ความหมายและความสำคัญของทฤษฎีเชิงประจักษ์

ทฤษฎี(เชิงประจักษ์) คือข้อความ(หรือสัญลักษณ์บางอย่าง)สองตอน ตอนแรกกล่าวถึงสิ่งที่สังเกตไม่ได้ ตอนหลังกล่าวถึงสิ่งที่สังเกตและวัดได้  เราสามารถนำข้อความตอนหลังไปเขียนเป็นสมมุติฐาน  แล้วนำไปทดสอบด้วยกระบวนการวิจัยเชิงประจักษ์  ผลที่ได้จะเป็นการทดสอบทฤษฎีนั้น  ถ้าผลสนับสนุนทฤษฎี ๆ ก็ยังไม่ผิด  เราสามารถนำทฤษฎีนั้นไป อธิบาย และพยากรณ์ ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ทฤษฎีนั้นอธิบายได้  และข้อความของสมมุติฐานที่ทดสอบนั้นก็กลายเป็นความรู้ใหม่  เรียกกันว่าองค์ความรู้ใหม่  ความรู้ใหม่นี้ถ้า้นำไปบันทึกในพจนานุกรมของศาสตร์สาขานั้น  พจนานุกรมของสาขานั้นก็หนาขึ้น  ทฤษฎีหนึ่งๆเราสามารถที่จะนิรนัยไปเป็นสมมุติฐานได้มากมาย  มันจึงเป็นตัวท้าทายนักวิจัยให้ได้สมมุติฐานไปทำการวิจัยได้มากมายเช่นกัน  ดังนั้น อาจารย์ที่สอนระดับบัณฑิตศึกษาจึงควรไฝ่ใจสร้างทฤษฎีกันให้มากๆ  เพื่อท้าทายและช่วยนักศึกษาให้ได้เรื่องวิจัยเร็วขึ้น จบการศึกษาเร็วขึ้น และทั้งยังท้ายทายนักวิจัยทั่วไปอีกด้วย

อนึ่ง ขอย้ำว่า  ทฤษฎีเป็นสิ่งที่เราสร้างสรรค์ขึ้นมา เราจึงไม่พูดว่า คนนั้นคนนี้ ค้นพบทฤษฎีนั้นทฤษฎีนี้  เพราะว่าถ้าใช้คำว่าค้นพบก็จะหมายถึงว่า  ในธรรมชาติมีทฤษฎีอยู่ก่อนแล้ว  รอให้เราไปพบมัน  ซึ่งแท้จริงไม่ใช่