ทำงานมาก็ตั้งนาน.....

เป็นกรรมการมาก็ตั้งเยอะ......

แต่ไม่เคยยอมตกร่องปล่องชิ้นรับรักใคร อุ๊ย......ม่ายช่าย...ไม่ยอมใจอ่อนรับปากเป็นเลขาให้กับคณะกรรมการชุดไหน ๆ .. 

จนกระทั่ง...ก่อนปีใหม่...หมอหน่อย หรือคุณหมอประพาฬรัตน์ วีระพันธุ์ หัวหน้างานรังสีติดต่อมา...

กริ๊ง...กริ๊ง...เสียงโทรศัพท์ในที่ทำงานดังขึ้น น้องรับโทรศัพท์แล้วก็เรียกดิฉัน..." โทรศัพท์ของพี่เล็กค่ะ.."

ดิฉัน           : "..สวัสดีค่ะ ศุภลักษณ์ค่ะ..."

หมอหน่อย : " ..เล็กเหรอ...? หมอหน่อยนะ พอดีหมอเพิ่งคุยกับผ.อ.มาอยากให้เล็กเป็นเลขากรรมการ KM น่ะ.."

ดิฉัน           : "..อุ๊ย...พี่ปิ่งเค้าเป็นเลขาอยู่นะคะคุณหมอ ..."

หมอหน่อย : " ..คือยังงี้...ผ.อ. ท่านมีความตั้งใจจะให้งานการจัดการความรู้เริ่มเป็นระบบให้มากขึ้น จึงคิดจะตั้งกรรมการชุดประสานงานการจัดการความรู้แทนกรรมการชุดเดิม โดยมีผ.อ. เป็นประธานหรือคุณเอื้อ หมอเป็นรองประธานและเลยคิดอยากจะให้เล็กมาทำหน้าที่เป็นเลขาฯ คณะกรรมการประสานงานการจัดการความรู้..เล็กว่าอย่างไร "

ดิฉันอ้ำอึ้งเล็กน้อยด้วยความที่ไม่ชอบเป็นเลขามาแต่ไหนแต่ไร           : "..เล็กไม่แน่ใจว่าจะทำได้ดี ..."

สงสัยว่าหมอหน่อยจะรู้สึกถึงความลังเล เลยรีบพูดว่า

"..มีพี่ปัทม์กับพี่อารมณ์เป็นผู้ช่วยเลขาด้วยนะ"

ดิฉันพอได้ยินดังนั้นก็ค่อยความลังเลลงบ้าง การได้ทำงานกับคนที่สนิทสนมจะช่วยให้เราทำงานอย่างมีความสุขได้ ประกอบกับฟังเสียงหวาน ๆ ของคุณหมอหน่อยจนเพลิน ไม่รู้ว่าอ้อนอีท่าไหน ดิฉันเลยอดใจอ่อนที่จะรับรักเธอ ..เอ๊ย..รับปากเป็นเลขาฯ ให้จนได้

 

แต่ความเป็นจริงก็คือ....

  • ดิฉันมี "ฉันทะ" ในเรื่อง KM เป็นทุนเดิม
  • ดิฉันเชื่อว่า KM พัฒนาทั้งงาน พัฒนาทั้งคน และพัฒนาองค์การ
  • ผนวกกับการได้ทำงานกับผู้ที่มี KM ในหัวใจ ดิฉันเชื่อว่า...
  • ดิฉันทำงานด้วยความสุข...สุดหัวใจแน่นอน
  • แต่ลึก ๆ แล้ว...อิฉันเองก็อดที่จะหวั่น ๆ กับภาระงาน
  • .....ที่ยังมาไม่กึงและความหนักหน่วงที่รออยู่ข้างหน้าไม่ได้