ถ้าถามว่า ลิงอะไรเอ่ยที่มีอิทธิฤทธิ์พิสดาร เหาะเหินเดินอากาศได้ หลายคนคงจะนึกถึง หนุมาน ทหารเอกของพระรามในเรื่องรามเกียรติ์ และอีกหลายคนอาจจะคิดถึง เห้งเจีย วานรตัวเก่งผู้คอยปกป้องคุ้มครองพระถังซำจั๋งในเรื่องไซอิ๋ว 

 

 แต่ถ้าถามต่อว่า พญาวานรทั้ง 2 ตนนี้ ใครเก่งกว่าใคร ก็คงตอบยากอยู่ เพราะเป็นมวยหมัดหนักทั้งคู่ พอ ๆ กับ "หนั่น" ปะทะ "เหนาะ" อะไรทำนองนั้น

หนุมาน

หนุมานมีชาติกำเนิดที่ชัดเจน เพราะเป็นบุตรของพระพายกับนางสวาหะ ส่วนเห้งเจียนั้นไม่มีพ่อแม่ เพราะถือกำเนิดขึ้นมาเองจากหินวิเศษบนยอดเขาฮวยก๊วยซัว

เห้งเจีย

 

พญาวานรทั้งสองนี้เหาะได้ทั้งคู่ โดยหนุมานนั้นจะออกลีลาเหินฟ้า-อ้าปากตามสไตล์ไทย  ๆ แต่เห้งเจียนั้นจะขี่เมฆออกแอ๊กชั่นตามสไตล์จีน ๆ หนุมานเหาะเร็วเท่าไรยังค้นไม่พบ แต่เห้งเจียนั้นว่ากันว่า วันหนึ่ง ๆ เหาะได้ทั่วทั้ง 4 มหาสมุทร

ลิงทั้งสองตนนี้แสนฉลาดและแพรวพราวไปด้วยไหวพริบ เพราะหนุมานเมื่อแรกพบสบพักตร์พระรามก็รู้ได้ทันทีว่า ท่านคือพระนารายณ์อวตารลงมาปราบยักษ์ ที่แม่สั่งไว้ว่าถ้าพบก็ให้ถวายตัวเป็นข้ารับใช้

ส่วนเห้งเจียนั้น เมื่อครั้งไปฝึกวิชากับผูถีโจ้วซือ ก็สามารถตีปริศนาของอาจารย์ออกว่า เคาะหัว 3 ครั้ง คือ ไปหาเวลายามสาม ส่วนเอามือไพล่หลัง คือ ให้เข้าทางประตูด้านหลัง ก็เลยได้เรียนธรรมวิเศษจากอาจารย์

อย่างไรก็ดี เห้งเจียก็เคยเสียรู้เทวดาเหมือนกัน เพราะเมื่อครั้งบุกสวรรค์ครั้งแรกนั้น เง็กเซียนฮ่องเต้ได้แต่งตั้งให้เป็น "บิ๊กเบ๊อุน" ซึ่งเห้งเจียภูมิใจหนักหนา แต่ตอนหลังก็รู้ตัวว่าไปโดนเขาหลอกซะแล้ว เพราะตำแหน่งนี้คือ หัวหน้าคนเลี้ยงม้าและกวาดขี้ม้า! (ประจำสวรรค์)  

หนุมานมีตรีเพชร (สามง่าม) เป็นอาวุธสำคัญ แต่จะใช้กับยักษ์ตัวสำคัญเท่านั้น ส่วนเห้งเจียมีพลองคู่ใจ ที่ไป "ไถ" มาจากเมืองบาดาล พลองนี้หนักถึงหนึ่งหมื่นสามพันห้าร้อยชั่ง ขยายให้ยาวใหญ่ได้ถึง 8 ศอกเศษ หรือจะหดให้เหลือเท่าเข็มก็ได้ (แต่เล็กไม่ถึงขั้นนาโนแน่ ๆ)

เรื่องจำแลงกายก็หายห่วง เพราะทั้งคู่ทำได้สารพัด อย่างหนุมานนั้นแปลงมาแล้วทั้งยักษ์ (แอบเข้ากรุงลงกา) หมาเน่าลอยน้ำ (ทำลายพิธีลับหอกโมกขศักดิ์ของกุมภกรรณ) หรือแม้แต่เป็นทศกัณฑ์ (เข้าไปตีท้ายครัวพญายักษ์) ก็ทำมาแล้ว

ส่วนเห้งเจียก็แปลงได้สารพัด ตั้งแต่ต้นสนใหญ่ (อวดเพื่อน ๆ จนถูกอาจารย์ดุ) แมลงวัน (ลอบเข้าไปช่วยอาจารย์) ลูกท้อ (ให้ปิศาจกินจะได้เข้าไปอาละวาดในท้องปิศาจ) ฯลฯ

แต่ที่น่าสนใจก็คือ พญาลิงทั้งสองเคยแปลงเป็นนกอินทรีเหมือนกัน - ส่วนใครจะแปลงตอนไหน ถ้าสนใจให้ค้นดูเอง ... ฮิ...ฮิ (บอกหมดเดี๋ยวไม่สนุก)

หนุมานนั้นชอบใช้ฤทธิ์ขยายขนาดและยืดหางออกให้ยาวออก เช่น ตอนที่จะให้พลกระบี่ (ทหารลิง) ไปหาพระชฎิลฤาษี เพื่อถามทางไปกรุงลงกา หนุมานก็นิมิตกายให้ใหญ่ แล้วให้พลกระบี่ไต่หางข้ามไป ส่วนตอนที่พระลักษณ์ต้องหอกโมกขศักดิ์ หนุมานได้ไปยังเขาสรรพยา เพื่อตามหายาสังกรณีและตรีชวา ก็ขยายตัวและยืดหางออกอีกเหมือนกัน

"ด้อมมองร้องเรียกร้องกู่    ก็ขานอยู่แทบเชิงสิงขร  

ขุนกระบี่ผู้มีฤทธิรอน   ประนมกรนิมิตอินทรีย์

มีหางยาวใหญ่โอบกระหวัด  รัดรอบสรรพยาคีรีศรี       

เรียกพลางรวบขึ้นไปทุกที  จนถึงที่ยอดบรรพต

ก็เก็บได้สรรพยาสมคิด  แล้วสำแดงฤทธิ์ดั่งลมกรด       

เหาะทะยานผ่านฟ้าเลี้ยวลด กำหนดตรงไปอยุธยา "

ส่วนเห้งเจียก็ขยายขนาดได้ แต่ยังไม่เคยเจอว่ายืดหาง มีแต่ดึงขนออกมากระจุกหนึ่ง แล้วเสกให้กลายเป็นเห้งเจียนับร้อยนับพันตัวออกไปสู้ คล้าย ๆ ทำโคลนนิ่งก็ไม่ปาน

เห็นส่วนสูง ช่วงชก และประสบการณ์อย่างนี้แล้ว ถ้าถามซ้ำว่าใครจะมีฤทธิ์เดชมากกว่ากันคงจะตอบยากเหมือนเดิม แต่ถ้าถามว่า หนุมานหรือเห้งเจีย ใครมีเมียมากกว่ากัน? ละก็ ตอบไม่ยาก เพราะไม่ว่านางบุษมาลี เบญกาย สุพรรณมัจฉา หรือแม้แต่นางมณโฑ (เมียของทศกัณฑ์) พี่หนุมานแกเหมาหมด ส่วนเห้งเจียนั้นดูเหมือนจะนิ่งกว่า

แต่ถ้าส่งเพื่อนร่วมก๊วนคือ ตือโป๊ยก่าย ไปแข่งแทน ก็อาจจะสูสีกับพี่หนุมานก็เป็นได้!  


ประวัติของบทความ

  • ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ มิติคู่ขนาน หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เซ็คชั่นจุดประกายเสาร์สวัสดี
  • ตีพิมพ์รวมเล่มในหนังสือ Know How & Know Why : มิติคู่ขนาน สนพ. สารคดี
  • ดัดแปลงนำลงใน GotoKnow เพื่อประโยชน์สาธารณะ

ขุมทรัพย์ทางปัญญา

  • บทความ “ไซอิ๋ว” จากจีนสู่ต่างประเทศ ถึงเมืองไทย เขียนโดยคุณจรัสศรี จิรภาส ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 25 ฉบับที่ 7 พฤษภาคม 2547 หน้า 132-141

บันทึกน่าอ่านที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้