สวัสดีครับลูกศิษย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ชาว Blog
ภารกิจสำคัญของผมอีกภารกิจหนึ่งนับจากวันนี้ คือ การได้รับเกียรติจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มอบให้ผมเป็นครูใหญ่ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โครงการพัฒนาผู้นำเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3 สำหรับบุคลากรของคณะแพทย์ฯ และหน่วยงานเครือข่ายของคณะแพทย์ จำนวน 55 คน ต่อเนื่องจากรุ่นที่ 1 และ 2 ซึ่งได้พัฒนาผู้นำรุ่นใหม่สำหรับการทำงานของคณะแพทย์ฯ ในอนาคตไปแล้วจำนวน 100 คน เมื่อปีที่ผ่านมา
ผมขอขอบคุณท่านคณบดี รศ.นพ.สุธรรม ปิ่นเจริญ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มอ. พญ.กันยิกา ชำนิประศาสน์ ศ.นพ.สงวนสิน รัตนเลิศ ท่านรองคณบดีทั้ง 2 ท่านซึ่งให้เกียรติผมและทีมงานเสมอ และขอชื่นชมที่ท่านเป็นผู้นำที่มีปรัชญาและความเชื่อเรื่องทุนมนุษย์ว่าเป็นทุนที่สำคัญที่สุดที่จะขับเคลื่อนความเป็นเลิศขององค์กร ซึ่งเป็นความเชื่อและศรัทธาที่ทำให้ผมมุ่งมั่นทำงานในเรื่องทุนมนุษย์ หรือ ทรัพยากรมนุษย์ มากว่า 35 ปี
โครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3 จะเป็นกิจกรรมการเรียนรู้หลักสูตรต่อเนื่องระยะยาว รวม 20 วัน ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม – 3 ตุลาคม 2558
ผมขอเปิด Blog นี้ เพื่อเป็นคลังความรู้ของพวกเรา และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมุมมองของลูกศิษย์ของผมและท่านที่สนใจหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Blog นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
15/7/58
วิชาที่ 1
ปฐมนิเทศ และแนะนำทฤษฎีที่สำคัญเพื่อการเรียนรู้ และ
วิชาที่ 2
Learning Forum & Workshop
หัวข้อ “ทุนมนุษย์ – Mindset Leadership และการทำงานในยุคที่โลกเปลี่ยนของคณะแพทย์ฯ มอ.”
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
ประธาน Chira Academy
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
กรรมการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
วิชาที่ 1: ติดตามเอกสารประกอบการบรรยายได้ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10907709…
วิชาที่ 2: ติดตามเอกสารประกอบการบรรยายได้ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10907773...
วิชาที่ 3 Panel Discussion & Workshop
หัวข้อ “CEO - HR - Non HR - Stakeholders”
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ดร.เกริกเกียรติ ศรีเสริมโภค
กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบัล คอนเซิร์น จำกัด
ร่วมวิเคราะห์และดำเนินการอภิปรายโดย อาจารย์ทำนอง ดาศรี
16/7/58
วิชาที่ 4 Learning Forum & Workshop
หัวข้อ “Managing Self Performance”
โดย อาจารย์อิทธิภัทร ภัทรเมฆานนท์
Executive Coach at Jimi The Coach Co., Ltd. Founder, Director at 3Ls Coaching - Thailand
วิชาที่ 5
Learning Forum & Workshop
หัวข้อ “Personality and Social Skills Development”
โดย อาจารย์ณภัสวรรณ จิลลานนท์
วิทยากร/ที่ปรึกษาอิสระอาวุโส ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคลิกภาพ
วิชาที่ 6
Learning Forum& Workshop
หัวข้อ “Key words of success: Leadership – Mindset – Thinking outside the box – Thinking new box.”
โดย อาจารย์ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท 37.5 องศาเซลเซียส
และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
บันทึกสรุปการเรียนรู้
โดย ทีมงานวิชาการของคณะแพทยศาสตร์ มอ. และ Chira Academy
วิชาที่ 4
Managing Self Performance
โดย อาจารย์อิทธภัทร ภัทรเมฆานนท์
Self-Performance เป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง โค้ชเป็นลักษณะของการสังเกต (Observe) และให้คำแนะนำโดยการใช้คำถาม
กระบวนการของท่านอาจารย์จีระจะช่วยให้เรารู้ว่าเรารู้ หรือเราไม่รู้อะไร
ความเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ ตัวอย่างการพัฒนาตั้งแต่เด็ก การให้เวลาของคนที่เราต้องดูแลเป็นเรื่องที่สำคัญ มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพในตัวเอง และทุกคนปรารถนาที่จะได้รับการพัฒนา ปัยหาของคนไทยส่วนใหญ่ เช่นในธุรกิจ SMEs คนขาดการพัฒนาพื้นฐานมาก คนเราเมื่อจบการศึกษาแล้วทำงานในองค์กรใหญ่ จะได้รับการพัฒนามากกว่าคนในธุรกิจขนาดเล็ก
“การสื่อสารกับตัวเอง” เป็นเรื่องที่สำคัญ การพัฒนาจิตโดยการทำสมาธิเป็นเรื่องที่สำคัญสามารถทำได้ทุกคนเพราะไม่เกี่ยวกับเรื่องศาสนา ทุกคนต้องการประสบการณ์ที่ดี เพราะฉะนั้นเราจะต้องหาประสบการณ์ที่ดีก่อนจากคนใกล้ตัว
มนุษย์มี Cheer Leader ในตัวเอง แต่บางครั้งอาจจะถูกบดบังด้วยเองอื่น
คน ถ้ามี 2 สิ่ง คือ เวลา+เข็มทิศชีวิต ท่านจะต้องเรียนรู้อะไรบางอย่างเพิ่มเติมเต็มชีวิตของท่าน และเมื่อเราได้ทำในสิ่งที่เราชอบ พลังชีวิตของเราจะสูงขึ้น
ความสำเร็จของคน ประกอบด้วย
- ตัววัดความสำเร็จ ศักยภาพและสถรรถนะการทำงาน (Competency) รู้ว่าองค์กรมองและการพัฒนาบุคลากรและผู้นำด้านใดบ้าง
- รู้จักตนเองและมีเป้าหมาย (Know & Discover Self / Have Goal) รู้จัก และ การค้นหาความต้องการในใจตนเอง
- สมมิติฐานที่เชื่อแล้วจะช่วย (Big Assumptions for Life) เพื่อการประครองชีวิตการทำงานอย่างมีความสุขและความก้าวหน้า
อันดับแรก คือ Competency หมายถึง กลุ่มของความรู้ ทักษะ และ คุณลักษณะ ซึ่งประกอบด้วย พฤติกรรม ทัศนคติ และแรงบันดาลใจ ที่บุคลากรจำเป็นต้องมีเพื่อปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตรงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กร
อันที่ 2 Know & Discover Self / Have Goal คือ ค้นหาตัวเองแล้วตั้งเป้าหมาย
โจน จันได คนอีสานเข้ากรุงเทพ กลัว อาย วิธีเปลี่ยนความคิด ต้องเผชิญหน้าความกลัว กลัวรูปแบบไหน แต่เมื่อเราเลือกได้ เราต้องเผชิญ บางครั้งทั้งชีวิต หนีตัวตนของเรา แต่เมื่อเราตัดสินใจ ชน ทำให้เรามีความหนักแน่น หาตัวตนของเราได้
สมาธิ กับ สติ ต่างกันอย่างไร
สติ รู้ตัวเอง
สมาธิ เป็นความนิ่ง ความสงบ ไม่คิด ไม่รู้สึก เป็นพื้นฐานการฝึกสติ
ทำงานอย่างมีสติ
ในช่วงการทำงานเพื่อให้ชีวิตมีความสุข วันหนึ่งมี 3 เวลา 3 ชม.แรกตอนเช้า เป็นเวลาที่เราทำในสิ่งที่เรารับผิดชอบ (สมองผ่านการพัก) ช่วง 2 Management time บางประเทศให้พักนอนในช่วงบ่าย 3. Family time
กิจกรรม
- เอาลมหายใจสัมผัสหลังมือ (มีเส้นประสาท)
- นิ้วโป้งปิดจมูกขวา หายใจจมูกซ้าย และสลับกัน สังเกตกายหายใจด้านไหน มากกว่า หรือน้อยกว่า หรือเท่ากัน
- หลับตา เอาลมหายใจเข้าลึก ๆ เอาลมหายใจออกยาว ๆ บางครั้งอาจมีความคิด แต่อย่าตามความคิดไป ให้อยู่ที่ลมหายใจ หากมีความรู้สึกกังวล ก็ให้รู้ว่ากังวลเรื่องอะไร แล้วกลับมาที่ลมหายใจ ให้สัญญาณระฆัง
- สมาธิลืมตา ทำเหมือนเดิม แต่ลืมตา
- กิจกรรมเลือกรูป
หากหายใจจมูกขวา คล่องกว่าจมูกซ้าย มีพลังงานมาก ตื่นตัวตลอดเวลา มีพลังของสุริยัน พลังของการเผาผลาญ
หายใจจมูกซ้าย คล่องกว่าจมูกขวา มีความสงบนิ่ง เหยือกเย็นได้ง่าย ทำงานช้า
ให้สัมผัสเบา ๆ เพื่อหยุดความคิด สามารถทำได้ทุกวัน
- เมื่อออกไปนอกห้อง ให้ทุกท่านเลือกรูป 3 รูป ที่คิดว่าเป็นรูปเพื่อท่าน 3 ใบ
- เสร็จแล้วกลับมาในห้อง
- ให้ดูว่า รูปไหน เป็นรูปสำหรับเรื่อง อดีตปัจจุบัน และอนาคตของท่าน
- จับคู่สองกับ คนที่ท่านไม่ค่อยรู้จัก สลับกันเล่าเรื่องจากภาพ
- แยกคู่ ไปหากลุ่ม จับกลุ่มสี่ ผลัดกันเล่าเรื่องทีละคน
คนฟัง ค้นหาคุณค่า ความอดทน ความใฝ่ฝัน ความมุ่งมั่น และอะไรบ้างที่หยิบขึ้นมาได้ ให้ตั้งใจฟัง
ตัวแทนกลุ่มนำเสนอ
กลุ่ม 1 แนะนำชื่อ และหน่วยงานที่สังกัด
รูปช้าง เห็นถึงตัวเอง มีความอดทน ต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ มีพลัง ปัจจุบันอยู่กับสิ่งที่ได้รับมอบหมาย การช่วยเหลือกันในทีมงานของตัวเอง เป็นรูปปั้น จุดมุ่งหมาย มีอุปสรรคบ้าง แต่จะไปยืนบนยอดให้ได้
กลุ่ม 2
ได้ภาพใบไม้แห้ง เปรียบเสมือนตัวเอง ที่ผ่านมาทำงานซ้ำ ๆ เดิม ๆ เปรียบเสมือนใบไม้ที่เหี่ยวเฉา ได้โอกาสมาพัฒนาตัวเอง ภาพรถรางกำลังวิ่งไป ตัวเองมีโอกาสได้รับการพัมนา เป็นตัวขับเคลื่อนให้องค์กรไปสู่เป้าหมาย แกร่งให้เหมือนเพชร
กลุ่ม 3
ภาพป่า แสงสะท้อง ชอบสีเขียวทุกภาพที่เลือกมีเส้นตรง เป็นคนมีเป้าหมาย ลำบากตั้งแต่เด็ก ต้องทำงาน ทำอย่างไรก็ได้ให้ตัวเองอยู่ได้ มีเป้าหมาย ปัจจุบันเหมือนกับการแต่งตัว เครียดแต่พยายามสร้างขึ้นมา (เล่าแทน)
ชอบสีเขียว จับเป็นอดีต ชีวิตกว่าจะมาถึงวันนี้ผ่านมาเยอะ ตั้งแต่เด็ก ๆ พี่น้อง 9 คน ต้องช่วยกันทำงาน ไม่ได้ทุกข์ แต่รู้สึกเหนื่อย ไม่อยากเหนื่อยแล้ว อยากเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ปัจจุบัน มีความสุขแล้ว ต่อไป อยากให้ชีวิตสดใสต่อไปเรื่อย ๆ
กลุ่ม 4
อดีตเดินไปตามทาง มืดบ้าง แต่มีความสว่างอยู่ในตัว ปัจจุบันได้เข้าทำงานที่คณะแพทยศาสตร์ เพื่อนร่วมงานเหมือนธรรมชาติ มีแสงสว่างให้เรามากขึ้น อนาคต ชอบภาพแววตา อนาคตต้องนั่งมองดูลูกน้อง มีคนเกรงขาม สามารถปกป้องเขาได้ (ภาพสิงโตเฝ้ามอง ไม่ได้ดุร้าย)
กลุ่ม 5
เป็นท้องทะเล มีอิสระ อดีตก่อนหน้าชีวิตกำหนดด้วยตัวเอง ครอบครัวให้สิทธิที่จะเลือกเอง ปัจจุบันมาผนวกกับการทำงานในองค์กร อยากได้ความสามัคคี ประเทศรักกัน อนาคต ไม่ได้ต้องการชัยชนะ แต่ชอบภาพมีรอยยิ้ม เห็นความสุข อยากให้ทุกคนมีรอยยิ้ม
กลุ่ม 6
ภาพวิว มีแม่น้ำดูแล้วเงียบสงบ มีพื้นหญ้าเขียวขจี ดูแล้วอบอุ่น ในอดีตชอบเที่ยวกับครอบครัว รู้สึกผ่อนคลาย ในปัจจุบัน บรรยากาศเครียด เป็นวัยที่ต้องทำงาน ทั้งตัวเอง และเพื่อนร่วมงานเพื่อช่วยกันผลักดัน สู่บรรลุเป้าหมายหน่วยงานและองค์กร ในภาพเห็นความขะมักเขม้น ทุกคนพยายามร่วมกัน เพื่อให้สำเร็จ ทุกคนที่ร่วมกันยืนได้อย่างสง่างาม มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
กลุ่ม 7
เป็นรูปอดีต เป็นภาพที่เหมือนกับเป็นนามธรรม ตัวเองเป็นคนชอบคิด ชอบอ่าน ที่เป็นนามธรรม รูปปัจจุบัน เห็นแล้วดลใจเป็นเรื่องเพื่อน สิงแวดล้อม เป็นคนเหนือ บ้านอยู่ไกล เมื่อมาอยู่ใต้สิ่งแวดล้อมดี มีเพื่อนดี องค์กรดี ทำให้เราอยู่ได้มาอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ ส่วนอนาคตเป็นรูปเหมือนก้าวขั้นขึ้นไป มีรูปหน้าต่างเปิดออกไป เดิมไม่คิดจะเห็นผู้บริหาร แต่เมื่อก้าวขึ้นมาเรื่อย ๆ แล้ว พยายามปรับใจตัวเอง คนอื่นเรียนได้ หลักสูตรมีอะไรน่าสนใจเยอะ มีอะไรที่ปรับมุมมองตัวเองให้ก้าวข้าม
กลุ่ม 8
เรื่องเวลา ทุกคนต้องมีเวลา ในเวลาเราสามารถได้ว่าแต่ละเวลาจะทำอะไร ทำทุกอย่างต้องจัดการเรื่องเวลา ไม่ว่าการทำงานหรืออะไรก็ตาม เหมือนดอกทานตะวัน มองสิ่งที่ดี คิดบวก เหมือนกับแสงแดด ทำให้ต้นไม้เจริญเติบโต ไม่ได้ร้อน ทุกอย่างหากไปได้ดี คิดดี สำเร็จเหมือนถ้วยรางวัล
กลุ่ม 9
เลือกรูปทะเล ชอบ กว้าง เป็นอะไรที่ต้องค้นหาเยอะแต่อาจมีช่วงจำกัดอยู่ ปัจจุบันอยากไปให้สุด อยากไปอยู่ให้สุด สิ่งที่ไม่เคยอยู่ จะได้ค้นหาเหมือนค้นหาทะเล ไปอยู่ที่อื่นแล้วกลับมา เพราะมีใยเกี่ยวข้องกัน อนาคตเป็นแสงสว่าง อาจไม่มากในองค์กร แต่จะทำอย่างไรให้องค์กรอยู่ได้ เหมือนประภาคารในทะเล
กลุ่ม 10
จากรูป อดีต ชีวิตในวัยเด็ก ตามที่เราเดินทางมามีทั้งมืดและสว่าง อยากให้ถนนเป็นเส้นโค้ง มายืนจุดนี้ได้ไม่ได้เดินมาตามเส้นตรง เป็นเส้นโค้ง ส่วนรูปของเรือกำลังแล่นในทะเล เปรียบเหมือนตัวเอง ชอบผจญภัย ปัจจุบันเหมือนทุกคน เมื่อถึงจุดหนึ่ง ชีวิตต้องการความสงบ มีทะเล มีสายลม แสงแด ขุนเขา นี่คือสิ่งที่ชีวิตปรารถนา
กลุ่มที่ 11
ย้อนกลับไปภาพอดีตในตัวเอา เด็ก ๆ มีความลำบาก สามารถผลักดันตัวเองให้เป็นต้นกล้า อย่าโทษอุปสรรค เอาตัวเองเป็นแรงขับ ปัจจุบันต้องกล้าเปิดประตูตัวเอง อนาคตอยากอยู่กับธรรมชาติ
กลุ่มที่ 12
อดีต รูปชอบสีเขียว ชีวิตวัยเด็ก หวิ่ง ๆ เมื่อโตสักพักเราจะกำหนดไปทางไหนดี อนาคตความสงบ (ยุคปัจจุบันต้องพึ่งเงิน เงิน เงิน)
สรุป
ทุกคนมีเรื่องเล่า รูปจำกัด แต่ทุกคนสามารถสร้างความหมายได้ เราสามารถ refer หรืออ้างอิงกับมันได้ เช่น ครอบครัวใหญ่ ชีวิตต้องฝนฝาย ลูก ๆ หลายคนนอนรวมกัน การที่มีรูปเป็นเพียงแค่ตัวผ่านการเล่าเรื่อง บางครั้งคนเล่าเรื่องไม่เป็น ใช้เครื่องมือ เป็นจิตใต้สำนึก ดังนั้นเวลาฟังคนอื่น ฟังอย่างใคร่ครวญและตั้งใจ คนเล่าก็เช่นเดียวกัน (เทียบการทำ dialog) การพูดห้ามพูดซ้ำ ต้องหลังจากที่คนอื่นพูดไปแล้ว 2 คน เมื่อคนอื่นพูดแล้วเราไม่ต้องพูดซ้ำ แต่พูดในสิ่งที่เพิ่มเติม หากเรามีโอกาสได้ใคร่ครวญทำให้ได้ดึงความคิดของแต่ละคน มีคำถามห้ามถามคู่กรณี ต้องสอดแทรกเข้ามาในการพัฒนาบุคลากร อาจเอารูปมาเล่า ทำให้เรามองอดีต ปัจจุบัน อนาคตได้ เน้น เราควรใคร่ครวญ ทุกคนมีเรื่องเล่า ในที่ทำงานมีหลายคนไม่เคยเล่า มีเรื่องฝังใจ กรณีศึกษา เป็นเด็กหน้าตาดี เปิดเพลงความรัก ผมมีโอกาสพูดเป็นครั้งแรก ผมเป็นเกหรือไม่ ถูกแซวเจ็บ ตอนเป็นนักเรียนผู้หญิงท้อง ฝังใจทำให้ผู้หญิงไปทำแท้ง
สิ่งที่มองเห็น / ได้ยิน / ได้รับฟัง
ซื่อสัตย์ กับซื่อตรง ไม่เหมือนกัน
ซื่อสัตย์ ฉันมีความคิดที่เป็นสัจจะ ควรแก่การไว้วางใจ
ซื่อตรง
บางครั้งพฤติกรรมของเรา
อดกลั้น ฉันปล่อยให้
เพิ่มจากเอกสาร รอบรู้ ไม่ซับซ้อน มีสัจจะ ไว้วางใจ....
ในชีวิตเรา มี 3 คำนำชีวิต
Be
Do
Have
Five Principle for Success
- Know Your Outcome ตั้งเป้า สงบเงียบ ต้องการชื่อเสียง
- Take Action -> Get “Result”
- Have Sensory Acuity
- Have Behavioral Flexibility ชีวิตต้อง Flexibility
- Operate from a Physioloty & Psychology of Excellence สนุกสนานเมื่อไหร่ ส่งผลต่อกายดี
Big Assumptions to Live & Deal with Others Happily
- The map is not the territory
- There is no reality, only your reality (เล่าเอง)
- Everyone is doing the best they can with the resources they have available ใครก็ตามที่ผิดพลาดไปแล้ว ต้องเติม อย่าตราหน้า
- Have behavioral flexibility ทำอะไรผิดพลาด ไม่มีคำว่าล้มเหลว
- There is no failure, only feedback
การชื่นชม หากจะชื่นชมลูก ชื่นชมลูกน้อง พฤติกรรมเป็นอย่างไรต้องชมคุณสมบัติด้วย เช่น ทำ report ถูกต้อง ให้ชมผลงาน ยิ่งกว่านั้น ตั้งแต่ทำงานมากับ.... รอบคอบ ละเอียด ชมคุณสมบัติพฤติกรรมนั้นด้วย
วิชาที่ 5 Personality and Social Skills Development
โดย อาจารย์ณภันวรรณ จิลลานนท์
Image ภาพลักษณ์ภายนอก
- แต่งกายและเครื่องใช้ที่แสดงถึงรสนิยมดี
- เสื้อผ้า........หน้า.........ผม
- Head to Toe
- Social & Business manners, Table manners
- Know how to use Body Language
- Know your Role:
- Know how to present yourself in the public
- Always active and lively
- Good posture
- 55% Look
- 38% Sound
- 7% Word
First Impression คือ ความประทับใจแรกพบ
บุคลิกภาพที่ดี
1) แต่งตัวดี
2) รู้จักกาลเทศะ
2)มาดดี
3)พูดจาดี
4)อารมณ์ดี
Head to Toe
- Social & Business manners, Table manners
- K
- มรรยาทบนโต๊ะอาหาร
- 55 % Look ศีรษะ จรดเท้า
- 38 % เสียง
- 7% Word คำพูด พูดแล้ว get ไม่
- แขนประมาณข้อมือ ปลายแขนแล๊ปออกมา 1 ซม.
- เสื้อเชิต ปกกว้าง ปกเล็ก แบบใหญ่ แบบติดกระดุม แนะนำให้ดูรูปหน้า หากหน้าเล็ก ใส่ปกเล็ก ใบหน้าใหญ่ ใส่ปกใหญ่
- กางเกง ความยาวของกางเกง
- ควรผูกปมควรดูใบหน้าเรา
- ความกว้าง ไม่ใหญ่ ไม่เล็กเกินไป
- ความยาว หัวเข็มขัด หรือกลางเข็มขัด
- ลาย ขีดลาย กับจุด ใช้ได้ตลอด
- เสื้อฟ้าอันตรายมาก คนขาวใส่ไม่สวย และไม่ควรใส่สำหรับคนผิวสองสี
- คนคอยาวติดกระดุมที่คอ
- บายเสื้อเชิต หลีกเลี่ยงลายเสื้อนอน
- อย่าอ้วน อย่าใส่เสื้อรัดติดตัว
- ใส่เสื้อเชิต พับแขนได้
- ควรเป็นรองเท้าหนัง แบบ formal
- กระโปรงไม่สั้น และไม่ยาวจนเกินไป
- รองเท้าต้องเข้ากับกระโปรง
- คนที่คอสั้น แก้ไขโดย ใช้เสื้อคอวี อย่าใส่คอติด อย่าปล่อยผม รวบผมให้เห็นลำคอ ใส่สร้อยแบบยาว
- คนอ้วน อกใหญ่ ให้นึกถึงถุงกระดาษที่พอง ๆ ต้องระวัง
- ผู้หญิงแขนใหญ่ หลีกเลี่ยงการเปิดแขน
- ไม่ควรใส่มาทำงาน เช่น เนื้อผ้านิ่ม
- ไม่ควรใส่เสื้อกล้ามมาใส่กับสูต
- บอกถึงรสนิยม ให้ลงทุนกับรองเท้า เพราะเราต้องใช้ทั้งวัน เส้นประสาทรวมอยู่ที่เท้า
- เครื่องประดับกับผู้หญิง ที่คาดผมเอาพอดี บนศีรษะไม่ควรมีสีสันมาก
- กระเป๋า ไม่เน้นแฟชั่น ดูว่าถืออะไรสวย
- เครื่องประทับ เป็นเทรน
- รองเท้าไม่ควรใส่เปิดหัว หรือหัวตื้น
- กรณีใช้รองเท้าเปิด ไม่ควรใส่ถุงน่อง
- รองเท้าผู้ชายที่หัวตัด หนา แข็ง ไม่สง่า (ใส่ถุงเท้าสีเดียวกับรองเท้า) รองเท้าที่เหมาะสม หัวเรียวนิดหนึ่ง ทำให้ดูสูงรองเท้าผ้าใบ หลีกเลี่ยงผ้าใบ
- เข็มขัด ให้เข้ากับหน้า หน้ากลม หน้าเรียว
- นาฬิกา ตามแฟชั่น
- ปากกา หากนั่งโต๊ะบริหาร ไม่ควรใช้ปากกาทั่วไป ควรมีปากกาติดตัวที่เหมาะสม
- มือแนบตัว ก้มศีรษะ พนมมือวางกลางอก ไม่ย่อตัว (ไม่ถอนสายบัวกับบุคคลทั่วไป)
- ไม่กล่าวคำว่า หวัดดี แต่ควรกล่าวคำว่า สวัสดี
- ทางธุรกิจ ต้องยืน จับหลวม ๆ
- คนยื่นมือให้ ต้องปล่อยมือก่อน 3 ครั้ง
- หากไม่คุ้นเคยกัน ไม่ต้องประกบมือกัน
- ในงานสังคม นั่งอยู่ที่โต๊ะ ต่างชาติมาจับมือ ผู้หญิงไม่ต้องลุก
- เจ้านาย ลูกน้อง เราต้องเดินตามเจ้านาย เดินซ้ายมือเจ้านาย
- กรณีมารับผู้มาติดต่อเจ้านาย และต้องนำทาง มือขวาเป็นมือที่เปิดทาง เชิญค่ะ เชิญครับ ต้องเดินนำด้านขวา
- นั่งครึ่งเก้าอี้ รองเท้าวางเป็นบ่ายสองของนาฬิกา วางกระเป๋าข้างหลัง
- นั่งไขว่ห้าง ผู้ชายห้ามยกเท้าไปทางสตรี หรือผู้นั่งข้าง หรือเมื่อคนเดินผ่านควรเอาเท้าลง
ความประทับใจแรกพบ เห็นแล้วรู้สึกดี อยากคุยด้วย
ชีวิตมีห่วง 5 ห่วง ที่เกี่ยวกับบุคลิกภาพ
- แต่งตัว ขณะใส่สูตร หรือ ใส่เสื้อเชิตผูกเนคไท แขนยาว
- มาดดี
- อารมณ์ดี
- พูดจาดี
- รู้จักกาลเทศะ สำคัญ แต่งตัวอย่างไร ตอนไหน เหมาะสมกับสถานที่กับสถาบันที่มีเกียรติ
ศิลปะการแต่งกายสไตล์นักบริหารยุคใหม่
สี สีโทนร้อน (Warm Color) VS สีโทนเย็น (Cool Color)
สีโทนร้อน แดง เหลือง ชมพู ส้ม น้ำตาล ทอง
สีโทนเย็น น้ำเงิน เขียว ขาว เทา เงิน
ผิวสีคน
คนที่ผิวสองสี ให้เลี่ยงที่มีสีดำหยดลงไป เลี่ยงสีเทา หากเป็นยูนิฟอร์ม ใช้เครื่องประดับแทน หรือผู้ชายใช้เนคไท แทน
สีน้ำเงิน หากเป็นน้ำเงิน อย่าใช้น้ำเงินหยดดำ
สีมัว ๆ ไม่ดี ม่วงมัว
เสื้อเชิต เทาดำ ไม่เหมาะ เพราะจะเป็นสีมัว ๆ
การทาเล็บ
ผิวดำ ชอบทาเล็บสีแดงก่ำ ดูไม่เหมาะ
สีน้ำตาล อย่าออกแดง ทำให้คล้ำ
สีเหลือง ความมั่งครั่ง ความวิจิตรวิลิศมาหลา
สีดำ
สีเงิน ความโก้ เพรียว มีเสน่ห์ หรูหรา
สีเขียว ความเจริญรุ่งเรือง สุขภาพดี ความอุดมสมบูรณ์ ความร่มเย็น ....
สีขาว
สีเทา ความเป็นทางการ หัวโบราณ ทันสมัย ควรเลี่ยง แม้คนขาว
สีม่วงแดง
คุณผู้ชาย ใส่สูท
เนคไท
เสื้อเชิ้ต
รองเท้า
ผู้หญิง
รองเท้า
สิ่งที่ไม่ควรทำ
Visual Poise
การแต่งกาย
ท่วงท่าอริยบท
การไหว้
เป็นการลดฐิทิ ลดตัวตนของตนเอง เป็นวัฒนธรรมไทย
การเช็คแฮน
การเดินนำ เดินตาม
การนั่ง
การยืน
- ขาผู้หญิง บ่ายสองโมง กับ 10 นาฬิกา จะทำให้แม่นมั่นกว่า มือทิ้งลงไป ปล่อยสบาย ๆ
- ผู้ชาย ยืนปลายเท้าไม่ชิดกัน ไม่ล้วงกระเป๋า
- ท่าเดินที่แม่นมั่น ส้นเท้าลงก่อน
- แนะนำผู้หญิงก่อน
- สมมตเป็นแฟนกัน รู้จักกันมาก่อน สวัสดีค่ะ คุณณรงค์ มาจากไหนค่ะ (ไม่ควรถาม)
- ระยะห่างที่เหมาะสม ประมาณ 1 ช่วงแขน
- ให้เกียรติผู้หญิงก่อน บอกประวัติเล็กน้อย ... ภรรยาผมครับ ยินดีที่ได้รู้จัก (ไม่นิยมแล้ว โบราณไป)
- สวัสดีครับ คุณณรงค์ ดีใจจังเลย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน.... เช่นเดียวกันครับ ที่รัก (ภรรยา) นี่คุณณรงค์ เพื่อนผมครับ เรียนมาด้วยกันตั้งแต่มัธยม คุณณรงค์ครับ นี่ภรรยาผมครับ ชื่อนิดหน่อย ภรรยา: สวัสดีค่ะคุณณรงค์ เคยได้ยินชื่อคุณบ่อย ๆ ค่ะ
- แนะนำเจ้านาย กับลูกค้า แนะนำใครก่อน ? เจ้านายค่ะ นี่คุณพิสิทธิ์ ลูกค้าของเราค่ะ ใครสำคัญเรียกชื่อคนนั้นก่อน
- ตองไม่ใส่ใจ เพราะแสดงว่าเพื่อนเราเขาไม่ได้แนะนำ เราต้องเฉย ๆ (ต้องวิเคราะห์คนให้เป็น ว่าเขาอยากให้เรารู้จักคนนี้ไม่)
- ท่าไม่งาม เช่น หน้าท้องยื่น ยืนพักขาไม่สุภาพ
- ไหล่ห่อ
- ก้นื่นไปหลัง
- มาคนเดียวนั่งตรงกลาง (โซฟาตัวใหญ่)
- มา 2 คน ผู้ชายนั่งใกล้ประตู (ไม่ให้ผู้หญิง ผู้ใหญ่นั่งใกล้ประตู)
- มา 3 คน ไม่ต้องนั่งเรียงพระอันดับ
- นั่งไกลประตู เราจะได้เตรียมตัวได้ ปลอดภัย
- ไม่ไขว่ห้าง
- ไม่เล่นโทรศัพท์
- นั่ง 3 คน คนมารับนั่งหน้า แล้ว 3 คนนั่ง : เบอร์ 1 หลังคนขับ เบอร์ 2 นั่งซ้าย ตัวเรานั่งตรงกลาง
- รถตู้ ให้ผู้ใหญ่นั่ง: ตรงกลาง ไม่ควรนั่งหน้าเกินไป หรือหลังเกินไป คนหนึ่งต้องนั่งด้านในก่อน ผู้น้อยขึ้นก่อน เวลาลงผู้ใหญ่ลงก่อน
- ผู้หญิงขึ้นก่อน (ความปลอดภัย)
- ผู้ชายลงก่อน
- เจ้าบ่าวนั่งขวา เจ้าสาวนั่งซ้าย
- คนถือหอยสังข์ ยืนฝั่งเจ้าบ่าว
- รดเจ้าสาวก่อน
- วิธีการรดน้ำ รดจุดเดียว ไม่ต้องลากขึ้นลง
- ทำอย่างไรให้นำความคิดที่แตกต่างมาทำให้เป็นรูปธรรม
- คิดต่างอย่างไรให้คนยอมรับในความต่าง (คุณสโนไว)
- มั่วสุม เจอเตียง หลับ กรน รบกวนคนอื่น
- มั่วสุม แยกชายกับหญิง
- หลับ กรน หากิจกรรมที่ไม่ให้หลับ และอาจมีกิจกรรมที่ให้หลับ (incubation การบ่ม)
- ราคา การตั้งราคาให้สูง อาจพาไปทานอาหารข้างนอก
การเดิน
การแนะนำ
กรณีเขาไม่แนะนำ
การยืน
การเรียกขานสรรพนาม (สถานการณ์ตอนไหนเหมาะ) ต่างจังหวัดนับญาติกัน ป้า น้า แต่ถ้าในสถานการณ์ที่ทำงานไม่เรียก ป้า น้า ให้เรียก คุณค่ะ คุณครับ หรือ คุณหมอค่ะ หากไปตลาดขายผัก เรียก คุณยายขา ราคาเท่าไหร่ค่ะ น่ารักกว่า -> ต้องวิเคราะห์ด้วย
การนั่งเมื่อไปบ้านผู้อื่น
ห้องประชุม
การนั่งในรถ
การลงบันได
การลงบันได
รดน้ำสังข์
กฎ 5 ข้อ (คิดอะไรไม่ออก นำหลัก 5 ข้อ)
- การให้เกรียติ
- ความสะดวกสบาย
- อัธยาศัยไมตรี
- ปลอดภัย
- ความมีระเบียบเรียบร้อย
ประเพณีรดน้ำ ดำหัว
จัดแบบล้านนา เอาน้ำใส่ขันเงิน เอาไปให้ผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เอามือจุ่มน้ำ แล้วเอาลูกศีรษะตัวเอง
วิชาที่ 6 Key words of success: Leadership-Mindset-Thinking outside the box –Thinking
new box
โดย อาจารย์ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์
ความคิดสร้างสรรค์
ไอสไตล์ พูดถึง Insanity คือ การทำสิ่งเดิม ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และคาดหวังว่าผลที่ได้ตามผลลัพธ์เดิม
คิดนอกกรอบ แนะนำตัวเอง ผ่านนามบัตร ระบุตัวตนไว้ด้านหลังบัตร ...ชอบส้มตำ ผัดสะตอ.... เดือนเกิด ... การศึกษา ..... Back to the future (ภาพยนตร์ที่ชอบดู) ข้อดี ..... ชื่อบริษัท....
ทำต่างจากเดิม คิดต่างจากเดิม เรียกว่า ความคิดสร้างสรรค์
กิจกรรม 1
จับคู่ (ร่างกายใกล้เคียงกัน) ต้องบอกได้ว่าอะไรใกล้เคียงกัน เช่น ความสูง รองเท้า ตาดำเท่ากัน .... เส้นผมยาวเท่ากัน
เราอยากเห็นผลลัพธ์ของเราต่างไปจากเดิมอะไรบ้าง ? 1 นาที
คู่ของเราอยากเห็นผลลัพธ์ต่างไปจากเดิมอย่างไร
ความเห็นจากผู้เข้าอบรม เลือกมา 2 คน
- ให้นักเรียนเรียนผ่านทั้งห้อง
- อยากให้ผู้ป่วยที่นอนติดเตียงมีความสุขมากกว่าเดิม
ผลลัพธ์ที่น้อยลงกว่าเดิม มีการสูญเสียน้อยลงกว่าเดิม / ใช้เวลาน้อยลง
- อยากให้คนมาเจาะเลือดใช้เวลาน้อยลงกว่าเดิม
- ให้มีเวลาจัดการข้อมูลน้อยลง อยากให้ระบบ IT ช่วยทำให้เวลาสั้นลง
มีใครบ้างที่คู่ของเราไม่มีคำตอบ แสดงว่าผลลัพธ์ทุกวันนี้ดีแล้ว
(ไม่มี)
พวกเราควรคุยกันในผลลัพธ์ที่ต่างไปจากเดิม
กิจกรรม 2
ตั้งคำถาม ที่อยากได้คำตอบที่เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ ที่คาใจ ที่ติดขัด สิ่งที่อยากรู้เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ ?
แลกความเห็นกัน
เดินไปหาคู่ใหม่ ไม่ซ้ำคู่เดิม และไม่ถือกระดาษของเราด้วย และตัดสินใจร่วมกัน ถ้าเรามีคะแนน 7 คะแนน เราจะแบ่งคะแนนอย่างไร ตามความน่าสนใจของคำถาม เขียนคะแนนด้านหลังแผ่นนั้น แล้วแลกกัน
จับคู่ใหม่รวมคะแนน นับใหม่ เป็นคะแนนสูง (คะแนนสูงขึ้นเรื่อย ๆ แสดงว่าเรื่องนั้นสำคัญ) แล้วค่อยทยอยตอบคำถามจากคะแนนสูงสุด
ความเห็นจากกลุ่ม
- คะแนนสูงสุด 27 อยากรู้ว่ามนุษย์เกิดมาทำไม (คนเขียนชื่อ นาโต้).... แล้วจะรู้ไปทำไม ความรู้ที่จำเป็น ใช้ประโยชน์ได้ ควรถามคำถามที่อยู่ในกำมือ ... เกิดมาเป็นหมอ รักษาคนไข้ ดูแลผู้ป่วย เกิดมาทำในสิ่งที่เราชอบ เราถนัด เพื่อประโยชน์ของผู้อื่น
- คะแนน 26 25 24 23 22 21 (ไม่มี)
- คะแนน 20 ถามว่า
- มาที่ O ค่อย ๆ หาทางเคลีย
ภาพดาว เป็นประกาย สีเขียว เป็นสัญลักษณ์ของความคิดสร้างสรรค์ ทุกคนมีเมล็ดพันธุ์แห่งความคิดสร้างสรรค์ แต่เสียดายที่ถูกขังอยู่ในกรอบ เมื่อคิดแปลกใหม่หลายคนบอกว่าคิดไม่ออก หรือ คิดแล้วไม่ยอมให้ความคิดมันออก
ภาพ เห็นควายมันลอยอยู่ในหัว ไม่กล้าออก กลัวคนอื่นเห็นว่าเราเป็นควาย / เอาเป็นกลิ่น กลิ่นโคลนลอยมา / เสียง นกเอียงแว่วมาแต่ไกล โง่ 3 เด้ง ควายจมปลัก และนกเอี้ยงมาอยู่ด้วย ติดกรอบ -> เท่ากับติดกรอบความคิด ตัวแม่ คือ “ความกลัว” กลัวคนหัวเราะ กลัวแตกแยก ฯลฯ บางครั้งคิดได้ แต่มาติดอีกกรอบ เช่น ติดนโยบาย กฎระเบียบโรงพยาบาล เกินงบประมาณ เรียกว่า กรอบสังคม
ติดเรื่องผิดขนบธรรมเนียมประเพณี -> ติดกรอบสังคม
ทำให้การคิดกลับไปที่เดิม ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ต้องคิดกระโดดนอกกรอบ คิดโดยไม่ต้องสนใจอะไร ทั้งงบประมาณ นโยบาย วัฒนธรรม ฯลฯ คิดแบบนอกกรอบ Outside the box นำความคิดเลี้ยวเข้ามาในกรอบองค์กร สังคม และ Landing เอาความคิดเรามาอยู่ในกรอบสังคม นโยบายฯ เรียกว่า เป็นการคิดคร่อมกรอบ เป็นครึ่งหลังของการคิดสร้างสรรค์
วิธีการ : มาจาก CEF creative Educatio Foundation
- คิดถึงข้อดีของความคิดของเรา -> Pluses คิด บวก + +
- คิดถึงข้อดีที่อาจเกิดในอนาคต ->Potential
- คิดถึงว่าติดอะไร กังวลอะไร แต่ว่าอะไร ->Concerns
- พยายามทะลุทะลวงข้อ 3 หลบ เลี่ยง หรือทะลุให้ได้ -> Opportunities
การคิดคร่อมกรอบ PPCO
ตัวอย่าง
เดินผ่านโรงแรมแห่งหนึ่ง มีต่างชาติพกกระเป๋าใบเดียว (backpack) มาพัก รวมกันพัก 3 เตียง 8 เตียง จำนวน 18 คน 4 เตียง -> คิดนอกกรอบ คิดอบรม
- ใกล้ชิดกันดี นอนรวมกัน
- ข้อดีในอนาคต (เพียงอาจจะ ก็ OK) อาจเป็นรูปแบบใหม่ในการสัมมนา
ขณะคิดมีตัว C concern มาเป็นระยะ ขอ pluses และ Potentials
ถ้าเข้าไม่ได้ พักไว้ก่อน PPCO เหมือนบ่มความคิด
ตัวอย่าง ร้านเซนามิก
ทำเสร็จ ต้องบรรจุกระดาษ ผลลัพธ์ในการห่อไม่ดี เริ่มช้าลง ผู้บริหารอยากเห็นการห่อเร็วขึ้น ให้ลองคิดไอเดียใหม่ ๆ ห่อช้าเพราะ อ่านกระดาษที่หอทำให้เสียเวลา -> เปิดโอกาสให้คนตาบอดทำงาน ความเห็นของกลุ่ม -> ปิดไฟ
กิจกรรม
ระดมความคิดนอกกรอบ ใครมีไอเดียอะไร บอกออกมา ไม่สกัดกั้นความคิด ระลึกเสมอว่า Idia ที่ออกมา
- ทำ PPCO
- เมื่อคิดเสร็จจะพบ เพชฌฆาตความคิด
ความคิดกลุ่ม
วิธีการ
- คิดนอกกรอบ การสัมมนาในโรงแรม backpack
- เสนอเจ้านาย เกริ่น “ที่หัวหน้าสั่งไว้...”
- นำเสนอความคิดที่ทำ PPCO
- ถามหัวหน้าถึงข้อดี (รับฟังความคิดเห็นเจ้านาย เพื่อหาข้อมูลเพิ่ม)
- ปฏิบัติการ
- นำเสนออีกครั้ง : ทบทวนที่สั่งและข้อมูลใหม่
- สรุป
- ชื่นชมหัวหน้า
สรุป 5 ขั้นตอนในการเสนอไอเดียใหม่ ๆ
- ทำให้ หัวหน้า “สั่ง” ให้เราคิด -> ต้องการให้หัวหน้าพูดว่า “เธอไปคิดมาซิ”
- เสนอไอเดียตามที่หัวหน้า “สั่ง” (ถ่อมตน)
- “ถาม” หัวหน้า ถึงข้อดี -> ทำได้ดีอย่างไร
- ขอให้ หัวหน้า “สอน” เพิ่มเติม
- เสนอไอเดียเพิ่ม (4) ตามที่หัวหน้า “สั่ง” & “สอน” -> หัวหน้าจะให้ไปลองไม่ (อย่าพูดว่า หัวหน้าอนุมัติไม่ เป็นการบังคับไป
17/7/58
นำเสนอการบ้านที่ผมให้โจทย์ไว้ 2 ข้อ คือ วิกฤติในคณะแพทย์ฯ แบบมาแล้วมาอีก (Permanent Crisis) และมาหลายรูปแบบชนิดขนมชั้น ( Multiple) เกิดขึ้นอย่างไร และอธิบายข้อแตกต่างระหว่าง Attitude / Mindset / strategy และยกตัวอย่าง mindset ที่เป็นอุปสรรคในการขับเคลื่อนคณะแพทย์ฯ และให้คำแนะนำในการปรับ Mindset เพื่อการพัฒนาและหลักสูตรนี้จะช่วยได้อย่างไร
วิชาที่ 7
Learning Forum & Workshop
หัวข้อ “การบริหารจัดการการเงินสำหรับนักบริหาร และ Public Finance”
โดย ดร. กุศยา ลีฬหาวงศ์
สรุปบันทึกการเรียนรู้
โดย ทีมงานวิชาการของคณะแพทยศาสตร์ มอ. และ Chira Academy
วิชาที่ 7 กาบริหารจัดการการเงินสำหรับนักบริหาร และ Public Finance
โดย ดร.กุศยา ลีฬหาวงศ์
Gen M -> Millennium อยากรู้อยากเห็น อยากทำงานสบาย Gen Y ไม่มี (คิดนอกกรอบ คิดนอกคอก)
ผู้เข้าร่วมอบรม เกี่ยวกับการเงินด้านการจัดซื้อ เบิกจ่าย วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ พิจารณาการใช้จ่ายของหน่วยงาน รายรับ รายจ่าย ทำอย่างไรให้การใช้เงินได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งเงิน สิ่งของ กิจกรรม เกี่ยวข้องส่วนตัว
การเงินเป็นเรื่องใกล้ตัว ทุกคนเกี่ยวข้อง อย่างน้อยเงินในกระเป๋าของเรา การบริหารเหมือนกัน ทั้งส่วนตัว และของหน่วยงาน ปัจจุบันเป็นโลกาภิวัตน์ หรือโลกไร้พรหมแดน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนสามารถตรวจสอบได้
การเงินที่เราควรจะมี
- Modern Financial Management การจัดการ
- Budget การเงินงบประมาณ
- Introduction
- Basic Concept
- A Few Basic Terms
- Financial Statements and Reports
การเขียนรายงานเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้รับอนุมัติ หรือเห็นชอบจากผู้บริหาร และผู้อนุมัติต้องรู้บทบาท หน้าที่ ควรแลกเปลี่ยน ระบบธนาคาร เมื่อจะให้สินเชื่อต้องดูอะไรบ้าง ควรเขียนรายงานประเด็นที่ธนาคารต้องใช้ในการตัดสินใจ การนำเสนอจะให้ระยะเวลาน้อย
Introduction
- Financeil Market and Financial Institutionตลาดเงิน ตลาดทุน
- Money market and capital market
- Investment
- Financial Management
ฝากเงิน ธนาคารล้ม (กรีซ)
ตลาดการเงิน กับตลาดเงิน (money market) แตกต่างกัน
ตลาดการเงิน Financial Market
แบ่ง 2 ประเภท
- ตลาดการเงินในระบบ : ตลาดเงินในระบบ ตลาดทุนในระบบ มีกฎหมาย กฎระเบียบ ฟ้องร้องได้
- ตลาดการเงินนอกระบบ : ตลาดเงินนอกระบบ ตลาดทุนนอกระบบ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของคนสองฝ่าย ไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมายเสมอไป ส่วนใหญ่ที่พบเป็นนอกกติกา ตกลงระหว่าง ผู้กู้ กับผู้ให้กู้ ไม่ได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร หรือบันทึกไว้ไม่ชัดเจน
ตลาดการเงิน (Financial Market)
- ตลาดส่งมอบทันที (Spot Market)
- ตลาดซื้อขายล่วงหน้า (Future Market) เหมือนการจองรถ และขายใบจองต่อได้ทันที หรือจัดซื้อจองบ้าน ขายต่อได้ทันที ปัจจุบันตลาดล่วงหน้า เช่น การสั่งซื้ออุปกรณ์ทางกาแพทย์ หากซื้อโดยตรงต่างประเทศ ซื้อจ่ายเงินดอลล่า แต่กว่าจะส่งของอีก 2-3 เดือนข้างหน้า เงินดอลล่าอาจเปลี่ยนแปลง ต้องพึ่งตลาดซื้อขายล่วงหน้า จองซื้อที่ธนาคาร กรณีลดลง หรือเพิ่มขึ้น ธนาคารจึงได้ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ไม่ว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร เราก็สามารถแลกได้ตามที่ตกลงในสัญญา เป็นการป้องกันความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่สำหรับนักเกงกำไร หากเกงว่าจะขึ้น (ขึ้นจาก 34 เป็น 37 เรียกว่า บาทอ่อน) จัดซื้อไว้ การเกงกำไรทำให้ประเทศแย่เมื่อปี 2540(จอห์นโซลอต มาซื้อเงินบาทของไทย)
ตลาดการเงิน หมายความรวมถึ
- ตลาดเงิน เป็นการให้กู้ยืมสภาพคล่องระยะสั้นแก่สถาบันการเงิน ผ่านตลาดกู้ยืมเงินระหว่างธนาคารและตลาดซื้อคืนพันธบัตร
- ตลาดทุน เป็นการระดมทุนระยะปานกลางและระยะยาวที่ดำเนินการผ่านตลาดตราสารหนี้และตราสารทุน
- ตลาดเงินตาต่างประเทศ
4.ตลาดตราสารอนุพันธ์ เป็นตลาดสำหรับตราสารการเงินที่ให้ผลตอบแทนตามตัวแปรที่กำหนด เช่น USA ออกหุ้นกู้ขายให้ประชาชน
สถาบันการเงิน
ตามหลักการของระบบบัญชีประชาชาติ ประเทศไทยมีสถาบันการเงิน 3 ประเภท ได้แก่
1. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำหน้าที่ควบคุมดูแลสถาบันการเงินอื่น ๆ ไม่มีหน้าที่รับฝากเงิน ให้กู้ยืมเงิน มาว่ากับสถาบันการเงิน หรือบุคคลธรรมดา ไม่เกี่ยวข้องกับประชาชน หรือบริษัทเอกชน
2. (Bank) สถาบันรับฝากเงิน เช่น ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่รับฝากเงิน สหกรณ์ออมทรัพย์ เครดิตยูเนี่ยน และ กองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น เงินฝากที่ธนาคาร 1) ฝากประจำ 2) ฝากออมทรัพย์ (สะสมทรัพย์) 3) ฝากกระแสรายวัน (นิยมน้อยลงในบุคคลธรรมดา ส่วนใหญ่ใช้เช็ค คดีเช็คเป็นคดีอาญา เช็คเด้งแจ้งจับได้ทันที
3. (Non Bank) สถาบันการเงินที่ไม่รับฝากเงิน เช่น กองทุนรวม บริษัทประกันภัย กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทที่ให้สินเชื่อ(อิออน) บริษัทบริหารสินทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นต้น
ตลาดทุน (Capital Market)
- ตลาดแรก (Primary Market) ตลาดหลักทรัพย์ออกใหม่
2.ตลาดรอง (Secondary Market) ตลาดซื้อขายหลักทรัพย์
ตลาดแรก เป็นตลาดระหว่างผู้ลงทุน กับบริษัท หุ้นที่จะมาเสนอขาย หรือระดมทุนครั้งแรก เป็นนักลงทุนกับบริษัท เงินเข้าที่บริษัท บริษัท + นักลงทุน ตัวกลางเรียกว่า ผู้รับประกันการจำหน่าย
ตลาดรอง เป็นเรื่องระหว่างนักลงทุน กับนักลงทุน ซื้อกันเอง ไม่เป็นทางการ ตามกฎหมายมีกำไรต้องเสียภาษี ขาดทุนรัฐไม่รับรู้
ความแตกต่างระหว่างตลาดเงิน กับตลาดทุน
|
ตลาดเงิน |
ตลาดทุน |
|
ระยะเวลาสั้นครบกำหนดไถ่ถอน 1-3 ปี |
ระยะเวลาไถ่ถอนเกินกว่า 3 ปี ขึ้นไป |
|
สถาบันการเงินประเภทธนาคาร |
สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ |
|
ตราสารทางการเงินมีสภาพคล่องสูงและมีความเสี่ยงต่ำ |
ตราสารทางการเงินมีสภาพคล่องต่ำและมีความเสี่ยงสูง |
|
ให้รายได้ดอกเบี้ยที่แน่นอนแต่อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า |
ผลตอบแทนที่ได้รับเป็นเงินปันผลหรืออัตราดอกเบี้ยสูงกว่า |
|
หลักทรัพย์ระยะสั้นได้แก่ ตั๋วเงินคลัง ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน |
หลักทรัพย์ระยะยาว หุ้นกู้ หุ้นทุน พันธบัตรรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจ |
|
ให้กู้ยืมเพื่อการค้าและเงินหมุนเวียน |
ให้กู้ยืมเพื่อทุนและการขยายกิจการ |
|
การขอกู้ใช้การต่อรองอัตราดอกเบี้ย |
ใช้หลักทรัพย์ประกันการขอกู้ยืม |
ตลาดเงินความเสี่ยงผันผวน หากเปรียบเทียบกับตลาดทุน ความเสี่ยงน้อยกว่า
มูลนิธิบางแห่ง (เงิน 70 ล้านบาท) เก็บเงินไว้ที่ธนาคารประเภทออมทรัพย์ ไม่เสียหาย แต่เสียโอกาส การเอาเงินไปไว้เป็นเงินฝากเพื่อกันไว้สำรองการจ่าย เท่ากับไม่มีการวางแผนการจ่ายเงิน เนื่องจากการวางแผนงาน เช่น การก่อสร้างอาคาร มักจะมีแผนการทำงานเสมอ เราควรรู้ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน เอาโอนฝากโยกไปเข้ากองทุนตราสารหนี้ ไม่ต้องเสียภาษีดอกเบี้ย ได้รับดอกเบี้ยสูงกว่า
สถาบันคุ้มครองเงินฝาก: สคฝ. DPA (Deposit protection Agency)
- สถาบันคุ้มครองเงินฝาก จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2551 โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. 2551
- วัตถุประสงค์สำคัญตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายคือ
- คุ้มครองเงินฝากในสถาบันการเงิน
- เสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพาของระบบสถาบันการเงิน และ
- ดำเนินการกับสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน รวมทั้งชำระบัญชีสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
ต้องเป็นคนไทย และเป็นเงินไทย ต่างชาติฝากเป็นเงินไทย (บาท) ไม่คุ้มครอง
สถาบันการเงินภายใต้ความคุ้มครอง
ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ จำนวน 34 แห่ง อยู่ภายใต้ระบบคุ้มครองเงินฝากโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ดี หากต่อไปจะขยายความคุ้มครองไปยังธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ก็สามารถกระทำได้โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
การคุ้มครอง:
11 ส.ค. 55 – 10 ส.ค. 50 ไม่เกิน 50 ล้านบาท
11 ส.ค. 2558 – 10 ส.ค. 59 ไม่เกิน 25 ล้านบาท
11 ส.ค. 2559 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1 ล้านบาท
การลงทุน (Investment)
- การลงทุนโดยตรง (Direct investment) หมอเปิดคลินิก เป็นเงินตัวเองลงทุน โรงพยาบาลลงทุนสร้างตึก ประเด็นคือเงินมาจากไหน หากเป็นเงินกู้ ต้นทุนเป็นดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย หากเป็นเงินงบประมาณ (เงินภาษีที่รัฐบาลจัดมาให้เรา) มีต้นทุน (สรรพากรไปเก็บภาษี) ต้นทุนที่น่ากลัวคือ ความคาดหวังของเจ้าของเงิน คือ ประชาชน (คนเสียภาษี) การตรวจสอบมีมากขึ้น (เป็นต้นทุน) การตัดสินใจ ให้ดูที่ประโยชน์ + ความคุ้มค่าของเงินที่เราจะใช้ บางครั้งได้ประโยชน์แต่อาจจะไม่คุ้มก็ได้ ผลตอบแทนจากการลงทุนต้องสูงกว่า ความเสี่ยง คิดถึงเสร็จได้ไม่ เช่น สร้างระยะหนึ่ง เงินหมด ก่อสร้างยังไม่เสร็จ
- การลงทุนทางอ้อม (Indirect investment) ไม่เป็นหมอ แต่อยากมีคลินิก หรือรับจ้างเป็นผู้ให้บริการ / การซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์
- แหล่งเงินทุน (Source of Fund)
- ผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on investment)
- คิดในรูปของตัวเงิน
- คิดในรูปแบบร้อยละ
การบริหารเงินทุนหมุนเวียน (Financial Management)
- เงินสด อาจนำไปลงทุนในตราสารหนี้ แต่ควรขอตราสารหนี้จากธนาคาร
- ลูกหนี้การค้า ไม่มีการต่อรองราคา ไม่มีลูกหนี้การค้า จ่ายเงินสดอย่างเดียว สามารถใช้ประโยชน์จากเจ้าหนี้การค้า เช่น ยืดหนี้ให้ยาวที่สุด แต่อย่าทำให้เราเสียชื่อ การซื้อสินค้า ราคาเท่ากันซื้อผ่อน หรือขอ Credit
- หนี้สินระยะสั้น
- การหาแหล่งเงินทุน และการจัดสรรเงิน
- พิจารณาการลงทุน
มาดูก่อน
- เจ้าหนี้การค้า
- หนี้สินหมุนเวียนอื่น ๆ
- Project feasibility ดูความจำเป็น
- Return on investment คืนเงินได้อย่างไร -> คืนเป็นบริการสาธารณชน ->
ถ้าเรามีสิทธิประกันสังคม เราไม่เคยใช้สิทธิประกันสังคม (จ่ายได้ ก็ควรจ่าย) บางอย่างเริ่มต้นที่ตัวเรา - Cost of capital or cost of fund ทุน : เงิน คน ความเสี่ยง
- Decision making (ดูความคุ้มค่า)
Basic Concept :
1.Cash Accounting :
.......
Financial Statement and Reports
- งบแสดงฐานะทางการเงิน (Balance sheets) : ฐานะทางการเงิน สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ
- งบกำไร ขาดทุน เบ็ดเสร็จ (Income statement) : งบแสดรายรับ รายจ่าย แสดงผลการดำเนินงาน
- งบแสดงกระแสเงินสด (Cash flow statement) : ฐานะเงินสด แสดงที่มาของเงิน และเงินที่เหลือที่สามารถใช้ได้ -> ไม่มีอาจทำให้มีช่องทางการทุจริตได้
Risk Management
- Risk
- Factors ปัจจัยความเสียง
- Business risk เป็นความเสี่ยงของธุรกิจเอง ->โรงพยาบาลอาจมีความเสี่ยงน้อย
- Financial risk ความเสี่ยงทางด้านการเงิน หาไม่พอใช้ อาจเกิดจากการเอาเงินไปใช้ผิดประเภท คอรัปชั่น
- Other risk ความเสี่ยงอื่น ๆ ที่ไม่คาดคิด เช่น การปฏิวัติ งบประมาณทุกอย่างหยุดนิ่ง เกิดภัยธรรมชาติ อาจต้องมีแผนรองรับไว้ เมื่อทำแผนต้องมีแผนฉุกเฉินเสมอ
- Internal factors
- External factors
Risk Management
- SWOT แต่ทำค่อนข้างยาก เพราะจะได้แต่จุดแข็ง
- Budget จัดทำงบประมาณ ต้องทำแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาว หรือวางแผนให้จบโครงการ งบผูกพัน ต้องดูให้ได้ว่ามีงบผูกพันหรือไม่
- Financial analysis
- Others: insurance, diversification, swap, forward, options, derivatives
การจัดทำประมาณทางการเงิน
- งบลงทุน (Capital budget)
- งบรายจ่าย (Operating budget)
Land / building / equipment / machine / etc งบผูกพัน เช่น งบก่อสร้าง
- Direct cost : materisl / labour/ etc.
- Indirect cost: selling, general and administrative expenses, etc.
Type of Budgeting
- Last year plus system มองจากปีที่ผ่านมา
- Zero based Budgeting: process of creating a budget based on expectations for the corning year, without reference to previous year’s budget -> เอกชน ต้องมีเงินเหลือ ระวังเช็คเด้ง (เครดิตเสียหาย)
Budget Reporting
- Actual Result
- Budget
- Variance: difference between actual and budget
- Percentage variance
Budget Reporting
ต้องมีการทำรายงานประจำเดือน และเปรียบเทียบ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์สถานะทางการเงินได้ แก้ปัญหาวิกฤตได้
อ.จีระ
Financial อนาคตของคณะแพทย์เป็นอย่างไร ? -> รายได้ + research (ต้องถึงชุมชน) การเป็นผู้บริหารต้องเข้าใจทุกศาสตร์
ความสนใจ ต้องผสมระหว่าง สาขาวิทยาศาสตร์ กับ สังคม วิทยาศาสตร์
คำถาม
กองทุนตราสารหนี้
ธนาคารกรุงศรี ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ เราสามารถบอกธนาคาร และซื้อขายกับธนาคารได้เลย เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ เรียก FFF TFF กรุงศรี เรียก KF cash ก่อนเปิดบัญชีควรถาม ตราสารหนี้ธนาคารเอาไปลงทุนอะไรบ้าง
การโอนเงิน ควรโอนเข้าบัญชีกระแสรายวัน เพราะสามารถตรวจสอบที่มาของเงิน จำนวนเงิน หากเข้าประเภทออมทรัพย์ ไม่มีระบุรายละเอียด
คำถาม
มูลค่า การวิเคราะห์ cost ทางการรักษาพยาบาล วิเคราะห์ร่วมกับอสังหาริมทรัพย์ มีผลกระทบในภายหน้าไม่ ในการบริหารจัดการ
ราคาที่ดินผันแปรเยอะมาก ไม่ว่าภาครัฐ และเอกชน หากเราไม่มีจุดประสงค์ขายที่ดิน หรือไม่อยากรู้ ไม่อยากเพิ่มมูลค่า จะไม่นำมารวมในการคำนวณ เราเพียงคิดเราได้เปรียบในราคาประเมิน เพราะการตั้งราคาอัตราค่าบริการ ไม่ได้คิดในส่วนนี้ (เวลาคิดต้นทุนอย่าเอามูลค่าประเมินปัจจุบันมาวิเคราะห์)
ประเมินใหม่ ราคาที่ดินสูงกว่าเดิม
หลักบัญชีเป็นหลักบัญชีคู่ ที่ดินเพิ่มราคา จาก 100 เป็น 300 ส่วน 200 เป็นรายได้ (เสียภาษี) สมมตราคาประเมินปีนี้ลดลง 200 บาท เราไม่สามารถเรียกเก็บคืนจากสรรพากรได้
คำถาม
ความมั่นคงของกิจการ ควรวัดอัตราทางการเงิน กับสภาวะเศรษฐกิจ
ให้ดูปัจจัยความเสี่ยง ทั้งภายใน และภายนอก
วิชาที่ 8
3V & Innovative Project : โครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อพัฒนางานของคณะแพทยศาสตร์ มอ. (Problem Based Learning.....ภายใต้แนวคิดหลัก: วิเคราะห์อนาคต MED PSU ปี 2020 กับแผนการเตรียมความพร้อม (เรียนรู้แนวคิด ทฤษฏี 3 V – วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน (Where are we ?) กับเป้าหมาย (Where do we want to go?) นำไปสู่หัวข้อโครงการฯ ที่จะศึกษา โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อาจารย์พิชญ์ภูมี จันทรกมล ผศ.กิตติ ชยางคกุล
ข้อสังเกตเรื่อง 3V & Innovative Projects : โครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อพัฒนางานของคณะแพทยศาสตร์ มอ. (Problem Based Learning.....ภายใต้แนวคิดหลัก: วิเคราะห์อนาคต MED PSU ปี 2020 กับแผนการเตรียมความพร้อม ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ข้อสังเกตเรื่อง Mini-Research for Innovative Project
ฝึกวินัยในการตั้งโจทย์ หรือ Hypothesis ที่น่าสนใจ และนำไปใช้ได้ แล้วเก็บข้อมูลนำเสนอว่าตอบโจทย์ Hypothesis ที่ตั้งไว้ว่าทำได้หรือไม่ ถ้าทำได้ก็เดินหน้าต่อ ถ้าทำไม่ได้ก็เก็บข้อมูลพื้นฐานไว้ก่อน
จากการเรียนเพิ่ม V1 : Value add เพิ่มสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว V2 : Value create อะไรบ้างที่เราคิดว่าเป็นการทำงานใหม่นอกกรอบ แต่สามารถไปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะสร้างความยั่งยืน น่าจะประกอบไปด้วยปัจจัย 2 อย่าง (ที่พบมักทำเดิม ๆ เช่น ความพึงพอใจขององค์กร แต่ขยายไปองค์กรอื่น ๆ องค์การโทรศัพท์ / ตำรวจ ฯลฯ )
ก่อนที่จะตัดสินใจอย่างรอบคอบ ให้ explore แล้ว reduce หัวข้อไม่ใช่เฉพาะที่เรียน ขยายได้ มองที่อนาคตคณะแพทยศาสตร์ เพิ่มมูลค่า อันหนึ่งที่ emerge -> ให้ balance ระหว่างลูกพระราชบิดา กับ income อาจเชื่อมโยงกับอาเซียน เป็น discipline ในการตั้งโจทย์ สิ่งที่เราเห็นทิศทาง เก็บข้อมูล เพื่อตอบโจทย์ ขอให้เป็น outside the box (คิดนอกกรอบ)
หากจะขับเคลื่อน Project เป็นรูปธรรม ต้องมีตัวละครที่ชัดเจน และขับเคลื่อนเป็น V3: Value Diversity สร้างคุณค่า/มูลค่าจากการบริหารความหลากหลาย
ตัวอย่างของโครงการ รุ่น 1 และ รุ่น 2
- PPSH: Private Prince of Songklanagarind Hospital
- ศึกษาความคาดหวังของการจัดตั้ง “ศูนย์เสริมพลัง” รพ.สงขลานครินทร์
- การบริหารจัดการบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง : Talent Management Roadmap คณะแพทย์
- MED PSU Smart Health 2020 for Smart Living and Better Care Services
- โครงการบริหารจัดการระบบการดูแลผู้สูงอายุในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์
- Self – Financing Organization
- โครงการศูนย์ส่งเสริมสุขภาพสำหรับประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้ (ศสชต)
- ศูนย์สนับสนุนและพัฒนาความเป็นเลิศทางการแพทย์สงขลานครินทร์ (MED PSU Supporting and Developing Unit for Excellent Center / MED PSU-SDUEC)
- “ศูนย์การเรียนรู้และจัดการนวัตกรรมคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์” LEARNING AND INNOVATION MANAGEMENT CENTER: LIMC
10.Magnet Hospital for Excellent and Talent Staff of Med PSU 2020
ข้อดีรุ่นที่ 3 คือ มีการวางแผนล่วงหน้า อ.จีระ เป็นหัวหน้า research ทุกกลุ่ม และมี อ.กิตติ และ อ.จ้า และทีมงานมาช่วย
ข้อพึงพิจารณา
- Timing เวลามีไม่มาก
- ทำงานเป็นทีม คล้าย ๆ Workshop หาหัวข้อที่ Relevant และไปต่อยอด 3 V ให้ได้
- Secondary Data
- Primary Data / Questionnaires / Focus Group หรือ In-depth Interview
3.อยากเห็น V 3 กับ V 2 มาก คือ มองอะไรที่เป็นยุทธศาสตร์และสร้างสรรค์ และนอกจากสร้างสรรค์แล้วต้องทำให้สำเร็จ คล้าย ๆ จาก Creativity ไปสู่ Innovation แต่จะต้องเน้น Reality and Practical โดยมองจากองค์ความรู้ Basic Knowledge ที่มีและหาได้
วันนี้เป็นวันแรก.. หารือหัวข้อกันก่อน ควรจะเป็น Hypothesis ต้อง Relevant แต่ยังขาดการวิเคราะห์และเก็บข้อมูล ซึ่งจะยืนยันว่า Hypothesis ถูกต้องหรือไม่?
แต่ที่สำคัญที่สุด คือ
อ.จีระมี Passion แล้ว ทุก ๆ คนปรึกษาได้ เป้าหมาย คือ เรียนรู้ไปด้วย โดยเฉพาะช่วงที่เบรก ทุกวัน คือ คิดถึง Research และนำเอาแนวคิดที่เรียนทุก ๆ วันในห้อง + การอ่านเพิ่มเติม มาใช้ในการทำ Research อย่าให้แตกแยกไปจากการเรียนในห้อง ให้การทำ Research เป็นเนื้อเดียวกันกับการเรียน
3V & Innovative Project โครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อพัฒนางานของคณะแพทย์ มอ. โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์กิตติ ชยางคกุล
Theme
วิเคราะห์อนาคต MED PSU ปี 2020 กับแผนการเตรียมความพร้อม Past+Future
วิกฤติในคณะแพทย์ เมื่อเกิดแล้วเราจะแก้อย่างไร เราจะรับมือกับวิกฤติตัวนั้นอย่างไร ให้แต่ละกลุ่มนั่งคุยกัน มุมมองของสมาชิกแต่ละคนไม่เหมือนกัน ลองคิด ปัญหาร่วมของแต่ละกลุ่ม เลือกมา 5 ลำดับ
Project Methodology
- Who are we?
- Where do we want to go?
- How to do it?
- How to do it successfully?
- How to overcome obstacle and difficulties?
- Who are we ? มองตัวเอง
- Where do we want to go? มองเป้าหมาย
- How to do it? (มองแนวทาง)
- How to do it successfully? มองความสำเร็จ
- Problem-Based Approach
- Vision (2556-2559) เป็นคณะแพทยศาสตร์ชั้นเลิศระดับนานาชาติเพื่อสังคมไทย
- ต้องการเป็นอะไร อย่างไร
- ปัจจัยที่เกื้อหนุน มีอะไร
- Core value?
- How to do it ? มองแนวทาง
- วิเคราะห์แนวทางที่นำไปสู่เป้าหมาย
- วิเคราะห์จุดแข็ง และข้อด้อยของแต่ละแนวทาง
- วิเคราะห์ความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ
- วิเคราะห์ปัญหาที่จะเป็นอุปสรรคในการดำเนินการตามแนวทางนั้น ๆ
- วิเคราะห์ปัจจัยสู่ความสำเร็จ
- วิเคราะห์กลยุทธ์ที่จะใช้เพื่อสู่ความสำเร็จนั้น
- อนาคตในปี 2020 คณะแพทยศาสตร์ มอ. จะเป็นอย่างไร
- ปัญหาที่คณะแพทย์เผชิญอยู่ปัจจุบันจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของคณะแพทย์อย่างไร
- ทำไมปัญหาดังกล่าวจึงมีความสำคัญ
- เรารู้ได้อย่างไรว่าปัญหานี้สำคัญจริง
- แนวทางในการแก้ไขปัญหานั้นคืออะไร
- แล้วเราจะแก้ไขมันอย่างไร
- โครงการที่จะจัดทำเพื่อแก้และป้องกันปัญหาดังกล่าว
ตัวอย่างโครงการ
ปัญหาสมองไหล ใช้แนวคิด
- Magnet Hospital for Excellent and Talent Staff of Med PSU 2020 อะไรเป็น Magnet ไม่ให้สมองไหล
- การบริหารจัดการบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง (MED PSU Talent Management Roadmap to 2020)
- Self-Financing Organization ที่นี้มีคลินิกตรวจพิเศษทางช่องท้อง สร้างเม็ดเงินให้ คณะฯ ได้
- ศูนย์สนับสนุนและพัฒนาความเป็นเลิศทางการแพทย์สงขลานครินทร์ และพัฒนาไปสู่ทางด้าน marketing
มุมสังคมศาสตร์ หาทฤษฏีมาสนับสนุน หา metrology
การพัฒนาองค์กร มีหลายโครงการ เช่น
สร้างสุขภาวะที่ดี
- 2020 ผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาวะ
2.ฯลฯ
วิธีการ
ไม่ลืม 3 V and Innovative Project
- โครงการที่จะจัดทำเพื่อแก้และป้องกันปัญหา
- Project + 3V -> นวัตกรรม (Innovation)
- Value Added?
- Value Creation?
- Value Diversity?
6.นวัตกรรมของโครงการ ?
18-7-58
วิชาที่ 9
Panel Discussion& Workshop
หัวข้อ “วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับการทำงานของคณะแพทย์ฯ มอ.”
โดย ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล
ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านลอจิสติกส4
และอาจารย์ประจำหลักสูตรการจัดการลอจิสติกส์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ร่วมวิเคราะห์โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ดำเนินการอภิปรายโดย อาจารย์จีระเดช ดิสกะประกาย
...................................................
Where are we now and then? – เราอยู่ที่ไหนตอนนี้แล้วเราจะทำยังไงต่อไป
- Trend of Healthcare sector – demand driven
-
กรณีศึกษาของแผนยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาลกรุงเทพ
- วันนี้ รพ. เอกชน ก็ไม่ได้ทำงานหาเงินอย่างเดียว แต่เขาเน้นงานด้านวิชาการด้วย
- GDP GROWTH + AGING POPULATION + MEDICAL TOURISM
- Medical Tourism - - What we do?
- Proven Growth Strategy Though Hospital Network Expansion - - How do we growth? (Credit: BDMS investor presentation 2015)
- Global Hospital Ranking
- Increasing Healthcare Demand – Supply or Demand driven?
- PSU Clinical Personnel?
- More Pressure!!
- Challenging Issues
-แกนตั้ง คือ Focus on close geographic region
- แกนนอน คือ Service Focus (Get sickness fixed - - Keep people healthy)
- แกนตั้ง คือ Target Patients / Purchasing Power
- แกนนอน คือ
รพ. เอกชนเน้นให้คุณดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น คือ ป้องกันก่อนรักษา แต่ รพ.รัฐส่วนใหญ่ คือ เน้นการรักษาเมื่อเป็นแล้ว
คำถามท้าทาย คือ
- เราจะรักษาความสำคัญของเราไว้อย่างไร หากในอนาคตลูกค้าของเรามีทางเลือกมากขึ้นด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยี และ Logistic
- ในฐานะของโรงเรียนแพทย์ชั้นนำของประเทศ แต่วันนี้มีคู่แข่งมากขึ้น เราจะทำอย่างไรให้องค์กรของเรายังมีความหมาย
Diversification of Patient Mix
เริ่มจากระดับ
Social Security Patient –
Middle - Income Patient
High Income Patient
-เราเปรียบเทียบแล้วเรารู้ว่าเราโต แต่เราโตช้าว่าคนอื่น
-นอกจากเติบโตแล้วเราต้องมีส่วนแบ่งการตลาดที่สูงขึ้นด้วย
-จากภาพ
= THE DEMAND OF MEDICAL & HEALTHCARE
Past 25 Years or more, Thailand grow around 7 Percents
รายได้ทางการแพทย์ในปัจจุบันเพิ่มขึ้นประมาณ 7%
- ถามว่า..ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาจำนวนเตียงเราเพิ่มเท่าไหร่
- ตอนนี้ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่มาจะไปที่กรุงเทพฯ
- สิ่งที่น่าคิด คือ
- Efficient patient Response
- ได้ยินคำว่า “กินบุญเก่า” จากผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านทำให้วันนี้เราควรต้องกลับมามองตัวเองว่าเราจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้องค์กรของเราพัฒนาให้ก้าวหน้าแบบไม่หยุดนิ่ง
-รพ.ศิริราช --- มี รพ.ปิยราชการุณ
ความคิดเห็นจากผู้เข้ารับอบรม
- เกิดปัญหาสมองไหล แพทย์จาก มอ. ไปทำงานให้กับ รพ.เอกชนในกรุงเทพฯ
- วันนี้เราเป็นอีก Gen หนึ่งที่ควรจะต้องรู้ว่าเราจะต้องทำอะไร อย่างปล่อยให้องค์กรเดินไปโดยไม่มีทิศทาง ทำอย่างไรจึงจะปรับทัศนคติในการทำงานของบุคลากรในวันนี้ ที่คิดว่า ตอนนี้งานของเรามากอยู่แล้ว รับไม่ไหวแล้ว และไม่จำเป็นต้องมีลูกค้ามากขึ้น ให้ไปสู่การทำงานและทิศทางที่ถูกต้องเพื่อการพัฒนา การประชาสัมพันธ์จะทำอย่างไรที่ประชาสัมพันธ์โดยไม่ผิดหลักจริยธรรม
- การวัดการเติบโตของ รพ. โดยวัดแค่จากจำนวนเตียงอย่างเดียวไม่ได้ คณะแพทย์ฯ มอ. วันนี้ที่มองเห็นจากการพัฒนา คือ การบริหารจัดการ เช่น ความรวดเร็วในการ ให้บริการ ปริมาณผู้ป่วยที่มารับการรักษามีน้อยลง มีการบริหารจัดการการใช้เตียงที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากกว่าเดิม
อ.จีระ เสริมว่า..
การพูดความจริงกันในวันนี้ เวทีการเรียนรู้ครั้งนี้จะนำไปสู่การพัฒนาร่วมกันของทุกส่วนในองค์กร
อ.พงษ์ชัย ตอบว่า..
ประเด็นเรื่องเตียง เป็นการยกตัวอย่างให้เห็นเรื่อง Relevance กับ Irrelevance
Generation Gap
– ผู้นำหัวเก่าพูดให้คนอื่นเชื่อและทำตาม แต่ในยุคปัจจุบัน “คนรุ่นใหม่” จะทำตามหรือไม่?
- ผู้นำสมัยใหม่จะพูดให้คนอื่นคิด แล้วอยากทำตาม
...........................................................
-ตัวอย่างแผน 3 ปี ของ รพ.เอกชน ทำให้เห็น Passive Income กับ Active Income
-Growth Strategy กรณีนี้ใช้จำนวน รพ.ที่จะขยาย (มองเรื่องบุคลากรจากอาเซียนในอนาคต และซื้อตัวคนเก่ง ๆ มาช่วย) มีแผนการทำงานที่ชัดเจน ครบถ้วน
-การทำงานที่น่าสนใจ คือ การให้บุคลากรทำงานในสิ่งที่เค้าเชี่ยวชาญมากที่สุด อย่าให้เขาเสียเวลาทำเรื่องที่ไม่ถนัด
-สิ่งที่เราต้องคิด คือ เราคงไม่คิดทำกำไรเหมือนเอกชน แต่เราต้องมีกำไรเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
ปัญหาสมองไหลเกิดขึ้นกับคณะแพทยศาสตร์ มอ. หรือไม่
-Private Hospital
-Public Health Hospital
-Oversea Hospital
-Patient Protection Act
-Higher Operating Cost & Financial Risk
-High Competition
-Universal Coverage Scheme
-Government Budget Cutting
-High Standard or Operation & Services
-Modern Management Culture
-New & High – Tech Facilities
-Internationalization
ความคิดเห็นจากผู้เข้ารับการอบรม
-ประเด็นท้าทาย..ในวันนี้เราน่าจะการเลือกว่าจะแข่งกับใคร (เพราะเราคงจะอาจจะไม่สามารถแข่งกับทุกคนได้) และเราต้องพยายามเลือกที่จะดึงคู่แข่งของเรามาเป็นแนวร่วมของเรา
โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่ออ่านข่าวโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3
http://www.gotoknow.org/posts/592770
ที่มา: FIHRD-Chira Academy Newsletter รายปักษ์ ประจำวันที่ 23 กรกฎาคม – 6 สิงหาคม 2558
โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่อดูข่าวโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3
ที่มา: รายการ คิดเป็น…ก้าวเป็น กับ “ดร.จีระ”. ตอน : ผู้นำกับการแก้ปัญหาวิกฤต ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2558 ทางสถานีโทรทัศน์ TGN
โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่อดูข่าวโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3
ที่มา: รายการ คิดเป็น…ก้าวเป็น กับ “ดร.จีระ”. ตอน : ห้องเรียนคณะแพทยศาสตร์ มอ.รุ่นที่ 3 : เปิดห้องเรียน (ตอน 1)
ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2558 ทางสถานีโทรทัศน์ TGN
โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่ออ่านข่าวโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3
http://www.naewna.com/politic/columnist/19752
ที่มา: คอลัมน์บทเรียนจากความจริงกับดร.จีระ. แนวหน้า. วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2558 หน้า 5.
โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่อฟังข่าวโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3
http://mcot-web.mcot.net/fm965/site/streaming/id/5...
ที่มา: รายการวิทยุ Human Talk. ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2558 ทาง FM 96.5 MHz.







สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ประจำวันที่ 14 กรกฎาคม 2558
1. ปฐมนิเทศและแนะนำทฤษฎีที่สำคัญเพื่อการเรียนรู้
ในหัวข้อนี้ผมชอบประโยคที่ว่า “Learning how to learn” มันเหมือนเป็นการย้ำว่า ชีวิตก็คือการเรียนรู้แต่ก็ต้องมีวิธีการเรียนอย่างถูกวิธีเพื่อจะทำให้การเรียนรู้นั้นก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว
2. ทุนมนุษย์ Mindset Leadership และการทำงานในยุคที่โลกเปลี่ยน
การเรียนหัวข้อนี้ทำให้ผมต้องกลับไปค้นเพิ่ม what’s a mindset? แล้วก็ต้องเจอกับคำว่า perspective, paradigm, framework ล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวข้องกัน แล้วก็พอจะเข้าใจลางๆว่า mindset มันคือสิ่งที่อยู่ลึกในจิตใจ คล้ายๆกับความรู้สึกกลัวผีทั้งที่ไม่เคยเห็น นั่นแหละ
3. CEO-HR-Non HR-Stakeholders
ประเด็นที่น่าสนใจจาก case study ของ อาจารย์เกริกเกียรติ คือกระบวนการที่ ต้องใช้คน 3 คน ทำงานเพื่อรับค่าจ้างเท่ากับคน 4 คน แต่ต้องได้งานเท่ากับใช้คน 5 คนทำ นั้น มันเริ่มต้นจากอะไรก่อน/ใช้กับพนักงานระดับใด/แล้วทำอย่างไรให้ทุกอย่างลงตัว(ทุกคนพอใจ) อันนี้ผมว่าน่าคิดและนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานของเราได้
สุดท้ายผมชอบวิธีการเรียนนะครับ หลังการบรรยายก็จะมีคนสรุป(คุณกล้า)ชอบเรื่องหญ้า ครั้งแรกเป็น หญ้าแฝก ต่อมาเป็น หญ้าแพรก แอบลุ้นอยู่ว่า ครั้งที่สาม อาจเป็นหญ้าอ่อน ฮ่าๆๆๆๆ(เสียดายไม่มี)
นับเป็นการเรียนรู้ศาสตร์ด้านการบริหารอย่างเป็นทางการและหลักการครั้งแรกของผม
หลังจากได้พิจารณาเนื้อหาหลักสูตรอย่างละเอียด และเห็นวิธีการสอนของทีมวิทยากร ตลอดจนบรรยากาศการเรียนรู้
สิ่งที่ได้ในวันนี้ที่ถือว่าสำคัญและคุ้มค่าที่สุด คือ ความอยากรู้อยากเรียน ซึ่งเดิมมันเกิดขึ้นและอยู่เหมือนตัวอ่อน embryo แต่วันนี้มันพัฒนาและเปลี่ยนรูปร่างไปเป็น fetus แล้ว
(หลังปฏิสนธิเกิดเป็นตัวอ่อนที่อวัยวะยังไม่ครบสมบูรณ์เราเรียกว่า embryo ประมาณ 8 สัปดาห์จึงเกิดพัฒนามีอวัยวะครบถ้วนจึงเรียกว่า fetus )
ผมตั้งใจทำให้ fetus ตัวนี้เจริญเติบโตเป็นเด็กทารกลืมตาสู่โลกภายนอกให้ได้ครับ
สรุปประเด็น เรียนรู้สู่การปรับใช้ในการทำงาน 16-7-58
รู้สึกคุ้มที่ได้ทิ้งงานมาเรียน เพราะได้เห็นความรู้หลายด้านจากอาจารย์ และเพื่อนร่วมเรียน เหมือนดอกไม้ที่หลายสีที่เมื่อนำมารวมกันก็จะสวยงาม ชอบคำที่อาจารย์ที่พูดว่า “การเรียนไม่ใช่แค่เรียนจบแล้วจบ แต่เรียนได้ตลอดการทำงาน การใฝ่รู้ และเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา และการพัฒนาให้เป็นคนเก่งและเป็นคนดี”
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากบทเรียน วันที่ 15 กรกฎาคม 2558
ท่านอาจารย์ได้กล่าวถึง สังคมแห่งการเรียนรู้ สังคมการอ่านหนังสือ การทำงานที่ต้องทำควบคู่ไปกับการหาความรู้แล้วเอาความรู้ที่หาได้มาใช้ประโยชน์ ซึ่งมีหลายๆทฤษฎีด้วยกัน นอกจากนั้น การยกตัวอย่างบุคคลที่มีคุณค่าควรแก่การหาความรู้และแหล่งที่เราจะเรียนรู้ในหลายๆที่ด้วยกัน
เรื่องของ ทุนมนุษย์ คณะแพทย์ของเราได้มองเห็นถึงความสำคัญในการ “ปลูก” หรือพัฒนาคนในองค์กรซึ่งเป็นการเริ่มต้นทีดีที่จะนำไปสู่การพัฒนาเรื่องที่ดีๆ ในเรื่องของ mindset การปรับ fix mindsetต่างๆที่ไม่ดี เราสามารถทำได้
วิชาสุดท้าย อาจารย์ได้พูดถึง HR transformation สิ่งที่สำคัญคือการมี mildest ที่เป็นบวก และทำอย่างไรก็ได้ให้คนในองค์กร มองที่เป้าหมายเดียวกัน รวมถึงการส่งเสริมหรือพัฒนา soft skill ต่างๆเช่น การพัฒนาในเรื่องของความคิด
สุดท้าย..การมองนอกกรอบ (บ้าง) (Think outside the box) ภายใต้ความจริงที่เราต้องยอมรับ
เป็นสิ่งที่ยาก แต่สามารถทำได้ค่ะ
การเรียนรู้วันนี้ 15 กรกฎาคม 2558
1. จุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ ให้ตนเองอยากเรียนรู้/พัฒนา
**กำลังปรับพยายามปรับตัวเองให้เป็นสิงโต (เพราะ...ไม่อยากเป็น สุนัข 555)
2. CEO,HR,Non HR ต้องทำงานประสานไปด้วยกัน รู้หน้าที่ของแต่ละคน และเรื่องของการบริหารงานบุคคลเป็นหน้าที่ของทุกคน การปรับเปลี่ยนการบริหารงาน จะต้องมองเป้าหมายเดียวกัน เรียนรู้การทำงาน ไม่มองหาคนผิด แต่มองหาว่าสิ่งผิดพลาดนั้นจะแก้ไขได้อย่างไร
การใช้คนทำงาน 3 คน จ่ายค่าแรงเท่ากับ 4 คน เพื่อให้ได้ผลผลิตเท่ากับ 5 คน เป็นประเด็นที่น่าสนใจแต่จะทำอย่างไรในองค์กรของเรา
การเรียนรู้สำหรับวันแรก....15 กค 58
Lesson learn คือ...วิชาแรกการปฐมนิเทศและแนะนำทฤษฎีที่สำคัญเพื่อการเรียนรู้...เริ่มจากการ C-U-V ค่ะ คือ เรียนรู้จากรุ่นที่ผ่านมา สิ่งที่ดี Copy อย่าง Understanding และทำให้เกิด Value Creation..ทำให้เกิดความเชื่อมั่น และเห็นประโยชน์ และสร้าง inspiration ของการเรียนรู้ How to? จากผลงานความสำเร็จที่ผ่านมาของหลักสูตร....อาจารย์แนะนำให้เกิดการปะทะทางปัญญา เติมเต็ม Value ของการเรียน...อธิ หญ้าแฝก หญ้าแพรก ข้าวตอก...เป็นคลังข้อคิดสะกิดปัญญาทั้งสิ้น รวมถึงการแนะนำหนังสือ และสื่อหลายช่องทางให้เรียนรู้นอกห้องเรียนได้....เพื่อการพัฒนาตัวเอง งาน และชีวิตแบบ lifelong learning นอกจากนั้นคำว่า ผู้นำที่ว่า...."ส่วนหนึ่งมาจากพรสวรรค์ แต่สิ่งสำคัญคือ การเรียนรู้และการฝึกฝน"...ขณะเดียวกัน 2R's มองความจริง ตรงประเด็น 2I's จุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ 3V's สร้างคุณค่า สร้างมูลค่าใหม่ สร้างคุณค่าจากการบริหารความหลากหลาย 3L's เรียนรู้จากความเจ็บปวด จากประสบการณ์ และจากการรับฟัง ที่สามารถ "Turn ideas into action"...จาก "Learn Care Share..."
Lesson learn วิชาที่ 2 ทุนมนุษย์-Mindset Leadership และการทำงานในยุคที่โลกเปลี่ยน....
8K’s+5K’s เป็นการเรียนรู้ที่เข้าใจทฤษฎีพื้นฐาน และทฤษฎีทุนใหม่เพื่อพัฒนาในยุคใหม่..ที่ชอบคือทุนที่มองไม่เห็นขององค์กรคือ…Happiness…ที่เป็น Social networking…โดยยังต้องคำนึงถึง จริยธรรม ความยั่งยืน และปัญญาต้องมาก่อน มาถึงตรงนี้ยอมรับว่า มุมมองของ Mr.William E.Heinecke..จากหนังสือ The Enterpreneur ที่โดนใจตั้งแต่ข้อแรก “Find a Vacuum and Fill it” และอีกประโยคที่ชอบมากคือ “Act quickly in a Crisis”…พอมาถึงตรงนี้ก็ได้ทำ Mind map ไว้เท่าที่จับประเด็นได้
เราต้อง Set สิ่งที่เป็น Mindset หรือ inner belief คือความเชื่อลึกๆที่อยู่ข้างใน.....ซึ่ง "Cultivation is not as important as Harvesting" "การเพาะปลูกสำคัญก็จริง...แต่การเก็บเกี่ยวย่อมสำคัญกว่า"และประเด็นที่โดนใจอีกประการคือ การ Flexible Mindset และ Growth Mindset นะคะ "ลูกพระบิดา"
Lesson learn วิชาที่ 3 คือ CEO-HR-Non HR-Stakeholders วิชานี้ทำให้เรียนรู้ว่า ลูกค้าคิดอะไร? ผู้ขายต้องการคนที่เป็นลักษณะใด? และ Competency อะไรที่สำคัญ? นอกจากนั้นจะพบว่า การเน้นให้บุคคลสร้างคุณค่า มีความคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ เป็น Soft Skill ที่สำคัญกว่า Hard Skill และการพัฒนามนุษย์ที่สำคัญอีกประการคือ การให้เกิดผลทางการค้า Innovative thinking โดย"การต้องคิดให้เร็ว และมี Out resources สนับสนุนที่ดี" ในระหว่างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตัวอย่างที่ชวนคิดมีมากมายที่จำได้คือ Google Port polio ที่ต้องการคนที่มีประสบการณ์ และผ่านการฝึกทักษะที่ดีมากกว่าจะสนใจ GPA หรือสถาบันที่สำเร็จการศึกษา และการดูวิธีคิดของ Messenger ที่สะท้อนว่า "การศึกษาไม่สำคัญเท่ากับวิธีคิด" และสุดท้ายที่ได้ข้อสรุปคือ "การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ และการที่ เก่ง ดี แล้วต้องขาย idea ให้ได้ด้วย" และฟังประเด็นของคณะแพทย์จากผู้เข้าร่วมอบรมพบว่ามีประเด็นที่ต้องใช้ Strategy ขององค์กรหลายประการใน Multiple crisis ที่เกิดขึ้นของการบริการ การรักษาสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างไรก็ตาม "มูลค่าคน > มูลค่าทางการตลาด" ดังนั้นการ Communication จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเปลี่ยนแปลง.....
สรุปประเด็นโดนใจ
หัวข้อ ทุนมนุษย์ mindset Leadership และการทำงานในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงของคณะแพทยศาสตร์มอ.
วิชาที่ 2 โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เน้นเอาศักยภาพคนออกมา เช่น การทำงานที่มีความสุข โดยการปรับ mild set ของตัวเราเองก่อน ว่าพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือเปล่า ซึ่งการเป็นผู้นำที่ดีได้นั้นจะต้องมองภาพที่กว้างกว่าคนในโรงพยาบาล ซึ่งคุณสมบัติผู้นำในอนาคตคือ การจัดการกับวิกฤตที่เป็นอุปสรรคต่อคณะ ผู้นำที่ดีต้องมีความแกร่ง มีความมั่นใจ ต้องจริงใจต่อการแก้ปัญหา
นำไปใช้ประโยชน์ ในการปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวันทั้งในเรื่องการทำงาน routine ในการบริการคนไข้และ การพัฒนาในสิ่งที่แปลกใหม่ ตามโลกปัจจุบัน
วิชาที่ 3 ดร. เกริกเกียรติ ศรีเสริมโภค หัวข้อ CEO – HR – Non HR – Stakeholders
จัดการระบบที่มีปัญหาโดยการดูที่ต้นน้ำและปลายน้ำ มองคุณค่าให้กับคนได้ เช่น soft skill หรือความคิดสร้างสรรค์โดยสร้างนวัตกรรมได้ เกิดผลและสร้างมูลค่าในการทำงานและโรงพยาบาล
นำไปใช้ประโยชน์ ในการผลิตบัณฑิต รังสีเทคนิคให้ออกมามีความสามรถที่เฉพาะด้านสูง ตลาดต้องการ โดยให้เน้นทำ portfolio ว่าทำอะไรไปบ้างซึ่งจะเน้นวิธีคิดและผลงานของนักเรียน ส่วนประโยชน์ของบุคลากรการทำงานคือ ได้เกิดความภาคภูมิใจในการสร้างนวัตกรรมแก่วิชาชีพ
สิ่งที่ได้เรียนรู้ประจำวันที่ 15 กรกฎาคม 2558
วันนี้ เป็นวันแรกของการเข้าเรียนตามโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทย์ศาสตร์ ม.อ.รุ่นที่ 3 ก่อนเข้าเรียนรู้สึกกังวลเล็กน้อย ด้วยความที่เราเป็นแขกที่ทางส่วนกลาง ส่งมาเข้าอบรม ท่ามกลางกลุ่มนักบริหารรุ่นใหม่ของคณะแพทย์ คงจะต้องเจอแค่คุณหมอ แต่พยาบาลวิชาชีพเจ๋ง ๆ เป็นแน่
แต่เมื่อมาเจอเข้าจริง ๆ ปรากฎว่า มีกลุ่มคนรุ่นใหม่หลายหลายวิชาชีพ และการต้อนรับอย่างเป็นกันเองจากทีมงานผู้จัด ทำให้คลายกังวลลงบ้าง เหลือเพียงทำจิตใจให้สบาย ๆ พร้อมรับการเรียนรู้ในเรื่องใหม่ ๆ
สำหรับการเข้าบ้านจีระ ในวันแรกนี้ ความประทับใจที่จับต้องได้ในเบื้องต้น คือ ตัวท่านอาจารย์จีระเองค่ะ ท่านยังคงเป็นบุคคลที่มีบุคลิกโดดเด่น มุ่งมั่นในทุก ๆ เรื่อง มีพลังงานอันมหาศาล จนแผ่มาถึงผู้เรียน เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านในห้องเรียน คงรู้สึกไม่ต่างกับดิฉัน ความประทับใจในลำดับถัดมา คือ เห็นเลยว่า ท่านผู้บริหารคณะแพทย์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรของคณะแพทย์จริง ๆ ถึงแม้ภารกิจท่านจะมากมาย แต่ท่านก็อยู่กับพวกเราเกือบตลอดเวลา สุดท้ายคือเพื่อนร่วมชั้นเรียน ด้วยความหลากหลายในสาขาวิชาชีพ ดิฉันเชื่อว่า คงจะได้มีโอกาสได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแบ่งปันประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ตลอดการเรียนในหลักสูตรนี้
สำหรับในตัวเนื้อหาหลักสูตร ประทับใจหลายเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎี 8K’s และ 5K’s เหมือนที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวไว้ว่า ทฤษฎีพวกนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยเฉพาะสายวิชาชีพ HR คุ้นชื่อในแต่ละเรื่องอยู่แล้ว แต่พอถึงเวลานำมาใช้จริง ๆ บางทีเรายังให้ความสำคัญหรือเน้นไม่ตรงจุด ก็คงเป็นจริง อย่างที่ท่านพูดค่ะว่า มหาวิทยาลัยเองในฐานะเป็นส่วนกลางในการดูแลการพัฒนาบุคลากรในภาพรวม เราเองยังทำอะไรไม่สุด ทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ ผลที่ออกมาก็เป็นแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ เรายังกินบุญเก่าอยู่ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหมดซะที ซึ่งตรงนี้ ก็ย้อนกลับมาชื่นชมมุมมอง แนวคิด ของท่านผู้บริหารคณะแพทย์ ที่ท่านทำแบบสุด ๆ จริง ๆ ค่ะ
ท้ายสุดขอขอบคุณท่านรองอธิการบดีฝ่ายบุคคลและประกันคุณภาพ นพ.บุญประสิทธิ์ กฤตย์ประชา ที่ท่านส่งดิฉันให้มาเข้ารับการอบรมในหลักสูตรนี้ เพราะท่านคงอยากให้ดิฉันได้มาพิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ที่ใครๆ พูดว่า CHIRA ACADEMY ดีนั้น ดีอย่างไร
ติดตามและอ่านครับ รุ่นสาม
สิ่งที่ได้จากการเรียน วันที่ 15/7/2558
คนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดขององค์กรจึงต้องจัดการคนให้มีคุณภาพโดยการพัฒนาศักยภาพของคนโดยใช้ 8K's+5K's สิ่งที่จะนำมาปรับใช้กับตัวเองก่อนก็คือ ต้องมีการพัฒนาเพิ่มความรู้โดยการขยันอ่านและศึกษาหาความรู้ให้มากขึ้นต้องทำงานควบคู่กับการเรียนรู้ ทำงานอย่างมีความสุขแต่มีคุณภาพ
mindset ทำให้ได้แนวคิดว่าไม่ควรยึดติดกับงานเดิมๆ จะนำมาใช้พัฒนาตัวเองในงานประจำคือในการดูแลผู้ป่วยต้องมีการศึกษาหาความรู้เพิ่มเพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดจึงไม่ควรยึดติดกับงานเดิม ๆต้องคิดนอกกรอบบ้าง
ในส่วนของ ดร.เกริกเกียรติ ทำให้คิดถึงคนต้นแบบ คิดถึงการพ้ฒนาต่อยอด โดยมองที่ความต้องการของผู้รับบริการเป็นหลัก โดยต้องมีความรู้ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ในเรื่องนั้น ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการให้ได้
และที่สำคัญต้องหยั่งรากให้ลึกเหมือนหญ้าแฝกให้ได้
สรุปประเด็นที่ได้รับจากการฟังบรรยายวันแรก 15-7-58 ครับ
ช่วงปฐมนิเทศ
เป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่เมื่อก่อนไม่เคยนึกถึงและไม่เคยคิดที่จะสนใจเลยไม่รู้ว่าเขาเรียนอะไรกันทำไมต้องเรียน ถึงเวลาก็ทำงานมีคนมาช่วยงานก็ใช้เขาทำงานบ้างทำเองบ้าง ได้แต่ทำงานไปพอเจอปัญหาก็มานั่งคิดเองว่าจะแก้อย่างไรคิดเองเออเอง โดยไม่รู้ว่ามีวิธีการมีแนวคิดด้านนี้ที่ทรงคุณค่าอยู่
หัวข้อ ทุนมนุษย์-Mindset Leadership คือ วัฒนธรรมความคิดที่ฝังลึกอยู่และมีผลถึงการกระทำที่แสดงออกมาของผู้นำและผู้ร่วมงาน
สรุปโดยรวม เป็นหัวข้อที่กล่าวถึงการเปิดใจและเห็นถึงความสำคัญของบุคคลคือจะทำอะไรสักอย่าง ต้องมีแนวคิดมีจุดมุ่งหมาย(Attitude)และจะมีวิธีการ(Strategy)อย่างไรให้บรรลุจุดมุ่งหมายนั้นโดยผู้ออกนโยบาย(Leadership)และผู้ปฏิบัติสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมมีทัศนคติที่ดีต่อจุดมุ่งหมายนั้นๆร่วมกันสามารถนำไปเป็นแนวทาง(Strategy)ในการปฏิบัติได้อย่างยั่งยืนเป็นวัฒนธรรมสืบต่อไป
หัวข้อ CEO-HR-Non HR-Stakeholders
เป็นหัวข้อที่ตรงกับปัญหาที่หน่วยงานพบอยู่ทั้งจากการบรรยายและอภิปรายในช่วงท้ายและวิธีการแก้ไขที่น่าจะเป็นไปได้ถึงแม้ว่าโดยหลักเนื้อหาตรงหัวข้อนี้จะเน้นเกี่ยวกับทางด้านของบริษัทการค้าแต่ก็มีวิธีการที่สามารถเอามาปรับใช้ได้กับโรงพยาบาลเลยโดยเฉพาะโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบแล้ว
ตัวอย่างของปัญหา
ปัจจุบันและอดีตที่ผ่านมาหน่วยรังสีรักษาคณะแพทยศาสตร์ มอ.ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ได้มีการนำเครื่องมือที่มีความทันสมัยและก้าวหน้าเป็นอย่างมากมาใช้ในการให้บริการรักษาโดยการฉายรังสีให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็ง จะกล่าวได้ว่าเป็นเพียงแห่งเดียวในภาคใต้ที่มีการนำเครื่องมือที่มีความสามารถสูงระดับนี้มาใช้งาน (เปรียบเทียบกับสถาบันมะเร็งจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งสังกัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งยังมีเครื่องมือไม่พร้อมหรือมีความก้าวหน้าของเครื่องมือยังไม่มีความหลากหลายเท่ากับของ มอ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในสังกัดคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งขึ้นอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการ) ณ ปัจจุบันถึงแม้ว่าเราจะมีความพร้อมและความหลากหลายทางด้านเครื่องมือที่สูงมาก จนถือได้ว่าอยู่ในระดับแนวหน้า ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยก็สามารถกล่าวได้ แต่หน่วยรังสีรักษา “ก็ไม่เพียงแต่หน่วยรังสีรักษาที่เดียวที่ขาดแคลนบุคลากร นักรังสีการแพทย์ หน่วยรังสีวินิจฉัย หน่วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ตลอดจนหน่วยอื่นๆของคณะแพทยศาสตร์ มอ ที่เครื่องมือทางรังสี ได้มีการขาดแคลนบุคลาการ นักรังสีการแพทย์เหมือนกันหมด”
แต่ในส่วนของรังสีรักษา มีความขาดแคลนมากที่สุดปัจจุบันเรามี8คน โดยขาดถึง 18 คน (ตามมาตรฐานของทบวงปรามณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA) และในส่วนของนักฟิสิกส์การแพทย์ ที่ทำหน้าที่ในการคำนวณปริมาณรังสี การควบคุมคุณภาพของการรักษา ควบคุมคุณภาพของเครื่องฉายในระดับสูงยังมีความขาดแคลนอีกเป็นจำนวนมากเช่นกัน ดังเช่นเครื่องฉายรังสีชนิดความเข้มสูง TRUE BEAM ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ มอ มีเครื่องมีชนิดนี้ เป็นลำดับที่สามของประเทศตามหลัง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และโรงพยาบาลกรุงเทพ แต่ของ มอ มีเครื่องที่มีความก้าวหน้าและทันสมัยมากกว่า ซึ่งในขณะนี้ก็ได้มีการทยอยนำเครื่องมือชนิดนี้มาให้บริการ ที่โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุย์ กรุงเทพ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์กรุงเทพ และ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ที่ จ.ขอนแก่น แต่ทุกที่ยกเว้นโรงพยาบาลเอกชน ประสบปัญหาเดียวกันคือ ขาดแคลนนักรังสีการแพทย์ และนักฟิสิกส์การแพทย์ ที่จะใช้ในการควบคุมเครื่องมือต่างๆเหล่านี้ ในผู้ป่วยบางรายมีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องฉายด้วยเทคนิคพิเศษ เช่น SRS SBRT ซึ่งต้องใช้เวลาในการคำนวณโดยนักฟิสิกส์การแพทย์ นานกว่าหนึ่งอาทิตย์ ทำให้ปัจจุบันเราสามารถให้บริการด้วยเทคนิคนี้ได้เพียงเดือนละ 1 case เท่านั้น ในห้องฉายบางห้อง ต้องปิดให้บริการ และบางห้องต้องให้บริการแบบหนึ่งห้องเปิดช่วงเช้าอีกหนึ่งห้องเปิดช่วงบ่ายแทน
สรุปประเด็นที่ได้รับจากการฟังบรรยายวันแรก 15-7-58 ค่ะ
1. ประเด็นแรกจากการปฐมนิเทศและแนะนำทฤษฎีที่สำคัญเพื่อการเรียนรู้นั้น เริ่มแรกจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เลย แต่ก็เริ่มเห็นภาพและเข้าใจมากขึ้น โดยเฉพาะที่อาจารย์คณบดียกตัวอย่างเรื่องสิงโตเป็นผู้นำ ทำให้เราได้คิดว่าในเมื่อเราเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีส่วนในการขับเคลื่อนองค์กร ถ้าเราก้าวขึ้นเป็นผู้นำที่มีศักยภาพเราจะช่วยให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไม่หยุดยั้ง
2. ประเด็นที่ 2 เรื่องของ ทุนมนุษย์ -Mindset Leadership สำหรับเรื่องของ Mindset นั้นเนื่องจากเป็นเหมือนกระบวนการทางความคิด เป็นความเชื่อที่ฝังลึกซึ่งจะมีผลต่อพฤติกรรมและการกระทำต่างๆ ฉะนั้น Mindset จึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์เป็นอย่างมาก การเสริมสร้าง Mindset Leadership ที่ดีจึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นั่นเอง เริ่มแรกเลยก็คงเป็นเรื่องของการเปิดกว้าง ทำให้ว่าง พร้อมที่จะเรียนรู้และหาโอกาสในการเรียนรู้
3. ประเด็นที่ 3 เรื่อง CEO-HR-Non HR-Stakeholders เรื่องนี้ อ.เกริกเกียรติได้เล่าเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก แม้เป็นในแง่ของทางธุรกิจแต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ถือว่าไกลตัวเราเลย มีคำพูดหนึ่งที่อาจารย์พูดไว้คือ วันนี้ (คราวนี้) ผลการทำงานดีแล้ว แต่พรุ่งนี้ผลการทำงานจะต้องดีกว่า คือไม่มีอะไรที่ดีที่สุด วันนี้ดีแล้วก็จริงแต่วันต่อไปก็จะดียิ่งๆขึ้นไปอีกนั่นเอง
สิ่งที่ได้จาการเรียนรู้ วันที่ 15 ก.ค.2558
ทำให้ทราบว่าคน คือทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามากที่สุดในองค์กร เพราะฉะนั้นเราต้องจัดการคนเป็นอันดับแรก ถ้าคนดีแล้ว ทุกอย่างที่เหลือก็จะดีตามมา ซึ่งการบริหารทุนมนุษย์ให้ประสบความสำเร็จไปสู่ความเป็นเลิศซึ่งประกอบไปด้วย 3 เรื่องใหญ่ คือ 1.) ปลูก ต้องมี 8 K’s + 5K’s ซึ่งจะทำให้คนเป็นคนที่ดีและมีพร้อมทุกด้าน 2.) เก็บเกี่ยว เมื่อเราสร้างคนแล้ว ก็จะมีคนเก่งในองค์กร ต้องให้เขาทำงานให้เราอย่างเต็มความสามารถ โดยให้เป้าหมายของตัวเองกับเป้าหมายขององค์กรไปด้วยกัน 3.)Execution คือต้องทำให้สำเร็จ เอาชนะอุปสรรค ถึงแม้ว่าอุปสรรคจะยากแค่ไหน จากความรู้ที่ได้ ดิฉันคิดว่าควรจะเริ่มสร้างคนในหน่วยงานของตนเองก่อนแล้วเมื่อทุกหน่วยงานมีคนดี คนเก่งแล้วเมื่อได้รับการสนับสนุนในองค์กรจะทำให้ทั้งองค์กรมีคนดีและมีคุณภาพตามไปด้วย ซึ่งต้องทำให้คนในหน่วยงานทำงานได้อย่างมีความสุข รักในหน่วยงานและองค์กรต่อไป ไม่ลาออกไปทำงานที่อื่น ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ยากแต่เราก็ต้องพยายามทำให้ได้ โดยการสร้างความผูกพัน แรงจูงใจให้คนอยากอยู่ทำงาน ให้โอกาสในการเรียนรู้ การพัฒนา และความมั่นใจในความก้าวหน้าในชีวิตการทำงาน เช่นส่งเข้าอบรม เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน เพื่อให้มีความรู้และเกิดความผูกพันที่จะนำความรู้ ความสามารถที่พัฒนานั้นออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับองค์กรอย่างเต็มที่
วิชาที่ 1 ปฐมนิเทศและแนะนำทฤษฏีที่สำคัญเพื่อการเรียนรู้
เมื่อได้ทราบถึงความเป็นมาของการจัดโครงการ ตั้งแต่การเริ่มคิด จนเข้าสู่กระบวนปรับสิ่งที่คิดให้เป็นการปฏิบัติจริงผ่านผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญอย่างสูง ทีมงานทุกฝ่ายดำเนินการด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรเพื่อสร้างทุนมนุษย์ซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุด
หนูเป็นคนที่หน่วยงานส่งชื่อเข้ามาร่วมการอบรมซึ่งก่อนหน้านี้อาจจะไม่ทราบความเป็นมาของโครงการมากนัก มีความรู้สึกประทับใจ ได้เห็นถึงความตั้งใจและความคาดหวังของคณะแพทยศาสตรฯและวิทยากรทุกท่าน หนูจึงตั้งใจไว้ว่าจะทำหน้าที่ของผู้เรียนให้ดีที่สุด เรียนรู้ ค้นคว้า ศึกษา สอบถาม ทบทวน ประเมินตนเอง เพื่อให้เกิดการพัฒนาตามแนวทางที่ท่านอาจารย์จีระและวิทยากรทุกท่านให้ไว้
start
1
2
3
4
5
6
finish
self-reflection"รู้สึกว่าตัวเราได้จุดประกายในตนเองตอนไหน"
ประทับใจทฤษฏีในการพัฒนาตนเองเรื่องการเรียนรู้ตลอดเวลา ความรู้ไม่มีสิ้นสุด คิดว่าสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในชีวิตการทำงานและชีวิตประจำวันค่ะ
•ฝึกการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดเวลา •input ที่ดี •Good system thinking •Creativity thinking •การพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืนในทุกเรื่อง
วิชาที่ 2 ทุนมนุษย์-mindset leadership และการทำงานในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงของคณะแพทย์ ม.อ.
จากทฤษฏี 3 วงกลม ความท้าทายของผู้นำคือทำอย่างไรให้ทั้ง 3 วงกลม มาบรรจบรวมเป็นวงเดียวกันเพิ่มพื้นที่สีแดงให้เต็ม 100% เพื่อให้มี maximized human capital มากที่สุด
วิชาที่ 3 CEO-HR-Non HR-stakeholders
เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการบริหารคนในยุคใหม่ คนทำงานในทุกฝ่ายตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงระดับผู้ปฏิบัติงานทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับงานทรัพยากรบุคคล รวมทั้งการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องในบริบทอื่น เช่น รับฟังเสียงจากลูกค้า และ partner
ทั้งหมดต้องทำงานประสานกัน หมุนไปในทิศทางเดียวกัน ผ่านระบบการบริหารจัดการที่ดี ภายใต้แนวคิดที่พร้อมจะพัฒนาองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศ เพราะหากฟันเฟืองตัวใดตัวหนึ่งไม่พร้อมทำงาน ทั้งระบบก็จะล้มเหลวไปด้วย
โครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทย์ มอ. รุ่นที่ 3
ความรู้ที่ได้ประจำวัน วันที่ 15 ก.ค. 2558
1. แนวคิดการเรียนรู้ Learn Share Care คือ เราต้องเรียนรู้จาก Mindsetของตนเองก่อน ปรับเปลี่ยนมุมมอง แนวคิด ทัศนคติของตนเองไปสู่พฤติกรรมใหม่ๆด้านบวก พร้อมที่จะเรียนรู้ ยอมรับแนวคิดใหม่ๆ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น พัฒนาตนเองให้เหมาะสม ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น และดูแลซึ่งกันและกัน ก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคง พัฒนาหน่วยงานให้ไปถึงเป้าหมายหลักขององค์กร
2.thinking outside the box มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กล้าคิดนอกกรอบ คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆมาใช้ในองค์กรเพื่อพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง เรียนรู้ฝึกฝน คิดแบบผู้ประกอบการพร้อมๆไปกับการสร้างเครือข่าย
3.แนวคิดการแก้วิกฤต
ประเด็นชวนคิด คือ ทำอย่างไรให้ผู้นำระดับสูงจนถึงระดับล่าง มองเป้าหมายเดียวกัน
ประเด็นประทับใจ : หลักการบริหารแบบ 3, 4, 5 (3คนทำงาน ,4 ค่าตอบแทน,5 Productivity)
คิดว่าน่าจะโดนใจผู้บริหารระดับสูงของคณะแพทย์ปัจจุบันเพราะท่านสนับสนุนการทำงานที่มีผลงานคุณภาพ โดยไม่เกี่ยงที่จะจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับงาน
เมื่อทุกหน่วยงานผลิตผลงานที่มีคุณภาพย่อมนำพาคณะแพทย์ไปสู่เป้าหมาย คือ สามารถเป็นคณะแพทย์ชั้นเลิศระดับนานาชาติ เพื่อสังคมไทยได้…
นาง จิฬารัตน์ ปาณียะ แผนกผ่าตัดเล็ก
1.ทุนมนุษย์ ได้เรียนรู้ ภาวะผู้นำ ที่ต้องมีคุณสมบัติกล้าพูด กล้าแสดงออก กล้ามีความคิดนอกกรอบในเชิงสร้างสรรค์ และ ต้องมีการจัดการ กับการเปลี่ยนแปลงและภาวะที่วิกฤติเกิดขึ้นได้
2. การบริหารทุนมนุษย์ที่เป็นเลิศต้องประกอบด้วย
2.1 ปลูก
2.2 เก็บเกี่ยว
2.3 ทำให้สำเร็จ
3. การบริหารองค์กร ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามให้ทันโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ต้องมี networking และมีนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้งานออกมามีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับระดับสากล
1.การบริหารทุนมนุษย์ ประกอบด้วย 3 เรื่อง
1.1ปลูก ต้องมีการพัฒนาศักยภาพของคนให้เป็นเลิศ
1.2การเก็บเกี่ยว ต้องให้ผู้อื่นทำงานให้เราอย่างเต็มความสามารถ
1.3 ทำให้สำเร็จ โดยจะต้องมีวัฒนธรรมองค์กร
-silo based
-leadership
-ทีมทำงาน
2.การปรับเปลี่ยนการบริหารทรัพยากร ต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้ทันโลก โลกาภิวัฒน์ นวัตกรรมใหม่ มีเครือข่าย จึงจะทำให้ได้ในยุคปัจจุบัน
เรียนรู้วันแรก
การบริหารทุนมนุษย์ เป็นเรื่องที่วัดปริมาณไม่ได้ เป็นสิ่งที่วัดไม่ได้ แต่ต้องมองจากคุณภาพ มุ่งเน้นการบริหารทุนมนุษย์ใน 3 ประเด็นใหญ่ๆ ปลูก โดยใช้ทฤษฎี 8 K’s ซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ + 5 K’s (ใหม่) เป็นทฤษฎีทุนใหม่ เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกาภิวัฒน์ เน้นการพัฒนา Competecies โดยเฉพาะในเรื่อง Entrepreneurial competency เพื่อสร้างจิตวิญญาณ เก็บเกี่ยว ต้องให้คนในองค์กรทำงานเต็มความสามารถ โดยมีเป้าหมายไปในทางเดียวกัน ซึ่งต้องมีการสร้างแรงจูงใจให้คนทำงานเต็มที่ เต็มความสามารถ และ HR Execution ต้องทำให้สำเร็จเอาชนะปัจจัยที่เป็นอุปสรรค
Mindset Leadership
การพัฒนาต้นทุนมนุษย์ ให้เกิด Leadership ที่เป็นผู้มีความสามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงและวิกฤต (Crisis) ที่ Fast ,Uncertainly ,Unpredictable
คุณภาพของผู้นำที่สำคัญประการหนึ่งคือ การสื่อสารให้ตรงกับ crisis นั้นๆ ต้องคิดเป็น มีการปรับ mindset
Mindset แตกต่างกับ Attitude
Mindset เป็นทัศนคติที่มีมานาน ฝังรากลึก จนเป็นความเชื่อ แสดงออกเป็นพฤติกรรม มีทั้งแง่บวกซึ่งต้องเก็บรักษาไว้ แง่ลบที่ต้องหาทางกำจัดออกไป และปรับ Fixed mindset ไปสู่ Growth mindset
CEO – HR –Non HR – Stakeholder
….. อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/592411
วิชาที่ 1 ปฐมนิเทศแนะนำทฤษฎีที่สำคัญเพื่อการเรียนรู้
ประเด็นโดนใจ คือ ภาวะผู้นำที่จะจัดการกับภาวะวิกฤตได้ ต้องมีศักยภาพดังต่อไปนี้
การนำไปใช้ประโยชน์
วิชาที่ 2 ทุนมนุษย์- Mindset Leader shipและการทำงานในยุคที่โลกเปลี่ยน
ประเด็นโดนใจ คือ จริยธรรมความยั่งยืน และปัญญาต้องมาก่อน Creativity หรือ innovation และที่ประเมิณยากที่สุดอาจะเป็นทุนที่มองไม่เห็น เช่น Happiness หรือ social (networking) องค์กรที่ดีมักเริ่มจาก Happiness ก่อน
การนำไปใช้ประโยชน์
นำไปปรับใช้ ให้บุคลากรในหน่วยงาน มีความสุขในการทำงานเพิ่มมากขึ้น เพื่อที่จะได้มีแรงจูงใจในการทำงาน และทุ่มเทเพื่อองค์กร
วิชาที่ 3 Panel Dission and Workshop หัวข้อ CEO- HR- Non HR – Stakeholder
ประเด็นโดนใจ คือ ประเด็น 3-4-5
3 คือคนทำงาน จ่ายให้เท่ากับ 4 คนทำงาน และผลผลิตต้องได้มากกว่า 5 คนทำงาน
การนำไปใช้ประโยชน์
นำไปปรับใช้ทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คนทำงานน้อย แต่ให้ค่าตอบแทนที่พึงพอใจ และผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าการลงทุนคือกำไร
สรุปประเด็นรายวิชา วันที่ 15 กค. 58
รายวิชาที่ 1
- เป็นการเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่างศิษย์อาจารย์
- สร้างภาวะผู้นำ เพื่อนำไปปรับใช้กับการทำงาน
- ความรู้แบบไม้เลื้อย หาง่าย แต่ต้องการไม้หลักให้เกาะ (การเอื้อประโยชน์ระหว่างคนเก่ง ไม่เก่ง)
- โครงการหญ้าแฝกในพระองค์ ห้วยห้องไคล้ หัวหิน ไม่ใช่เพราะดินดี แต่เป็นเพราะรากหญ้าแฝกทะลุทะลวงดิน ทำให้ดินแตก ดินร่วน เปรียบเสมือนในองค์กรจะมีคนหลาย ๆ รูปแบบอยู่ร่วมกัน
- การทำงานร่วมกับการเรียนรู้เพิ่มเติม โดยนำความรู้ที่ได้จากประสบการณ์มาวิเคราะห์ปะทะความจริง
รายวิชาที่ 2
- ภาวะความเป็นผู้นำ นอกจากการเรียนรู้คือประสบการณ์ ภาวะผู้นำมาจากพรสวรรค์ แต่สามารถเรียนรู้ได้
- การปรับ Mindset มาเป็นพฤติกรรมใหม่
รายวิชาที่ 3
- สมัยก่อนการบริหารคนเป็น focus ปัจจุบันดูลูกค้าเป็นหลัก
ความรู้ที่ได้ในวันแรก จะนำไปปรับใช้ในการทำงานค่ะ