะ  ฮือ ๆ  สรุปว่าก็ทานเยอะอยู่ดี

 

ร้านนี้หยิ่งด้วยค่ะ  ไม่มีถุงใส่เอากลับบ้านให้

 

เป็นญี่ปุ่นแท้ ๆ เลยค่ะ

 

หนูเคยเห็นคนญี่ปุ่นเอาปิ่นโตมาใส่กลับบ้านเอง  แบบน้ำซุปน่ะนะคะ

 

ถ้าแบบผัดโซบะแห้ง ๆ เขาก็พอจะยอมใส่กล่องโฟมกลับให้

 

น้ำชาเขาก็ไม่เสริฟชาเขียวธรรมดา

 

ตอนแรกหนูก็ไม่รู้ว่าชาอะไร

 

ไปญี่ปุ่นแล้วถึงรู้

 

ว่ามันคือชาที่ไปคั่วมาก่อน

 

เรียกว่า โฮจิ

 

ฮิตแถว ๆ วัดแถวเกียวโตน่ะค่ะ

 

มันหอม ๆ อ่อน ๆ สีน้ำตาล

 

เขาว่าคาเฟอีนน้อยกว่าชาเขียวหน่อย

 

ทานง่าย คล่องคอ  หอเจี๊ยะ  เอ๊ย โออิชี่ ค่ะ

 

เฮ้อ....พูดแล้วคิดถึงร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าวัดไก่เงินที่เกียวโต

 

ของแท้ สูตรบะหมี่เย็นดั้งเดิม  ที่มีเส้นทำจากสารพัดอย่าง  รวมทั้งทำจากชาเขียวด้วย  เก๋็มากค่ะ

 

เจ้าเก่าขนาดไหน  ก็ตั้งมาคู่กับวัดเลยน่ะค่ะ หนูว่า

 

วัดนี้มีก่อนมูซาชิเ้กิดอีกน่ะค่ะอาจารย์

 

อาจารย์นึกเอาก็แล้วกันค่ะว่า  ไปทานก๋วยเตี๋ยวร้านนี้  ได้นั่งเก้าอี้ไม้เก่า ๆ  กินบรรยากาศ  ด้วย ด้านหลังมีน้ำตก ภูเขาทะมึน  ครบ (ถ้าจะชะโงกออกไปดูน่ะนะคะ)

 

นั่ง ๆ อยู่เจ้าของร้านเปิดเพลงบรรเลงเดี่ยวซามิเซ็นเพลงซากุระอีกต่างหาก

 

ร้านเป็น open air ค่ะ ลืมบอก

 

อากาศก็หนาวจับใจ

 

วัดนี้มีชื่อว่าสวยเศร้า ๆ ด้วยค่ะอาจารย์

 

หนูเดินทางคนเดียวยิ่งไปกันใหญ่ 

 

ไม่ได้เศร้านะคะ  มันออกจะ  sentimental  

 

ตอนนั้นหนูจิบ ๆ ชาโฮจิร้อน ๆ อยู่  แทบจะสำลักบรรยากาศปนความสุข  กำหนดไม่ทันจริง ๆ ค่ะอาจารย์

 

กลับไปหนหน้าจะเบิ้ลสองเล้ย คอยดู เล็งเมนูไว้แล้ว   บะหมี่เย็นสองสีนี่แหละ  ฮิ ๆ

 

ฮือ ๆ ยังไงชาตินี้ ชาติไหน ก็คงไม่ผอม จนชาติสุดท้ายล่ะมั้งเรา

 

สวัสดีค่ะอาจารย์, 

 

ณัชร 

คุณหมอ อนิศรา ที่รัก,

เราต้องดวงคล้ายกันแน่นอนค่ะ 

 

เพราะในบรรดาบะหมี่ที่ฮิต ๆ ในเมืองไทย  ก็ปลื้มบะหมี่หมูแดงทีุ่สุดเหมือนกัน   ฮิ ๆ

 

ฟังที่คุณหมอเล่าว่าเจ้าเ่ก่าชื่อดังในพิดโลกเลิกขายแล้ว  ลูก ๆ ไม่ทำต่อ  น่าจะมีคนซื้อแฟรนไชส์ทำต่อนะคะ (รู้สึกเดือดร้อนแทน  เพราะเข้าใจ แหะ ๆ)

 

ใช่ค่ะ  คนญี่ปุ่นทำอะไร จะทำเป็นจริงเป็นจังมาก  

 

เรื่องอาหาร  ก็แข่งกันเอาเป็นเอาตาย

 

และก็แปลก  ที่ญี่ปุ่นนี่ขนมปังอร่อยมากค่ะ  งงเหมือนกัน  

 

เพราะแต่ก่อนเคยคิดว่ายุโรปนี่เริ่ดสุดแล้ว  ดีกว่าอเมริกาเยอะ  แต่ตายไปเลยเจอขนมปังญี่ปุ่น

 

ไม่รู้เขาทำยังไงของเขาเหมือนกัน  กลุ้มใจเนี่ยน่ะค่ะ  ไปญี่ปุ่นกลับมานน.ขึ้น  ใครจะเชื่อล่ะเนี่ย  แหะ ๆ

 

เพราะทุกคนนึกว่าญี่ปุ่นมีแต่ปลา และ สาหร่ายใช่ไหม  โธ๋.....

 

ความจริงเวลาไปแล้วนึกถึงอาหารไทยด้วยนะคะ  พวกผักสดที่ทานกับน้ำพริกน่ะ 

 

คิดว่าที่อ้วนขึ้นเพราะไม่ค่อยได้ทานผักเป็นเรื่องเป็นราวแบบไฟเบอร์ก้าน ๆ เยอะ ๆ เหมือนเมืองไทย   นอกจากจะลุกขึ้นมาทำกับข้าวเอง

 

ซึ่งก็ขี้เกียจมาก  และไม่มีเวลาด้วยพักหลัง ๆ

 

ซื้อเองก็ไม่ค่อยมีน่ะค่ะ  ผักเยอะ ๆ อย่างนั้น ผักสลัดมันเป็นใบ ๆ น่ะ  ไม่เป็นก้านแข็ง ๆ ไฟเบอร์

 

แล้วถ้าเจอพวกผักกาดแก้วยิ่งไปกันใหญ่  รู้สึกว่าไม่ได้ทานผักเลยน่ะ

 

แต่ผลไม้ดีค่ะ เยอะดี  ไม่แพงด้วย  (เมื่อเทียบกับเวลาซื้อที่เมืองไทย)  ผลไม้หน้าหนาวสด ๆ ใหม่ ๆ อร่อยค่ะ  กินพุงกางเลย

 

ปลาดิบต้องสด ใหม่ และอุณหภูมิถูกต้อง  และมีดคมกริ๊บ  และตัดถูกวิธีด้วยค่ะ

 

แล้วจะหวาน สด ไม่คาวเลย

 

แต่หายากหน่อยนะคะ  โดยเฉพาะในเมืองไทย

 

ปกติตัวเองก็ไม่ได้ปลื้มอะไรนักหนา  เพราะจะหาที่ดีจริง ๆ ทานยาก

 

ที่ดีจริง ๆ ก็ต้องมีเจ้าภาพค่ะ แหะ ๆ

 

เรื่องพยาธิก็มีกลัวเป็นพัก ๆ ค่ะ

 

แต่อยู่ที่นี่ไม่ค่อยกลัว  คงเพราะมันหนาวมั้งคะ

 

เอ๊ย หมายถึงอยู่ญี่ปุ่นไม่กลัว  ดูซิ  ยังนึกว่าอยู่ญี่ปุ่นอยู่เลย

 

กลับเมืองไทยคงไม่ค่อยทานปลาดิบแล้วล่ะค่ะ

 

วันหลัง จัดทัวร์ไปวัดต่าง ๆ ในเกียวโต  เพื่อฝึกสมาธิเซน  แล้วต่อด้วยการไปเยี่ยมชม และ เยี่ยมชิม ร้านทีวีแชมเปี้ยนต่าง ๆ คงจะเข้าท่าเหมือนกันนะคุณหมอนะ

 

สงสัยจะได้คุณหมอเป็นลูกทัวร์คนแรก ฮิ ๆ

 

สวัสดีค่ะ,

 

ณัชร 

 

    สวัสดีค่ะคุณณัชร ที่รักเหมือนกัน

        คุณณัชรตอนอ้วนๆก็น่ารักดีนะ แฮะๆอ้วนเหอะเป็นเพื่อนกันไงคะ 555

        จัดทัวร์ธรรมะผสมทัวร์เจี๊ยะนี่สมัครแน่นอนเล๊ย นี่ยังนึกขำ ตอนปฏิบัติไปได้5 วันแล้วอาจารย์ศิริพรยกไข่เจียวมาวางกลางวง เอื๊อกเห็นหนอไม่ทันกันหลายคนเลยค่ะ จ้วงกันไปแล้ว555

         นี่นึกอิจฉาคุณณัชรนะคะเนี่ย ได้มีโอกาสไปที่โน่นที่นี่เยอะแยะไปหมด ต้องขอบคุณมากๆเลยค่ะที่เขียนมาเล่าให้ฟัง เลยได้อาหารตาเที่ยวไปด้วยเลย

        พูดถึงขนมญี่ปุ่น นึกถึงทีวีแชมเปี้ยนอีกแล้ว ขนมที่เค้าเอาให้ดูทำไมมันน่ากินยังงี้ นี่ขนาในบ้านเราขนมหน้าตาไม่น่ารักเท่าญี่ปุ่นหมอยังมีห่วงยางสองห่วงเลย ถ้าได้ไปอยู่ญี่ปุ่นสงสัยจะสามห่วงแหงๆค่ะ

       ปล.เห็นหนอไม่ทันอีกแล้วค่า คุณณัชร

          หมอเองค่ะ กำลังเมาอาหาร

สวัสดีค่ะ คุณหมออนิศรา ที่รัก,

 

จริงด้วย ไข่เจียววันนั้น  กำหนดไม่ทันเลยน่ะ  อายจริงหนอ  กินไปเกือบหมดแล้วล่ะนั่น ฮิ ๆ

 

กิเลสตัวเท่าบ้าน  ไม่เคยรู้ทันมันเล้ย  โดยเฉพาะตัวที่เกี่ยวกับการกินเนี่ย แหะ ๆ

 

เวลาไปปฏิบัติ  อยากเอาปี๊บคลุมหัว  เพราะอายกิเลสตัวเอง  ฮี่ ๆ

 

สงสัยจะเป็นบททดสอบโยคีแบบง่าย ๆ ของอาจารย์ศิริพร  คือวันที่ ๕ ของการปฏิบัตินี่น่ะ  มันกำลังง่อนแง่นดีนักแล  ฮิ ๆ

 

สอบตกทุกรายเลยค่ะ  วันนั้น

 

ส่วนอีกที  ข้าพเจ้าเจอกลิ่นสปาเก็ตตี้ กับอะไรซักอย่างที่เป็นอาหารฝรั่งของคณะคุณวรางคณาง  ที่มาก่อนวันสุดท้าย ๑ วันน่ะ  เจอคืนวันที่ ๗

 

โห....นึกในใจ  นี่มันแกล้งกันชัด ๆ เลยนี่หว่า  ฮิ ๆ  เพราะกลิ่นมันอาหารอิตาเลี่ยนมาก ๆ เลย

 

ไม่ได้กำหนดมันแล้ว  แต่อีกทีก็เริ่มคิดว่า  เอ๊ะ...หรือว่านิมิตกลิ่น  ฮิ ๆ

 

เพราะตอนอยู่วัดห้วยส้ม  มีนิมิตกลิ่นพิซซ่าจริง ๆ ค่ะ  อันนี้ไม่ล้อเล่น

 

ตอนนั้นคอร์สเข้มท่านสยาดอร์ปีแรกค่ะ

 

เดินเป๋ไปเลยน่ะหมอ  จงกรมรอบสองทุ่ม

 

ตาลาย น้ำลายไหลยืด  ฮิ ๆ

 

นี่แหละน้า  มันจะไปได้สักแค่ไหนเนี่ย  จอดป้ายแล้ว  บนทางสันติสุขของอาจารย์  ฮิ ๆ

 

เหมือนขึ้นซุเปอร์ไฮเวย์แล้วขอแวะปั๊มเจ็ทอยู่บ่อย ๆ เพื่อพักกินกาแฟยังไงยังงั้นเลยนะหมอ  ฮิ ๆ

 

จริง ๆ หมอไม่ต้องอิจฉาหรอกค่ะ  เพราะที่เดินทางไปแต่ละหนน่ะ  เรื่องทุกข์ก็มี  เยอะด้วย

 

แต่ไม่ได้เก็บมาเล่าหมดแค่นั้นเอง

 

เพราะเนื้อที่บล๊อกคงไม่พอที่จะให้เล่าเรื่องทุกข์ ๆ ฮิ ๆ

 

เอาแค่ทุกข์แบบพื้นฐาน คือ เรื่องหาทฤษฎีจะมาลงวิทยานิพนธ์นี่ก็ทุกข์มากแล้วนะหมอ

 

ว่าแล้วก็สมควรไปอ่านหนังสือที่ซื้อกลับมาต่อไป  ยากมากเลยน่ะ หมอ   อ่านแล้วสามารถหลับได้ภายในหนึ่งย่อหน้า

 

แรงยิ่งกว่า Xanax 5 mg. กินตอนท้องว่างอีก ขอบอก  ฮือ ๆ ไม่น่าคิดเรียนต่อตอนแก่เลยเรา  หาเรื่องแท้ ๆ

 

เป็นเด็กวัดห้วยส้มอยู่เฉย ๆ น่ะดีแล้ว  

 

เอาไว้วันไหนเรียนจบอาจมีจัดทัวร์ธรรมะแถมแวะร้านทีวีแชมเปี้ยนจริง ๆ นะคะหมอ

 

คงจะสนุกพิลึกล่ะ นึกภาพลูกทัวร์ตัวกลมกันทั้งคณะ

 

ตอนไปญี่ปุ่นเดือนกค.ที่ผ่านมาในงานเทศกาลดาบซามูไรโบราณนั้นเซนเซก็พาไปร้านราเมนที่ออกทีวีแชมเปี้ยนค่ะ

 

เอานามบัตรกลับมาด้วย คิดว่าหาไม่ยาก  พาไปได้ค่ะ

 

อร่อยจริง ๆ นะ  แต่ชามใหญ่ยักษ์  ต้องตั้งหลักดี ๆ

 

เดี๋ยวขอค้นรูปก่อน  ถ้าหาเจอจะเอามาแกล้งคุณหมอ ฮิ ๆ

 

สวัสดีคุ่ะ,

 

ณัชร 

หาเจอแล้ว ฮิ ๆ

 

เห็นหมอบอกชอบบะหมี่หมูแดงใช่ไหมคะ

 

เอาไปเลย  ทงคทสุาเมง พร้อมไข่ต้มด้วย อร่อยมาก ร้านนี้ออกทีวีแชมเปี้ยน   เซนเซบอก 

 

ขอโทษทีอาจจะถ่ายออกมาไม่ดีเท่าไหร่  มือมันคงสั่นน่ะหมอ  มันหิว  แหะ ๆ

 

ในร้านสะอาดมาก  แอร์เย็นฉ่ำ  ไม่มีควันเลย  เขามีเครื่องดูดควันที่ดีเหลือเชื่อ   ไม่รู้ทำได้ไง

 

ติดไฟสปอตไลท์แบบเหมือนไปนั่งตามผับซะละมากกว่า  แถมเปิดแจ๊สแบบ นอร่า โจนส์อีก  บรรยากาศเทรนดี้มาก ๆ

 

ทำเอาเราทำตัวไม่ถูกเลย แหะ ๆ

 

สรุปว่าอร่อยค่ะ ไม่แพงด้วย

 

เมนูเขามีหลายอย่างนะหมอ  แต่บังเอิญข้าพเจ้าชอบกินแห้ง

 

เขามีดีที่ซุป ฮิ ๆ (มีโฆษณาให้อีก) 

 

โอย...หิว  ไปดีกว่า