​โครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3 (ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 15-18 กรกฎาคม 2558)

สวัสดีครับลูกศิษย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ชาว Blog

ภารกิจสำคัญของผมอีกภารกิจหนึ่งนับจากวันนี้ คือ การได้รับเกียรติจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มอบให้ผมเป็นครูใหญ่ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โครงการพัฒนาผู้นำเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3 สำหรับบุคลากรของคณะแพทย์ฯ และหน่วยงานเครือข่ายของคณะแพทย์ จำนวน 55 คน ต่อเนื่องจากรุ่นที่ 1 และ 2 ซึ่งได้พัฒนาผู้นำรุ่นใหม่สำหรับการทำงานของคณะแพทย์ฯ ในอนาคตไปแล้วจำนวน 100 คน เมื่อปีที่ผ่านมา

ผมขอขอบคุณท่านคณบดี รศ.นพ.สุธรรม ปิ่นเจริญ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มอ. พญ.กันยิกา ชำนิประศาสน์ ศ.นพ.สงวนสิน รัตนเลิศ ท่านรองคณบดีทั้ง 2 ท่านซึ่งให้เกียรติผมและทีมงานเสมอ และขอชื่นชมที่ท่านเป็นผู้นำที่มีปรัชญาและความเชื่อเรื่องทุนมนุษย์ว่าเป็นทุนที่สำคัญที่สุดที่จะขับเคลื่อนความเป็นเลิศขององค์กร ซึ่งเป็นความเชื่อและศรัทธาที่ทำให้ผมมุ่งมั่นทำงานในเรื่องทุนมนุษย์ หรือ ทรัพยากรมนุษย์ มากว่า 35 ปี

โครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3 จะเป็นกิจกรรมการเรียนรู้หลักสูตรต่อเนื่องระยะยาว รวม 20 วัน ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม – 3 ตุลาคม 2558

ผมขอเปิด Blog นี้ เพื่อเป็นคลังความรู้ของพวกเรา และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมุมมองของลูกศิษย์ของผมและท่านที่สนใจหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Blog นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนครับ

จีระ หงส์ลดารมภ์

15/7/58

วิชาที่ 1

ปฐมนิเทศ และแนะนำทฤษฎีที่สำคัญเพื่อการเรียนรู้ และ

วิชาที่ 2

Learning Forum & Workshop

หัวข้อ “ทุนมนุษย์ – Mindset Leadership และการทำงานในยุคที่โลกเปลี่ยนของคณะแพทย์ฯ มอ.”

โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ

ประธาน Chira Academy

อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

กรรมการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ

วิชาที่ 1: ติดตามเอกสารประกอบการบรรยายได้ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10907709…

วิชาที่ 2: ติดตามเอกสารประกอบการบรรยายได้ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10907773...


วิชาที่ 3 Panel Discussion & Workshop

หัวข้อ “CEO - HR - Non HR - Stakeholders”

โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ดร.เกริกเกียรติ ศรีเสริมโภค

กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบัล คอนเซิร์น จำกัด

ร่วมวิเคราะห์และดำเนินการอภิปรายโดย อาจารย์ทำนอง ดาศรี

16/7/58

วิชาที่ 4 Learning Forum & Workshop

หัวข้อ “Managing Self Performance”

โดย อาจารย์อิทธิภัทร ภัทรเมฆานนท์

Executive Coach at Jimi The Coach Co., Ltd. Founder, Director at 3Ls Coaching - Thailand

วิชาที่ 5

Learning Forum & Workshop

หัวข้อ “Personality and Social Skills Development”

โดย อาจารย์ณภัสวรรณ จิลลานนท์

วิทยากร/ที่ปรึกษาอิสระอาวุโส ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคลิกภาพ

วิชาที่ 6

Learning Forum& Workshop

หัวข้อ “Key words of success: Leadership – Mindset – Thinking outside the box – Thinking new box.”

โดย อาจารย์ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์

กรรมการผู้จัดการ

บริษัท 37.5 องศาเซลเซียส

และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์


บันทึกสรุปการเรียนรู้

โดย ทีมงานวิชาการของคณะแพทยศาสตร์ มอ. และ Chira Academy

วิชาที่ 4

Managing Self Performance

โดย อาจารย์อิทธภัทร ภัทรเมฆานนท์

Self-Performance เป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง โค้ชเป็นลักษณะของการสังเกต (Observe) และให้คำแนะนำโดยการใช้คำถาม

กระบวนการของท่านอาจารย์จีระจะช่วยให้เรารู้ว่าเรารู้ หรือเราไม่รู้อะไร

ความเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ ตัวอย่างการพัฒนาตั้งแต่เด็ก การให้เวลาของคนที่เราต้องดูแลเป็นเรื่องที่สำคัญ มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพในตัวเอง และทุกคนปรารถนาที่จะได้รับการพัฒนา ปัยหาของคนไทยส่วนใหญ่ เช่นในธุรกิจ SMEs คนขาดการพัฒนาพื้นฐานมาก คนเราเมื่อจบการศึกษาแล้วทำงานในองค์กรใหญ่ จะได้รับการพัฒนามากกว่าคนในธุรกิจขนาดเล็ก

“การสื่อสารกับตัวเอง” เป็นเรื่องที่สำคัญ การพัฒนาจิตโดยการทำสมาธิเป็นเรื่องที่สำคัญสามารถทำได้ทุกคนเพราะไม่เกี่ยวกับเรื่องศาสนา ทุกคนต้องการประสบการณ์ที่ดี เพราะฉะนั้นเราจะต้องหาประสบการณ์ที่ดีก่อนจากคนใกล้ตัว

มนุษย์มี Cheer Leader ในตัวเอง แต่บางครั้งอาจจะถูกบดบังด้วยเองอื่น

คน ถ้ามี 2 สิ่ง คือ เวลา+เข็มทิศชีวิต ท่านจะต้องเรียนรู้อะไรบางอย่างเพิ่มเติมเต็มชีวิตของท่าน และเมื่อเราได้ทำในสิ่งที่เราชอบ พลังชีวิตของเราจะสูงขึ้น

ความสำเร็จของคน ประกอบด้วย

  • ตัววัดความสำเร็จ ศักยภาพและสถรรถนะการทำงาน (Competency) รู้ว่าองค์กรมองและการพัฒนาบุคลากรและผู้นำด้านใดบ้าง
  • รู้จักตนเองและมีเป้าหมาย (Know & Discover Self / Have Goal) รู้จัก และ การค้นหาความต้องการในใจตนเอง
  • สมมิติฐานที่เชื่อแล้วจะช่วย (Big Assumptions for Life) เพื่อการประครองชีวิตการทำงานอย่างมีความสุขและความก้าวหน้า

อันดับแรก คือ Competency หมายถึง กลุ่มของความรู้ ทักษะ และ คุณลักษณะ ซึ่งประกอบด้วย พฤติกรรม ทัศนคติ และแรงบันดาลใจ ที่บุคลากรจำเป็นต้องมีเพื่อปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตรงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กร

อันที่ 2 Know & Discover Self / Have Goal คือ ค้นหาตัวเองแล้วตั้งเป้าหมาย

โจน จันได คนอีสานเข้ากรุงเทพ กลัว อาย วิธีเปลี่ยนความคิด ต้องเผชิญหน้าความกลัว กลัวรูปแบบไหน แต่เมื่อเราเลือกได้ เราต้องเผชิญ บางครั้งทั้งชีวิต หนีตัวตนของเรา แต่เมื่อเราตัดสินใจ ชน ทำให้เรามีความหนักแน่น หาตัวตนของเราได้

สมาธิ กับ สติ ต่างกันอย่างไร

สติ รู้ตัวเอง

สมาธิ เป็นความนิ่ง ความสงบ ไม่คิด ไม่รู้สึก เป็นพื้นฐานการฝึกสติ

ทำงานอย่างมีสติ

ในช่วงการทำงานเพื่อให้ชีวิตมีความสุข วันหนึ่งมี 3 เวลา 3 ชม.แรกตอนเช้า เป็นเวลาที่เราทำในสิ่งที่เรารับผิดชอบ (สมองผ่านการพัก) ช่วง 2 Management time บางประเทศให้พักนอนในช่วงบ่าย 3. Family time

กิจกรรม

  • เอาลมหายใจสัมผัสหลังมือ (มีเส้นประสาท)
  • นิ้วโป้งปิดจมูกขวา หายใจจมูกซ้าย และสลับกัน สังเกตกายหายใจด้านไหน มากกว่า หรือน้อยกว่า หรือเท่ากัน
  • หลับตา เอาลมหายใจเข้าลึก ๆ เอาลมหายใจออกยาว ๆ บางครั้งอาจมีความคิด แต่อย่าตามความคิดไป ให้อยู่ที่ลมหายใจ หากมีความรู้สึกกังวล ก็ให้รู้ว่ากังวลเรื่องอะไร แล้วกลับมาที่ลมหายใจ ให้สัญญาณระฆัง
  • สมาธิลืมตา ทำเหมือนเดิม แต่ลืมตา
  • กิจกรรมเลือกรูป

หากหายใจจมูกขวา คล่องกว่าจมูกซ้าย มีพลังงานมาก ตื่นตัวตลอดเวลา มีพลังของสุริยัน พลังของการเผาผลาญ

หายใจจมูกซ้าย คล่องกว่าจมูกขวา มีความสงบนิ่ง เหยือกเย็นได้ง่าย ทำงานช้า

ให้สัมผัสเบา ๆ เพื่อหยุดความคิด สามารถทำได้ทุกวัน

  • เมื่อออกไปนอกห้อง ให้ทุกท่านเลือกรูป 3 รูป ที่คิดว่าเป็นรูปเพื่อท่าน 3 ใบ
  • เสร็จแล้วกลับมาในห้อง
  • ให้ดูว่า รูปไหน เป็นรูปสำหรับเรื่อง อดีตปัจจุบัน และอนาคตของท่าน
  • จับคู่สองกับ คนที่ท่านไม่ค่อยรู้จัก สลับกันเล่าเรื่องจากภาพ
  • แยกคู่ ไปหากลุ่ม จับกลุ่มสี่ ผลัดกันเล่าเรื่องทีละคน

คนฟัง ค้นหาคุณค่า ความอดทน ความใฝ่ฝัน ความมุ่งมั่น และอะไรบ้างที่หยิบขึ้นมาได้ ให้ตั้งใจฟัง

ตัวแทนกลุ่มนำเสนอ

กลุ่ม 1 แนะนำชื่อ และหน่วยงานที่สังกัด

รูปช้าง เห็นถึงตัวเอง มีความอดทน ต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ มีพลัง ปัจจุบันอยู่กับสิ่งที่ได้รับมอบหมาย การช่วยเหลือกันในทีมงานของตัวเอง เป็นรูปปั้น จุดมุ่งหมาย มีอุปสรรคบ้าง แต่จะไปยืนบนยอดให้ได้

กลุ่ม 2

ได้ภาพใบไม้แห้ง เปรียบเสมือนตัวเอง ที่ผ่านมาทำงานซ้ำ ๆ เดิม ๆ เปรียบเสมือนใบไม้ที่เหี่ยวเฉา ได้โอกาสมาพัฒนาตัวเอง ภาพรถรางกำลังวิ่งไป ตัวเองมีโอกาสได้รับการพัมนา เป็นตัวขับเคลื่อนให้องค์กรไปสู่เป้าหมาย แกร่งให้เหมือนเพชร

กลุ่ม 3

ภาพป่า แสงสะท้อง ชอบสีเขียวทุกภาพที่เลือกมีเส้นตรง เป็นคนมีเป้าหมาย ลำบากตั้งแต่เด็ก ต้องทำงาน ทำอย่างไรก็ได้ให้ตัวเองอยู่ได้ มีเป้าหมาย ปัจจุบันเหมือนกับการแต่งตัว เครียดแต่พยายามสร้างขึ้นมา (เล่าแทน)

ชอบสีเขียว จับเป็นอดีต ชีวิตกว่าจะมาถึงวันนี้ผ่านมาเยอะ ตั้งแต่เด็ก ๆ พี่น้อง 9 คน ต้องช่วยกันทำงาน ไม่ได้ทุกข์ แต่รู้สึกเหนื่อย ไม่อยากเหนื่อยแล้ว อยากเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ปัจจุบัน มีความสุขแล้ว ต่อไป อยากให้ชีวิตสดใสต่อไปเรื่อย ๆ

กลุ่ม 4

อดีตเดินไปตามทาง มืดบ้าง แต่มีความสว่างอยู่ในตัว ปัจจุบันได้เข้าทำงานที่คณะแพทยศาสตร์ เพื่อนร่วมงานเหมือนธรรมชาติ มีแสงสว่างให้เรามากขึ้น อนาคต ชอบภาพแววตา อนาคตต้องนั่งมองดูลูกน้อง มีคนเกรงขาม สามารถปกป้องเขาได้ (ภาพสิงโตเฝ้ามอง ไม่ได้ดุร้าย)

กลุ่ม 5

เป็นท้องทะเล มีอิสระ อดีตก่อนหน้าชีวิตกำหนดด้วยตัวเอง ครอบครัวให้สิทธิที่จะเลือกเอง ปัจจุบันมาผนวกกับการทำงานในองค์กร อยากได้ความสามัคคี ประเทศรักกัน อนาคต ไม่ได้ต้องการชัยชนะ แต่ชอบภาพมีรอยยิ้ม เห็นความสุข อยากให้ทุกคนมีรอยยิ้ม

กลุ่ม 6

ภาพวิว มีแม่น้ำดูแล้วเงียบสงบ มีพื้นหญ้าเขียวขจี ดูแล้วอบอุ่น ในอดีตชอบเที่ยวกับครอบครัว รู้สึกผ่อนคลาย ในปัจจุบัน บรรยากาศเครียด เป็นวัยที่ต้องทำงาน ทั้งตัวเอง และเพื่อนร่วมงานเพื่อช่วยกันผลักดัน สู่บรรลุเป้าหมายหน่วยงานและองค์กร ในภาพเห็นความขะมักเขม้น ทุกคนพยายามร่วมกัน เพื่อให้สำเร็จ ทุกคนที่ร่วมกันยืนได้อย่างสง่างาม มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

กลุ่ม 7

เป็นรูปอดีต เป็นภาพที่เหมือนกับเป็นนามธรรม ตัวเองเป็นคนชอบคิด ชอบอ่าน ที่เป็นนามธรรม รูปปัจจุบัน เห็นแล้วดลใจเป็นเรื่องเพื่อน สิงแวดล้อม เป็นคนเหนือ บ้านอยู่ไกล เมื่อมาอยู่ใต้สิ่งแวดล้อมดี มีเพื่อนดี องค์กรดี ทำให้เราอยู่ได้มาอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ ส่วนอนาคตเป็นรูปเหมือนก้าวขั้นขึ้นไป มีรูปหน้าต่างเปิดออกไป เดิมไม่คิดจะเห็นผู้บริหาร แต่เมื่อก้าวขึ้นมาเรื่อย ๆ แล้ว พยายามปรับใจตัวเอง คนอื่นเรียนได้ หลักสูตรมีอะไรน่าสนใจเยอะ มีอะไรที่ปรับมุมมองตัวเองให้ก้าวข้าม

กลุ่ม 8

เรื่องเวลา ทุกคนต้องมีเวลา ในเวลาเราสามารถได้ว่าแต่ละเวลาจะทำอะไร ทำทุกอย่างต้องจัดการเรื่องเวลา ไม่ว่าการทำงานหรืออะไรก็ตาม เหมือนดอกทานตะวัน มองสิ่งที่ดี คิดบวก เหมือนกับแสงแดด ทำให้ต้นไม้เจริญเติบโต ไม่ได้ร้อน ทุกอย่างหากไปได้ดี คิดดี สำเร็จเหมือนถ้วยรางวัล

กลุ่ม 9

เลือกรูปทะเล ชอบ กว้าง เป็นอะไรที่ต้องค้นหาเยอะแต่อาจมีช่วงจำกัดอยู่ ปัจจุบันอยากไปให้สุด อยากไปอยู่ให้สุด สิ่งที่ไม่เคยอยู่ จะได้ค้นหาเหมือนค้นหาทะเล ไปอยู่ที่อื่นแล้วกลับมา เพราะมีใยเกี่ยวข้องกัน อนาคตเป็นแสงสว่าง อาจไม่มากในองค์กร แต่จะทำอย่างไรให้องค์กรอยู่ได้ เหมือนประภาคารในทะเล

กลุ่ม 10

จากรูป อดีต ชีวิตในวัยเด็ก ตามที่เราเดินทางมามีทั้งมืดและสว่าง อยากให้ถนนเป็นเส้นโค้ง มายืนจุดนี้ได้ไม่ได้เดินมาตามเส้นตรง เป็นเส้นโค้ง ส่วนรูปของเรือกำลังแล่นในทะเล เปรียบเหมือนตัวเอง ชอบผจญภัย ปัจจุบันเหมือนทุกคน เมื่อถึงจุดหนึ่ง ชีวิตต้องการความสงบ มีทะเล มีสายลม แสงแด ขุนเขา นี่คือสิ่งที่ชีวิตปรารถนา

กลุ่มที่ 11

ย้อนกลับไปภาพอดีตในตัวเอา เด็ก ๆ มีความลำบาก สามารถผลักดันตัวเองให้เป็นต้นกล้า อย่าโทษอุปสรรค เอาตัวเองเป็นแรงขับ ปัจจุบันต้องกล้าเปิดประตูตัวเอง อนาคตอยากอยู่กับธรรมชาติ

กลุ่มที่ 12

อดีต รูปชอบสีเขียว ชีวิตวัยเด็ก หวิ่ง ๆ เมื่อโตสักพักเราจะกำหนดไปทางไหนดี อนาคตความสงบ (ยุคปัจจุบันต้องพึ่งเงิน เงิน เงิน)

สรุป

ทุกคนมีเรื่องเล่า รูปจำกัด แต่ทุกคนสามารถสร้างความหมายได้ เราสามารถ refer หรืออ้างอิงกับมันได้ เช่น ครอบครัวใหญ่ ชีวิตต้องฝนฝาย ลูก ๆ หลายคนนอนรวมกัน การที่มีรูปเป็นเพียงแค่ตัวผ่านการเล่าเรื่อง บางครั้งคนเล่าเรื่องไม่เป็น ใช้เครื่องมือ เป็นจิตใต้สำนึก ดังนั้นเวลาฟังคนอื่น ฟังอย่างใคร่ครวญและตั้งใจ คนเล่าก็เช่นเดียวกัน (เทียบการทำ dialog) การพูดห้ามพูดซ้ำ ต้องหลังจากที่คนอื่นพูดไปแล้ว 2 คน เมื่อคนอื่นพูดแล้วเราไม่ต้องพูดซ้ำ แต่พูดในสิ่งที่เพิ่มเติม หากเรามีโอกาสได้ใคร่ครวญทำให้ได้ดึงความคิดของแต่ละคน มีคำถามห้ามถามคู่กรณี ต้องสอดแทรกเข้ามาในการพัฒนาบุคลากร อาจเอารูปมาเล่า ทำให้เรามองอดีต ปัจจุบัน อนาคตได้ เน้น เราควรใคร่ครวญ ทุกคนมีเรื่องเล่า ในที่ทำงานมีหลายคนไม่เคยเล่า มีเรื่องฝังใจ กรณีศึกษา เป็นเด็กหน้าตาดี เปิดเพลงความรัก ผมมีโอกาสพูดเป็นครั้งแรก ผมเป็นเกหรือไม่ ถูกแซวเจ็บ ตอนเป็นนักเรียนผู้หญิงท้อง ฝังใจทำให้ผู้หญิงไปทำแท้ง

สิ่งที่มองเห็น / ได้ยิน / ได้รับฟัง

ซื่อสัตย์ กับซื่อตรง ไม่เหมือนกัน

ซื่อสัตย์ ฉันมีความคิดที่เป็นสัจจะ ควรแก่การไว้วางใจ

ซื่อตรง

บางครั้งพฤติกรรมของเรา

อดกลั้น ฉันปล่อยให้

เพิ่มจากเอกสาร รอบรู้ ไม่ซับซ้อน มีสัจจะ ไว้วางใจ....

ในชีวิตเรา มี 3 คำนำชีวิต

Be

Do

Have

Five Principle for Success

  • Know Your Outcome ตั้งเป้า สงบเงียบ ต้องการชื่อเสียง
  • Take Action -> Get “Result”
  • Have Sensory Acuity
  • Have Behavioral Flexibility ชีวิตต้อง Flexibility
  • Operate from a Physioloty & Psychology of Excellence สนุกสนานเมื่อไหร่ ส่งผลต่อกายดี

Big Assumptions to Live & Deal with Others Happily

  • The map is not the territory
  • There is no reality, only your reality (เล่าเอง)
  • Everyone is doing the best they can with the resources they have available ใครก็ตามที่ผิดพลาดไปแล้ว ต้องเติม อย่าตราหน้า
  • Have behavioral flexibility ทำอะไรผิดพลาด ไม่มีคำว่าล้มเหลว
  • There is no failure, only feedback

การชื่นชม หากจะชื่นชมลูก ชื่นชมลูกน้อง พฤติกรรมเป็นอย่างไรต้องชมคุณสมบัติด้วย เช่น ทำ report ถูกต้อง ให้ชมผลงาน ยิ่งกว่านั้น ตั้งแต่ทำงานมากับ.... รอบคอบ ละเอียด ชมคุณสมบัติพฤติกรรมนั้นด้วย


วิชาที่ 5 Personality and Social Skills Development

โดย อาจารย์ณภันวรรณ จิลลานนท์

Image ภาพลักษณ์ภายนอก

  • แต่งกายและเครื่องใช้ที่แสดงถึงรสนิยมดี
  • เสื้อผ้า........หน้า.........ผม
  • Head to Toe
  • Social & Business manners, Table manners
  • Know how to use Body Language
  • Know your Role:
  • Know how to present yourself in the public
  • Always active and lively
  • Good posture
  • 55% Look
  • 38% Sound
  • 7% Word

First Impression คือ ความประทับใจแรกพบ

บุคลิกภาพที่ดี

1) แต่งตัวดี

2) รู้จักกาลเทศะ

2)มาดดี

3)พูดจาดี

4)อารมณ์ดี

Head to Toe

  • Social & Business manners, Table manners
  • K
  • มรรยาทบนโต๊ะอาหาร
  • 55 % Look ศีรษะ จรดเท้า
  • 38 % เสียง
  • 7% Word คำพูด พูดแล้ว get ไม่
  • แขนประมาณข้อมือ ปลายแขนแล๊ปออกมา 1 ซม.
  • เสื้อเชิต ปกกว้าง ปกเล็ก แบบใหญ่ แบบติดกระดุม แนะนำให้ดูรูปหน้า หากหน้าเล็ก ใส่ปกเล็ก ใบหน้าใหญ่ ใส่ปกใหญ่
  • กางเกง ความยาวของกางเกง
  • ควรผูกปมควรดูใบหน้าเรา
  • ความกว้าง ไม่ใหญ่ ไม่เล็กเกินไป
  • ความยาว หัวเข็มขัด หรือกลางเข็มขัด
  • ลาย ขีดลาย กับจุด ใช้ได้ตลอด
  • เสื้อฟ้าอันตรายมาก คนขาวใส่ไม่สวย และไม่ควรใส่สำหรับคนผิวสองสี
  • คนคอยาวติดกระดุมที่คอ
  • บายเสื้อเชิต หลีกเลี่ยงลายเสื้อนอน
  • อย่าอ้วน อย่าใส่เสื้อรัดติดตัว
  • ใส่เสื้อเชิต พับแขนได้
  • ควรเป็นรองเท้าหนัง แบบ formal
  • กระโปรงไม่สั้น และไม่ยาวจนเกินไป
  • รองเท้าต้องเข้ากับกระโปรง
  • คนที่คอสั้น แก้ไขโดย ใช้เสื้อคอวี อย่าใส่คอติด อย่าปล่อยผม รวบผมให้เห็นลำคอ ใส่สร้อยแบบยาว
  • คนอ้วน อกใหญ่ ให้นึกถึงถุงกระดาษที่พอง ๆ ต้องระวัง
  • ผู้หญิงแขนใหญ่ หลีกเลี่ยงการเปิดแขน
  • ไม่ควรใส่มาทำงาน เช่น เนื้อผ้านิ่ม
  • ไม่ควรใส่เสื้อกล้ามมาใส่กับสูต
  • บอกถึงรสนิยม ให้ลงทุนกับรองเท้า เพราะเราต้องใช้ทั้งวัน เส้นประสาทรวมอยู่ที่เท้า
  • เครื่องประดับกับผู้หญิง ที่คาดผมเอาพอดี บนศีรษะไม่ควรมีสีสันมาก
  • กระเป๋า ไม่เน้นแฟชั่น ดูว่าถืออะไรสวย
  • เครื่องประทับ เป็นเทรน
  • รองเท้าไม่ควรใส่เปิดหัว หรือหัวตื้น
  • กรณีใช้รองเท้าเปิด ไม่ควรใส่ถุงน่อง
  • รองเท้าผู้ชายที่หัวตัด หนา แข็ง ไม่สง่า (ใส่ถุงเท้าสีเดียวกับรองเท้า) รองเท้าที่เหมาะสม หัวเรียวนิดหนึ่ง ทำให้ดูสูงรองเท้าผ้าใบ หลีกเลี่ยงผ้าใบ
  • เข็มขัด ให้เข้ากับหน้า หน้ากลม หน้าเรียว
  • นาฬิกา ตามแฟชั่น
  • ปากกา หากนั่งโต๊ะบริหาร ไม่ควรใช้ปากกาทั่วไป ควรมีปากกาติดตัวที่เหมาะสม
  • มือแนบตัว ก้มศีรษะ พนมมือวางกลางอก ไม่ย่อตัว (ไม่ถอนสายบัวกับบุคคลทั่วไป)
  • ไม่กล่าวคำว่า หวัดดี แต่ควรกล่าวคำว่า สวัสดี
  • ทางธุรกิจ ต้องยืน จับหลวม ๆ
  • คนยื่นมือให้ ต้องปล่อยมือก่อน 3 ครั้ง
  • หากไม่คุ้นเคยกัน ไม่ต้องประกบมือกัน
  • ในงานสังคม นั่งอยู่ที่โต๊ะ ต่างชาติมาจับมือ ผู้หญิงไม่ต้องลุก
  • เจ้านาย ลูกน้อง เราต้องเดินตามเจ้านาย เดินซ้ายมือเจ้านาย
  • กรณีมารับผู้มาติดต่อเจ้านาย และต้องนำทาง มือขวาเป็นมือที่เปิดทาง เชิญค่ะ เชิญครับ ต้องเดินนำด้านขวา
  • นั่งครึ่งเก้าอี้ รองเท้าวางเป็นบ่ายสองของนาฬิกา วางกระเป๋าข้างหลัง
  • นั่งไขว่ห้าง ผู้ชายห้ามยกเท้าไปทางสตรี หรือผู้นั่งข้าง หรือเมื่อคนเดินผ่านควรเอาเท้าลง

ความประทับใจแรกพบ เห็นแล้วรู้สึกดี อยากคุยด้วย

ชีวิตมีห่วง 5 ห่วง ที่เกี่ยวกับบุคลิกภาพ

  • แต่งตัว ขณะใส่สูตร หรือ ใส่เสื้อเชิตผูกเนคไท แขนยาว
  • มาดดี
  • อารมณ์ดี
  • พูดจาดี
  • รู้จักกาลเทศะ สำคัญ แต่งตัวอย่างไร ตอนไหน เหมาะสมกับสถานที่กับสถาบันที่มีเกียรติ

ศิลปะการแต่งกายสไตล์นักบริหารยุคใหม่

สี สีโทนร้อน (Warm Color) VS สีโทนเย็น (Cool Color)

สีโทนร้อน แดง เหลือง ชมพู ส้ม น้ำตาล ทอง

สีโทนเย็น น้ำเงิน เขียว ขาว เทา เงิน

ผิวสีคน

คนที่ผิวสองสี ให้เลี่ยงที่มีสีดำหยดลงไป เลี่ยงสีเทา หากเป็นยูนิฟอร์ม ใช้เครื่องประดับแทน หรือผู้ชายใช้เนคไท แทน

สีน้ำเงิน หากเป็นน้ำเงิน อย่าใช้น้ำเงินหยดดำ

สีมัว ๆ ไม่ดี ม่วงมัว

เสื้อเชิต เทาดำ ไม่เหมาะ เพราะจะเป็นสีมัว ๆ

การทาเล็บ

ผิวดำ ชอบทาเล็บสีแดงก่ำ ดูไม่เหมาะ

สีน้ำตาล อย่าออกแดง ทำให้คล้ำ

สีเหลือง ความมั่งครั่ง ความวิจิตรวิลิศมาหลา

สีดำ

สีเงิน ความโก้ เพรียว มีเสน่ห์ หรูหรา

สีเขียว ความเจริญรุ่งเรือง สุขภาพดี ความอุดมสมบูรณ์ ความร่มเย็น ....

สีขาว

สีเทา ความเป็นทางการ หัวโบราณ ทันสมัย ควรเลี่ยง แม้คนขาว

สีม่วงแดง

คุณผู้ชาย ใส่สูท

เนคไท

เสื้อเชิ้ต

รองเท้า

ผู้หญิง

รองเท้า

สิ่งที่ไม่ควรทำ

Visual Poise

การแต่งกาย

ท่วงท่าอริยบท

การไหว้

เป็นการลดฐิทิ ลดตัวตนของตนเอง เป็นวัฒนธรรมไทย

การเช็คแฮน

การเดินนำ เดินตาม

การนั่ง

การยืน

  • ขาผู้หญิง บ่ายสองโมง กับ 10 นาฬิกา จะทำให้แม่นมั่นกว่า มือทิ้งลงไป ปล่อยสบาย ๆ
  • ผู้ชาย ยืนปลายเท้าไม่ชิดกัน ไม่ล้วงกระเป๋า
  • ท่าเดินที่แม่นมั่น ส้นเท้าลงก่อน
  • แนะนำผู้หญิงก่อน
  • สมมตเป็นแฟนกัน รู้จักกันมาก่อน สวัสดีค่ะ คุณณรงค์ มาจากไหนค่ะ (ไม่ควรถาม)
  • ระยะห่างที่เหมาะสม ประมาณ 1 ช่วงแขน
  • ให้เกียรติผู้หญิงก่อน บอกประวัติเล็กน้อย ... ภรรยาผมครับ ยินดีที่ได้รู้จัก (ไม่นิยมแล้ว โบราณไป)
  • สวัสดีครับ คุณณรงค์ ดีใจจังเลย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน.... เช่นเดียวกันครับ ที่รัก (ภรรยา) นี่คุณณรงค์ เพื่อนผมครับ เรียนมาด้วยกันตั้งแต่มัธยม คุณณรงค์ครับ นี่ภรรยาผมครับ ชื่อนิดหน่อย ภรรยา: สวัสดีค่ะคุณณรงค์ เคยได้ยินชื่อคุณบ่อย ๆ ค่ะ
  • แนะนำเจ้านาย กับลูกค้า แนะนำใครก่อน ? เจ้านายค่ะ นี่คุณพิสิทธิ์ ลูกค้าของเราค่ะ ใครสำคัญเรียกชื่อคนนั้นก่อน
  • ตองไม่ใส่ใจ เพราะแสดงว่าเพื่อนเราเขาไม่ได้แนะนำ เราต้องเฉย ๆ (ต้องวิเคราะห์คนให้เป็น ว่าเขาอยากให้เรารู้จักคนนี้ไม่)
  • ท่าไม่งาม เช่น หน้าท้องยื่น ยืนพักขาไม่สุภาพ
  • ไหล่ห่อ
  • ก้นื่นไปหลัง
  • มาคนเดียวนั่งตรงกลาง (โซฟาตัวใหญ่)
  • มา 2 คน ผู้ชายนั่งใกล้ประตู (ไม่ให้ผู้หญิง ผู้ใหญ่นั่งใกล้ประตู)
  • มา 3 คน ไม่ต้องนั่งเรียงพระอันดับ
  • นั่งไกลประตู เราจะได้เตรียมตัวได้ ปลอดภัย
  • ไม่ไขว่ห้าง
  • ไม่เล่นโทรศัพท์
  • นั่ง 3 คน คนมารับนั่งหน้า แล้ว 3 คนนั่ง : เบอร์ 1 หลังคนขับ เบอร์ 2 นั่งซ้าย ตัวเรานั่งตรงกลาง
  • รถตู้ ให้ผู้ใหญ่นั่ง: ตรงกลาง ไม่ควรนั่งหน้าเกินไป หรือหลังเกินไป คนหนึ่งต้องนั่งด้านในก่อน ผู้น้อยขึ้นก่อน เวลาลงผู้ใหญ่ลงก่อน
  • ผู้หญิงขึ้นก่อน (ความปลอดภัย)
  • ผู้ชายลงก่อน
  • เจ้าบ่าวนั่งขวา เจ้าสาวนั่งซ้าย
  • คนถือหอยสังข์ ยืนฝั่งเจ้าบ่าว
  • รดเจ้าสาวก่อน
  • วิธีการรดน้ำ รดจุดเดียว ไม่ต้องลากขึ้นลง
  • ทำอย่างไรให้นำความคิดที่แตกต่างมาทำให้เป็นรูปธรรม
  • คิดต่างอย่างไรให้คนยอมรับในความต่าง (คุณสโนไว)
  • มั่วสุม เจอเตียง หลับ กรน รบกวนคนอื่น
  • มั่วสุม แยกชายกับหญิง
  • หลับ กรน หากิจกรรมที่ไม่ให้หลับ และอาจมีกิจกรรมที่ให้หลับ (incubation การบ่ม)
  • ราคา การตั้งราคาให้สูง อาจพาไปทานอาหารข้างนอก

การเดิน

การแนะนำ

กรณีเขาไม่แนะนำ

การยืน

การเรียกขานสรรพนาม (สถานการณ์ตอนไหนเหมาะ) ต่างจังหวัดนับญาติกัน ป้า น้า แต่ถ้าในสถานการณ์ที่ทำงานไม่เรียก ป้า น้า ให้เรียก คุณค่ะ คุณครับ หรือ คุณหมอค่ะ หากไปตลาดขายผัก เรียก คุณยายขา ราคาเท่าไหร่ค่ะ น่ารักกว่า -> ต้องวิเคราะห์ด้วย

การนั่งเมื่อไปบ้านผู้อื่น

ห้องประชุม

การนั่งในรถ

การลงบันได

การลงบันได

รดน้ำสังข์

กฎ 5 ข้อ (คิดอะไรไม่ออก นำหลัก 5 ข้อ)

  • การให้เกรียติ
  • ความสะดวกสบาย
  • อัธยาศัยไมตรี
  • ปลอดภัย
  • ความมีระเบียบเรียบร้อย

ประเพณีรดน้ำ ดำหัว

จัดแบบล้านนา เอาน้ำใส่ขันเงิน เอาไปให้ผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เอามือจุ่มน้ำ แล้วเอาลูกศีรษะตัวเอง


วิชาที่ 6 Key words of success: Leadership-Mindset-Thinking outside the box –Thinking
new box

โดย อาจารย์ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์

ความคิดสร้างสรรค์

ไอสไตล์ พูดถึง Insanity คือ การทำสิ่งเดิม ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และคาดหวังว่าผลที่ได้ตามผลลัพธ์เดิม

คิดนอกกรอบ แนะนำตัวเอง ผ่านนามบัตร ระบุตัวตนไว้ด้านหลังบัตร ...ชอบส้มตำ ผัดสะตอ.... เดือนเกิด ... การศึกษา ..... Back to the future (ภาพยนตร์ที่ชอบดู) ข้อดี ..... ชื่อบริษัท....

ทำต่างจากเดิม คิดต่างจากเดิม เรียกว่า ความคิดสร้างสรรค์

กิจกรรม 1

จับคู่ (ร่างกายใกล้เคียงกัน) ต้องบอกได้ว่าอะไรใกล้เคียงกัน เช่น ความสูง รองเท้า ตาดำเท่ากัน .... เส้นผมยาวเท่ากัน

เราอยากเห็นผลลัพธ์ของเราต่างไปจากเดิมอะไรบ้าง ? 1 นาที

คู่ของเราอยากเห็นผลลัพธ์ต่างไปจากเดิมอย่างไร

ความเห็นจากผู้เข้าอบรม เลือกมา 2 คน

  • ให้นักเรียนเรียนผ่านทั้งห้อง
  • อยากให้ผู้ป่วยที่นอนติดเตียงมีความสุขมากกว่าเดิม

ผลลัพธ์ที่น้อยลงกว่าเดิม มีการสูญเสียน้อยลงกว่าเดิม / ใช้เวลาน้อยลง

  • อยากให้คนมาเจาะเลือดใช้เวลาน้อยลงกว่าเดิม
  • ให้มีเวลาจัดการข้อมูลน้อยลง อยากให้ระบบ IT ช่วยทำให้เวลาสั้นลง

มีใครบ้างที่คู่ของเราไม่มีคำตอบ แสดงว่าผลลัพธ์ทุกวันนี้ดีแล้ว

(ไม่มี)

พวกเราควรคุยกันในผลลัพธ์ที่ต่างไปจากเดิม

กิจกรรม 2

ตั้งคำถาม ที่อยากได้คำตอบที่เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ ที่คาใจ ที่ติดขัด สิ่งที่อยากรู้เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ ?

แลกความเห็นกัน

เดินไปหาคู่ใหม่ ไม่ซ้ำคู่เดิม และไม่ถือกระดาษของเราด้วย และตัดสินใจร่วมกัน ถ้าเรามีคะแนน 7 คะแนน เราจะแบ่งคะแนนอย่างไร ตามความน่าสนใจของคำถาม เขียนคะแนนด้านหลังแผ่นนั้น แล้วแลกกัน

จับคู่ใหม่รวมคะแนน นับใหม่ เป็นคะแนนสูง (คะแนนสูงขึ้นเรื่อย ๆ แสดงว่าเรื่องนั้นสำคัญ) แล้วค่อยทยอยตอบคำถามจากคะแนนสูงสุด

ความเห็นจากกลุ่ม

  • คะแนนสูงสุด 27 อยากรู้ว่ามนุษย์เกิดมาทำไม (คนเขียนชื่อ นาโต้).... แล้วจะรู้ไปทำไม ความรู้ที่จำเป็น ใช้ประโยชน์ได้ ควรถามคำถามที่อยู่ในกำมือ ... เกิดมาเป็นหมอ รักษาคนไข้ ดูแลผู้ป่วย เกิดมาทำในสิ่งที่เราชอบ เราถนัด เพื่อประโยชน์ของผู้อื่น
  • คะแนน 26 25 24 23 22 21 (ไม่มี)
  • คะแนน 20 ถามว่า
  • มาที่ O ค่อย ๆ หาทางเคลีย

ภาพดาว เป็นประกาย สีเขียว เป็นสัญลักษณ์ของความคิดสร้างสรรค์ ทุกคนมีเมล็ดพันธุ์แห่งความคิดสร้างสรรค์ แต่เสียดายที่ถูกขังอยู่ในกรอบ เมื่อคิดแปลกใหม่หลายคนบอกว่าคิดไม่ออก หรือ คิดแล้วไม่ยอมให้ความคิดมันออก

ภาพ เห็นควายมันลอยอยู่ในหัว ไม่กล้าออก กลัวคนอื่นเห็นว่าเราเป็นควาย / เอาเป็นกลิ่น กลิ่นโคลนลอยมา / เสียง นกเอียงแว่วมาแต่ไกล โง่ 3 เด้ง ควายจมปลัก และนกเอี้ยงมาอยู่ด้วย ติดกรอบ -> เท่ากับติดกรอบความคิด ตัวแม่ คือ “ความกลัว” กลัวคนหัวเราะ กลัวแตกแยก ฯลฯ บางครั้งคิดได้ แต่มาติดอีกกรอบ เช่น ติดนโยบาย กฎระเบียบโรงพยาบาล เกินงบประมาณ เรียกว่า กรอบสังคม

ติดเรื่องผิดขนบธรรมเนียมประเพณี -> ติดกรอบสังคม

ทำให้การคิดกลับไปที่เดิม ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ต้องคิดกระโดดนอกกรอบ คิดโดยไม่ต้องสนใจอะไร ทั้งงบประมาณ นโยบาย วัฒนธรรม ฯลฯ คิดแบบนอกกรอบ Outside the box นำความคิดเลี้ยวเข้ามาในกรอบองค์กร สังคม และ Landing เอาความคิดเรามาอยู่ในกรอบสังคม นโยบายฯ เรียกว่า เป็นการคิดคร่อมกรอบ เป็นครึ่งหลังของการคิดสร้างสรรค์

วิธีการ : มาจาก CEF creative Educatio Foundation

  • คิดถึงข้อดีของความคิดของเรา -> Pluses คิด บวก + +
  • คิดถึงข้อดีที่อาจเกิดในอนาคต ->Potential
  • คิดถึงว่าติดอะไร กังวลอะไร แต่ว่าอะไร ->Concerns
  • พยายามทะลุทะลวงข้อ 3 หลบ เลี่ยง หรือทะลุให้ได้ -> Opportunities

การคิดคร่อมกรอบ PPCO

ตัวอย่าง

เดินผ่านโรงแรมแห่งหนึ่ง มีต่างชาติพกกระเป๋าใบเดียว (backpack) มาพัก รวมกันพัก 3 เตียง 8 เตียง จำนวน 18 คน 4 เตียง -> คิดนอกกรอบ คิดอบรม

  • ใกล้ชิดกันดี นอนรวมกัน
  • ข้อดีในอนาคต (เพียงอาจจะ ก็ OK) อาจเป็นรูปแบบใหม่ในการสัมมนา

ขณะคิดมีตัว C concern มาเป็นระยะ ขอ pluses และ Potentials

ถ้าเข้าไม่ได้ พักไว้ก่อน PPCO เหมือนบ่มความคิด

ตัวอย่าง ร้านเซนามิก

ทำเสร็จ ต้องบรรจุกระดาษ ผลลัพธ์ในการห่อไม่ดี เริ่มช้าลง ผู้บริหารอยากเห็นการห่อเร็วขึ้น ให้ลองคิดไอเดียใหม่ ๆ ห่อช้าเพราะ อ่านกระดาษที่หอทำให้เสียเวลา -> เปิดโอกาสให้คนตาบอดทำงาน ความเห็นของกลุ่ม -> ปิดไฟ

กิจกรรม

ระดมความคิดนอกกรอบ ใครมีไอเดียอะไร บอกออกมา ไม่สกัดกั้นความคิด ระลึกเสมอว่า Idia ที่ออกมา

  • ทำ PPCO
  • เมื่อคิดเสร็จจะพบ เพชฌฆาตความคิด

ความคิดกลุ่ม

วิธีการ

  • คิดนอกกรอบ การสัมมนาในโรงแรม backpack
  • เสนอเจ้านาย เกริ่น “ที่หัวหน้าสั่งไว้...”
  • นำเสนอความคิดที่ทำ PPCO
  • ถามหัวหน้าถึงข้อดี (รับฟังความคิดเห็นเจ้านาย เพื่อหาข้อมูลเพิ่ม)
  • ปฏิบัติการ
  • นำเสนออีกครั้ง : ทบทวนที่สั่งและข้อมูลใหม่
  • สรุป
  • ชื่นชมหัวหน้า

สรุป 5 ขั้นตอนในการเสนอไอเดียใหม่ ๆ

  • ทำให้ หัวหน้า “สั่ง” ให้เราคิด -> ต้องการให้หัวหน้าพูดว่า “เธอไปคิดมาซิ”
  • เสนอไอเดียตามที่หัวหน้า “สั่ง” (ถ่อมตน)
  • “ถาม” หัวหน้า ถึงข้อดี -> ทำได้ดีอย่างไร
  • ขอให้ หัวหน้า “สอน” เพิ่มเติม
  • เสนอไอเดียเพิ่ม (4) ตามที่หัวหน้า “สั่ง” & “สอน” -> หัวหน้าจะให้ไปลองไม่ (อย่าพูดว่า หัวหน้าอนุมัติไม่ เป็นการบังคับไป

17/7/58

นำเสนอการบ้านที่ผมให้โจทย์ไว้ 2 ข้อ คือ วิกฤติในคณะแพทย์ฯ แบบมาแล้วมาอีก (Permanent Crisis) และมาหลายรูปแบบชนิดขนมชั้น ( Multiple) เกิดขึ้นอย่างไร และอธิบายข้อแตกต่างระหว่าง Attitude / Mindset / strategy และยกตัวอย่าง mindset ที่เป็นอุปสรรคในการขับเคลื่อนคณะแพทย์ฯ และให้คำแนะนำในการปรับ Mindset เพื่อการพัฒนาและหลักสูตรนี้จะช่วยได้อย่างไร

วิชาที่ 7

Learning Forum & Workshop

หัวข้อ “การบริหารจัดการการเงินสำหรับนักบริหาร และ Public Finance”

โดย ดร. กุศยา ลีฬหาวงศ์

สรุปบันทึกการเรียนรู้

โดย ทีมงานวิชาการของคณะแพทยศาสตร์ มอ. และ Chira Academy

วิชาที่ 7 กาบริหารจัดการการเงินสำหรับนักบริหาร และ Public Finance
โดย ดร.กุศยา ลีฬหาวงศ์

Gen M -> Millennium อยากรู้อยากเห็น อยากทำงานสบาย Gen Y ไม่มี (คิดนอกกรอบ คิดนอกคอก)

ผู้เข้าร่วมอบรม เกี่ยวกับการเงินด้านการจัดซื้อ เบิกจ่าย วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ พิจารณาการใช้จ่ายของหน่วยงาน รายรับ รายจ่าย ทำอย่างไรให้การใช้เงินได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งเงิน สิ่งของ กิจกรรม เกี่ยวข้องส่วนตัว

การเงินเป็นเรื่องใกล้ตัว ทุกคนเกี่ยวข้อง อย่างน้อยเงินในกระเป๋าของเรา การบริหารเหมือนกัน ทั้งส่วนตัว และของหน่วยงาน ปัจจุบันเป็นโลกาภิวัตน์ หรือโลกไร้พรหมแดน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนสามารถตรวจสอบได้

การเงินที่เราควรจะมี

  • Modern Financial Management การจัดการ
  • Budget การเงินงบประมาณ
  • Introduction
  • Basic Concept
  • A Few Basic Terms
  • Financial Statements and Reports

การเขียนรายงานเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้รับอนุมัติ หรือเห็นชอบจากผู้บริหาร และผู้อนุมัติต้องรู้บทบาท หน้าที่ ควรแลกเปลี่ยน ระบบธนาคาร เมื่อจะให้สินเชื่อต้องดูอะไรบ้าง ควรเขียนรายงานประเด็นที่ธนาคารต้องใช้ในการตัดสินใจ การนำเสนอจะให้ระยะเวลาน้อย

Introduction

  • Financeil Market and Financial Institutionตลาดเงิน ตลาดทุน
  • Money market and capital market
  • Investment
  • Financial Management

ฝากเงิน ธนาคารล้ม (กรีซ)

ตลาดการเงิน กับตลาดเงิน (money market) แตกต่างกัน

ตลาดการเงิน Financial Market

แบ่ง 2 ประเภท

  • ตลาดการเงินในระบบ : ตลาดเงินในระบบ ตลาดทุนในระบบ มีกฎหมาย กฎระเบียบ ฟ้องร้องได้
  • ตลาดการเงินนอกระบบ : ตลาดเงินนอกระบบ ตลาดทุนนอกระบบ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของคนสองฝ่าย ไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมายเสมอไป ส่วนใหญ่ที่พบเป็นนอกกติกา ตกลงระหว่าง ผู้กู้ กับผู้ให้กู้ ไม่ได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร หรือบันทึกไว้ไม่ชัดเจน

ตลาดการเงิน (Financial Market)

  • ตลาดส่งมอบทันที (Spot Market)
  • ตลาดซื้อขายล่วงหน้า (Future Market) เหมือนการจองรถ และขายใบจองต่อได้ทันที หรือจัดซื้อจองบ้าน ขายต่อได้ทันที ปัจจุบันตลาดล่วงหน้า เช่น การสั่งซื้ออุปกรณ์ทางกาแพทย์ หากซื้อโดยตรงต่างประเทศ ซื้อจ่ายเงินดอลล่า แต่กว่าจะส่งของอีก 2-3 เดือนข้างหน้า เงินดอลล่าอาจเปลี่ยนแปลง ต้องพึ่งตลาดซื้อขายล่วงหน้า จองซื้อที่ธนาคาร กรณีลดลง หรือเพิ่มขึ้น ธนาคารจึงได้ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ไม่ว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร เราก็สามารถแลกได้ตามที่ตกลงในสัญญา เป็นการป้องกันความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่สำหรับนักเกงกำไร หากเกงว่าจะขึ้น (ขึ้นจาก 34 เป็น 37 เรียกว่า บาทอ่อน) จัดซื้อไว้ การเกงกำไรทำให้ประเทศแย่เมื่อปี 2540 (จอห์นโซลอต มาซื้อเงินบาทของไทย)

ตลาดการเงิน หมายความรวมถึ

  • ตลาดเงิน เป็นการให้กู้ยืมสภาพคล่องระยะสั้นแก่สถาบันการเงิน ผ่านตลาดกู้ยืมเงินระหว่างธนาคารและตลาดซื้อคืนพันธบัตร
  • ตลาดทุน เป็นการระดมทุนระยะปานกลางและระยะยาวที่ดำเนินการผ่านตลาดตราสารหนี้และตราสารทุน
  • ตลาดเงินตาต่างประเทศ

4.ตลาดตราสารอนุพันธ์ เป็นตลาดสำหรับตราสารการเงินที่ให้ผลตอบแทนตามตัวแปรที่กำหนด เช่น USA ออกหุ้นกู้ขายให้ประชาชน

สถาบันการเงิน

ตามหลักการของระบบบัญชีประชาชาติ ประเทศไทยมีสถาบันการเงิน 3 ประเภท ได้แก่

1. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำหน้าที่ควบคุมดูแลสถาบันการเงินอื่น ๆ ไม่มีหน้าที่รับฝากเงิน ให้กู้ยืมเงิน มาว่ากับสถาบันการเงิน หรือบุคคลธรรมดา ไม่เกี่ยวข้องกับประชาชน หรือบริษัทเอกชน

2. (Bank) สถาบันรับฝากเงิน เช่น ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่รับฝากเงิน สหกรณ์ออมทรัพย์ เครดิตยูเนี่ยน และ กองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น เงินฝากที่ธนาคาร 1) ฝากประจำ 2) ฝากออมทรัพย์ (สะสมทรัพย์) 3) ฝากกระแสรายวัน (นิยมน้อยลงในบุคคลธรรมดา ส่วนใหญ่ใช้เช็ค คดีเช็คเป็นคดีอาญา เช็คเด้งแจ้งจับได้ทันที

3. (Non Bank) สถาบันการเงินที่ไม่รับฝากเงิน เช่น กองทุนรวม บริษัทประกันภัย กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทที่ให้สินเชื่อ(อิออน) บริษัทบริหารสินทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นต้น

ตลาดทุน (Capital Market)

  • ตลาดแรก (Primary Market) ตลาดหลักทรัพย์ออกใหม่

2.ตลาดรอง (Secondary Market) ตลาดซื้อขายหลักทรัพย์

ตลาดแรก เป็นตลาดระหว่างผู้ลงทุน กับบริษัท หุ้นที่จะมาเสนอขาย หรือระดมทุนครั้งแรก เป็นนักลงทุนกับบริษัท เงินเข้าที่บริษัท บริษัท + นักลงทุน ตัวกลางเรียกว่า ผู้รับประกันการจำหน่าย

ตลาดรอง เป็นเรื่องระหว่างนักลงทุน กับนักลงทุน ซื้อกันเอง ไม่เป็นทางการ ตามกฎหมายมีกำไรต้องเสียภาษี ขาดทุนรัฐไม่รับรู้

ความแตกต่างระหว่างตลาดเงิน กับตลาดทุน

ตลาดเงิน

ตลาดทุน

ระยะเวลาสั้นครบกำหนดไถ่ถอน 1-3 ปี

ระยะเวลาไถ่ถอนเกินกว่า 3 ปี ขึ้นไป

สถาบันการเงินประเภทธนาคาร

สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์

ตราสารทางการเงินมีสภาพคล่องสูงและมีความเสี่ยงต่ำ

ตราสารทางการเงินมีสภาพคล่องต่ำและมีความเสี่ยงสูง

ให้รายได้ดอกเบี้ยที่แน่นอนแต่อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า

ผลตอบแทนที่ได้รับเป็นเงินปันผลหรืออัตราดอกเบี้ยสูงกว่า

หลักทรัพย์ระยะสั้นได้แก่ ตั๋วเงินคลัง ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน

หลักทรัพย์ระยะยาว หุ้นกู้ หุ้นทุน พันธบัตรรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจ

ให้กู้ยืมเพื่อการค้าและเงินหมุนเวียน

ให้กู้ยืมเพื่อทุนและการขยายกิจการ

การขอกู้ใช้การต่อรองอัตราดอกเบี้ย

ใช้หลักทรัพย์ประกันการขอกู้ยืม

ตลาดเงินความเสี่ยงผันผวน หากเปรียบเทียบกับตลาดทุน ความเสี่ยงน้อยกว่า

มูลนิธิบางแห่ง (เงิน 70 ล้านบาท) เก็บเงินไว้ที่ธนาคารประเภทออมทรัพย์ ไม่เสียหาย แต่เสียโอกาส การเอาเงินไปไว้เป็นเงินฝากเพื่อกันไว้สำรองการจ่าย เท่ากับไม่มีการวางแผนการจ่ายเงิน เนื่องจากการวางแผนงาน เช่น การก่อสร้างอาคาร มักจะมีแผนการทำงานเสมอ เราควรรู้ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน เอาโอนฝากโยกไปเข้ากองทุนตราสารหนี้ ไม่ต้องเสียภาษีดอกเบี้ย ได้รับดอกเบี้ยสูงกว่า

สถาบันคุ้มครองเงินฝาก: สคฝ. DPA (Deposit protection Agency)

  • สถาบันคุ้มครองเงินฝาก จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2551 โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. 2551
  • วัตถุประสงค์สำคัญตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายคือ
  • คุ้มครองเงินฝากในสถาบันการเงิน
  • เสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพาของระบบสถาบันการเงิน และ
  • ดำเนินการกับสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน รวมทั้งชำระบัญชีสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต

ต้องเป็นคนไทย และเป็นเงินไทย ต่างชาติฝากเป็นเงินไทย (บาท) ไม่คุ้มครอง

สถาบันการเงินภายใต้ความคุ้มครอง

ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ จำนวน 34 แห่ง อยู่ภายใต้ระบบคุ้มครองเงินฝากโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ดี หากต่อไปจะขยายความคุ้มครองไปยังธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ก็สามารถกระทำได้โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

การคุ้มครอง:

11 ส.ค. 55 – 10 ส.ค. 50 ไม่เกิน 50 ล้านบาท

11 ส.ค. 2558 – 10 ส.ค. 59 ไม่เกิน 25 ล้านบาท

11 ส.ค. 2559 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1 ล้านบาท

การลงทุน (Investment)

  • การลงทุนโดยตรง (Direct investment) หมอเปิดคลินิก เป็นเงินตัวเองลงทุน โรงพยาบาลลงทุนสร้างตึก ประเด็นคือเงินมาจากไหน หากเป็นเงินกู้ ต้นทุนเป็นดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย หากเป็นเงินงบประมาณ (เงินภาษีที่รัฐบาลจัดมาให้เรา) มีต้นทุน (สรรพากรไปเก็บภาษี) ต้นทุนที่น่ากลัวคือ ความคาดหวังของเจ้าของเงิน คือ ประชาชน (คนเสียภาษี) การตรวจสอบมีมากขึ้น (เป็นต้นทุน) การตัดสินใจ ให้ดูที่ประโยชน์ + ความคุ้มค่าของเงินที่เราจะใช้ บางครั้งได้ประโยชน์แต่อาจจะไม่คุ้มก็ได้ ผลตอบแทนจากการลงทุนต้องสูงกว่า ความเสี่ยง คิดถึงเสร็จได้ไม่ เช่น สร้างระยะหนึ่ง เงินหมด ก่อสร้างยังไม่เสร็จ
  • การลงทุนทางอ้อม (Indirect investment) ไม่เป็นหมอ แต่อยากมีคลินิก หรือรับจ้างเป็นผู้ให้บริการ / การซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์
  • แหล่งเงินทุน (Source of Fund)
  • ผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on investment)
  • คิดในรูปของตัวเงิน
  • คิดในรูปแบบร้อยละ

การบริหารเงินทุนหมุนเวียน (Financial Management)

  • เงินสด อาจนำไปลงทุนในตราสารหนี้ แต่ควรขอตราสารหนี้จากธนาคาร
  • ลูกหนี้การค้า ไม่มีการต่อรองราคา ไม่มีลูกหนี้การค้า จ่ายเงินสดอย่างเดียว สามารถใช้ประโยชน์จากเจ้าหนี้การค้า เช่น ยืดหนี้ให้ยาวที่สุด แต่อย่าทำให้เราเสียชื่อ การซื้อสินค้า ราคาเท่ากันซื้อผ่อน หรือขอ Credit
  • หนี้สินระยะสั้น
  • การหาแหล่งเงินทุน และการจัดสรรเงิน
  • พิจารณาการลงทุน

มาดูก่อน

  • เจ้าหนี้การค้า
  • หนี้สินหมุนเวียนอื่น ๆ
  • Project feasibility ดูความจำเป็น
  • Return on investment คืนเงินได้อย่างไร -> คืนเป็นบริการสาธารณชน ->
    ถ้าเรามีสิทธิประกันสังคม เราไม่เคยใช้สิทธิประกันสังคม (จ่ายได้ ก็ควรจ่าย) บางอย่างเริ่มต้นที่ตัวเรา
  • Cost of capital or cost of fund ทุน : เงิน คน ความเสี่ยง
  • Decision making (ดูความคุ้มค่า)

Basic Concept :

1.Cash Accounting :

.......

Financial Statement and Reports

  • งบแสดงฐานะทางการเงิน (Balance sheets) : ฐานะทางการเงิน สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ
  • งบกำไร ขาดทุน เบ็ดเสร็จ (Income statement) : งบแสดรายรับ รายจ่าย แสดงผลการดำเนินงาน
  • งบแสดงกระแสเงินสด (Cash flow statement) : ฐานะเงินสด แสดงที่มาของเงิน และเงินที่เหลือที่สามารถใช้ได้ -> ไม่มีอาจทำให้มีช่องทางการทุจริตได้

Risk Management

  • Risk
  • Factors ปัจจัยความเสียง
  • Business risk เป็นความเสี่ยงของธุรกิจเอง ->โรงพยาบาลอาจมีความเสี่ยงน้อย
  • Financial risk ความเสี่ยงทางด้านการเงิน หาไม่พอใช้ อาจเกิดจากการเอาเงินไปใช้ผิดประเภท คอรัปชั่น
  • Other risk ความเสี่ยงอื่น ๆ ที่ไม่คาดคิด เช่น การปฏิวัติ งบประมาณทุกอย่างหยุดนิ่ง เกิดภัยธรรมชาติ อาจต้องมีแผนรองรับไว้ เมื่อทำแผนต้องมีแผนฉุกเฉินเสมอ
  • Internal factors
  • External factors

Risk Management

  • SWOT แต่ทำค่อนข้างยาก เพราะจะได้แต่จุดแข็ง
  • Budget จัดทำงบประมาณ ต้องทำแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาว หรือวางแผนให้จบโครงการ งบผูกพัน ต้องดูให้ได้ว่ามีงบผูกพันหรือไม่
  • Financial analysis
  • Others: insurance, diversification, swap, forward, options, derivatives

การจัดทำประมาณทางการเงิน

  • งบลงทุน (Capital budget)
  • งบรายจ่าย (Operating budget)

Land / building / equipment / machine / etc งบผูกพัน เช่น งบก่อสร้าง

  • Direct cost : materisl / labour/ etc.
  • Indirect cost: selling, general and administrative expenses, etc.

Type of Budgeting

  • Last year plus system มองจากปีที่ผ่านมา
  • Zero based Budgeting: process of creating a budget based on expectations for the corning year, without reference to previous year’s budget -> เอกชน ต้องมีเงินเหลือ ระวังเช็คเด้ง (เครดิตเสียหาย)

Budget Reporting

  • Actual Result
  • Budget
  • Variance: difference between actual and budget
  • Percentage variance

Budget Reporting

ต้องมีการทำรายงานประจำเดือน และเปรียบเทียบ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์สถานะทางการเงินได้ แก้ปัญหาวิกฤตได้

อ.จีระ

Financial อนาคตของคณะแพทย์เป็นอย่างไร ? -> รายได้ + research (ต้องถึงชุมชน) การเป็นผู้บริหารต้องเข้าใจทุกศาสตร์

ความสนใจ ต้องผสมระหว่าง สาขาวิทยาศาสตร์ กับ สังคม วิทยาศาสตร์

คำถาม

กองทุนตราสารหนี้

ธนาคารกรุงศรี ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ เราสามารถบอกธนาคาร และซื้อขายกับธนาคารได้เลย เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ เรียก FFF TFF กรุงศรี เรียก KF cash ก่อนเปิดบัญชีควรถาม ตราสารหนี้ธนาคารเอาไปลงทุนอะไรบ้าง

การโอนเงิน ควรโอนเข้าบัญชีกระแสรายวัน เพราะสามารถตรวจสอบที่มาของเงิน จำนวนเงิน หากเข้าประเภทออมทรัพย์ ไม่มีระบุรายละเอียด

คำถาม

มูลค่า การวิเคราะห์ cost ทางการรักษาพยาบาล วิเคราะห์ร่วมกับอสังหาริมทรัพย์ มีผลกระทบในภายหน้าไม่ ในการบริหารจัดการ

ราคาที่ดินผันแปรเยอะมาก ไม่ว่าภาครัฐ และเอกชน หากเราไม่มีจุดประสงค์ขายที่ดิน หรือไม่อยากรู้ ไม่อยากเพิ่มมูลค่า จะไม่นำมารวมในการคำนวณ เราเพียงคิดเราได้เปรียบในราคาประเมิน เพราะการตั้งราคาอัตราค่าบริการ ไม่ได้คิดในส่วนนี้ (เวลาคิดต้นทุนอย่าเอามูลค่าประเมินปัจจุบันมาวิเคราะห์)

ประเมินใหม่ ราคาที่ดินสูงกว่าเดิม

หลักบัญชีเป็นหลักบัญชีคู่ ที่ดินเพิ่มราคา จาก 100 เป็น 300 ส่วน 200 เป็นรายได้ (เสียภาษี) สมมตราคาประเมินปีนี้ลดลง 200 บาท เราไม่สามารถเรียกเก็บคืนจากสรรพากรได้

คำถาม

ความมั่นคงของกิจการ ควรวัดอัตราทางการเงิน กับสภาวะเศรษฐกิจ

ให้ดูปัจจัยความเสี่ยง ทั้งภายใน และภายนอก


วิชาที่ 8

3V & Innovative Project : โครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อพัฒนางานของคณะแพทยศาสตร์ มอ. (Problem Based Learning.....ภายใต้แนวคิดหลัก: วิเคราะห์อนาคต MED PSU ปี 2020 กับแผนการเตรียมความพร้อม (เรียนรู้แนวคิด ทฤษฏี 3 V – วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน (Where are we ?) กับเป้าหมาย (Where do we want to go?) นำไปสู่หัวข้อโครงการฯ ที่จะศึกษา โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อาจารย์พิชญ์ภูมี จันทรกมล ผศ.กิตติ ชยางคกุล

ข้อสังเกตเรื่อง 3V & Innovative Projects : โครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อพัฒนางานของคณะแพทยศาสตร์ มอ. (Problem Based Learning.....ภายใต้แนวคิดหลัก: วิเคราะห์อนาคต MED PSU ปี 2020 กับแผนการเตรียมความพร้อม ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ข้อสังเกตเรื่อง Mini-Research for Innovative Project

ฝึกวินัยในการตั้งโจทย์ หรือ Hypothesis ที่น่าสนใจ และนำไปใช้ได้ แล้วเก็บข้อมูลนำเสนอว่าตอบโจทย์ Hypothesis ที่ตั้งไว้ว่าทำได้หรือไม่ ถ้าทำได้ก็เดินหน้าต่อ ถ้าทำไม่ได้ก็เก็บข้อมูลพื้นฐานไว้ก่อน

จากการเรียนเพิ่ม V1 : Value add เพิ่มสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว V2 : Value create อะไรบ้างที่เราคิดว่าเป็นการทำงานใหม่นอกกรอบ แต่สามารถไปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะสร้างความยั่งยืน น่าจะประกอบไปด้วยปัจจัย 2 อย่าง (ที่พบมักทำเดิม ๆ เช่น ความพึงพอใจขององค์กร แต่ขยายไปองค์กรอื่น ๆ องค์การโทรศัพท์ / ตำรวจ ฯลฯ )

ก่อนที่จะตัดสินใจอย่างรอบคอบ ให้ explore แล้ว reduce หัวข้อไม่ใช่เฉพาะที่เรียน ขยายได้ มองที่อนาคตคณะแพทยศาสตร์ เพิ่มมูลค่า อันหนึ่งที่ emerge -> ให้ balance ระหว่างลูกพระราชบิดา กับ income อาจเชื่อมโยงกับอาเซียน เป็น discipline ในการตั้งโจทย์ สิ่งที่เราเห็นทิศทาง เก็บข้อมูล เพื่อตอบโจทย์ ขอให้เป็น outside the box (คิดนอกกรอบ)

หากจะขับเคลื่อน Project เป็นรูปธรรม ต้องมีตัวละครที่ชัดเจน และขับเคลื่อนเป็น V3: Value Diversity สร้างคุณค่า/มูลค่าจากการบริหารความหลากหลาย

ตัวอย่างของโครงการ รุ่น 1 และ รุ่น 2

  • PPSH: Private Prince of Songklanagarind Hospital
  • ศึกษาความคาดหวังของการจัดตั้ง “ศูนย์เสริมพลัง” รพ.สงขลานครินทร์
  • การบริหารจัดการบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง : Talent Management Roadmap คณะแพทย์
  • MED PSU Smart Health 2020 for Smart Living and Better Care Services
  • โครงการบริหารจัดการระบบการดูแลผู้สูงอายุในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์
  • Self – Financing Organization
  • โครงการศูนย์ส่งเสริมสุขภาพสำหรับประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้ (ศสชต)
  • ศูนย์สนับสนุนและพัฒนาความเป็นเลิศทางการแพทย์สงขลานครินทร์ (MED PSU Supporting and Developing Unit for Excellent Center / MED PSU-SDUEC)
  • “ศูนย์การเรียนรู้และจัดการนวัตกรรมคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์” LEARNING AND INNOVATION MANAGEMENT CENTER: LIMC

10.Magnet Hospital for Excellent and Talent Staff of Med PSU 2020

ข้อดีรุ่นที่ 3 คือ มีการวางแผนล่วงหน้า อ.จีระ เป็นหัวหน้า research ทุกกลุ่ม และมี อ.กิตติ และ อ.จ้า และทีมงานมาช่วย

ข้อพึงพิจารณา

  • Timing เวลามีไม่มาก
  • ทำงานเป็นทีม คล้าย ๆ Workshop หาหัวข้อที่ Relevant และไปต่อยอด 3 V ให้ได้
    • Secondary Data
    • Primary Data / Questionnaires / Focus Group หรือ In-depth Interview

3.อยากเห็น V 3 กับ V 2 มาก คือ มองอะไรที่เป็นยุทธศาสตร์และสร้างสรรค์ และนอกจากสร้างสรรค์แล้วต้องทำให้สำเร็จ คล้าย ๆ จาก Creativity ไปสู่ Innovation แต่จะต้องเน้น Reality and Practical โดยมองจากองค์ความรู้ Basic Knowledge ที่มีและหาได้

วันนี้เป็นวันแรก.. หารือหัวข้อกันก่อน ควรจะเป็น Hypothesis ต้อง Relevant แต่ยังขาดการวิเคราะห์และเก็บข้อมูล ซึ่งจะยืนยันว่า Hypothesis ถูกต้องหรือไม่?

แต่ที่สำคัญที่สุด คือ

อ.จีระมี Passion แล้ว ทุก ๆ คนปรึกษาได้ เป้าหมาย คือ เรียนรู้ไปด้วย โดยเฉพาะช่วงที่เบรก ทุกวัน คือ คิดถึง Research และนำเอาแนวคิดที่เรียนทุก ๆ วันในห้อง + การอ่านเพิ่มเติม มาใช้ในการทำ Research อย่าให้แตกแยกไปจากการเรียนในห้อง ให้การทำ Research เป็นเนื้อเดียวกันกับการเรียน

3V & Innovative Project โครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อพัฒนางานของคณะแพทย์ มอ. โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์กิตติ ชยางคกุล

Theme

วิเคราะห์อนาคต MED PSU ปี 2020 กับแผนการเตรียมความพร้อม Past+Future

วิกฤติในคณะแพทย์ เมื่อเกิดแล้วเราจะแก้อย่างไร เราจะรับมือกับวิกฤติตัวนั้นอย่างไร ให้แต่ละกลุ่มนั่งคุยกัน มุมมองของสมาชิกแต่ละคนไม่เหมือนกัน ลองคิด ปัญหาร่วมของแต่ละกลุ่ม เลือกมา 5 ลำดับ

Project Methodology

  • Who are we?
  • Where do we want to go?
  • How to do it?
  • How to do it successfully?
  • How to overcome obstacle and difficulties?
  • Who are we ? มองตัวเอง
  • Where do we want to go? มองเป้าหมาย
  • How to do it? (มองแนวทาง)
  • How to do it successfully? มองความสำเร็จ
  • Problem-Based Approach
  • Vision (2556-2559) เป็นคณะแพทยศาสตร์ชั้นเลิศระดับนานาชาติเพื่อสังคมไทย
  • ต้องการเป็นอะไร อย่างไร
  • ปัจจัยที่เกื้อหนุน มีอะไร
  • Core value?
  • How to do it ? มองแนวทาง
  • วิเคราะห์แนวทางที่นำไปสู่เป้าหมาย
  • วิเคราะห์จุดแข็ง และข้อด้อยของแต่ละแนวทาง
  • วิเคราะห์ความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ
  • วิเคราะห์ปัญหาที่จะเป็นอุปสรรคในการดำเนินการตามแนวทางนั้น ๆ
  • วิเคราะห์ปัจจัยสู่ความสำเร็จ
  • วิเคราะห์กลยุทธ์ที่จะใช้เพื่อสู่ความสำเร็จนั้น
  • อนาคตในปี 2020 คณะแพทยศาสตร์ มอ. จะเป็นอย่างไร
  • ปัญหาที่คณะแพทย์เผชิญอยู่ปัจจุบันจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของคณะแพทย์อย่างไร
    • ทำไมปัญหาดังกล่าวจึงมีความสำคัญ
    • เรารู้ได้อย่างไรว่าปัญหานี้สำคัญจริง
  • แนวทางในการแก้ไขปัญหานั้นคืออะไร
  • แล้วเราจะแก้ไขมันอย่างไร
  • โครงการที่จะจัดทำเพื่อแก้และป้องกันปัญหาดังกล่าว

ตัวอย่างโครงการ

ปัญหาสมองไหล ใช้แนวคิด

  • Magnet Hospital for Excellent and Talent Staff of Med PSU 2020 อะไรเป็น Magnet ไม่ให้สมองไหล
  • การบริหารจัดการบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง (MED PSU Talent Management Roadmap to 2020)
    • Self-Financing Organization ที่นี้มีคลินิกตรวจพิเศษทางช่องท้อง สร้างเม็ดเงินให้ คณะฯ ได้
    • ศูนย์สนับสนุนและพัฒนาความเป็นเลิศทางการแพทย์สงขลานครินทร์ และพัฒนาไปสู่ทางด้าน marketing

มุมสังคมศาสตร์ หาทฤษฏีมาสนับสนุน หา metrology

การพัฒนาองค์กร มีหลายโครงการ เช่น

สร้างสุขภาวะที่ดี

  • 2020 ผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาวะ

2.ฯลฯ

วิธีการ

ไม่ลืม 3 V and Innovative Project

  • โครงการที่จะจัดทำเพื่อแก้และป้องกันปัญหา
  • Project + 3V -> นวัตกรรม (Innovation)
  • Value Added?
  • Value Creation?
  • Value Diversity?

6.นวัตกรรมของโครงการ ?

18-7-58

วิชาที่ 9

Panel Discussion& Workshop

หัวข้อ “วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับการทำงานของคณะแพทย์ฯ มอ.”

โดย ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล

ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านลอจิสติกส4

และอาจารย์ประจำหลักสูตรการจัดการลอจิสติกส์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ร่วมวิเคราะห์โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ดำเนินการอภิปรายโดย อาจารย์จีระเดช ดิสกะประกาย

...................................................

Where are we now and then? – เราอยู่ที่ไหนตอนนี้แล้วเราจะทำยังไงต่อไป

  • Trend of Healthcare sector – demand driven
  • กรณีศึกษาของแผนยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาลกรุงเทพ
    • วันนี้ รพ. เอกชน ก็ไม่ได้ทำงานหาเงินอย่างเดียว แต่เขาเน้นงานด้านวิชาการด้วย
  • GDP GROWTH + AGING POPULATION + MEDICAL TOURISM
  • Medical Tourism - - What we do?
  • Proven Growth Strategy Though Hospital Network Expansion - - How do we growth? (Credit: BDMS investor presentation 2015)
  • Global Hospital Ranking
  • Increasing Healthcare Demand – Supply or Demand driven?
  • PSU Clinical Personnel?
  • More Pressure!!
  • Challenging Issues

-แกนตั้ง คือ Focus on close geographic region

  • แกนนอน คือ Service Focus (Get sickness fixed - - Keep people healthy)
  • แกนตั้ง คือ Target Patients / Purchasing Power
  • แกนนอน คือ

รพ. เอกชนเน้นให้คุณดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น คือ ป้องกันก่อนรักษา แต่ รพ.รัฐส่วนใหญ่ คือ เน้นการรักษาเมื่อเป็นแล้ว

คำถามท้าทาย คือ

  • เราจะรักษาความสำคัญของเราไว้อย่างไร หากในอนาคตลูกค้าของเรามีทางเลือกมากขึ้นด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยี และ Logistic
  • ในฐานะของโรงเรียนแพทย์ชั้นนำของประเทศ แต่วันนี้มีคู่แข่งมากขึ้น เราจะทำอย่างไรให้องค์กรของเรายังมีความหมาย

Diversification of Patient Mix

เริ่มจากระดับ

Social Security Patient –

Middle - Income Patient

High Income Patient

-เราเปรียบเทียบแล้วเรารู้ว่าเราโต แต่เราโตช้าว่าคนอื่น

-นอกจากเติบโตแล้วเราต้องมีส่วนแบ่งการตลาดที่สูงขึ้นด้วย

-จากภาพ

= THE DEMAND OF MEDICAL & HEALTHCARE

Past 25 Years or more, Thailand grow around 7 Percents

รายได้ทางการแพทย์ในปัจจุบันเพิ่มขึ้นประมาณ 7%

  • ถามว่า..ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาจำนวนเตียงเราเพิ่มเท่าไหร่
  • ตอนนี้ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่มาจะไปที่กรุงเทพฯ
  • สิ่งที่น่าคิด คือ
  • Efficient patient Response
  • ได้ยินคำว่า “กินบุญเก่า” จากผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านทำให้วันนี้เราควรต้องกลับมามองตัวเองว่าเราจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้องค์กรของเราพัฒนาให้ก้าวหน้าแบบไม่หยุดนิ่ง

-รพ.ศิริราช --- มี รพ.ปิยราชการุณ

ความคิดเห็นจากผู้เข้ารับอบรม

  • เกิดปัญหาสมองไหล แพทย์จาก มอ. ไปทำงานให้กับ รพ.เอกชนในกรุงเทพฯ
  • วันนี้เราเป็นอีก Gen หนึ่งที่ควรจะต้องรู้ว่าเราจะต้องทำอะไร อย่างปล่อยให้องค์กรเดินไปโดยไม่มีทิศทาง ทำอย่างไรจึงจะปรับทัศนคติในการทำงานของบุคลากรในวันนี้ ที่คิดว่า ตอนนี้งานของเรามากอยู่แล้ว รับไม่ไหวแล้ว และไม่จำเป็นต้องมีลูกค้ามากขึ้น ให้ไปสู่การทำงานและทิศทางที่ถูกต้องเพื่อการพัฒนา การประชาสัมพันธ์จะทำอย่างไรที่ประชาสัมพันธ์โดยไม่ผิดหลักจริยธรรม
  • การวัดการเติบโตของ รพ. โดยวัดแค่จากจำนวนเตียงอย่างเดียวไม่ได้ คณะแพทย์ฯ มอ. วันนี้ที่มองเห็นจากการพัฒนา คือ การบริหารจัดการ เช่น ความรวดเร็วในการ ให้บริการ ปริมาณผู้ป่วยที่มารับการรักษามีน้อยลง มีการบริหารจัดการการใช้เตียงที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากกว่าเดิม

อ.จีระ เสริมว่า..

การพูดความจริงกันในวันนี้ เวทีการเรียนรู้ครั้งนี้จะนำไปสู่การพัฒนาร่วมกันของทุกส่วนในองค์กร

อ.พงษ์ชัย ตอบว่า..

ประเด็นเรื่องเตียง เป็นการยกตัวอย่างให้เห็นเรื่อง Relevance กับ Irrelevance

Generation Gap

– ผู้นำหัวเก่าพูดให้คนอื่นเชื่อและทำตาม แต่ในยุคปัจจุบัน “คนรุ่นใหม่” จะทำตามหรือไม่?

- ผู้นำสมัยใหม่จะพูดให้คนอื่นคิด แล้วอยากทำตาม

...........................................................

-ตัวอย่างแผน 3 ปี ของ รพ.เอกชน ทำให้เห็น Passive Income กับ Active Income

-Growth Strategy กรณีนี้ใช้จำนวน รพ.ที่จะขยาย (มองเรื่องบุคลากรจากอาเซียนในอนาคต และซื้อตัวคนเก่ง ๆ มาช่วย) มีแผนการทำงานที่ชัดเจน ครบถ้วน

-การทำงานที่น่าสนใจ คือ การให้บุคลากรทำงานในสิ่งที่เค้าเชี่ยวชาญมากที่สุด อย่าให้เขาเสียเวลาทำเรื่องที่ไม่ถนัด

-สิ่งที่เราต้องคิด คือ เราคงไม่คิดทำกำไรเหมือนเอกชน แต่เราต้องมีกำไรเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

ปัญหาสมองไหลเกิดขึ้นกับคณะแพทยศาสตร์ มอ. หรือไม่

-Private Hospital

-Public Health Hospital

-Oversea Hospital

-Patient Protection Act

-Higher Operating Cost & Financial Risk

-High Competition

-Universal Coverage Scheme

-Government Budget Cutting

-High Standard or Operation & Services

-Modern Management Culture

-New & High – Tech Facilities

-Internationalization

ความคิดเห็นจากผู้เข้ารับการอบรม

-ประเด็นท้าทาย..ในวันนี้เราน่าจะการเลือกว่าจะแข่งกับใคร (เพราะเราคงจะอาจจะไม่สามารถแข่งกับทุกคนได้) และเราต้องพยายามเลือกที่จะดึงคู่แข่งของเรามาเป็นแนวร่วมของเรา

โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่ออ่านข่าวโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3

http://www.gotoknow.org/posts/592770

ที่มา: FIHRD-Chira Academy Newsletter รายปักษ์ ประจำวันที่ 23 กรกฎาคม – 6 สิงหาคม 2558

โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่อดูข่าวโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3


ที่มา: รายการ คิดเป็น…ก้าวเป็น กับ “ดร.จีระ”. ตอน : ผู้นำกับการแก้ปัญหาวิกฤต ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2558 ทางสถานีโทรทัศน์ TGN

โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่อดูข่าวโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3


ที่มา: รายการ คิดเป็น…ก้าวเป็น กับ “ดร.จีระ”. ตอน : ห้องเรียนคณะแพทยศาสตร์ มอ.รุ่นที่ 3 : เปิดห้องเรียน (ตอน 1)

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2558 ทางสถานีโทรทัศน์ TGN

โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่ออ่านข่าวโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3

http://www.naewna.com/politic/columnist/19752

ที่มา: คอลัมน์บทเรียนจากความจริงกับดร.จีระ. แนวหน้า. วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2558 หน้า 5.

โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่อฟังข่าวโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3

http://mcot-web.mcot.net/fm965/site/streaming/id/5...

ที่มา: รายการวิทยุ Human Talk. ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2558 ทาง FM 96.5 MHz.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Chira Academy



ความเห็น (100)

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น
ปาริชาต ไพนุพงศ์
IP: xxx.53.57.117
เขียนเมื่อ 

บันทึกการเรียนรู้ วันที่ 18 กรกฎาคม 2558

วิชาที่ 9 : วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับการทำงานของคณะแพทย์ฯ มอ.

อย่าหยุดนิ่งแล้วรอกินแต่บุญเก่า ขอพวกเราจงปรับใจให้เข้มแข็ง (Mindset)

หยุดคือถอยคอยหลบหนีความเปลี่ยนแปลง คนอื่นแซงหน้าไปไร้ราคา (Irrelevance)

มาค้นหาความเป็นเลิศที่เรามี สามัคคีร่วมใจสร้างคุณค่า (Value)

ยังยึดมั่นปณิธานพระราชบิดา และหันหน้ายิ้มรับความเปลี่ยนแปลง (ความท้าทายจากหัวใจ)

  • วันนี้ได้เรียนรู้ว่าองค์กรของเราอยู่ตรงไหน โดยการสะท้อนมุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก
  • ความเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และการแข่งขันที่สูงขึ้น ล้วนเป็นภาวะกดดันที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีโอกาสในการใช้ความเป็นเลิศของเราในการให้บริการทางการแพทย์เพื่อสร้างรายได้ แต่ต้องระมัดระวังและสร้างความสมดุลระหว่างประเด็นจริยธรรมกับการหารายได้
  • ทางออก คือ
    • ต้องพัฒนาตนเองและองค์กร เพื่อตอบโต้กับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ โดย ต้องปรับ Mindset ยอมรับและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างเข้มแข็ง
    • ร่วมกันค้นหาความเป็นเลิศที่องค์กรเรามี และร่วมกันสร้างโอกาสในการให้บริการ เพื่อสร้างรายได้ และรักษาบุคลากรมีคุณค่าไว้ให้ดี

วิชาที่ 10 : Leadership & Teamwork

ปัจจัยสู่ความสำเร็จ คือ

  • ต้องเชื่อว่าเราทำได้ และการฝึกฝนให้เป็นผู้มีปัญญา
  • ความสำเร็จเกิดจากคุณค่า : ค้นหาคุณค่าของตนเองให้เจอ และมองเห็นคุณค่าสิ่งต่างๆรอบตัว
  • การเป็นผู้นำที่ดี ให้ยึดหลัก เศรษฐกิจพอเพียง การตัดสินใจ(ใช้หลัก ง่าย ไว ใหม่ ใหญ่ ยั่งยืน มีความสุข) รู้จักขอบคุณ ขอโทษ ให้อภัย มีใจกว้าง และวางจิตให้ว่าง
  • ได้เรียนรู้ว่า EQ มีความสำคัญ และจะเปิดโอกาสให้ IQ ที่มีทำงาน
พรรณนิภา ผาคำ
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

บันทึกการเรียนรู้ วันที่ 18/7/58

เริ่มตั้งแต่ การ present ช่วงเช้า การทำงานแบบ multidisciplinary ที่ท่านอาจารย์จีระ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันในหลายๆสาขาวิชาชีพ ไม่ใช่เฉพาะแต่ แพทย์ พยาบาล ยังมีอีกหลายกลุ่มคนในองค์กรของเรา จะทำให้เราได้ในหลายๆความคิด หลายๆมุมมองที่จะทำให้คณะแพทย์ของเรา กระเด้งออกไปสู่ภายนอกได้

วิชาที่ 9 ของท่านอาจารย์ พงษ์ชัย ประเด็นท้าทาย ของคณะแพทย์เรา

“การกินบุญเก่า” การที่จะเป็น “กระต่ายที่วิ่งอยู่กับที่” มันทำให้เรากลับมานั่งมองตัวเอง อาจารย์ เป็นกระจกที่ดี ที่มองพวกเราให้อยู่ในโลกความจริงว่า เราไม่ได้เป็น “Snow White” ที่งามเลิศในปฐพีเท่านั้น ยังมีคนอื่นๆที่เค้างาม และกะลังจะแซงหน้าเราไปเยอะแยะมากมายแล้ว ยุคนี้ เป็นยุคที่ต้องมีการปฏิรูปหรือปฏิวัติอะไรบางอย่าง ไม่ใช่แค่การ พัฒนา

------ >> สุดท้าย...ขนาดท่านอาจารย์ ยังเห็น และภูมิใจในความเป็น “ม.อ.”ของเรา

อยากให้เรา เป็น “ม.อ.” ที่ “GREAT FOREVER” แล้ว “ลูกพระบิดา” อย่างพวกเราล่ะ จะยังไม่ภูมิใจ และไม่ลุกขึ้นมาช่วยกันสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวเองและองค์กรอันเป็นที่รักของพวกเราบ้างหรือ

วิชาที่ 10 ท่านอาจารย์เฉลิมพล

การสอนที่ทำให้เราได้คิด ได้มองคุณค่าในแต่ละคน “ เราเลือกคนไม่ได้ทุกอย่าง แต่เราเลือกมอง สิ่งที่ดีๆและมีคุณค่าได้ รวมถึงส่งเสริมคนให้มีคุณค่ามากขึ้นได้ ” คุณค่านั่นเอง จะเป็นตัวที่ขับเคลื่อนองค์กรของเราไปได้ ผู้นำที่ดีและเก่ง จะต้องเป็นคนที่รู้จัก matching เช่น ดอกไม้แต่ละอย่าง แต่ละสี อยู่ดอกเดียวโดดๆ อาจจะไม่ได้สวยงาม แต่เมื่อนำมาจัดใส่ แจกัน หรือกระถางรวมๆกันแล้ว ความงดงามย่อมเกิดขึ้น นั่นก็คือหน้าที่ของคนเป็นผู้นำนั่นเอง

นัฐกาญจน์ ตั้งพลาดิศัย
IP: xxx.7.249.211
เขียนเมื่อ 

เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

4 วัน ที่ได้เรียนรู้ร่วมกันจะได้อะไรที่จะนำไปใช้ได้นาน

1.การปรับวิธีการคิด โดยเริ่มจากตนเอง มองเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น พัฒนาศักยภาพตนเอง การนำความรู้บุคลิกภาพของคน 4ด้านมาปรับใช้ ทำให้เข้าใจผู้อื่นมากขึ้น รู้จักการทำงานเป็นทีมกับผู้อื่น การมองในส่วนดี มองข้ามส่วนเสีย ทำให้เราสามารถอยู่ร่วมและทำงานกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

2.การนำความรู้ด้านบุคลิกภาพ มารยาทในสังคม การแต่งกาย สามารถนำมารับใช้กับชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

3.ความรู้ด้านการเงิน ทำให้มีคามรู้การบริหารการเงินทั้งตนเองและส่วนรวม นำมาใช้ได้จริงและมีประโยชน์อย่างมากค่ะ

4.การคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ เป็นสิ่งสำคัญในการทำงานที่ทำให้งานของเราประสบผลสำเร็จ มีแนวทางใหม่ๆ การฝึกการคิดอย่างเป็นระบบ การนำเสนองานกับหัวหนัา วิธีการพูดให้ผู้อื่นเข้าใจเรามากขึ้น

นำความรู้ที่เราสะสมไว้ไปทำ

ดิฉันคิดว่าการสร้างแรงจูงในตนเอง การมองเห็นคุณค่าของตนเอง ผู้อื่น และงานที่ทำ จะทำให้เรามีพลังฟันฝ่า อุปสรรค ไม่ย่อท้อต่อปัญหาที่เราเผชิญ ทำให้เราสามาถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ งานทุกงานต้องอาศัยความวิริยะ อุตสาหะ เพื่อให้งานนั้นสำเร็จลุล่วงได้ ดิฉันชอบอ่านพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยและจดจำได้ดีถึงพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า

"ในการปฏิบัติงานนั้น ย่อมมีปัญหาต่างๆเกิดขึ้นได้เสมอ เมื่อปัญหาเกิดขึ้นต้องแก้ไข อย่าทิ้งไว้พอก

พูนลุกลามจนแก้ยาก ขอให้ทุกคนระลึกว่าปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไขได้ ถ้าแก้คนเดียวไม่ได้ก็ช่วยกันคิด

ช่วยกันแก้หลายๆคนหลายๆทาง ด้วยความร่วมมือปรองดองกัน"

ซึ่งเวลาที่เจอปัญหาที่คิดว่าไม่มีทางออกแล้ว ดิฉันคิดเสมอว่าปัญหาทุกอย่างมีทางออก และทำให้ดิฉันหาทางออกได้จริงและแก้ไขได้อย่างลุล่วงได้ดี และเมื่อได้มาเรียนหลักสูตรนี้ ทำให้ได้กลับมาทบทวนตนเอง เรียนรู้กระบวนการคิดที่เป็นระบบมากขึ้น บางครั้งเราทำงานจนลืมกลับมาใส่ใจตนเอง มองคุณค่าตนเอง และไม่ได้นำศักยภาพที่เรามีอยู่มาใช้อย่างเต็มความสามารถ ชอบคำสอนของอาจารย์ที่ว่าเราทุกคนมีศักยภาพและสามารถทำได้ อยู่ที่ตัวเราจะนำศักยภาพนั้นมาใช้ และข้อสำคัญที่สุดคือใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทั้งชีวิตด้านการงานและส่วนตัว

อธิบายว่าเราสามารถหาความรู้เพิ่มเติมอย่างไร

1.ประสบการณ์ของตนเองที่เราพบในแต่ละวัน ด้านงานที่เราทำ และด้านอื่นๆ ทำให้เรามีความรู้เพิ่มขึ้น

2.การฟัง เช่น ด้านการแลกเปลี่ยนในการทำงานด้วยกัน การฟังประสบการณ์ต่างๆของผู้อื่น

3.การอ่าน ไม่ว่าเป็นหนังสือ สื่อต่างๆจากสังคมออนไลน์ การรับฟังข่าวสาร

4.การเรียนนอกห้องเรียนจากผู้รู้ด้านต่างๆ นำความรู้ที่ได้มาลงมือปฏิบัติ เช่นดิฉันเป็นคนสนใจด้านดนตรีและศิลปะ มีโอกาสได้ศึกษา และฝึกฝนทำให้เรารู้จักตนเองมากขึ้นว่าเรามีศักยภาพด้านนี้ ทำให้มีสมาธิ ความอดทนชนะใจตนเอง สามารถนำมาปรับใช้ในการทำงานได้เป็นอย่างดี และเชื่อว่าหากเราคิดว่าเราทำได้ เราก็สามารถทำได้และต้องทำได้ดี

การแบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

ดิฉันคิดว่าการแบ่งปันความรู้ที่ได้อาจทำได้เริ่มต้นจากคนใกล้ตัวของเราโดยเริ่มจากครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงานอาจเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ อาจจะเกี่ยวกับงานที่เราทำแล้วเจอปัญหา โดยการแลกเปลี่ยนร่วมกัน โดยการนำเทคนิคการคิดอย่างเป็นระบบขั้นตอน แก้ไขทีละจุด

และการแบ่งปันกับผู้ที่ขอรับคำปรึกษา เนื่องจากดิฉันทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยที่ประสบปัญหาด้านต่างๆ โดยนำความรู้นี้มาปรับใช้กับผู้ป่วย เริ่มต้นด้วยการคิด สำรวจ ทบทวนตนเอง สาเหตุ ปัญหาต่างๆ หาแหล่งทรัพยากรด้านต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์

ยวงพร ป้อมสกุล
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

คำถามจาก ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

  1. 4 วันที่ได้เรียนรู้ร่วมกันจะได้อะไรที่จะนำไปใช้ได้นาน
    1. การปรับระบบความคิดซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้แต่ละคนเลือกที่จะก้าวเดินหรือใช้ชีวิตอยู่ในรูปแบบใด เพราะหากเราเชื่อว่าทุกอย่างเราทำได้บทสรุปส่วนใหญ่ก็คือได้เพราะเราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาตามที่เราคิดหรือต้องการ แต่หากเรามีความเชื่อว่าทำไม่ได้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นบทสรุปส่วนใหญ่ก็คือไม่ได้ การปรับระบบความคิดสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขได้หากเราเปิดใจให้กว้างยอมรับกับสิ่งแปลกใหม่ซึ่งแต่ละคนอาจใช้เวลาที่แตกต่างกัน
    2. การคิดนอกกรอบ ซึ่งถือเป็นเรื่องยากหากเราปล่อยให้ตัวเองมีตัวคอยสกัดกั้นอยู่ตลอดเวลาแต่สามารถแก้ไขได้โดยต้องกล้าคิด กล้าถาม กล้าลองปฏิบัติบ่อยๆ
    3. วิธีการค้นหาตนเอง เข้าใจถึงธรรมชาติของผู้อื่นและดึงศักยภาพทั้งของตนเองและผู้อื่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์
    4. การคิดวิเคราะห์เรื่องการลงทุน ทำอย่างไรให้คุ้มค่ากับการลงทุน โดยเฉพาะทุนมนุษย์ และไม่ทำให้องค์กรเสื่อมเสียชื่อเสียง
  2. นำความรู้ที่เราสะสมไว้ไปทำ.....
    1. การพัฒนาทั้งด้านความคิด การกระทำและบุกลิกภาพให้กับตัวเอง
    2. ใช้ในการพัฒนาคน พัฒนางานเพื่อช่วยทำให้หน่วยงานหรือองค์กรเติบโตตามเป้าหมายที่ต้องการ
    3. ใช้ในการชี้แนะผู้อื่น หรือเป็นที่ปรึกษา
  3. อธิบายว่าเราหาความรู้เพิ่มเติมอย่างไร
    1. เราหาความรู้เพิ่มเติมได้ จากการศึกษาเพิ่มเติม สืบค้นโดยการอ่านจากหนังสือหรือสื่ออิเลคโทนิค ติดตามข่าวสารทั้งจากสื่อต่างๆและคนรอบข้าง ถามในสิ่งที่ไม่รู้จากผู้รู้ การเข้าร่วมงานหรือร่วมกิจกรรม การลงมือปฏิบัติหรือสัมผัสด้วยตนเอง การพูดคุยกับผู้อื่น
  4. แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

การแบ่งปันความรู้ สามารถกระทำได้หลากหลายวิธีทั้งปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่าง การยกตัวอย่าง การพูดคุยเล่าสู่กันฟัง การบอกกล่าว การนำเสนอ การกระตุ้นให้คิด การมอบหมายงานให้ การจัดประชุมหรือจัดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นต้น

Mancha name saeheng
IP: xxx.10.223.100
เขียนเมื่อ 

เรียน อาจารย์จิตระ ที่คาร์ฟูร์

วันแรก ที่หนูนั้งเรียน ฟังไปช่วงแรก หนูคิดว่านี่หนูมาเรียนอะไรเนี่ย ทำไมหนูไม่รู้เรื่องเลยหนูกำลังทำอะไรอยู่ ทำไมเราถึงฉลาดน้อยอย่างนี้ถึงไม่เข้าใจ พอผ่านไปชั่วโมงที่2,3 แล้วก็ว่าก็อาจารย์บอกว่าถ้ารู้เรื่องตั้งแต่แนกคือแปลก อ๋อเรากำลังใช้สมองซีกขวา เรากำลังเคาะสนืมสมองเราเอง อ๋อปลูกหญ้าแพรกที่คุณจ้าบอกคืออย่างนี้ใช่ไหม นั่งไปก็เริ่มอ๋อขึ้นเรื่อยๆๆๆเขาใจคำว่าปลูกหญ้าแพรก เคาะสนิมแตกความคิดตัวเองให้มันออกมา ได้ฟังได้เรียนยิ่งทำให้ว่านี่ไงคำตอบว่าเรามานั่งทำอะไร ทำสิ่งนี้ไงสิ่งที่เราอยากเรียนอยากรู้ บรรยากาศอย่างนี้ ไง ทุกเรื่องที่เรียนมา หนูนำไปสอนคนรอบข้าง นำไปปรับใช้กับตัวเอง หน่วยงาน แนะนำให้คนอื่นได้มีโอกาส ไม่น่าเชื่อหลังจากเรียนมา4วัน และ4วันหลังเรียน หนูมีโอกาสปรับใช้ และเมื่อเจอสถานการณ์ต่างๆ ตำราในสมองซีกขวาก็เริ่มทำงานดีใจมากค่ะ หนูเริ่มปลูกแล้วนะค่ะและ จะพยามเก็บเกี่ยวเอาไปใช้กับตัวเองและแนะนำผู้อื่น ให้มากที่สุด

สิริรัตน์ ชินนูปถัมภ์
IP: xxx.205.176.245
เขียนเมื่อ 

17/7/58

วิชาที่ 7 การบริหารจัดการการเงินสำหรับนักบริหาร และ Public Finance

- พูดถึง GEN M (Millennium Generation) เป็นพวกที่รักอิสระ รักความสบาย ไม่มีความอดทน มีความเป็นตัวเองสูง ซึ่งต่างกับ GEN Y มีการอยู่ในกรอบมากกว่า

- การลงทุน ต้องมีการบริหารเงินทุนที่ดี และพิจารณาดูความคุ้มค่า

- ได้ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ ความสำคัญของตลาดการเงิน ตลาดทุน ตลาดซื้อขายล่วงหน้า

- ประเภทของสถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร ทำหน้าที่ควบคุมดูแล สถาบันการเงินอื่นๆ สถาบันรับฝากเงิน ทำหน้าที่ รับฝากเงินประจำ ออมทรัพย์ กระแสรายวัน ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ สหกรณ์ออมทรัพย์ เครดิตยูเนียน ฯลฯ และสถาบันการเงินไม่รับฝากเงิน ได้แก่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทสินเชื่อ บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทแลกเปลี่ยนเงินตรา ฯลฯ

- ความแตกต่างระหว่างตลาดเงินและตลาดทุน การรับดอกเบี้ย และการนำไปใช้งานที่ต่างกัน

วิชาที่ 8 3V & Innovative Project : โครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อพัฒนางานของ

คณะแพทยศาสตร์ มอ.

- คิดโจทย์ที่น่าสนใจ(Hypothesis) แล้วนำไปใช้ เก็บข้อมูลเพื่อตอบโจทย์ โดยเน้น Relevant มองอนาคต และ expend to high value

- ให้แต่ละกลุ่มวิเคราะห์ว่าในอนาคตคณะแพทยศาสตร์ มอ. ในปี 2020 จะเป็นอย่างไร และมีแผนในการเตรียมรับมืออย่างไร โดยใช้หลัก 3V&Innovation

18/7/58

วิชาที่ 9 วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับการทำงานของคณะแพทย์ฯ มอ.

- พูดถึงการเจริญเติบโตของคณะแพทย์ มอ. ว่าเป็นไปอย่างไร กล่าวถึงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น ปัญหาสมองไหล การสำนึกรักในองค์กรหรือสถาบัน คนรุ่นเก่าเกาะติดอยู่กับกรอบเดิมๆ ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ที่ส่งผลกระทบต่อ มอ. การให้ค่าตอบแทนโดยเปรียบเทียบกับรพ.เอกชน

- ยกตัวอย่างนิทานกระต่ายกับเต่า เต่าไม่มีทางชนะกระต่ายได้ เว้นแต่ว่ากระต่ายจะขี้เกียจซะเอง ดังนั้น จงอย่าเป็นกระต่ายที่ขี้เกียจ

วิชาที่ 10 Leadership&Teamwork

- การมองเห็นคุณค่าในตัวเองและเข้าใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา เป็นสิ่งที่ดี สามารถทำให้ภารกิจสำเร็จได้อย่างง่ายดาย

- ง่าย ไว ใหม่ ใหญ่ ยั่งยืน มีความสุข

- การเป็นผู้นำที่ดีต้องมีการกล้าตัดสินใจ มีการแบ่งปัน มีความยุติธรรม ใจกว้าง รู้จักขอบคุณ ขอโทษ ให้อภัย อย่าเอาความคิดเล็กคิดน้อยมาแทรกในสมอง

- อยู่กับปัจจุบันให้ดีที่สุด อนาคตก็จะดีเอง และจงทำดีต่อไป


สิริรัตน์ ชินนูปถัมภ์
IP: xxx.205.176.245
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถาม อ.จีระ

4 วันที่ได้เรียนรู้ร่วมกันจะได้อะไรที่จะนำไปใช้ได้นาน

การปรับบุคลิกภายนอกให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การรู้จักแก้ปัญหา การเข้าสังคมกับผู้อื่น การคิดนอกกรอบ การมีความคิดสร้างสรรค์ การคิดบวก การทำปัจจุบันให้ดีที่สุด การช่วยเหลือแบ่งปันกับผู้คนทั้งในและนอกที่ทำงาน เพื่อเพิ่มความสุขในชีวิตประจำวัน

นำความรู้ที่เราสะสมไปทำ..

นำไปพัฒนาตัวเองและองค์กรในทางที่ดีขึ้น และช่วยเพิ่มความสุขให้คุณภาพชีวิตตัวเองและคนรอบข้าง

อธิบายว่าเราหาความรู้เพิ่มเติมอย่างไร

เรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ หาโอกาสเข้าอบรมหรือเรียนในเรื่องต่างๆที่น่าสนใจ หรือแลกเปลี่ยนทัศนคติกับคนรอบข้างทั่งที่ทำงานและที่บ้าน

แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

หาเวลาว่างเล่าสู่กันฟังในที่ทำงาน หรือคนในครอบครัว เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

อ้อยใจ นวลรอด
IP: xxx.12.73.1
เขียนเมื่อ 

15 กรกฎาคม 2558

วิชาที่ 1

ปฐมนิเทศ และแนะนำทฤษฎีที่สำคัญเพื่อการเรียนรู้

ให้สำรวจตนเองว่าจะมีอะไรที่สามารถจะจุดประกายให้เปลี่ยนแปลงตัวเองได้บ้าง จะมีพฤติกรรมอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

รับทราบกำหนดการต่างๆ หัวข้อ ทฤษฎี ที่จะต้องอบรม

วิชาที่ 2

Learning Forum & Workshop

หัวข้อทุนมนุษย์ – Mindset Leadership และการทำงานในยุคที่โลกเปลี่ยนของคณะแพทย์ฯ มอ.”

วิชานี้ทำให้เข้าใจมนุษย์ และวิธีที่จะพัฒนามนุษย์โดยการบริหาร ให้ประสบความสำเร็จไปสู่ความเป็นเลิศจะประกอบด้วย 3 เรื่องใหญ่ คือ ปลูก เก็บเกี่ยว และ Execution

วิชาที่ 3

Panel Discussion & Workshop หัวข้อ “CEO - HR - Non HR - Stakeholders”

ได้รับประสบการณ์ตรงจากวิทยากร เกี่ยวกับการบริหารองค์กร ในรูปแบบของการดำเนินงานด้านธุรกิจ สามารถนำข้อมูลที่ได้รับจากวิทยากรมาประยุกต์ใช้ในองค์กร โดยเข้าใจบทบาทหน้าที่ CEO - HR - Non HR – Stakeholders เมื่อแยกแยะได้ ก็จะเข้าใจว่าจะต้องทำอย่างไร สามารถวิเคราะห์ปัญหา เสนอแนะแนวทางแก้ไขได้

เขียนเมื่อ 

เพื่อนๆท่านไหนที่ต้องการจะสอบใบขับขี่เร็วๆนี้หรือตั้งใจอยากจะสอบแต่ไม่รู้ว่าแนวทางการสอบเป็นแบบไหน เลยอยากจะแนะนำแอพฯนี้เลยเหมาะมากๆสำหรับผู้ที่ต้องการเตรียมตัวจะสอบใบขับขี่ ที่สำคัญฟรี!!! ด้วยนะ ไม่เชื่อลองโหลดดูเองเลยแอพสอบใบขับขี่โหลดฟรีคลิกเลย >>> http://goo.gl/dp51Xm

สินีพร เชียงสอน
IP: xxx.53.51.248
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้เรียนรู้ 18 กค.58

อ.พงษ์ชัย วิเคราะห์ประเด็นท้าทาย ความท้าทาย คือ ท้าทายเพื่อให้ความดีนั้นคงอยู่ตลอดไป เราไม่สามารถดับทุกข์ได้หากเราไม่เห็นสาเหตุ ผู้นำยุคเก่าพูดให้คนอื่นเชื่อและทำตาม ผู้นำยุคใหม่พูดให้คนอื่นคิด มีกำลังใจ และอยากทำสิ่งใหม่ ๆ KPI = เครียด เพลีย เอียน "คณะแพทย์กำลังกินบุญเก่าอยู่หรือเปล่า" เจ็บ และทำให้หลายคนสะอึก แล้วความท้าทายก็เกิดว่าเราจะทำอย่างไรล่ะ

อ.เฉลิมพล สอนให้คิดว่า "เราทำได้" "เราฉลาดพอที่จะทำได้" สอดคล้องกับ อ.พงษ์ชัย พอดี เช้าวิเคราะห์ปัญหา บ่ายสร้างกำลังใจ ว่าเราต้องทำได้ และสอนให้รู้ว่าจะรับมืออย่างไรกับบุคลิกของคนแต่ละประเภท หากคิดอะไรไม่ออก 6s ง่าย ไว ใหม่ ใหญ่ ยั่งยืน สุข การตัดสินใจอยู่บนคนอื่นไม่เดือดร้อน ตนเองไม่เดือนร้อน และถูกคุณธรรม



อ้อยใจ นวลรอด
IP: xxx.7.249.139
เขียนเมื่อ 

16 กรกฎาคม 2558

วิชาที่ 4 Learning Forum & Workshop

หัวข้อ “Managing Self Performance”

-สามารถวิเคราะห์บุคลากรในองค์กรใครเก่งเรื่องอะไร มีความรู้เรื่องอะไร

-ต้องรู้การจัดลำดับ

-ผู้นำต้องบริหารเวลาได้

-ต้องตัดสินใจได้

-ได้คำคม “โลกเปลี่ยนไป เมื่อใจเปลี่ยนแปลง”

วิชาที่ 5

Learning Forum & Workshop

หัวข้อ “Personality and Social Skills Development”

คำพูดจากวิทยากรต่อดิฉัน “ขอโทษนะค่ะ แต่งตัวไปไหนค่ะ”

สะท้อนให้เห็นว่า บุคลลิกภาพของเรา สามารถที่จะสื่อสารให้ผู้พบเห็น แปลไปต่างๆ นานา โดยที่ไม่ต้องพูดจากันเลย ดังนั้น ผู้นำ หากมีบุคลิกภาพดี ก็สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาได้ระดับหนึ่ง โดยที่ยังไม่ต้องเจรจา การวางตัว ท่าทาง ที่เหมาะสม ก็เช่นกัน

หัวข้อนี้ได้รับความรู้และเทคนิคต่างๆ ที่จะนำไปพัฒนาตัวเอง

วิชาที่ 6

Learning Forum& Workshop

หัวข้อ “Key words of success: Leadership – Mindset – Thinking outside the box – Thinking new box.”

-การคิดสร้างสรรค์ คิดต่างไปจากคนอื่น คิดนอกกรอบ ได้ความรู้ใหม่ “คิดคร่อมกรอบ”

-การเสนอความคิดต่อผู้บริหาร เทคนิคต่างๆ ในการนำเสนอให้ได้รับการอนุมัติความคิดนั้น

พรื่ม วิลัยพงษ์ กลุ่ม 3 ส่งการบ้าน วันที่ 18 ก.ค. 58
IP: xxx.5.101.201
เขียนเมื่อ 

สรุปเนื้อหา ประจำวันที่ 18 ก.ค. 2558 นายพริ่ม วิลัยพงษ์ กลุ่ม 3

ประเด็นที่ 1 การวิเคราะห์คณะแพทย์ฯ จากบุคลภายนอก

คณะแพทย์ โตแบบไม่ควบแน่น คือไม่มีความเป็นเจ้าของ บุคลากรมีภาระงานหลายอย่างพร้อมๆกัน คณะแพทย์เหมือนที่ฝึกงานผลิตผู้มีประสบการณ์ให้เอกชน เนื่องจากมีค่าตอบแทนที่สูงกว่า จึงควรนำจุดแข็งของคณะแพทย์มาใช้ เช่น ความพร้อมของเครื่องมือ ความเชี่ยวชาญของบุคลากร ควรทำโครงการเชิงรุกให้มากขึ้น เช่นโครงการเชิงป้องกัน การตรวจสุขภาพ โครงการที่สร้างให้รายได้ให้คณะแพทย์ เพื่อนำรายได้ส่วนนี้ไปเพิ่มค่าตอบแทนให้บุคลากร สนับสนุนการวิจัย

สิ่งที่ได้รับ : คณะแพทย์ พัฒนาไปพร้อมกันทั้งวิชาการ การบริการ และต้องสร้าง Brand ขึ้นมาเอง ทำให้นักศึกษาที่จบออกไป มีความภาคภูมิใจที่จบจาก มอ. โดยมีจุดรวมที่ “พระราชบิดา” และสร้างความภาคภูมิใจในมหาวิทยาลัย “ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง”

ประเด็นที่ 2. ผู้นำ

ผู้นำ ต้องนำคุณค่าของคนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยเฉาะคนรอบข้าง เป็นคนมี EQ. สูง มีมนุษย์สัมพันธ์ดี รู้จักการแก้ปัญหาโดยนำเหตุผลและมนุษย์สัมพันธ์เป็นตัวเชื่อม หากไม่สามารถทำสิ่งใดก็ต้องหาตัวช่วย ต้องเลือกทางออกหลายๆทาง กล้าตัดสินใจอยู่บนเหตุผล กล้ารับผิดชอบ มีการสร้าทีมทำงาน มีใจกว้าง ไร้ตัวตน ทำให้เป็นที่ยอมรับของผู้ใต้บังคับบัญชา มีความยุติธรรม รู้จักแบ่งปัน ค้นหาความจริง ยอมรับครามจริง มีขบวนการสื่อสารที่ดี

สิ่งที่ได้รับ : สำรวจและมองเห็นตัวเรามากขึ้น

อ้อยใจ นวลรอด
IP: xxx.7.249.139
เขียนเมื่อ 

17 กรกฎาคม 2558

วิชาที่ 7

Learning Forum&Workshop

หัวข้อ “การบริหารจัดการการเงินสำหรับนักบริหารและ Public Finance”

-วิชานี้มีประโยชน์มากค่ะ ทำให้รู้ว่ามีเงินมากแค่ไหน หากไม่รู้คุณค่าหรือวิธีบริหารเพิ่มมูลค่า
เงินนั้นก็อาจจะไร้ค่าเพราะผู้บริหารที่ไม่มีความรู้ และไม่แสวงหาความรู้ที่จะทำให้เงินขององค์กร มี
“คุณค่า+เพิ่มมูลค่า”

-รู้วิธีการลงทุนอย่างไรให้ได้ผลประโยชน์

-รู้วิธีการลดค่าใช้จ่ายเพิ่มรายได้ด้วยวิธีง่ายๆ

-สามารถจัดทำประมาณการค่าใช้จ่าย และประเมินความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้

-การนำผลประกอบการขององค์กรมาลองวิเคราะห์ เพื่อเปรียบเทียบและหาแนวทางแก้ไข

วิชาที่ 8

3V & Innovative Project : โครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อพัฒนางานของคณะแพทยศาสตร์ มอ. (Problem Based Learning…ภายใต้แนวคิดหลัก:วิเคราะห์อนาคต MED PSU ปี 2020 กับแผนการเตรียมความพร้อม

ให้มองงานที่เป็นอุปสรรคและให้เอาชนะให้ได้

-ฝึกวินัยในการตั้งโจทย์ ที่น่าสนใจและนำไปใช้ แล้วเก็บข้อมูลนำไปสนองให้ตอบโจทย์ที่ตั้งไว้ ถ้าทำได้ให้เดินหน้าต่อ ถ้าทำไม่ได้ให้เก็บเป็นข้อมูลพื้นฐาน

-Project+3V +นวัตกรรม

18 กรกฎาคม 2558

วิชาที่ 9

Panel Discussion & Workshop

หัวข้อ “วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับการทำงานของคณะแพทย์ฯ มอ.”

-รู้เขา แล้วกลับมารู้เรา

-ผู้นำยุคใหม่ พูดให้คนอื่นคิดและทำสิ่งใหม่ๆ

-ให้วิเคราะห์ความต้องการรายได้ของคนในองค์กร เท่าไหร่จึงจะเหมาะสม แล้วก็หารายได้ให้เหมาะสมกับบุคลากร ถ้าหากยังไม่พอบุคลากรคนนั้นคงไม่เหมาะสมกับองค์กรเรา

-การพูดคุยกัน “ตบตีทางความคิด ปะทะทางปัญญา”

วิชาที่ 10

Learnint Forum & Game Simulations “หัวข้อ “LEADERSHIP & TEAMWORK”

“ในชีวิตจริงไม่สามารถเลือกลูกน้องได้ เมื่อเป็นผู้นำต้องหาคุณค่าของลูกน้องให้ได้”

-วิเคราะห์บุคลากรในองค์กรให้ได้ว่าเป็นอย่างไร และให้เห็นคุณค่าในตัวของเขา การเห็นคุณค่า จะมีความสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร และวิเคราะห์ให้ได้ ว่าจัดอยู่ในบุคลากรประเภทใด เราก็จะสามารถผสมผสานการทำงานของเราและของเขาได้

-การสร้างแรงจูงใจ สายศรัทธา สายปัญญา

-การสร้างทีมงาน ผู้นำต้องนำจุดเด่นของทุกคนออกมา เพื่อดำเนินงานให้ได้

-ผู้นำต้องทำใจให้กว้าง

อ้อยใจ นวลรอด
IP: xxx.7.249.139
เขียนเมื่อ 

คำถามจาก ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

4 วันที่ได้เรียนรู้ร่วมกันจะได้อะไรที่จะนำไปใช้ได้นาน

การปรับปรุงตัวด้านบุคลิกภาพ, ฝึกคิด, ฝึกวิเคราะห์, ฝึกเห็นต่าง, ฝึกทำต่าง, ฝึกเห็นคุณค่า, ให้รู้จักการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับตนเองได้ด้วย

นำความรู้ที่เราสะสมไว้ไปทำ.....

บันทึกเป็นองค์ความรู้ และนำมาทบทวนเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในงานที่ปฏิบัติอยู่ ซึ่งหลังจากที่ได้อบรมมา ได้นำกลับมาเล่าสู่กันฟังกับเพื่อนร่วมงานและผู้บริหาร

อธิบายว่าเราหาความรู้เพิ่มเติมอย่างไร

เมื่อเรามีผู้จุดประกายความคิด ให้ได้รับในสิ่งที่แตกต่าง คิดต่าง ทำต่าง ก็หาความรู้กับเพื่อนร่วมงานด้วยกันและผู้บริหาร โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปะทะทางปัญญา

แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

ตอนนี้ยังเล่าสู่กันฟังและให้เข้าเว็บไซต์ของ อาจารย์จิระค่ะ

สินีพร เชียงสอน
IP: xxx.53.4.231
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถามจาก ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

4 วันที่ได้เรียนรู้ร่วมกันจะได้อะไรที่จะนำไปใช้ได้นาน

จุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ ให้ตนเองอยากเรียนรู้/พัฒนา

ในชีวิตจริงไม่สามารถเลือกลูกน้องได้ เมื่อเป็นผู้นำต้องหาคุณค่าของลูกน้องให้ได้ ต้องหาวิธีดึงศักยภาพในตัวออกมา (ทั้งของตัวเองด้วย)

นำความรู้ที่เราสะสมไว้ไปทำ.....

ปรับใช้ในชีวิต

หาความรู้เพิ่มเติมอย่างไร

คงต้องอ่านหนังสือ/หาความรู้เพิ่ม (แต่การได้อยู่ในหมู่คนเก่งๆ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้ซึมซับความเก่งของเขามาบ้าง – เราสามารถเรียนรู้ได้จากสิ่งที่เขาพูด เขาทำ)

แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

เล่าสู่กันฟัง เอาหนังสือมาแบ่งให้เพื่อนอ่านบ้าง

พรธิดา คงสวัสดิ์
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถาม ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

4 วันที่ได้เรียนรู้ร่วมกันจะได้อะไรที่จะนำไปใช้ได้นาน

ได้เรียนรู้ว่า เรามีศักยภาพมากกว่าที่คิดและมองเห็น เราต้องมีวิธีที่จะดึงเอาศักยภาพนั้นออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การเรียนรู้เพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นการพบปะพูดคุย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การติดตามข่าวสาร การอ่านหนังสือ จะเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นศักยภาพนั้น

จุดประกายในเรื่องของการสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน ให้อยากเรียนรู้และพัฒนา

นำความรู้ที่เราสะสมไว้ไปทำ.....

-พัฒนาศักยภาพในตัวเองและเพื่อนร่วมงาน

-ปรับ mindset เปลี่ยนมุมมองให้กว้างขึ้น ไม่ยึดติดแนวคิดเดิมๆ

-ส่งเสริมให้เกิดการคิดคร่อมกรอบ ( ทั้งตัวเองและเพื่อนร่วมงาน )

หาความรู้เพิ่มเติมอย่างไร

-อ่านหนังสือ หาความรู้เพิ่มเติม

-เรียนรู้จากประสบการณ์และความสำเร็จของแต่ละบุคคล

-จัดอบรม สัมมนา กิจกรรมเพื่อพัฒนาคนในองค์กร

แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

-เล่าสู่กันฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ที่ได้รับ

โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่ออ่านข่าวโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3

http://www.gotoknow.org/posts/592770

ที่มา: FIHRD-Chira Academy Newsletter รายปักษ์

ประจำวันที่ 23 กรกฎาคม – 6 สิงหาคม 2558

จิฬารัตน์ ปาณียะ
IP: xxx.55.34.211
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถามอ.จีระ..

1.ความรู้ที่ได้ทั้ง4วันล้วนเป็นความรู้ที่สามารถติดตัวเราไปและสามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานและชีวิตประจำวันได้ตลอด.ทั้งการปรับmindset..ฝึกแนวคิด+คิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ..คิดแบบผู้ประกอบการ..การบริหารจัดการงาน..การบริหารเงิน...การแต่งตัว วางตัวที่เหมาะสม เป็นต้น

2.สามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของหน่วยงาน..เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่คณะแพทย์วางไว้ให้ได้.

3.สามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้จากการอ่านในwebอ.จีระและ..chiraacademy 1,2 ..รวมทั้งหนังสือต่างๆ

4.สามารถแบ่งปันความรู้ที่เรียนมาให้กับบุคลากรในหน่วยงานได้..โดยการสื่อสาร.พูดคุย..เล่าสู่กันฟัง..และแนะนำบุคลากรเข้าอ่านในweb..คะ...

สุชาดา ดวงสุวรรณ กลุ่ม 4
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

วิชาที่ 9 วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับการทำงานของคณะแพทย์มอ.

  • อาจารย์ให้มุมมองใหม่แก่พวกเรา ที่ผ่านมาเราภาคภูมิใจว่าเราเป็นที่1 ในภูมิภาค โดยที่เราไม่เคยฉุกคิดเลยว่า เราเติบโตแบบไหน และเราอยู่อย่างไร
  • อาจารย์ได้ปิดมุมมองแบบกว้าง ให้มองเห็นชั้นเชิงของคู่แข่งของเราว่ามีใครบ้าง และเขากำลังทำอะไร เรากำลังทำอะไร
  • รู้สึกสะท้อนใจกับคำว่า “บุญเก่า” ที่เรากำลังกินอยู่ และเชื่อว่าหลายๆคนก็คงรู้สึกไม่แตกต่าง แต่ในความคิดของอีกหลายๆท่าน ยังคงรู้สึกว่า เรานิ่งแล้ว ไม่ต้องขวนขวายอะไร ลูกค้าก็เดินมาหาเราแต่นั่นคือความคิดในอดีต
  • นิทานกระต่ายกับเต่าเปรียบเทียบกันอย่างเห็นเป็นรูปธรรม หากเรายังเป็นกระต่าย ไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลง สุดท้ายเราก็แพ้เต่าเพราะเราประมาท วิชาที่ 10leadership & Teamwork
  • ความเป็นผู้นำที่ดี ต้องรู้จักผสมผสานในหลายๆทักษะด้วยกัน ไม่ใช่การมีภาวะผู้นำเพียงอย่างเดียว
  • ผู้นำก็คือสีๆหนึ่ง ลูกน้องก็คือสีๆสีหนึ่ง เราจะผสมผสานอย่างไร ให้ดูดี และลงตัว
  • เราจะทำอย่างไรให้ทุกๆคนมีความสุขทั้งในตัวลูกน้อง และหัวหน้างาน
  • ต่างคนต่างที่มา เรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะร้อยเรียงทุกอย่างเข้าด้วยกัน เปรียบเสมือนภาพแต่ละภาพที่เราไม่สามารถที่จะเลือกได้ แต่เมื่อเรามาอยู่ด้วยกันแล้ว เราต้องสอดคล้องให้มัไปเป็นไปทิศทางเดียวกันให้ได้
  • เราต้องใช้ EQ มากกว่า IQ แล้วเราจะนำพางานให้ประสบความสำเร็จอย่างมีความสุข
สุชาดา ดวงสุวรรณ กลุ่ม 4
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

ตอบการบ้าน อ. จีระ

4 วันที่ได้เรียนรู้ร่วมกันจะได้อะไรที่จะนำไปใช้ได้นาน

สิ่งที่เราได้จาก 4 วันที่เราได้ทำงานร่วมกัน นอกเหนือจากความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการเรีน ยังได้สัมพันธภาพที่ดีต่อกัน ซึ่งคิดว่าสิ่งเหล่านี้ จะยังคงอยู่กับพวกเราไปอีกนานาเท่านาน

นำความรู้ที่เราสะสมไว้ไปทำ

นำความรู้ที่ได้จากการเรียน ไว้ไปปรับใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการนำทฤษฎีที่ได้จาการเรียน ไปลองปรับใช้ในการบริหารงาน

อธิบายว่าเราหาความรู้เพิ่มเติมอย่างไร

เราจะหาความรู้เพิ่มเติมได้

- จากการการพูดคุย และเปลี่ยนทักษะและประสบการณ์

- การอ่านค้นคว้าเพิ่มเติม

- การฝึกฝน การลองผิดลองถูก แล้วนำมาแก้ไขให้ดีขึ้น

แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

- แบ่งปันประสบการณ์ในการเรียนแก่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆผู้ร่วมงาน โดยการเล่าสู่กันฟัง การสอดแทรกแนวความคิดต่างๆ ในการนิเทศงาน

กลุ่ม 4 ส่งการบ้าน
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

ส่งการบ้านชิ้นที่2กลุ่มที่ 4

1. การทำงานของ CEO / HR / NON-HR และ Stakeholders ในคณะแพทย์ ทำงานเรื่องทุนมนุษย์ ประสบความสำเร็จหรือไม่ ถ้าไม่สำเร็จจะแก้อย่างไร ยกตัวอย่าง

ตอบประสบความสำเร็จเพียงบางส่น

แนวทางการแก้ไข

มี 2 แนวทางคือ

ตัวเรา

ต้องมีความภาคภูมิใจในงานที่ทำเพื่อจะได้มีแรงผลักดันในการเป็นฟันเฟืองให้องค์กรมีแรงขับเคลื่อนต่อๆไป

หัวหน้างาน

  • ควรเห็นความสำคัญของบุคลากรในทุกๆระดับ
  • ให้ความไว้วางใจและมั่นใจในศักยภาพของทีมงาน
  • ใช้คนให้เหมาะกับศักยภาพของตนที่มีอยู่

CEO ต้องสื่อสารกับ / HR / NON-HR และ Stakeholders โดย

1. แจ้ง นโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจคณะแพทย์

2. ทำความเข้าใจกับคนทุกระดับ

3.มีการกำหนดกลยุทธ์ โครงการ นวัตกรรม ร่วมกัน

4.ร่วมกันสร้างบรรยากาศการทำงานที่มีความสุข

5. พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

6. สนับสนุนให้บุคลากรมีโอกาสแสดงศักยภาพของตนได้อย่างเต็มที่

7. สร้างแรงจูงใจ แรงบันดาลใจ ให้คุณค่าการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน


2. ตัวละครที่จะนำมาเสริมซึ่งเป็นกลุ่มอื่นๆ มีใครบ้าง และ เสนอแนะการนำตัวละครเหล่านี้มาเสริมอย่างไร

ตัวละครได้แก่ ผู้รับบริการ

มาเสริมโดยมี ตัวชี้วัดคือ ความพึงพอใจ จำนวนผู้มารับบริการ อัตราการตาย รอด ข้อร้องเรียนและขอเสนอแนะ

คู่ความร่วมมือ

สถานพยาบาลเครือข่าย มาเสริมโดยมีระบบการส่งต่อที่สะดวก รวดเร็วถูกต้อง ปลอดภัย และทันสมัP

คณะวิทยาศาสตร์ มาเสริมโดย มีการจัดการเรียนการสอน เอื้ออำนวยสถานที่ ให้กับนักศึกษาแพทย์

คู่ส่งมอบ ได้แก่

บริษัทยา พัสดุ เครื่องมือแพทย์ มาเสริมโดย การจัดซื้อเครื่องมือ พัสดุ เวภัณฑ์ที่มีคุณภาพ คณะพยาบาล คณะเภสัข มาเสริมโดย ผลิตบุคลกรที่มีคุณภาพมาเสริมให้แก่คณะ

อุษา เดชแดง
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

ทั้ง 4 วัน เป็นความรู้ที่สามารถติดตัวเราไปและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำของเราเอง และที่ทำงานทั้งเรื่องฝึกแนวคิด คิดสร้างสรรค์ คิดแบบเป็นระบบบริหารจัดการเรื่องเงินบริหารจัดการเรื่องงาน พัฒนาบุคลิกภาพให้ดูดี และวางตัวที่เหมาะสม

รวมทั้งได้มิตรภาพจากเพื่อน ๆ อาจารย์ หมอ พยาบาลที่เข้าเรียนด้วยกันมันเป็นมิตรภาพที่ยั่งยืน มันก่อให้เกิดความภาคภูมิใจติด

ตัวไปตราบนานเท่านาน เพราะคณะแพทย์เราต้องเชื่อมโยงทุกหน่วยงานเพื่อเป็นหนึ่งในอาเซียน

2. นำความรู้ที่เราสะสมไว้ไปทำ

2.1 พัฒนาตัวเองให้มีคุณค่าปรับทัศนคติในการทำงาน เปิดใจให้กว้าง กล้ายอมรับการเปลี่ยนแปลง

2.2 ปลูกจิตสำนึกในเรื่องเพิ่มมูลค่า เพิ่มคุณค่า ลดต้นทุนฝึกคิดเชิงนวัตรกรรมบ่อย ๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนางานที่มีประโยชน์ คุ้มมูลค่า และลดต้นทุน ให้องค์กรได้ โดยเริ่มต้นจากตัวเราเช่น ประหยัดไฟ ประหยัดน้ำใช้วัสดุให้คุ้มค่า กระดาษที่ใช้งานแล้วเหลือหน้าเดียว ก็รีไซเคิลนำอีกด้านมาใช้งานอีกหากใช้ไม่ได้แล้วก็เก็บรวบรวมไว้ขาย เพื่อนำเงินคืนเข้าคณะฯได้ หรือ ถุงพลาสติกที่บริษัทแพคห่อส่งพัสดุมา นำใช้ใส่ขยะแทนการเบิกถุงดำก็เป็นการลดต้นทุนให้หน่วยงานได้แล้ว

2.3 ก่อนเข้าเรียนเมื่อน้อง ๆ มีปัญหา ดิฉันจะแนะนำวิธีให้น้องเขาแก้ไขทันทีแต่เมื่อเข้าอบครั้งนี้ อาจารย์ได้ทำให้ดิฉันปรับเปลี่ยนวิธีการในการแก้ไขปัญหาในการทำงานโดยตั้งคำถามกลับไป“ ถ้าเป็นน้องๆ คิดจะแก้ไขอย่างไร ช่วยแสดงความคิดให้ฟังซิ”

2.4 เราต้องพัฒนาความคิดของอยู่เรื่อย ๆอย่างหยุดนิ่ง

2.5 รู้จักแบ่งปัน (มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้) ให้อภัย ให้โอกาสกับตัวเองและผู้อื่น

3. อธิบายว่าเราหาความรู้เพิ่มเติมอย่างไร

3.2 สร้างนิสัยรักการอ่านมากขึ้น

3.3 รู้จักหาความรู้/ประสบการณ์จากชีวิตผู้อื่น แล้วนำมาปรับมาใช้หาแนวทางสู่

ความสำเร็จยอมรับศาสตร์ใหม่ ๆ

4. แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

4.1เล่าสู่กันฟังให้เพื่อน ๆ ร่วมงานฟังที่ได้มีโอกาสเข้าโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของ

คณะแพทยศาสตร์ รุ่น 3 ได้สอนเกี่ยวกับทุนมนุษย์ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า

มากที่สุดในองค์กรซึ่งคณะบริหารได้ให้ความสำคัญกับบุคลากร ให้ทุกคนรู้คุณค่า

ของตนเอง ทุกคนมีความเก่งอาจจะเก่งคนละด้านแต่ก็สามารถมาปรับมาประสาน

ทำงานร่วมกันให้เกิดความสำเร็จได้ นำองค์กรเราไปสู่อนาคตอย่างมั่นคง ยั่งยืน

4.2ปลุกจิตสำนึกน้อง ๆ ให้รู้จักรักและภาคภูมิใจตัวเองที่ได้ทำงานในคณะแพทยศาสตร์

เพราะในชีวิตเราอยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่บ้านเสียอีกดังนั้นเราต้องมาร่วมมือกัน

พัฒนาหน่วยงานของเราให้น่าอยู่รักงานที่ทำสนุกกับงานที่ได้มอบหมาย

วิลาวรรณ ทิพย์มงคล
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

4 วันที่ได้เรียนรู้ร่วมกันจะได้อะไรที่จะนำไปใช้ได้นาน

การเรียนรู้ทั้ง 4วัน นั้นทำให้ได้แนวคิดในการที่จะบริหาร คน และที่สำคัญคือการพัฒนาตัวเอง ฝึกการคิดนอกกรอบ การมองรอบด้านขึ้น การมองบุคคลรอบตัว ให้เห็นว่าทุกคนมีศักยภาพของตัวเองอยู่สิ่งสำคัญคือจะมีวิธีทำให้เขานำศักยภาพนั้นมาใช้ได้อย่างไร

นำความรู้ที่เราสะสมไปทำ

นำไปพัฒนาตัวเองและทีมงานเพื่อให้สามารถพัฒนางานได้

หาความรู้เพิ่มเติมอย่างไร

หาความรู้เพิ่มเติมโดยการอ่าน การฟัง ผู้อื่น แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

แบ่งปันโดยการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

….. อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/592411
…. อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/592411

สวัสดีทุกท่านครับ

ผมได้อ่าน Blog จากทุกท่านแล้ว ที่เขียนความคิดเห็นกันมาอย่างมากมาย

และครั้งนี้มีบทความที่ผมได้เขียนในหนังสือพิมพ์แนวหน้า เมื่อหลายปีก่อน อยากให้ทุกท่านได้อ่านและแสดงความคิดผ่าน Blog อ่านแล้ววิเคราะห์ ได้อะไรบ้างจากอ่านบทความดังกล่าวครับ (ฝากไว้เป็นการบ้าน อีก 1 ชิ้น ครับ)

ศึกษากรณี คุณยรรยงที่ครม.

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ประเทศไทยมีข่าวร้อน ๆ การเมืองก็ดูจะจาง ๆ ไป

เช้าวันที่ 14 ก็ได้เห็นข่าวใหญ่ที่น่าสนใจมาก กรณีขออนุมัติครม.ประมูลข้าวโพดของกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 13 ซึ่งรัฐมนตรีพรทิวา ขอให้คุณยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายในมาชี้แจงซึ่งหลังจากนั้นก็มีการถกเถียงกันอย่างหนักระหว่างนายกฯอภิสิทธิ์และ ครม.ท่านอื่นๆ

โดยคุณยรรยง อธิบายต่อครม. :

  • ครม.ชุดที่แล้วอนุมัติไปแล้ว
  • ครม.ไม่ใช่นิติบุคคล ทำสัญญาเองไม่ได้
  • จะขอให้ความเห็นชอบตามมติเดิม
  • ฟังแรกๆ ก็มีความรู้สึกว่าคุณยรรยงเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่มีความสามารถเอาเสียเลย พูดกับครม.คล้าย ๆ มาสอนมวย นักการเมือง

จึงขอถือโอกาสวิเคราะห์แบบเป็นกลางและอาจจะมีบทเรียนบางอย่างน่าสนใจให้ท่านผู้อ่านได้นำไปวิเคราะห์ดู

  • ประการแรก คุณยรรยง พวงราช เป็นข้าราชการที่มีอนาคตและมีความรู้ดี สมัยที่ผมสอนธรรมศาสตร์ได้พบปะกับคุณยรรยงหลายครั้ง ตั้งแต่ท่านยังทำงานอยู่ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา
  • เป็นลูกอีสานไต่เต้ามาเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เพราะมีความมุ่งมั่น มานะอดทน ใฝ่รู้
  • เริ่มการเรียนจากอาชีวะที่ศรีสะเกษและมาต่อที่จุฬาฯ เป็นศิษย์เก่าอาชีวะศรีสะเกษที่ทำชื่อเสียงให้โรงเรียน
  • ตามที่ทราบกันไม่มีประวัติด่างพร้อย

คำถามคือ ทำไม่จึงเกิดเหตุการณ์ที่ครม.ในวันที่ 13 กับคุณยรรยงทั้งๆที่เป็นข้าราชการที่ดีและเป็นตัวเก็ง ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนต่อไป

ผมสนใจบทบาทของนักการเมืองกับข้าราชการประจำมานาน ทำให้ผมฟังข่าวนี้เป็นพิเศษ

ในยุคทักษิณเป็นยุคที่ข้าราชการตกต่ำสุดขีด เพราะยอมทุกอย่างที่นักการเมืองต้องการเรียกว่าช่วงทักษิณสร้างระบอบนี้ไว้อย่างฝังรากลึก

ประเทศที่เจริญแล้ว ประชาธิปไตยนักการเมืองต้องนำ พร้อมคุณธรรม และธรรมาภิบาล มีประโยชน์ต่อส่วนรวม

ดูสไตล์คุณพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้หญิงเก่งของเราก็คงเข้าใจได้บ้าง หลังจากเรียนงานเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ พักหนึ่งก็เริ่มเห็นช่องทางในกระทรวงพาณิชย์มากขึ้น

เรื่องโควตาประมูลข้าวโพดและโควตาประมูลข้าว ก็เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีพรทิวาสนใจเป็นพิเศษ เพราะหมายถึงการหาทรัพยากรเข้าพรรคซึ่งทุกพรรคการเมืองก็คงทำ แต่ต้องทำให้เนียนไม่สร้างผลกระทบเรื่องความโปร่งใสให้รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์

ผมคิดว่าคุณยรรยงคงถูกมอบให้มาเป็นผู้แถลง เพื่อครม.จะได้อนุมัติโครงการดังกล่าว ซึ่งความจริง รัฐมนตรีควรทำหน้าที่เองได้และผมคิดว่า จุดอ่อนของคุณยรรยงคงขาด ประสบการณ์ในระดับความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการกับการเมือง ขาดวิจารณญาณที่รอบคอบ จึงทำไปแล้วถูกใจรัฐมนตรีพรทิวา แต่ไม่ถูกใจ ครม.ทั้งคณะ และจะสร้างปัญหาให้แก่ตัวคุณยรรยงเอง ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือของการเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในสายตานายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์

บทเรียนครั้งนี้ประยุกต์เข้ากับทฤษฎีของการตัดสินผิดพลาดของคนเก่ง ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ ผมได้อ่านหนังสือชื่อว่า Think again เขียนโดย Sydney Finkelstein, Jo Whitehead และ Andrew Campbell ซึ่งร้านคิโนคุนิยะได้นำเสนอให้ผมมาวิจารณ์ให้คนไทยนำไปใช้และวิเคราะห์

ที่ผมชอบหนังสือเล่มนี้เพราะสามารถประยุกต์กับคนไทยได้บางเรื่องและบางเรื่องต้องเข้าใจบริบทของสังคมการเมืองไทยด้วย

ในหนังสือเล่มนี้ เขามี 2 ตาราง

ผิดพลาด

ทางป้องกัน

  • ขาดประสบการณ์
  • ขาดความรอบคอบในการใช้วิจารณญาณ
  • ผลประโยชน์ทับซ้อน
  • เล่นพวกหรือมีความสัมพันธ์ส่วนตัว
  • หาข้อมูลให้ครบถ้วน
  • ปรึกษาหารือให้ละเอียดรอบคอบกับทีมงาน
  • ต้องเน้นธรรมาภิบาล
  • ต้องติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิด
  • คุณยรรยงพลาดในทฤษฎีที่ผมยกตัวอย่างมาหลาย ๆ อย่าง เช่น
  • เรื่องแรกคืออ่อนประสบการณ์ในการอธิบายต่อครม.มองไม่ออกว่าถ้าพูดแบบนี้ไปอะไรจะเกิดขึ้น
  • ขาดความรอบคอบในการใช้วิจารณญาณที่เหมาะสม
  • แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ อาจจะถูกการเมืองนำไปสู่ความไม่โปร่งใส

ผลประโยชน์ของใครกันแน่ ชาติหรือส่วนตัว ซึ่งคุณยรรยงต้องไม่อยู่ในกับดักในจุดนี้

ผมคิดว่าทางรอดของคุณยรรยงในอนาคตคือ ถ้าบางเรื่องถูกต้องการเมืองไม่พอใจก็คงต้องทำไปสู่จุดที่ไม่ถูกต้องก็ต้องทำแบบคุณหญิงทิพาวดี คือถ้าฉันถูกย้าย ฉันก็โอเค หรือ วิธีการเน้นแบบกลางๆ แบบ win win ทั้งกระทรวงพาณิชย์และครม.ไม่เสียหน้า ซึ่งประเด็นที่สอง เน้นความฉลาดเฉลียวที่ข้าราชการผู้ใหญ่ ต้องมีการฝึกให้อยู่รอดในการเมืองไทย ผมหวังว่าอ่านคงจะต้องเรียนรู้ว่า คนดีอย่างคุณยรรยงไม่ควรตกเป็นเครื่องมือของนักการเมืองโดยไม่จำเป็น

และประเด็นสุดท้ายก็คือระบอบทักษิณในอดีตที่พยายามให้ข้าราชการอ่อนแอและยอมศิโรราบต่อนักการเมือง ผมเห็นเรื่องเหล่านี้มาตลอด มีลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นผ.อ.อาชีวะบอกว่าทฤษฎีที่อาจารย์ให้มาในตารางขาดอยู่เรื่องหนึ่งที่ฝรั่งไม่เข้าใจคืออำนาจแฝงทางการเมือง ยุคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ต้องยกย่องข้าราชการประจำให้เขามีเกียรติและมีศักดิ์ศรี


มยุรี ก่อรุ่งเรือง
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

1.ความรู้ที่ใช้ไดนาน เรื่อง การเงิน งบประมาณ เนื่องจากนำไปใช้ในครอบครัว การวางงบระยะสั้น กลาง ยาว

2.ความรู้ที่สะสมไปใช้ การหามูลค่าเพิ่มของเงินฝาก

3.หาความรู้เพิ่มเติม จากข่าวสาร วารสาร

4. แบ่งปันโดย เขียนใน blog email กลุ่มเพื่อน

เรียน PSU Med รุ่น 3 ที่รัก

อีกประมาณ 1 สัปดาห์ ก็จะได้พบกันอีกครับ

Blog วันนี้ได้ 1018 แล้ว ซึ่งเป็นจำนวนที่ดีมาก แต่ก่อนถึงช่วงที่ 2 ต้อง Share กันมากๆ ผมหวังว่า ช่วงที่ไม่ได้พบกันจะเป็นช่วงที่ reflect ว่าได้เรียนอะไร ได้ความรู้และไปสร้าง Impact ต่อว่าอย่างไร ผมฝากบทความเรื่อง การตัดสินใจมาให้อ่าน ถ้าอ่านแล้วจะ Share ก็น่าจะดีครับ ดีใจที่ได้พบ PSU Med 3

นงนภัส พรธีระภัทร
IP: xxx.19.201.7
เขียนเมื่อ 

4 วันที่ได้เรียนรู้ร่วมกันจะได้อะไรที่จะนำไปใช้ได้นา

การ มีทัศนคติที่ดี คิดดี ทำดี การเป็นตัวของตัวเอง การเปิดใจให้กว้าง สิ่งเหล่านี้จะหล่อหลอมให้การดำเนินชีวิต และการทำงาน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นำความรู้ที่เราสะสมไว้ไปทำ

1. การเรียนรู้การใช้ชีวิตให้มีความธรรมชาติมากที่สุด

2. เรียนรู้การใช้ชีวิตภายใต้ความกดดัน การเปลี่ยนแปลง วิธีการรับมือในสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น

อธิบายว่าเราหาความรู้เพิ่มเติมอย่างไร

1. การแลกเปลี่ยนในเรื่องงานที่ทำ

2. การมีเครือข่ายในการประสานงาน

3. จากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ประสบการณ์ที่เจอ

4. จากผู้รู้ ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ

แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

1. เสวนาในกลุ่ม

2.มีเครื่องมือในการสื่อสารที่ทันสมัย รวดเร็ว เม่นยำ

3. ทำดีให้เป็นตัวอย่าง สามารถปฏิบัติตามได้

วิทยา สิงห์ขรณ์
IP: xxx.49.97.196
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้เรียนรู้ใน 15-17 ของการเรียนช่วงที่ 1 (วันสุดท้ายของช่วงที่ 1 ติดภาระกิจเดินทางไปร่วมสัมนาภาควิชาพยาธิวิทยา)

ที่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ระยะยาวสำหรับตัวเองคือself-awareness and being a student และการคิดนอกกรอบซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากสำหรับผมที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเป็นหัวหน้างาน โดยความรู้ที่ได้มานั้นก็มาจากการอ่านหนังสือแล้ว ตั้งคำถามเพื่อนำไปสนทนากับ ผู้รู้ที่เป็นเป้าหมายในหัวข้อนั้นๆแล้วแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพื่อทำให้เราได้เรียนรู้มากขึ้นรวมไปถึงซึมซับวิธีคิดของผู้รู้เหล่านั้นมาปรับใช้กับตนเอง สุดท้ายจึงนำความรู้หรือหัวข้อที่ผ่านการปรับปรุงแล้วไปสนทนากับเพื่อนร่วมงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชาในรูปแบบของการตั้งคำถามต่อไป

วิทยา สิงห์ขรณ์
IP: xxx.49.97.196
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการอ่านบทความเรื่อง คุณยรรยง กับ ครม.ในวาระ การประมูลข้าวโพด

ผมขอข้ามประเด็นเรื่องการเมืองและผลประโยชน์ไปนะครับ(ถ้าเขียนเดี๋ยวมันยาวเพราะตอนนี้ผมยังมี อคติกับนักการเมืองอยู่) สิ่งที่น่าสนใจในบทความคือ

1.การพูดอย่างไรให้ผู้ฟังเข้าใจสิ่งที่เราพูดมากที่สุด และต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องพูดเรื่องเดิมๆหลายๆครั้งโดยเปลี่ยนกลุ่มผู้ฟังไปเรื่อยๆแต่ทุกกลุ่มต้องเข้าใจตรงกัน

2. ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะ “เอาไหล่ไปชนกำแพง”ถ้าคิดจะชนกับกำแพงต้องหาเครื่องมือมาช่วย

  1. ต้องรู้จักแพ้ ให้เป็น
วิทยา สิงห์ขรณ์
IP: xxx.49.97.196
เขียนเมื่อ 

(แก้ไข)สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการอ่านบทความเรื่อง คุณยรรยง กับ ครม.ในวาระ การประมูลข้าวโพด

ผมขอข้ามประเด็นเรื่องการเมืองและผลประโยชน์ไปนะครับ(ถ้าเขียนเดี๋ยวมันยาวเพราะตอนนี้ผมยังมี อคติกับนักการเมืองอยู่) สิ่งที่น่าสนใจในบทความคือ

1.การพูดอย่างไรให้ผู้ฟังเข้าใจสิ่งที่เราพูดมากที่สุด และต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องพูดเรื่องเดิมๆหลายๆครั้งโดยเปลี่ยนกลุ่มผู้ฟังไปเรื่อยๆแต่ทุกกลุ่มต้องเข้าใจตรงกัน

2. ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะ “เอาไหล่ไปชนกำแพง”ถ้าคิดจะชนกับกำแพงต้องหาเครื่องมือมาช่วย

  1. ต้องรู้จักแพ้ ให้เป็น
วิทยา สิงห์ขรณ์
IP: xxx.49.97.196
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการอ่านบทความเรื่อง คุณยรรยง กับ ครม.ในวาระ การประมูลข้าวโพด

ผมขอข้ามประเด็นเรื่องการเมืองและผลประโยชน์ไปนะครับ(ถ้าเขียนเดี๋ยวมันยาวเพราะตอนนี้ผมยังมี อคติกับนักการเมืองอยู่) สิ่งที่น่าสนใจในบทความคือ

-การพูดอย่างไรให้ผู้ฟังเข้าใจสิ่งที่เราพูดมากที่สุด และต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องพูดเรื่องเดิมๆหลายๆครั้งโดยเปลี่ยนกลุ่มผู้ฟังไปเรื่อยๆแต่ทุกกลุ่มต้องเข้าใจตรงกัน

-ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะ “เอาไหล่ไปชนกำแพง”ถ้าคิดจะชนกับกำแพงต้องหาเครื่องมือมาช่วย

-ต้องรู้จักแพ้ ให้เป็น

อินทิรา ไพนุพงศ์
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

1. 4 วันที่ได้รับนำมาใช้ได้นาน คือ คุณสมบัติของภาวะผู้นำ การทำงานเป็นทีม การแก้ไขปัญหาเฉพาะ การเอาชนะอุปสรรค การตัดสินใจความถูกและผิดของลูกน้อง ต้องพิจารณาเหตุผลทั้ง 2 ฝ่าย

การมองคน มองลูกน้อง จัดคนให้เหมาะสมกับงาน ตามความถนัด และการมอบหมายงานเพื่อให้งานสำเร็จ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในชีวิตการทำงานและครอบครัว

2.นำความรู้ที่ได้สะสมไว้ มาบริหารจัดการคน การบริหารจัดการเวลา เพื่อให้งานสำเร็จในระยะเวลาที่เหมาะสม การบริหารจัดการด้านการเงินทั้งที่ทีทำงานและครอบครัว

3.สามารถหาความรู้ได้จากการอ่านหนังสือ อ่านบทความด้านบริหารผ่านทางอินเตอร์เนต

4.การแบ่งปันให้ผู้อื่น โดยการพูดคุยผ่านการประชุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

อินทิรา ไพนุพงศ์
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

อ่านบทความกรณีศึกษา ของคุณยรรยง ได้แง่คิดอะไรบ้าง เพื่อการพัฒนาคณะแพทย์ในอนาคต

เมื่อเปรียบเทียบการทำงานในคณะแพทย์ ข้าราชการประจำ คือ หัวหน้าหน่วยงาน ข้าราชการการเมือง คือ ผอ หรือคณบดี ที่มาเป็นวาระ ในการขออนุมัติเรื่องใด ๆ หัวหน้างาน ต้องมีหลักการ เหตุผล ประสบการณ์ ในการมองปัญหาในรอบคอบ มองความคุ้มค่า ไม่มีผลประโยชน์ใด ๆ มาเกี่ยวข้องหรือความสัมพันธ์ส่วนตัว เพราะฉะนั้นในการบริหารงานคณะแพทย์ในอนาคต ในการประมูลโครงการ หรือการสร้างตึกซื้ออุปกรณ์ที่มีราคาแพง ผู้บริหารต้องมีความโปร่งใส มีทักษะ ประสบการณ์ในการต่อรอง และมีความรอบคอบถึงผลประโยชน์และความคุ้มค่าต่อหน่วยงาน ต้องไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้ประมูลและผู้ขาย เพื่อการพัฒนาของคณะแพทย์ มอ ตลอดไป


มัณฑนา เพ็งมาก
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

กรณีศึกษาคุณยรรยงที่ครม. เราได้อะไรจากการอ่านบทความ

ในส่วนตัวมองว่าการทำงานแบบโปร่งใส ไม่มีนอกไม่มีใน ไม่เล่นพรรคเล่นพวก จะนำพาเราไปสู่สิ่งที่ดีเสมอ แม้ว่าเราอาจจะพูดไม่เก่ง พูดไม่ถูกจังหวะและโอกาส แต่เจตนาที่ดีที่ต้องการพัฒนาองค์กร ทำเพื่อส่วนรวม ถ้าเราตั้งมั่นในใสิ่งนี้แล้ว อุปสรรคใดๆที่จะเกิดขึ้น เราก็จะสามารถแก้ไขและผ่านพ้นมันไปได้ค่ะ

นางเยาวรัตน์ ทวีวงศ์
IP: xxx.19.201.7
เขียนเมื่อ 

จากการ present ของทั้ง 5 กลุ่ม ทำให้ทราบว่าการทำงานที่จะให้ถึงเป้าหมาย ต้องอาศัยการทำงานเป็นทีม ร่วมมือกันตั้งแต่หัวหน้าใหญ่จนถึงลูกน้องตัวเล็กๆ มีความสำคัญทั้งหมด เพราะถ้าขาดใครคนใดคนหนึ่งก็จะทำให้งานไม่สำเร็จและไม่บรรลุเป้าหมาย ปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือครอบครัวซึ่งถ้าเราใช้ชีวิตกับงานและครอบครัวอย่างมีความสุข ก็จะประสบความสำเร็จในทุกเรื่อง

วิชาที่ 9 หัวข้อ “วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับการทำงานของคณะแพทย์ฯ มอ.”ของ ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล

ทำให้ทราบว่าองค์กรของเราอย่าหยุดอยู่กับที่ ควรมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่ควรรอแต่กินบุญเก่า ซึ่งสักวันหนึ่งมันก็จะหมดไป ให้สะท้อนมองตนเองและผู้อื่นว่าเขามีการพัฒนาและแข่งขันกันในระดับไหน เพื่อให้ตามเขาได้ทันและแซงหน้าไป โดยทำอย่างไรให้ผู้รับบริการหันมาตรวจเช็คสุขภาพกันมากขึ้นไม่ใช่ป่วยแล้วซ่อม ไม่คิดที่จะได้แต่ประโยชน์ส่วนตนแต่ต้องให้สมดุลระหว่างลูกพระบิดากับการให้การบริการ

วิชาที่ 10 หัวข้อ '' LEADERSHIP & TEAMWORK''

การเป็นผู้นำที่ดีต้องมองเห็นคุณค่าในตนเอง เห็นส่วนดีและคุณค่าของคนอื่น โดยเอามารวมกันให้ลงตัว เมื่อเกิดปัญหาขึ้นตัวเองไม่เดือดร้อน คนอื่นไม่เดือดร้อน การพัฒนางานจึงสำเร็จไปได้ด้วยดี

คุณสมบัติที่ดีของผู้นำที่ควรมี ใจกว้าง รู้จักแบ่งบัน มีการขอบคุณ รู้จักให้อภัย แต่อย่าหวังผล อยู่กับความจริง ถ้าเหตุดี ผลก็ต้องดี

พรรณนิภา ผาคำ
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

สรุปบันทึกการเรียนรู้ ช่วงที่ 1 วันที่ 15-18 ก.ค.58

4 วันที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน สิ่งที่จะนำไปใช้ได้นาน น่าจะเป็นในเรื่องของการมีกระบวนการคิดที่ดีมากขึ้น การมีทัศคติหรือมุมมองในเรื่องของการเรียนรู้สิ่งต่างๆมากขึ้น การฟังอย่างไม่ธรรมดา เช่นฟังแล้วคิดและเรียนรู้ที่จะเลือกนำสิ่งที่ดี มีประโยชน์มาใช้

การนำความรู้ที่สะสมไว้ ใช้ต่อยอดความรู้ต่างๆ ต่อยอดความคิดทั้งในกรอบและนอกกรอบ เพื่อที่จะคิดหาสิ่งใหม่ๆให้กับตัวเองและองค์กร

หาความรู้เพิ่มเติมอย่างไร โดยส่วนตัวค่อนข้างเห็นด้วยกับท่านอาจารย์ในความคิดที่ว่า การได้ร่วมเรียนรู้กับผู้คนรอบๆตัวเรา เป็นแหล่งความรู้ที่หาได้ง่าย การอยู่ในหมู่มวลคนดี สิ่งแวดล้อมที่ดี พร้อมที่จะยอมรับความแตกต่างของแต่ละคน เพราะคนทุกคนก็มี “สิ่งดีๆ” ด้วยกันทุกคน อีกสิ่งหนึ่งที่เข้าถึงได้ง่าย คือ สื่อต่างๆ เข้าถึงง่าย เรียนรู้ได้เร็ว เพียงแต่ต้องเลือกหยิบสิ่งที่ดีๆมาใช้ในชีวิต

แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่น ทำได้โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ผ่านกลุ่มสนทนา หรือกิจกรรมต่างๆ การให้แนวคิด ทัศคติที่ดี ค่อยๆปรับ ค่อยๆเรียนรู้กันไป

พรรณนิภา ผาคำ
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

กรณีศึกษา คุณยรรยง

การตัดสินใจ และการใช้วิจารณญานเป็นเรื่องที่สำคัญในการดำเนินชีวิต ความรอบคอบ และการมีทุนทางอารมณ์ จะทำให้เราไม่ตกเป็นเครื่องมือของใคร การดำรงไว้ซึ่งการมีจริยธรรมของตนเอง และจริยธรรมทางอาชีพ จะเป็นสิ่งนำพาชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีงามเสมอ

ปาริชาต ไพนุพงศ์
IP: xxx.53.59.25
เขียนเมื่อ 

4 วันที่ได้เรียนรู้ร่วมกันจะได้อะไรที่จะนำไปใช้ได้นาน

  • การเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ๆและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
  • แนวคิดเรื่อง Mindset ได้ฝึกและกล้าคิดแบบนอกกรอบ การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ในการทำงานในมุมมองที่กว้างกว่างานประจำที่ทำอยู่
  • การค้นหาและมองเห็นคุณค่าของตัวเอง และสิ่งรอบข้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถนำมาเพิ่มศักยภาพในการทำงานได้
  • ความรู้เรื่องบุคลิกภาพและมารยาททางสังคม
  • แนะนำแหล่งเรียนรู้ผ่าน blog

นำความรู้ที่เราสะสมไว้ไปทำ

- พัฒนาตนเอง ในด้านบุคลิกภาพ การปรับความคิดและทัศนคติของตนเอง

- นำกรอบแนวคิดที่ได้เรียนรู้ ไปฝึกคิด ตั้งคำถาม ค้นหาคุณค่าเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน

อธิบายว่าเราหาความรู้เพิ่มเติมอย่างไร

- เรียนรู้ออนไลน์ผ่าน blog https://www.gotoknow.org/blog/chiraacademy ซึ่งได้ทบทวนความรู้ที่เรียน และเรียนรู้ในมุมองใหม่ที่หลากหลายผ่านการแลกเปลี่ยนของผู้อื่น

- การทำงานร่วมกัน

- สอบถามและขอคำแนะนำจากผู้รู้

แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

- การพูดคุยบอกเล่าประสบการณ์การเรียนรู้ กับเพื่อนร่วมงาน

ปาริชาต ไพนุพงศ์
IP: xxx.53.59.25
เขียนเมื่อ 

บันทึกการเรียนรู้ วันที่ 15/7/58

วิชาที่ 1 : ปฐมนิเทศ และแนะนำทฤษฎีที่สำคัญเพื่อการเรียนรู้

  • ได้ทราบความเป็นมา วัตถุประสงค์ และวิธีการเรียนรู้ของโครงการนี้ ซึ่งเห็นว่าผู้บริหารของคณะให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน
  • แนวคิดและทฤษฎีการเรียนรู้ที่สำคัญ ได้แก่ 4’Ls 2R’s 2I’s 3V’s 3L’s C&E C-U-V

วิชาที่ 2 : ทุนมนุษย์ – Mindset Leadership และการทำงานในยุคที่โลกเปลี่ยนของคณะแพทย์ฯ มอ.

-การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ใช้ทฤษฎี 3 วงกลม (1)context (2)competencies (3) motivation

-ประกอบด้วย 3 เรื่อง คือ ปลูก (ทฤษฎีทุน 8’Ks + 5’Ks) เก็บเกี่ยว ( Motivation ทฤษฎี HRDS) Execution= ต้องทำให้สำเร็จ

-Mindset คือ ทัศนคติที่ฝังรากลึก ต้องพยายามเปลี่ยน Mindset ไปสู่ Growth Mindset : พยายามพัฒนา ชอบความท้าทายและคำวิจารณ์ เรียนรู้จากความสำเร็จของคนอื่น

วิชาที่ 3 : CEO - HR - Non HR - Stakeholders

-ปัจจัยในการขับเคลื่อนสังคมยุค 3.0 คือ การเปลี่ยนแปลง โลกาภิวัฒน์ และนวัตกรรม

-การบริหารองค์กรในยุคดิจิตอล ประกอบด้วย คุณค่าคนกับคุณค่าทางธุรกิจ การบริหารศักยภาพคน โดยนำความรู้ ทักษะ ที่ซ่อนอยู่ในตัวบุคคลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และความหลากหลาย

บันทึกการเรียนรู้ วันที่ 16/7/58

วิชาที่ 4 : Managing Self Performance

-ความสำเร็จของคน ประกอบด้วย

oCompetency รู้ว่าองค์กรมองและพัฒนาบุคลากรและผู้นำด้านใดบ้าง

oKnow & Discover Self / Have Goal ค้นหาตัวเองแล้วตั้งเป้าหมาย รู้จัก ทำงานอย่างมีสติ

oBig Assumptions for Life สมมิติฐานที่เชื่อแล้วจะช่วย

-ในชีวิตเรา มี 3 คำนำชีวิต Be-Do-Have

-Five Principle for Success

oKnow Your Outcome ตั้งเป้า สงบเงียบ ต้องการชื่อเสียง

oTake Action -> Get “Result”

oHave Sensory Acuity

oHave Behavioral Flexibility ชีวิตต้อง Flexibility

oOperate from a Physioloty & Psychology of Excellence สนุกสนานเมื่อไหร่ ส่งผลต่อกายดี

-Big Assumptions to Live & Deal with Others Happily

oใครก็ตามที่ผิดพลาดไปแล้ว ต้องเติม อย่าตราหน้า

oทำอะไรผิดพลาด ไม่มีคำว่าล้มเหลว

oThere is no failure, only feedback

-การชื่นชม ให้ชมผลงาน ชมคุณสมบัติพฤติกรรมนั้นด้วย

วิชาที่ 5 : Personality and Social Skills Development

สิ่งที่ได้เรียนรู้ คือ

- Image = 55% Look 38% Sound 7% Word

- บุคลิกภาพที่ดี ประกอบด้วย แต่งตัวดี รู้จักกาลเทศะ มาดดี พูดจาดี และอารมณ์ดี

- First Impression คือ ความประทับใจแรกพบ เห็นแล้วรู้สึกดี อยากคุยด้วย

- การยืน ท่าเดิน การแนะนำเจ้านายกับลูกค้า ท่าที่ไม่งาม การเดิน การนั่งในรถ รดน้ำสังข์

  • กฎ 5 ข้อ (คิดอะไรไม่ออก นำหลัก 5 ข้อ)การให้เกียรติ ความสะดวกสบายอัธยาศัยไมตรี ปลอดภัยความมีระเบียบเรียบร้อย

วิชาที่ 6 : Key words of success: Leadership – Mindset – Thinking outside the box – Thinking new box.”

  • ความคิดสร้างสรรค์ คือ คิดนอกกรอบ ทำต่างจากเดิม คิดต่างจากเดิม
  • ต้องคิดกระโดดนอกกรอบ วิธีการ : มาจาก CEF creative Education Foundation
  • การคิดคร่อมกรอบ PPCO
  • คิดถึงข้อดีของความคิดของเรา -> Pluses คิด บวก + +
  • คิดถึงข้อดีที่อาจเกิดในอนาคต ->Potential
  • คิดถึงว่าติดอะไร กังวลอะไร แต่ว่าอะไร ->Concerns
  • พยายามทะลุทะลวงข้อ 3 หลบ เลี่ยง หรือทะลุให้ได้ -> Opportunities

บันทึกการเรียนรู้ วันที่ 17/7/58

วิชาที่ 7 : การบริหารจัดการการเงินสำหรับนักบริหาร และ Public Finance

  • การเงินเป็นเรื่องใกล้ตัว ได้เรียนรู้การบริหารการเงินทั้งส่วนตัว และของหน่วยงาน
  • ตลาดการเงิน มีความแตกต่างระหว่างตลาดเงิน กับตลาดทุน
  • การเก็บเงินไว้ที่ธนาคารประเภทออมทรัพย์ ไม่เสียหาย แต่เสียโอกาส
  • ต้องมีแผนการทำงานเสมอ เราควรรู้ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อการวางแผนการจ่ายเงิน

วิชาที่ 8 : 3V & Innovative Project

Innovative Projects ต้องประกอบด้วย 3V

-value add เพิ่มคุณค่าสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว

-value creation มีความสร้างสรรค์ เป็นการทำงานใหม่นอกกรอบ

value diversity มีการสร้างคุณค่า/มูลค่าจากการบริหารความหลากหลาย

เยาวรัตน์ ทวีวงศ์
IP: xxx.19.201.7
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถาม ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

1) 4 วัน ทีได้เรียนรู้ร่วมกันจะได้อะไรที่จะนำมาใช้ได้นาน

1.ได้รู้จักตนเองมากขึ้น และก่อนที่เราจะเริ่มจากผู้อื่นให้เริ่มจากตัวเราเองก่อน โดยไม่ยึดติดกับความเชื่อและพฤติกรรมเดิมๆ คิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงการบริหารเงินให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเองและองค์กร

2. การเป็นผู้นำที่ดี ต้องมองเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น ใจกว้าง รู้จักการให้และแบ่งปัน มีการให้อภัย และการขอบคุณ ไม่หวังผลตอบแทน ถ้ามีสิ่งเหล่านี้ก็จะประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงาน

3.รูปลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการทำงาน เช่นการมีบุคลิกภาพที่ดี แต่งกายดีเหมาะสม การพูด และการแสดงออกต่างๆที่เหมาะสม ก็จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้อื่น

2) นำความรู้ที่เราสะสมไปทำ

1. ค้นหาและทำความรู้จักตนเองให้มากขึ้น พัฒนาด้านความรู้ ทำงานอย่างมีเป้าหมายและมีความสุขในการทำงาน

2. พัฒนาคนและองค์กรให้ได้ตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ได้วางไว้

3. เมื่อเจออุปสรรคในการทำงานให้กระโดดข้ามไปให้ได้

4. กล้าคิดนอกกรอบมากขึ้น แต่ต้องให้อยู่ในกรอบขององค์กรและสังคม

5. การบริหารเงินทั้งของส่วนตัวและหน่วยงานให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด

3) อธิบายว่าเราหาความรู้อย่างไร

การหาความรู้เพิ่มเติมที่ดิฉันทำมีหลายช่องทาง ได้แก่การสืบค้นทางอิเลคโทนิค การอ่านหนังสือ การดู การสังเกต การฟังข่าวสาร การเข้าอบรม การแรกเปลี่ยนความรู้และการพูดคุยกับผู้อื่น

4) แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

การแบ่งปันความรู้ส่วนใหญ่จะเริ่มจากครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และผู้รับบริการ โดยการเล่าให้ฟังหรือการสอน ตามบทบาท ในเรื่องใหม่ๆและมีประโยชน์ต่อบุคคลเหล่านั้น เพื่อนำไปดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ทั้งด้านส่วนตัวและการทำงาน เพื่อให้ประสบความสำเร็จในชีวิต

เยาวรัตน์ ทวีวงศ์
IP: xxx.19.201.7
เขียนเมื่อ 

กรณีศึกษา คุณยรรยง

การดำเนินชีวิตควรมีวิจารณญาน การตัดสินใจ รวมถึงความรอบคอบเป็นสำคัญ ให้ยึดถือความถูกต้องเป็นหลัก ซื่อสัตย์ สุจริต เพราะถ้าเราพลาดครั้งเดียวถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ทำดีมาแค่ไหนก็หมดคุณค่า เพราะฉะนั้นให้ดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า หยิ่งในศักศรีของตนเองไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและไม่ยอมเป็นเป็นเครื่องมือของคนอื่น ชีวิตก็จะประสบแต่สิ่งที่ดีงามเสมอและตลอดไป


ปาริชาต ไพนุพงศ์
IP: xxx.53.59.25
เขียนเมื่อ 

ศึกษากรณี คุณยรรยงที่ครม.

วิเคราะห์ ได้อะไรบ้างจากอ่านบทความดังกล่าว

1. ต้นเหตุหลักของปัญหานี้ เกิดจากนักการเมืองขาดคุณธรรม และหวังผลประโยชน์จากการบริหารประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ก่อทุกข์ร้อนให้แก่ประเทศชาติมาต่อเนื่องยาวนาน ขออนุญาตไม่แสดงความคิดเห็นต่อในประเด็นนี้

2. ในกรณีศึกษานี้ ข้าราชการประจำตกเป็นเครื่องมือของนักการเมือง ในการหาผลประโยชน์ การถูกมอบหมายมาให้มาแถลง โดยอ้างถึง ว่าครม.ชุดที่แล้วอนุมัติไปแล้ว จะขอให้ความเห็นชอบตามมติเดิม เท่ากับตกกระไดพลอยโจนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดแม้ว่าไม่ได้มีเจตนา โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ และผลประโยชน์ตกอยู่กับผู้ไม่มีคุณธรรม

3. คิดว่าปัญหานี้ มีทางออก และสามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนา คือ

  • ผู้ปฏิบัติงานควรมีความรอบรู้ คาดการณ์การเปลี่ยนแปลงได้
  • ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด หาข้อมูลให้ครบถ้วน ไม่ด่วนตัดสินใจหรือสรุปความ
  • เน้นธรรมาภิบาล ยืนยันเจตนาอันบริสุทธิ์ในการทำงาน โดยวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นกลาง นำเสนอข้อมูลทั้งผลดีที่จะได้รับ และผลเสียที่จะเกิดขึ้นจากโครงการ ผลการพิจารณาที่อยู่เหนืออำนาจหน้าที่ ก็จะถูกนำไปตัดสินโดยผ่านการพิจารณาตามกระบวนการอย่างเป็นกลาง
พริ่ม วิลัยพงษื กลุ่ม 3
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

¨ 4 วันที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน สิ่งที่นำไปใช้ได้นาน

1. มิตรภาพ การได้รู้จักเพื่อนร่วมงานเพิ่มขึ้น ทำให้สะดวกในการติดต่อประสานงานและได้เรียนรู้

แลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน

2. เปิดรับและแสวงหาความรู้ใหม่ เพื่อการเปลี่ยนแปลง ในการพัฒนาองค์กร

3. มองเห็นจุดเด่นและจุดด้อยขององค์กร ทั้งจากบุคลากรภายในและบุคลภายนอกองค์กร เพื่อ นำไป เป็นข้อมูล สู่การปรับปรุงและการพัฒนาองค์กร

4. นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งครอบครัว การทำงาน ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข อยู่บนความพอเพียง

¨ นำความรู้ที่เราสะสมไว้ เพื่อการเปลี่ยนแปลงตนเอง สู่การพัฒนาตนเอง หน่วยงาน และคณะแพทย์ ถึงแม้ตัวเราเป็นเพียงจุดเล็กๆ ในองค์กรแต่หากรวมกันหลายๆคน ก็จะเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง พัฒนาองค์กรในอนาคต

¨ เราหาความรู้เพิ่มเติมได้หลายทาง

จากการอ่านหนังสือ จากการฟังผู้อื่น จากการดู จากปัญญาความคิดของตนเอง การเรียนรู้ด้วยตนเอง จากผู้บังคับบัญชาผู้ร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้รับบริการ(ลูกค้า)

¨ การแบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่น โดยการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน การถ่ายทอดทางอื่นๆ เช่น หนังสือ บทความ การบรรยาย ฝึกอบรม การสอนงาน เป็นต้น

จิฬารัตน์ ปาณียะ
IP: xxx.55.207.103
เขียนเมื่อ 

วิเคราะห์กรณีศึกษา:คุณยรรยง

ได้แง่คิดด้านการคิดและตัดใจสำหรับผู้บริหาร คือ

การอนุมัติ&จัดซื้อ จัดจ้างต้องอาศัยประสบการณ์ การคิด หาข้อมูลอย่างรอบคอบ ยึดหลักธรรมาภิบาลคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและต้องมีความโปร่งใส หลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ส่วนตัวและผลประโยชน์ทับซ้อน...

วิลาวรรณ ทิพพย์มงคล
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการอ่านบทความเรื่อง คุณยรรยง

.คิดว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้คือ การที่จะพูดหรือทำอะไรต้องศึกษาข้อมูลรอบด้านก่อน และคิดว่าที่นำมาใช้ได้คือการมอบหมายงานให้ถูกกับคนและในการทำงานต้องยึดหลักความถูกต้องไม่ยอมเป็นเครื่องมือของใคร สิ่งสำคัญคือเราต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง.โปร่งใส ผลประโยชน์ให้หน่วยงาน. อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/592411

บริมาส ศักดิ์จิรพาพงษ์
IP: xxx.204.178.65
เขียนเมื่อ 

4 วันสำหรับการเรียนรู้การพัฒนาศักยภาพผู้นำครั้งนี้ ทำให้ตนเองได้รับความรู้และแนวทางในการทำงานที่มากมาย รู้จักคิดหาแนวทางในการทำงาน ให้ประสบความสำเร็จ มิใช่การทำงานอย่างบ้าคลัง เพียงอย่างเดียว ทำอย่างไรให้เรามีความสุข เพื่อนร่วมงานมีความสุข หาเป้าหมายของการทำงาน และที่สำคัญต้องมองให้ออกว่างานที่ทำนั้นต้องมีความหมาย เกิดประโยชน์ อย่างไรจากสิ่งที่ทำ

การคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงในการบริหารบุคลากรของหน่วยงาน ที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีผู้เกษียณราชการ ความไม่แน่นอนของการออกนอกระบบของมหาวิทยาลัย การสร้างแรงจูงใจให้กับเพื่อนร่วมงาน ให้เขารู้สึกว่างานที่เขาทำมีความหมาย และมีความเป็นเลิศได้ เกิดการสือสารที่ดี ก่อให้เกิดการทำงานเป็นทีมจะมีมากขึ้น เนื่องจากรู้จักบุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ การพูดคุยง่ายขึ้นมีมิติความสัมพันธ์ที่ดี ลดความขัดแย้งได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าในสภาวะของผู้รับบริการจะมีความต้องการที่แตกต่างและมากเหตุผล บางครั้งอยากที่จะเข้าใจ ก็ตามทำให้เราเข้าใจความเป็นจริงมากขึ้น เช่น ว่าปัญหาบางอย่าง แม้เราจะแก้ไขแบบนี้ได้ระดับหนึ่งแล้ว แต่ เดี่ยว ก็จะมีปัญหาใหม่ให้เราแก้ไขอีก และที่สำคัญเราต้องระลึกเสมอว่า "ทำเพื่อส่วนรวม" เพราะเป้าหมายหลักคือ "เพื่อประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น" (จริงๆ)

ฝึกตัวเองให้เป็นคนที่พร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา และบอกกับตัวเองว่าเราจะต้องศึกษาและเรียนรู้ให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ฝึกที่จะ "นิ่ง" กับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เข้ามาไม่เข้าไปปะทะอย่างลืมตัว

ที่สำคัญ คือ เราต้องพร้อมที่จะสอนและฝึกบุคลากรในหน่วย ให้เข้าใจงานและเข้าใจองค์กรให้เขา "รักในเกียรติของงานที่ทำและรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเป็นสำคัญ" เพื่อประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น(จริงๆ)

บริมาส ศักดิ์จิรพาพงษ์
IP: xxx.204.178.65
เขียนเมื่อ 

วิเคราะห์ คุณยรรยง

ทุก ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นมีเหตุปัจจัย หลักพุทธศาสนาทรงสอนให้ใช้หลักของโยนิโสมนสิการ คือการพิจารณาหาวิธีการที่ถูกต้อง มีเหตุผล และเข้าถึงเหตุที่แท้จริงให้ได้โดยใช้ปัญญา สำหรับเรื่องนี้ คิดว่าตนเองปัญญาน้อย เรื่องของการเมืองเป็นเรื่องที่เข้าใจยากมากที่สุด ไม่สามารถวิเคราะห์อะไรได้มากนัก แต่สิ่งหนึ่งที่คิดว่าแน่นอนที่สุดและควรจะยึดถือปฏิบัติคือ " หิริ โอตัปปะ" ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป เป็นธรรมะคุ้มครองโลก ไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นตกต่ำ

นูรีฮา ฤทธิ์หมุน
IP: xxx.12.73.1
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถาม ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

1. 4 วันที่ได้เรียนรู้ อะไรที่จะนำไปใช้ได้นาน? เรียนรู้เรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล และวิธีการจัดการกับความแตกต่างในหลากหลายรูปแบบ

2 นำความรู้ที่สะสมไว้ ไปทำความเข้าใจ เพื่อจะได้เข้าถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล แล้วมาผสมผสานเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และองค์กรต่อไป

3 สามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้จาก การอ่านหนังสือ/ บทความต่างๆ คุย/ปรึกษาหารือกับผู้อาวุโสหรือผู้รู้ สังเกตจากการปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน

4.การแบ่งปันให้ผู้อื่น

-เล่าประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้จากอาจารย์ผู้สอน

-แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อให้สามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

พรธิดา คงสวัสดิ์
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

กรณีศึกษา คุณยรรยง

-นำมาประยุกต์ใช้ในหลักการทำงานจริง โดยเราต้องมองปัญหาอย่างรอบคอบ ใช้หลักการ ประกอบเหตุผล ร่วมกับประสบการณ์ ในการวางแผนแก้ไขปัญหา

- การทำงานที่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง จะต้องมีความโปร่งใสในการบริหารจัดการ และคำนึงถึงผลประโยชน์และความคุ้มค่าที่จะเกิดแก่หน่วยงาน

ยวงพร ป้อมสกุล
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

กรณีศึกษาคุณยรรยง

การทำงานตามการมอบหมายโดยเฉพาะการรับผิดชอบงานที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนมากมายจำเป็นต้องใช้สติในการพิจารณาหาข้อมูลให้รอบคอบ ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมา การเป็นคนดีใช่ว่าจะเป็นที่ยอมรับของคนทุกคน แต่การเป็นคนดีและมีปัญญาต่างหากที่คนทุกคนให้การยอมรับ กรณีตัวอย่างนี้เสมือนตัวอย่างของข้าราชการถูกหลอกใช้

จากกรณีดังกล่าวสามารถนำไปใช้เป็นตัวอย่างในการพัฒนาคณะแพทยศาสตร์ได้ ดังนี้

- การใช้สติปัญญาและความรอบคอบในการวิเคราะห์และพิจารณาเรื่องต่างๆก่อนการตัดสินใจ

- ใช้ประสบการณ์ช่วยคิดวิเคราะห์

- ใช้หลักธรรมาภิบาล ความถูกต้อง โปร่งใสในการปฏิบัติงาน

- หากมั่นใจว่าสิ่งที่ทำเป็นเรื่องที่ดีก็ไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใด

จันธิมา มหัทธนาภรณ์
IP: xxx.53.35.165
เขียนเมื่อ 

กรณีศึกษา คุณยรรยง

คุณยรรยงเป็นข้าราชการอาวุโส เป็นอธิบดีกรมการค้าภายใน ส่วนคุณพรทิวาเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ ในเรื่องการประมูลข้าวโพด มีความเห็นว่าขุ้้าราชการประจำ สามารถทำงานร่วมกับข้าราชการการเมืองได้ แต่คุณยรรยงไม่ควรตกเป็นเครื่องมือของนักการเมือง นอกจากจะขาดความรอบคอบแล้ว อาจมองว่าได้รับผลประโยชน์ ถ้าคุณยรรยงฉลาดหรือรอบคอบกว่านี้สามารถหาวิธีการแบบรู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหางได้ จริง ๆ แล้ว ถ้าไม่มีผลประโยชน์เข้ามาเกีี่ยวข้อง คุณยรรยงซึ่งเป็นคนเก่งคนหนึ่งควรเป็นแค่ที่ปรึกษา ไม่ควรเป็นคนพูดนำเสนอ เพราะไม่ใช่หน้าที่ ไม่ควรเป็นคนเสนอโปรเจค คนที่พูดต้องเป็นคุุณพรทิวา หลายคนอาจมองว่าคุณยรรยงอาจได้ผลประโยชน์จากโปรเจคนี้ก็ได้ หรือไม่ก็อาจถูกมองว่ามีความสัมพันธ์ส่วนตัวได้

นางสาวชัญญา ทวีศรี
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

วิเคราะห์บทเรียนจากความจริง

กรณีศึกษา คุณยรรยงที่ ครม. ได้แง่คิด เพื่อการพัฒนางานของคณะแพทย์ฯ ในอนาคต คือ

การแก้ปัญหาที่ได้ผลดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในการทำงานของบุคคลนั้น บุคคลที่มีประสบการณ์มากจะสามารถวิเคราะห์ความขัดแย้ง สถานการณ์ เวลา และวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินการกับความขัดแย้งในองค์กรได้สำเร็จ และควรคำนึงถึงความพอใจหรือความต้องการของทุก ๆ ฝ่ายเป็นสำคัญ

การบริหารงานควรยึดหลักธรรมาภิบาล หลักความยุติธรรม ความเสมอภาค ใช้วิธีนุ่มนวลต่อคนแข็งหรือจริงใจในการแก้ปัญหา เพราะการใช้วิธีการพูดคุยที่นุ่มนวลกับคนจะสามารถเอาชนะปัญหาหรือสามารถจัดการปัญหาได้ลุล่วง

ขอบคุณค่ะ

นางสาวโศภิดา มาลา
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

วิเคราะห์บทเรียนจากความจริง

กรณีศึกษา คุณยรรยงที่ ครม. ได้แง่คิด เพื่อการพัฒนางานของคณะแพทย์ฯ ในอนาคต คือ

การใช้วิธีการบริหารงานด้วยวิธีการเน้นแบบกลาง ๆ แบบ Win Win เป็นเทคนิคในการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่จะนำไปสู่ผลที่พึงพอใจทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรในองค์กร โดยที่ผู้บริหารจะต้องมุ่งให้ทุกฝ่ายตระหนักว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องแก้ไข โดยพิจารณาเหตุของความขัดแย้งและหาวิธีการจัดการกับความขัดแย้งที่เหมาะสม

เน้นการทำงานเป็นทีม จะช่วยให้การทำงานบรรลุเป้าหมาย เนื่องจากทีมงานจะมีการแบ่งงาน แบ่งหน้าที่ตามความสามารถและความชำนาญ เมื่อลงมือทำงานจะสามารถดำเนินงานได้รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ มีคุณภาพ ทำให้การทำงานบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

วันที่ 4 ประเด็นวิเคราะห์ความรู้ในแต่ละวันที่เรียน
IP: xxx.12.73.1
เขียนเมื่อ 

ประเด็นหลักที่บอกกับตัวเองเสมอเมื่อทำงานคือ ทำงานให้มีความสุข สอดคล้องกับกิจกรรมที่ได้เข้าร่วมถ้าคนเราทำงานแล้วมีความสุขก็ไม่ต้องมีเหตุผลใดๆ ที่ทำให้เราทุกข์ สิ่งต่างๆ ก็ตามมา เช่น ครอบครัว คนรอบข้าง และ สังคมที่เราต้องอยู่ร่วมกัน สิ่งแรกที่อยากชวนให้คิด คือมองทุกอย่างอย่างมีเหตุมีผล เราก็จะไม่ทุกข์ เช่น เห็นคนขับรถเร็ว แซงปาดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ก็ต้องมองว่า "เค้าอาจรีบเพราะต้องพาคนป่วยไปโรงพยาบาล" และภาวนาให้เค้าปลอดภัย เพียงแค่คิดเท่านี้ ใจเราก็เป็นสุข อย่างที่สองทำใจให้สบายถ้าใจเราไม่คิด ทุกอย่างมันก็อยู่ของมันได้ ยกตัวอย่าง เราเห็นกองขยะส่งกลิ่นเหม็น เราก็รู้ว่ามันเหม็น ...ก็ทำใจ ว่ามันก็เหม็นไม่จำเป็นต้องไป ว่าใครหนา ใจดำใจร้าย ฉันจะแช่งชักหักกระดูก อันนี้ไม่เอา ให้มันอยู่ของมันแบบนั้นแหละ ปล่อยไปๆ แล้วมันหายส่งกลิ่นไปเอง ... ชีวิตก็จะมีสุข ยิ่งต้องทำใจให้ยอมรับกับสภาพการแข่งขันระหว่างรพ.รัฐ และเอกชน ด้วยยิ่งต้องเพิ่มพูนในเรื่องของการบริการที่ดีและได้ใจผู้บริโภค และยังต้องป้องกันการสมองไหลคนรุ่นใหม่ด้วย ฉะนั้นการเป็นผู้นำที่ดีย่อมพาทีมไปสู่ความเร็จ มี EQ และ IQ ขยันอดทนและพยายาม ต้องมองทุกคนอย่างมีคุณค่า และรู้จักแบ่งปัน

โสภิณ แก้วสลับศรี กลุ่ม 5
IP: xxx.12.73.84
เขียนเมื่อ 

วิเคราะห์บทความ คุณยรรยง พวงราช

วิเคราะห์ : ได้ดังนี้ คุณยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายในเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มาถูกกับดักนักการเมืองเล่นงาน กล่าวคือ หากผู้กันตรงๆ แล้วท่านอาจหมากตัวหนึ่งของเกมการเมืองในยุคคอรัปชั่นรุ่นเรือง ซึ่งท่านอาจเป็นคนดีมายุคหนึงแต่เหตุการณ์อาจบังคับให้ท่านต้องเดินมาแบบนี้ท่านก็เลยต้องจำยอม

แง่คิดที่ได้ : ถ้าถามว่าได้แง่คิดอะไรอันนี้ตอบยากอยู่เหมือนกัน เพราะเราก็ไม่รู้ว่า แท้จริงแล้วท่านเป็นคนแบบไหน แต่ถ้าเป็นตัวเองเราจะเลือกทำในสิ่งที่ดี และถูกต้อง ในฐานะข้าราชการของพระราชา แม้จะถูกอำนาจอะไรมาครอบงำก็ตาม

นำแง่คิดมาพัฒนาคณะแพทยศาสตร์ในอนาคตได้อย่างไร : มองทุกอย่างให้เป็นโอกาส โอกาสที่พัฒนาและวัดศักยภาพของตัวเอง ที่จะสามารถนำพาคณะฯ ไปสู่ความสำเร็จ บริหารงานด้วยความโปร่งใส และตรวจสอบได้ อย่าตกเป็นเครื่องมือของสิ่งหนึ่ง หรือสิ่งใดโดยไม่ได้พิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ

โสภิณ แก้วสลับศรี กลุ่ม 5
IP: xxx.12.73.1
เขียนเมื่อ 

>> 4 วันที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ได้อะไรบ้าง >> นำความรู้ที่สะสมไว้ไปทำอะไร >> เราจะหาความรู้เพิ่มเติมได้อย่างไร >> และแบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

เป็นการบ้านที่ตอบยากที่สุดในชีวิตเท่าที่เคยเรียนหนังสือมาค่ะ ก่อนอื่นหนูขอสารภาพก่อนว่าหนูอาจเป็นนักเรียนที่ไม่ดีเท่าไหร่ค่ะเพราะบางครั้งแอบง่วงบ้าง แอบส่งยิ้มให้กับ เพื่อนๆที่นั่งอยู่ตรงข้ามบ้าน อาจมีข้อดีอยู่อย่างเดียวคือ หนูชอบบันทึก ไม่ว่าหนูทำอะไรหนูก็บันทึก เอาไว้ไม่ว่าจะมีเรื่องราวอะไรเข้ามาในชีวิตหนักหนาสาหัสอะไรก็จะแอบเก็บบันทึกลับไว้เสมอ..แอบกลับไปเปิดอ่านทำให้รู้สึกดี และแอบอมยิ้มเสมอว่าเรานะทำไปได้ เป็นผู้บริหารงานไม่เก่ง เพราะแอบใจดีน้องร่วมงานเสมอ หากไม่หนักหนามากก็จะยืนอยู่บนพื้นฐานการให้อภัยเสมอมา เพราะคนคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุด เพื่อนร่วมงานคือฝีพายที่เราจะนำเรือไปสู่จุดหมายอย่างพร้อมเพียงกัน หากเราไม่ให้ฝีฝายพักบ้าง ตึงเครียดเกินไปอาจทำให้พวกเค้าอ่อนล้า และรู้สึกท้อแท้ได้ หัวหน้าแบบหนูก็คงให้กำลังใจ และร้องเพลงให้ฟังพูดเรื่องต่างๆ ให้คลายเครียดและบอกเค้าว่า หากมีพายุซัดถาโถมเข้ามาในเรือ หนูก็จะบอกว่า ขอให้ทุกคนมีกำลังใจที่เข้มแข็งพรุ่งนี้พวกเราจะถึงฝั่งและปลอดภัย ... ความรู้ที่ได้อบรมในช่วงที่ผ่านมาจะนำไปพัฒนา มองแบบกว้างๆ นะ มันจับต้องได้ยากพอสมควรเราต้องเงยหน้าแหงนจะผ้าโผกหัวแทบจะหลุดออกจากศรีษะเพื่อจะเอื้อมเอาสิ่งนั้นมา แต่นั่นไม่ได้หมายความเรา เราหมดกำลังใจที่จะเอื้อม ตราบใดที่เรามีกำลังใจ มีเพื่อนรอบข้าง เราต้องเอื้อมมาให้ได้อย่างแน่นอน ทำงานขยันอย่างมด มีพยายามแบบนกกระจาบ ที่พยายามทำรังที่แข็งแรงและใหญ่ นั่นคือ ความพยายามล้วนๆ หนูจะบอกให้เพื่อนร่วมงานมีความรัก สามัคคีกัน เพราะเราอยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่ที่บ้าน เราต้องรักกันเรื่องเล็กๆน้อยๆ ก็อย่าเก็บมาคิด ทิ้งๆ ไปบ้าง ไม่ต้องคิดเล็กคิดน้อย มองกว้างๆ และต้องมีรอยยิ้มเสมอไม่ว่ากับใคร... ถ้าถามว่าจะหาความรู้เพิ่มเติมได้อย่างไร หนูว่าทุกวัน ที่เป็นอย่างมันสอนเราได้ทุกวัน ลองกลับบ้าน แล้วไปนั่งทบทวนว่า วันนี้เราได้ทำอะไรที่ดี และผิดพลาดบ้าง และรุ่งขึ้นต้องเอาสิ่งเหล่ามาทบทวน ไม่ให้เกิดขึ้นในวันนี้อีก ส่วนตัวหนูจะหาศัพท์ ภาษาอังกฤษจดไว้ในสมุดวันละคำ และก็จะจำมันเอา และกลับไปทบทวนว่า ความหมายคืออะไร หากมีคำอะไรที่สะดุดๆ ก็จะจดเอาไว้ เราจะจำได้ตลอด กับงานก็เหมือนกัน ต้องกลับไปทบทวน ว่าต้องทำอะไรก่อนหรือหลัง...และแบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร แบ่งปันความรู้ให้คนอื่น หนูจะตัวเอง ที่ชุมชนที่หนูอาศัย แนวคิดต่างๆ สามารถนำไปปรับใช้กับชาวบ้านได้ จริงๆ แล้วผู้ใหญ่บ้าน เขาทำงานแบบนี้อยู่แล้วแต่เขาวิเคราะห์ การทำงานไมได้ ว่ามันคืออะไร เราก็ไปช่วยชี้แนะให้คำปรึกษากับพวกเขาได้ สำหรับงานเรื่องงานหนูมองว่า ยังคงต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานอีกสักระยะ เพื่อให้เดินได้แข็งแรง และเดินได้มั่นคงในอนาคต......//

พิชามญชุ์ คณิตานุพงษ์
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

สรุปประเด็น

18/7/2015
วิชาที่ 9 วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับคณะแพทย์มอ.
- สิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือปรับแนวคิดว่าเราเป็นเลิศและรู้ว่าแท้จริงเราอยู่จุดไหน
แล้วเป้าหมายเราคืออะไร

วิชาที่ 10 leadership and teamwork
- ทุกคนมีประโยชน์ในตนเอง สามารถนำมาเชื่อมโยงเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนองค์กร

----------------------------------------------------------------------------------

4 วันที่ได้เรียนรู้ร่วมกันจะได้อะไรที่จะนำไปใช้ได้นาน

พบว่าทุกคนมีศักยภาพมากมายในตัวเองทั้งที่รู้และไม่รู้ ถ้าเราสามารถนำสิ่งเหล่านั้นมารวมกันจะเป็นพลังยิ่งใหญ่ที่ขับเคลื่อนคณะแพทย์ต่อไป

นำความรู้ที่เราสะสมไว้ไปทำ

ฝึกมุมมองในสิ่งที่ยากแต่สามารถทำให้เป็นไปได้

อธิบายว่าเราหาความรู้เพิ่มเติมอย่างไร

อ่านหนังสือ ติดตามข่าวสารและสื่อต่างๆ แลกเปลี่ยนความรู้รวมถึงทัศนคติกับผู้อื่น ทั้งสายงานเดียวกันและต่างสายงาน

แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

การพูดให้ฟังและปฏิบัติเป็นแบบอย่างให้ดู

----------------------------------------------------------------------------------

ศึกษากรณี คุณยรรยงที่ครม.

การทำงานไม่ว่าระดับใดถ้าเรายึดหลักธรรมาภิบาลก็จะเกิดประสิทธิภาพในการพัฒนาองค์กรควบคู่ไปกับความโปร่งใส เป็นไปตามครรลองคลองธรรม

นิภา ชุมสุวรรณ์
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

สรุปประเด็นกรณีศึกษาเรื่อง คุณยรรยง พวงราช

แม้คุณยรรยง พวงราช จะเป็นข้าราชการที่เก่ง มีอนาคตและมีความรู้ดี แต่ในบางสถานการณ์คนเก่งก็อาจมีปัญหา เกิดการตัดสินใจผิดพลาดได้เช่นกัน แม้จะขาดประสบการณ์หรือมีประสบการณ์ก็ตาม ควรจะศึกษาหาข้อมูลในเรื่องที่กำลังดำเนินการอย่างละเอียด ต้องใช้ความรอบคอบเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ต่างๆ ต้องดำเนินการให้เห็นถึงความโปร่งใสอย่างมาก สอดคล้องกับเรื่องของการตัดสินใจและดำเนินงานในองค์กร ซึ่งผู้นำในองค์กรต้องมีความระมัดระวังอย่างมากเช่นเดียวกับกรณีนี้

หฤทัย สุขช่วย
IP: xxx.5.105.12
เขียนเมื่อ 

วันที่ 18 มิถุนายน 2558 วิชาที่ 9 หัวข้อ “วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับการทำงานของคณะแพทย์ฯ มอ.”ของ ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล

ทำให้ทราบว่าองค์กรของจะพัฒนาไปในแนวทางใด เพื่อให้สอดคล้องกับทรัพยากรที่องค์การมี วิเคราะห์ความเป็นไปได้ จุดแข็ง จุดอ่อนขององค์กร คุณค่าหลักขององค์กร ทั้งนี้ยังคงดำรงอยู่ในพระราชปณิธานของพระราชบิดา

วิชาที่ 10 หัวข้อ '' LEADERSHIP & TEAMWORK''

การเป็นผู้นำที่ดีต้องใจกว้าง ออกจาก mindset ของตนเอง คิดว่าทุกคนมีคุณค่าและมองให้ออก และจงเอาคุณค่าที่เขามีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และการมี Teamwork ที่ดี ต้องมีแรงจูงใจ ความศรัทธา เห็นคุณของสิ่งที่ทำ

‚

ตอบคำถาม ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

1) 4 วัน ทีได้เรียนรู้ร่วมกันจะได้อะไรที่จะนำมาใช้ได้นาน

ได้ความรู้มาปรับใช้ในการทำงานได้รู้แนวทางของคณะแพทยศาสตร์ ได้รู้จักตัวเองมองตัวเอง การคิดแบบนอกกรอบ ผู้นำที่ดีต้องมีบุคลิกภาพที่ดี แต่งกายดี พูดจาดี แสดงออกที่เหมาะสม ตามกาลเทศะ และการบริหารการเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมองถึงความเสี่ยง ความรู้ที่กว้างขึ้นรวมถึงการทำงานเป็นทีม ที่ดีต้องมีแรงจูงใจ ความศรัทธา เห็นคุณค่าที่สิ่งที่ทำร่วมกัน และรวมถึงการเป็นผู้นำที่ดี ต้องใจกว้าง ออกจาก mindset ให้เห็นว่าทุกคนมีคุณค่าและนำคุณค่าที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

2) นำความรู้ที่เราสะสมไปทำ …

1.พัฒนาตนเอง เห็นคุณค่าตนเอง แรงจูงในการกระโดยข้ามอุปสรรค

2.รู้แนวทางในการคิดพัฒนางานของตนเอง ปรับและดัดแปลงไปใช้ในงาน

3.วิธีการคิดนอกกรอบนำไปปรับใช้

4.แนวคิดการทำงานเป็นทีมการเรียนรู้ร่วมกันการมีแจงจูงใจ และเห็นคุณค่าของสิ่งที่ทำ จะมามาสู่ teamwork ที่ดี

5.การเป็นผู้นำที่ดี ต้องเสียสละ ให้อภัย ใจกว้าง เห็นว่าทุกคนมีคุณค่าในตนเอง

6.การเขียนโครงการพัฒนางานรู้เทคนิคการคิดโครงการพัฒนางานและทั้งนี้จะต้องสอดคล้องและเป็นแนวทางเดียวขององค์กร

7.การบริหารเงินทั้งของส่วนตัวและหน่วยงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด

3) อธิบายว่าเราหาความรู้อย่างไร

ปฏิบัติด้วยตนเองเรียนรู้จากงานที่ทำประสบการณ์จะสอน ฟัง สังเกต การรับข่าวสารผ่านช่องทางต่างๆ การบอกเล่า การแลกเปลี่ยนรู้เรียนรู้จากคนอื่น และสื่ออิเล็คทรอนิคต่าง ๆ

4) แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

การแบ่งปันความรู้โดยการเล่าพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน การปฏิบัติด้วยตนเอง เมื่อเพื่อนร่วมงานเห็นเขาก็สามารถเรียนรู้ได้

ƒสรุปประเด็นกรณีศึกษาเรื่อง คุณยรรยง พวงราช

เห็นว่าคนเก่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดีด้วย เปรียบคุณยรรยง ดังสุภาษิตว่าเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม แต่ขาดประสบการณ์ ขาดข้อมูล สุดท้ายคนที่จะลำบากคือคุณยรรยง เหมือนบุคลากรคณะแพทยศาสตร์มีคนเก่งเยอะ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นคนดีด้วย สมกับเป็นลูกพระบิดา

….. อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/592411/comments?page=3

นงนภัส พรธีระภัทร
IP: xxx.19.201.7
เขียนเมื่อ 

วิเคราะห์กรณีศึกษา คุณยรรยง

ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นโดยทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแปลกในสังคมปัจจุบันที่คนดี และเก่ง ตกเป็นเครื่องมือ หรืออยู่ภายใต้ กฎกติกา ของนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ เป็นเรื่องของผลประโยชน์ล้วนๆ จริยธรรม คุณธรรม ไม่มี ถ้าหากเปรียบเทียบคณะแพทย์ หรือหน่วยงานอื่นๆ ก็ล้วนเป็นลักษณะนี้หมด แก้ไขยาก

ศรัญญา วงศ์อรุโณทัย
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้เรียนรู้วันที่18 ก.ค.58

วิชาที่ 9 วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับการทำงานของคณะแพทย์ มอ

ควรมีการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก ในปัจจุบันมีคู่แข่งมากขึ้น หากเราไม่มีการพัฒนาองค์การอย่างต่อเนื่องจะทำให้องค์กรของเรา ถูกองค์กรอื่นๆ แซงหน้าไป

วิชาที่10 leadership& teamwork

ได้แรงจูงใจในการทำงาน"ถ้าเราเชื่อว่า เราทำได้ เราก็จะทำได้" เราต้องออกจาก mindset ของเราให้ได้ เนื่องจาก Mindset เป็นตัวสกัดกั้นความคิดของเรา เราควรมองให้เห็นคุณค่าของคนที่อยู่กับเรา แล้วดึงศักยภาพของแต่ละคนมาใข้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ตอบคำถาม ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

1) 4 วัน ทีได้เรียนรู้ร่วมกันจะได้อะไรที่จะนำมาใช้ได้นาน

-ได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติในการทำงานมากขึ้น ได้นำความรู้ที่ได้เรียน มาปรับใช้ในการทำงาน ได้รู้ว่าทุกคนต้องมีการคิดนอกกรอบ และคิดสร้างสรรค์

-เราทุกคนมีศักยภาพแล้วแต่จะดึงมาใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร

- การมีบุคลิกภาพ และการแต่งกายดีเหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญในการทำงาน เพราะ เวลาเราเดินผ่านใคร เราไม่ได้มีเวลามาอธิบายทุกคนว่า วันนี้แต่งแบบนี้เพราะอะไร

- บริหารจัดการเรื่องเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด

2) นำความรู้ที่เราสะสมไปทำ …

พัฒนาตนเองให้ดีขึ้น เช่น การปรับเปลี่ยนทัศนคติและความคิด การปรับเปลี่ยนบคุลิกภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดในการทำงานและเพื่อพัฒนาองค์กรให้เจริญก้าวหน้า

3) อธิบายว่าเราหาความรู้อย่างไร

แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้ที่ทำงานสายงานเดียวกันและต่างสายงาน หรือ การรับข่าวสารผ่านช่องทางต่างๆ และสื่ออิเล็คทรอนิคต่าง ๆ

4) แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

ทางทฤษฎี คือ แบ่งปันความรู้โดยการเล่าพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน

ทางปฏิบัติ คือ ปฎิบัติตนเองให้เพื่อนร่วมงานเห็น

ƒสรุปประเด็นกรณีศึกษาเรื่อง คุณยรรยง พวงราช

ควรดำเนินชีวิตด้วยความมีสติ คิดให้รอบคอบในการตัดสินใจที่จะพูด นึกถึงผลที่จะตามมาเมื่อเราพูดไปแล้วให้มากที่สุดและที่สำคัญควรใช้วิจารณญาน ดูกาละเทศะ เปรียบเทียบผลได้ กับ ผลเสียที่จะตามมา แต่ทั้งนี้ ควรยึดหลักจริยธรรม คุณธรรม ควบคู่ไปด้วย


ขวัญหา ศรีสว่าง
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

กรณีศึกษาของคุณยรรยง พวงราชการ ได้แง่คิดเพื่อการพัฒนางานของคณะแพทยศาสตร์ ในอนาคต การมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน คือ เราต้องมีเทคนิคในการทำงาน ยึดถือความเป็นธรรม และเป็นกลาง โดยเราต้องมองปัญหาอย่างรอบคอบ มีเหตุมีผลและเข้าถึงเหตุการณ์นั้นๆ อย่างมีสติ และอีกอย่างการทำงานแบบ win win ก็จะเป็นเครื่องมือกลาง ที่ทำให้การทำงานทั้ง 2 ฝ่าย หรือที่เรียกว่าการทำงานเป็นทีม เกิดความคล่องตัว ลดความขัดแย้ง ร่วมถึงเพิ่่มความร่วมมือ ความรักใคร่ ปรองดอง ดังนั้นจะทำให้งานที่ออกมาบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายที่วางไว้

นัฐกาญจน์ ตั้งพลาดิศัย
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

วิเคราะห์กรณีศึกษาของคุณยรรยง มีดังนี้

1.การทำงานทุกอย่าง ต้องทำด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ต่อตนเองและสังคม มองเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน

2.รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง

3.มีความละเอียด รอบคอบในการทำงาน มีความชัดเจน ถูกต้อง ทำได้จริง ด้วยเหตุและผล

ขวัญหา ศรีสว่าง
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถาม ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

1. 4 วันที่ได้เรียนรู้ อะไรที่จะนำไปใช้ได้นาน?

กระบวนการเปลี่่ยน mindset ที่ดีขึ้น การคิดนอกรอบ การมีทัศนคติและมุมมองที่ดี อีกอย่างมีการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ทุกวัน การฝึกใช้สติปัญญา ทำให้เรามีความคล่องตัว

2 นำความรู้ที่สะสมไว้ ไปทำ …..

1 . พัฒนาตัวเองและองค์กรให้มีความมั่นคงและยั่งยืน ปรัชญาของพระบิดา

2. หากเกิดอุปสรรค หรือปัญญา ในการทำงานเราก็สามารถ แก้ไขปัญหาได้ และมองเป็นเรื่องเล็กๆๆ

3. มีความกล้าคิดนอกกรอบมากขึ้น แต่จะต้องไม่ทำให้องค์กร เกิดผลกระทบ

4. วิธีการบริหารเงินทั้งของส่วนตัวและองค์ให้เกิดคุ้มค่าที่สุด

5. สามารถเผยแพร่ความรู้ที่ได้รับ ให้กับองค์กร หรือแนะนำในทางที่ดีขึ้นได้

3. อธิบายว่าเราหาความรู้อย่างไร

1. การเป็นคนช่างสังเกตสิ่งรอบข้าง พูดคุยกับคนรอบข้าง

2. อ่านหนังสือ หรือบทความต่างๆ

3. การใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อย่างถูกต้อง ก็สามารถหาความรู้

4.การแบ่งปันให้ผู้อื่น

การนำความรู้ที่ได้รับจากการเรียนมาเผยแพร่ในองค์กร เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว เพื่อเป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิตประจำวัน

อรพิณ นวลช่วย กลุ่ม 3
IP: xxx.12.73.1
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถาม ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

1. 4 วัน ทีได้เรียนรู้ร่วมกันจะได้อะไรที่จะนำมาใช้ได้นาน

1)ได้แรงบันดาลใจที่จะนำไปพัฒนาตนเองและหน่วยงาน ซึ่งมีแนวคิดจากการค้นหาปัญหาอยางเป็นระบบและมีการคิดนอกกรอบ

2)ในเรื่องการแต่งตัวและมารยาทในการต้อนรับสามารถนำไปใช้กับตนเองและเพื่อนร่วมงานได้

3)ในเรื่่องการจัดการการเงินทั้งของตนเองและของหน่วยงาน

2. นำความรู้ที่เราสะสมไว้ไปทำ …

นำไปใช้เพื่อพัฒนางานในหน่วยงานเพื่อให้มีคุณภาพมากขึ้น

3. อธิบายว่าเราหาความรู้เพิ่มเติมอย่างไร

โดยการศึกษาจากบุคคลต้นแบบ โดยการอ่านจากหนังสือและสื่อต่างๆ

4.แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เล่าสู่กันฟังในหน่วยงาน โดยการแนะนำเรื่องที่ดีๆให้เพื่อนอ่าน

กรณีศึกษาเรื่อง คุณยรรยง พวงราช

ทุกทีมีทั้งคนดีและคนไม่ดีแต่เราจะต้องยึดมั่นในอุดมการณ์ของเราตามรอยพระบิดา และเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่นเพื่อนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตนเองและหน่วยงาน



ขวัญหา ศรีสว่าง
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

18 กรกฎาคม 2558

วิชาที่ 9 Panel Discussion & Workshop

หัวข้อ “วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับการทำงานของคณะแพทย์ฯ มอ.”

การเป็นผู้นำยุคใหม่ จะต้องกล้าพูดให้คนอื่นคิด และทำในสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและองค์กร โดยการปรับ Mindset เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเข้มแข็ง และการร่วมมือร่วมใจกันทำให้องค์กรเรา เกิดความเป็นเลิศ ที่ดีขึ้น

วิชาที่ 10 Learnint Forum & Game Simulations “หัวข้อ “LEADERSHIP & TEAMWORK”

-การทำงานต้องมีความสุข ทั้งกายและใจ ถึงจะทำงานให้บรรลุเป้าหมาย

-การเป็นผู้นำที่ดี จะต้องมีความช่วยเหลือ กล้าตัดสินใจ โดยใช้หลัก ง่าย ไว ใหม่ ใหญ่ ยั่งยืน มีความสุข และ รู้จักขอบคุณ ขอโทษ ให้อภัย มีใจกว้าง และวางจิตให้ว่าง

-จะต้องเป็นผู้มีปัญญา สามารถ เข้าใจลูกน้อง

ปทุมพร พิบูลย์ผล
IP: xxx.12.73.1
เขียนเมื่อ 

จากกรณีคุณยรรยง

แง่คิดที่ได้ คือ การจะแสดงความคิดเห็นในสิ่งใดควรจะศึกษาหาข้อมูลให้ถ่องแท้เสียก่อน และจะต้องคำนึงถึงกลุ่มผู้ฟังด้วย โดยเฉพาะการเอาใจเขามาใส่ใจเรากับความรู้สึกของผู้ฟังและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ

สามารถนำมาปรับใช้กับการทำงาน คือ การรู้จักค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับงานและการใช้คำพูดจะต้องระมัดระวังให้มาก เพราะอาจจะมีผลทางลบกลับมาได้

สิตพร สิงห์แหลม
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

สรุปประเด็นวันที่ 18-7-58

วิชาที่ 9

หัวข้อวิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับการทำงานของคณะแพทย์ มอ.

สำหรับการมอง Service Focus ในปัจจุบันนี้ อาจจะต้องเปลี่ยนจากรูปแบบเดิม คือ เสียแล้วซ่อม (ป่วยแล้วมารักษา) สู่รูปแบบใหม่ คือ การบำรุงรักษา (การตรวจสุขภาพ) มากยิ่งขึ้นนั่นเอง โดยในส่วนของเรื่องตัวชี้วัดอย่าง KPI ก็อาจจะไม่ได้มีความสำคัญมากแล้ว ดังที่อาจารย์เปรียบว่า KPI ทำแล้ว “K=เครียด P=เพลีย และ I= เอียน” เสียมากกว่า

วิชาที่ 10

หัวข้อ Leadership &Teamwork

สรุปประเด็นได้ว่าเมื่อเป็นผู้นำแล้ว อย่าให้ความคิดไม่ว่าเล็กใหญ่เข้ามาแทรกในสมอง ต้องทำให้ว่าง โล่ง จะได้ไม่เครียดและผ่อนคลาย ควรจะยึดหลักพอเพียงมาปฏิบัติ โดยยึดความพอประมาณ การใช้เหตุและผล รวมถึงเรื่องของภูมิคุ้มกัน สุดท้ายในเรื่องของกระบวนการตัดสินใจที่ดีที่สุดคือหลัก 6s ได้แก่ “ง่าย ไว ใหม่ ใหญ่ ยั่งยืน และมีความสุข”

ตอบข้อซักถามจากอาจารย์จีระ

1. 4 วันที่ได้เรียนรู้ร่วมกันจะได้อะไรที่จะนำไปใช้ได้นาน

ได้ความรู้ใหม่ ในหลายๆด้าน รวมทั้งการเปิดโลกทัศน์ใหม่ในบางเรื่อง ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ทันทีและต่อเนื่องไปในอนาคตด้วย

2. นำความรู้ที่เราสะสมไว้ไปทำ

สามารถนำความรู้ที่สะสมไว้ไปพัฒนาทั้งตนเอง หน่วยงาน และพัฒนาองค์กรได้ในที่สุด

3. อธิบายว่าเราหาความรู้เพิ่มเติมอย่างไร

สามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้จากสื่อต่างๆ เช่น อินเตอร์เน็ต หนังสือ หรือการสอบถามจากผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญก็ได้

4. แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

เริ่มจากการแบ่งปันความรู้ให้กับคนใกล้ชิดก่อน เช่น เพื่อน ญาติ คนรู้จัก และที่สำคัญคือเพื่อนร่วมงานในหน่วยงานของเรา

ศรีบังอร อรัญเวทย์ กลุ่ม3
IP: xxx.53.77.27
เขียนเมื่อ 

การบ้าน

www.gotoknow.org/chiraacademy

กรณีศึกษาเรื่อง คุณยรรยง พวงราช.....คิดเห็นว่า บ้านเมืองเราไม่ก้าวไปข้างหน้าก็เพราะการเมืองที่คอยจะหาผลประโยชน์เข้าตัวมากกว่าประเทศ แต่เพื่อไม่ให้เกิดความผิดกับตน มักเลือกใช้ข้าราชการประจำเป็นหมากเดินเกม หากไม่เป็นไปตามเกมที่วางไว้ก็เปลี่ยนตัวใหม่ทำให้ข้าราชการต้องยอมปฏิบัติตามเพื่อความอยู่รอด ดังนั้นข้าราชการก็ต้องทำความรู้จักกับการเมืองไทย พรรคการเมืองให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการรู้เขารู้เราไม่พลาดท่าเสียที และมีหลักการที่หนักแน่นมากพอไม่ใช่ใช้การอ้างอิงลอยๆ ข้าราชการมีความเก่ง ฉลาดซื่อสัตย์ไม่พอต้องทันคน ทันเกมจึงจะไม่พลาดท่าเสียทีตกเป็นเครื่องมือ

สมยศ มุสิกรักษ์
IP: xxx.196.80.50
เขียนเมื่อ 

วิชาที่9 Panel Discussion & Workshop

วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับการทำงานของคณะแพทยศาสตร์ มอ

ปัญหาการขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีแผนพัฒนาระยะยาว การสื่อสารไม่ทั่วถึง การขาดความเข้าใจกัน ทั้งหมดคือปัญหาของคณะแพทย์ เราต้องหาวิธีการพัฒนาให้คณะแพทย์ประสบความสำเร็จโดยต้องแก้ปัญหา และต้องแข่งกับเอกชนไม่ให้คนเก่งๆของเราต้องไปอยู่กับเอกชนต้องรักาคนเก่งไว้พัฒนา

วิชาที่ 10 Leadership &Teamwork

ผู้นำ ต้องเห็นคุณค่าของลูกน้อง ต้องมองให้เห็นคุณค่าคนที่อยู่ร่วมกับเราและมองเห็นคุณค่าของสิ่งรอบข้าง ให้มาทำงานให้ได้วิธีการบริหารจิตของตนเอง คือ อย่าให้ความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ มาแทรกในสมองของตนเอง ผู้นำต้องอยู่ตรงกลาง เวลามีปัญหาจะตัดสินลูกน้องว่า ใครผิด ใครถูก ให้ใช้เหตุผลและมนุษยสัมพันธ์ได้เรียนรู้ถึงบุคลิกภาพของคน ในลักษณะต่าง ๆ การเข้าถึงบุคคลในลักษณะต่าง ๆ การสร้างทีมงาน โดยเน้นการเป็นผู้ให้ที่ถูกที่ ถูกทางและถูกคน มีกติกาการอยู่ร่วมกันอย่างโปร่งใสยุติธรรม ปล่อยวางตัวตนและประโยชน์ของตน แนวทางการทำให้เกิดความสำเร็จของทีม

สมยศ มุสิกรักษ์
IP: xxx.196.80.50
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถาม ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ข้อ 1. 4 วันที่ได้เรียนรู้ อะไรที่จะนำไปใช้ได้นาน?

สามารถคิดนอกรอบได้ มีทัศนคติและมุมมองที่ดี การได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ทุกวัน การฝึกใช้สติปัญญา ทำให้ได้ความรู้มาปรับใช้ในการทำงานได้รู้แนวทางของคณะแพทยศาสตร์ ได้รู้จักตัวเองมองตัวเอง ผู้นำที่ดีต้องมีบุคลิกภาพที่ดี แต่งกายดี พูดจาดี แสดงออกที่เหมาะสม ตามกาลเทศะ และการบริหารการเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมองถึงความเสี่ยง ความรู้ที่กว้างขึ้นรวมถึงการทำงานเป็นทีม ที่ดีต้องมีแรงจูงใจ ความศรัทธา ต้องใจกว้าง ให้เห็นว่าทุกคนมีคุณค่าและนำคุณค่าที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ข้อ 2 นำความรู้ที่สะสมไว้ ไปทำ …..

1 . พัฒนาตัวเองและองค์กรให้มีความมั่นคงและยั่งยืน

2. หากเกิดปัญญา ในการทำงานเราก็สามารถ แก้ไขปัญหาได้

3. วิธีการบริหารเงินทั้งของส่วนตัวและองค์ให้เกิดคุ้มค่าที่สุด

4. สามารถเผยแพร่ความรู้ที่ได้รับ ให้กับองค์กร หรือแนะนำในทางที่ดีขึ้นได้

5. สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพิจารณางานต่างๆ ขั้นตอน ความเหมาะสม ความถูกต้อง เพื่อให้ผลออกมาดีที่สุด

ข้อ 3. อธิบายว่าเราหาความรู้อย่างไร

1. การเป็นคนช่างสังเกตสิ่งรอบข้าง พูดคุยกับคนรอบข้าง

2. อ่านหนังสือ หรือบทความต่างๆ

3. การใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อย่างถูกต้อง ก็สามารถหาความรู้

ข้อ 4.การแบ่งปันให้ผู้อื่น

การนำความรู้ที่ได้รับจากการเรียนมาเผยแพร่ในองค์กร เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว เพื่อเป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิตประจำวัน

พริ่ม วิลัยพงษ์ กลุ่ม 3
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

ศึกษากรณี คุณยรรยงที่ ครม.กับแนวคิดเพื่อการพัฒนางานของคณะแพทยศาสตร์ในอนาคต

การพัฒนาน่าของคณะแพทยศาสตร์ในอนาคต น่าจะต้องมีส่วนประกอบอย่างน้อย 2 อย่าง

1. จะต้องสอดคล้องกับ ทิศทางนโยบาย วิสัยทัศ พันธกิจ ของมหาวิทยาลัยนอกระบบราชการ (ในกำกับ)

2. แต่ต้องมีอิสระ ความคล่องตัวในการบริหาร สามารถคิดนอกกรอบได้ ภายใต้ พรบ.ของ มอ.

ดังนั้นการพัฒนา คณะแพทย์ แต่ละด้านจะต้องมีข้อมูลให้ครบถ้วน และสร้างความเข้าสื่อสารที่ตรงกันระหว่างผู้บริหาร ผู้ปฎิบัติ และคำนึงถึงประโยชน์ที่ได้รับทั้งผู้รับบริการ บุคลากร และองค์กร โดยต้องเป็นระบบที่มี่ คุณธรรม เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เป็นรูปมธรรมจับต้องได้ เป็นที่พึ่งของชุมชน มีขบวนการติดตามประเมินผลโครงการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง สร้างเอกลักษณ์ของตนเองเป็น มอ. ลูกพระบิดา

นภาพร
IP: xxx.19.201.7
เขียนเมื่อ 

4 วันที่ได้เรียนรู้ร่วมกันได้อะไรที่จะนำไปใช้ได้นาน:

การดึงศักยภาพ และการให้ความสำคัญของกลุ่ม สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้เกิดสุขในการทำงานด้วย

นำความรู้ที่เราสะสมไว้ไปทำ:

พัฒนาตนเองและเพื่อนร่วมงาน

อธิบายว่าเราหาความรู้เพิ่มเติมอย่างไร:

อ่านจากหนังสือ สื่อทางอิิเล็คทรอนิกส์

แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร:

เล่าให้ฟังทุกทาง ลองปฏิบัติเมื่อได้ผลเล่าสู่บุคคลรอบข้าง หรือทางอิเล็คทรอนิกส์


กรณีศึกษาของคุณยรรยง ที่ ครม. :

การเลือกทำงานให้ประสบความสำเร็จ ต้องรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์ และรู้ศักยภาพขอตนเอง มีจริยธรรม คุณธรรม และไม่เป็นหุ่นของใคร ไม่ไปตามคำยกยอ


ศรีบังอร
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

www.gotoknow.org/chiraacademy

กรณีศึกษาเรื่อง คุณยรรยง พวงราช.....คิดเห็นว่า บ้านเมืองเราไม่ก้าวไปข้างหน้าก็เพราะการเมืองที่คอยจะหาผลประโยชน์เข้าตัวมากกว่าประเทศ แต่เพื่อไม่ให้เกิดความผิดกับตน มักเลือกใช้ข้าราชการประจำเป็นหมากเดินเกม หากไม่เป็นไปตามเกมที่วางไว้ก็เปลี่ยนตัวใหม่ทำให้ข้าราชการต้องยอมปฏิบัติตามเพื่อความอยู่รอด ดังนั้นข้าราชการก็ต้องทำความรู้จักกับการเมืองไทย พรรคการเมืองให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการรู้เขารู้เราไม่พลาดท่าเสียที และมีหลักการที่หนักแน่นมากพอไม่ใช่ใช้การอ้างอิงลอยๆข้าราชการมีความเก่ง ฉลาดซื่อสัตย์ไม่พอต้องทันคน ทันเกมจึงจะไม่พลาดท่าเสียทีตกเป็นเครื่องมือ

มยุรี ก่อรุ่งเรือง
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

ความรู้ที่ได้จากวันที่ 6สค.58คือ กลยุทธสำคัญกว่า KPI ทิศทางองค์กรสำคัญกว่ากลยุทธ visionary สูงกว่าทิศทางองค์กร.

สิตพร สิงห์แหลม
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

จากกรณีศึกษาเรื่อง คุณยรรยง

กรณีคุณยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายในเป็นผู้มาชี้แจงและขออนุมัติคณะรัฐมนตรีเรื่องประมูลข้าวโพดนั้น พบว่าแม้คุณยรรยงจะเป็นคนเก่งแต่ก็มีโอกาสตัดสินใจหรือทำผิดพลาดได้เช่นกัน ฉะนั้นจะต้องมีการหาข้อมูลให้ละเอียดครบถ้วน มีความรอบคอบ และต้องพยายามไม่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากในเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน

นารี ปานทอง
IP: xxx.53.27.103
เขียนเมื่อ 

จากกรณีศึกษาเรื่อง คุณยรรยง คิดเห็นว่าข้าราชการต้องมีความฉลาด ซื่อสัตย์ ทันเกมนักการเมือง ไม่ควรตกเป็นเหยื่อ ต้องมีอุดมการณ์ที่ชัดเจน

นารี ปานทอง
IP: xxx.53.27.103
เขียนเมื่อ 

วิชาที่ 11,12 โดยรศ. ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

หัวข้อ เศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน AEC 2015 และเศรษฐกิจไทย ผลกระทบ การปรับตัวและกลยุทธิ์ของคณะแพทย์ฯ มอ.

ในเรื่องดังกล่าวได้ความรู้ดังนี้ ในปัจจุบันเป็นยุคของโลกาภิวัฒน์ ที่มีการติดต่อสื่อสารกันอย่างทั่วถึงไร้พรหมแดน มีการแข่งขันสูง ดังนั้นเราจะต้องมีการพัฒนาต่างๆให้ทันตามกระแสที่มีการเปลี่ยนแปลง การรับรู้ข่าวสารต้องรวดเร็ว

ทฤษฎีที่ต้องนำมาใช้และฝึกวิเคราะห์

1.1 Zero Sum game มีผู้แพ้และผู้ชนะ

1.2 Positive Sum game มีผู้ชนะทั้ง 2 ฝ่าย

1.3 Negative Sum game มีแต่ผู้แพ้

คนฉลาดต้องหลีกเลี่ยง Zero Sum game ยกเว้นไม่มีทางเลือก แต่ควรเลือก Positive Sum game และหลีกเลี่ยง Negative Sum game

การปรับตัวของคณะแพทย์ให้ทันเศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน AEC

1. รพ. ต้องพัฒนามาตรฐานการรักษาทั้งทีมแพทย์ พยาบาลและทีมต่างๆในรพ.และเครื่องมือต่างๆให้ทันสมัย

2. ต่อไปอาจมีการพัฒนาโรงพยาบาลให้มีศูนย์ต่างๆครบวงจร เช่น การร่วมมือกับธุรกิจโรงแรม

ร้านอาหาร โครงการ prevention package รูปแบบต่างๆ ศูนย์การออกกำลังกาย เป็นต้น

3. อาจขยายสาขาไปสู่ต่างประเทศ

หัวข้อ การคิดเชิงกลยุทธ์ และการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบเพื่อการแก้ปัญหาและการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ

เราต้องฝึกคิดแบบ Organic thinking ต้องฝึกจับประเด็นในสิ่งสำคัญ บริหารข้อมูลได้ มองเป็นระบบ เชื่อมโยงในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้

กลยุทธ์สำคัญกว่า KPI Vision สำคัญกว่ากลยุทธ์

สินีพร เชียงสอน
IP: xxx.53.56.15
เขียนเมื่อ 

กรณีศึกษาคุณยรรยงเราได้อะไรจากการอ่านบทความ

การทำงานอย่างมีข้อมูลประกอบ มีเหตุผล คิดอย่างรอบด้าน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก จะทำให้เราทำงานไปในทิศทางที่ถูกที่ควร ไม่ถูกใครชักจูงได้ง่าย

สิ่งที่ได้เรียนรู้ 6-7 สค.58

อ.สมชาย สอนว่า “ทุกวันคือความรู้”ทิศทางขององค์กร สำคัญกว่า กลยุทธ์ และ กลยุทธ์ สำคัญกว่า KPIความอยู่รอดของ รพ. คือ “คุณภาพการรักษา”คนฉลาด ต้องจับประเด็นหลัก ๆ ได้ แม้จะได้แค่ 5% ก็สามารถเอาชนะได้คนฉลาดจะไม่เชื่อใครง่าย ๆ จะต้องตั้งคำถาม “ทำไม” “ทำอย่างไร”ไม่มองจากมุมของตัวเอง ต้องมองจากมุมของลูกค้ามองเป็นระบบเชื่อมโยงทั้งหมด(อาจารย์เก่งมาก ๆ เลยค่ะ รอบรู้มาก ๆ) แต่ตัวเอง ขอแค่ “คิดเป็น” ให้ได้ก่อนเถอะ เฮอะๆๆ

สำหรับวิชาชะชะช่า วันนี้ สนุกค่ะหลายคนคงเมื่อยเอวเมื่อยขาไปหลายวัน ยังจำท่าไม่ค่อยครบและจังหวะที่จะต้องเปลี่ยนไปท่าโน้นท่านี้ แต่ที่ได้ คือ นับ 12345678 นับเป็นจังหวะได้ แต่ขาทางไหนก็อีกเรื่องนะคะ

จงวัฒน์ ชีวกุล
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

18 กค 2558

Panel Discussion & Workshop

หัวข้อ “วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับการทำงานของคณะแพทย์ฯ มอ.” โดย ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล

-การเป็นผู้นำยุคใหม่ จะต้องกล้าคิดนอกกรอบ และทำในสิ่งนั้นให้ เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและองค์กร โดยการปรับ Mindset ตัวเองให้ได้

Learnint Forum & Game Simulations “หัวข้อ “LEADERSHIP & TEAMWORK”

-การทำงานต้องมีความสุข ทั้งกายและใจ ถึงจะทำงานให้บรรลุเป้าหมาย

-การเป็นผู้นำที่ดี จะต้องมีความช่วยเหลือ กล้าตัดสินใจ

-ใช้หลัก ง่าย ไว ใหม่ ใหญ่ ยั่งยืน มีความสุข และ รู้จักขอบคุณ ขอโทษ ให้อภัย มีใจกว้าง และวางจิตให้ว่าง

-เห็นความสามมารถของลูกน้องและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่องานนั้นๆ

ตอบคำถามอาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

1) 4 วัน ทีได้เรียนรู้ร่วมกันจะได้อะไรที่จะนำมาใช้ได้นาน

-มีการปรับเปลี่ยนทัศนคติของตัวเอง มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

-กล้าคิดนอกกรอบมากขึ้น

-ขยันในการอ่านหนังสือ อ่านและค้นคว้าเพื่อให้เกิดประโยชน์ต้อตัวเอง

-มีบุคลิกภาพ และการแต่งกายดีขึ้น

- บริหารจัดการเรื่องเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด

-จัดการเวลาใหม่ให้ทำในสิ่งที่ดีต่อตัวเอง รักษาสุขภาพ

2) นำความรู้ที่เราสะสมไป

พัฒนาตนเองให้ดีขึ้น เช่น การปรับเปลี่ยนทัศนคติและความคิด การปรับเปลี่ยนบคุลิกภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดในการทำงานและเพื่อพัฒนาองค์กรให้เจริญก้าวหน้า

3) อธิบายว่าเราหาความรู้อย่างไร

ทางบทความใน internet มากขึ้น

4) แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่นอย่างไร

ทางทฤษฎี คือ แบ่งปันความรู้โดยการเล่าพูดคุยกับพี่ๆน้องๆในที่ทำงาน

ทางปฏิบัติ คือ ปฎิบัติตนเองให้เพื่อนร่วมงานเห็น

สรุปประเด็นกรณีศึกษาเรื่อง คุณยรรยง พวงราช

เป็นเรื่องของผลประโยชน์ ที่ใครๆก็ตกอยุ่ในวงเวียนนั้นถ้าไม่มีจิตใจที่แน่งแน่ในคุณธรรม

จึงควรดำเนินชีวิตด้วยความมีสติ ควรยึดหลักจริยธรรม คุณธรรม ควบคู่ไปด้วย และถ้าในคณะแพทย์ ก็ควรยึดแนวความคิดตามหลักของพระราชบิดาครับ

สิ่งที่ได้เรียนรู้ 6-7 สค.58

เรื่อง เศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน เศรษฐกิจไทย ส่งผลกระทบต่อ การปรับตัวของคณะแพทย์ฯ มอ. รศ. ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

โลกปัจจุบันเป็นโลกข้อมูลข่าวสาร ที่ส่งออก เผยแพร่อย่างรวดเร็วแค่ กดปุ่มเดียว ทำให้ต้องมีความคิดวิเคราะห์ในการไม่เชื่อใครง่ายๆ คิดบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

ทฤษฎีที่ต้องนำมาใช้และฝึกวิเคราะห์ ;Zero Sum game, Positive Sum game, Negative Sum game

การปรับตัวของคณะแพทย์ให้ทันเศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน AEC

-. มีการพัฒนามาตรฐาน และ องค์ความรู้ต่างๆตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย

การคิดเชิงกลยุทธ์ การแก้ปัญหาและการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ

เราต้องฝึกคิดแบบ มองเป็นระบบ เชื่อมโยงในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้ แยกแยะสิ่งดีและไม่ดีให้ชัดเจน และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุดต่อองค์กรคณะแพทย์ของเรา

-วิชาเต้นรำ

การ เข้าจังหวะ ทำให้กล้าเต้น กล้าแสดงออก

นารี ปานทอง
IP: xxx.53.31.87
เขียนเมื่อ 

วันที่ 7 สิงหาคม 2558

วิชาที่ 13 กิจกรรมรักษ์ใจ-รักษ์กาย โดยอจ.ณภัสวรรณ จิลลานนท์และอจ.กิตติภพ สังฆกิจ

ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเรียนรู้มาก่อน ได้ฝึกเต้นรำ Cha Cha Cha, Salsa , Line Dance สนุกมากและเหนื่อยมาก กลับมารู้สึกปวดขาแต่เป็นประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมคะ


มัณฑนา เพ็งมาก
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้เรียนรู้ วันที่6 สค.58

เคยติดตามผลงานอ.สมชาย ในการวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจทางทีวี แต่พอได้เรียนกับอาจารย์เรื่องการคิดในรูปแบบต่างๆ ทำให้เปิดโลกทัศน์และมุมมองใหม่ๆในการจัดการระบบและวิธีคิด คิดอย่างไรให้ WIN WIN นอกจากนี้ก็ได้รับความรู้มากมายเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกและทิศทางการทำการค้าในอนาคต โลกเรากำลังจะแคบลง....

มัณฑนา เพ็งมาก
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้เรียนรู้ วันที่7 สค.58 กิจกรรมรักษ์กาย รักษ์ใจ

ได้ขยังแข้งขยับขาทั้งวัน (เล่นเอาเหนื่อย) แต่ก็มีความสุขและสนุกไปกับจังหวะที่อาจารย์ทั้งสองท่านตั้งใจสอน ทำให้เรารู้จักเพื่อนเพิ่มขึ้นในชั้นเรียนนี้ ได้เห็นรอยยิ้มของทุกคนแล้วก็หายเหนื่อยค่ะ


อุษา เดชแดง
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

วิชาที่ 11,12 โดยรศ. ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

หัวข้อ เศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน AEC 2015 และเศรษฐกิจไทย ผลกระทบ การปรับตัวและกลยุทธิ์ของคณะแพทย์ฯ มอ.

ในปัจจุบันเป็นยุคของโลกาภิวัตน์ ที่มีการติดต่อสื่อสารกันอย่างทั่วถึงไร้พรหมแดน มีการแข่งขันสูง ดังนั้นเราจะต้องมีการพัฒนาต่างๆให้ทันตามกระแสที่มีการเปลี่ยนแปลง การรับรู้ข่าวสารต้องรวดเร็ว

การปรับตัวของคณะแพทย์ให้ทันเศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน AEC

-ต้องพัฒนามาตรฐานการรักษาทั้งทีมแพทย์ พยาบาลและทีมต่างๆในรพ.และเครื่องมือต่างๆให้ทันสมัย

-ต้องเป็นโรงพยาบาลครบวงจร ต้องเป็นมากว่าโรงพยาบาล สนองความต้องการลูกค้าได้ มาที่เดียวมีทุกอย่างให้

เลือก
-ต้องพัฒนาบุคลากรด้านภาษา เพื่อให้ก้าวทันโลก ยุค AEC

เราต้องฝึกคิดแบบ Organic thinking ต้องฝึกจับประเด็นหลักให้ได้ที่เป็นหัวใจหลัก รู้จักบริหารข้อมูลได้ครบถ้วน มองเป็นระบบ เชื่อมโยงในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้

กลยุทธ์สำคัญกว่า KPI Vision สำคัญกว่ากลยุทธ์

มยุรี ก่อรุ่งเรือง
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

กรณีศึกษาคุณยรรยง : การทำงานแบบโปร่งใส ทำเพื่อส่วนรวม

การอนุมัติจัดซื้อต้องอาศัยประสบการณ์ การหาข้อมูลอย่างรอบคอบ

ข้าราชการที่ดีต้องยึดความถูกต้อง ไม่เป็นเครื่องมือของนักการเมือง
กร

มยุรี ก่อรุ่งเรือง
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

7 สค ลาป่วย

8 สค ความรู้ที่ได้ของช่วงเช้า คือ megatrends 2015 10 ข้อ (ตัวเองทราบจากสิ่งนี้เป็นครั้งแรกในห้องเรียนนี้)

1. Aging society

2. NCD

3. NED

4. Climate change

5. Digital technology

6. Virtual

7. Borderless

8. Multiple answer

9. Competition

10. Diversity

มยุรี ก่อรุ่งเรือง
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

8 สค. ช่วงบ่ายความรู้ที่ได้ สิ่งที่กล่อหลอมความเป็นฝู้นำ

1. สิ่งแวดล้อม

2. Role model

3. ทวนกระแส

วิธีการเตรียมตัว

1. ขยัน มีผลงาน รู้จริง

2. มีเป้าหมาย

3. ทำตัวให้เป็นที่รู้จัก

4. ศึกษากฎระเบียบ

5. วางแผนชีวิต

6. ระมัดระวังเส้นทางเดินในชีวิต

มัณฑนา เพ็งมาก
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

สรุป 2 เรื่องสำคัญอันนำไปสู่ความเป็นเลิศของคณะแพทย์ฯ จากการอภิปรายของอ.ไกรฤทธิ์และอ.ชเนฏฐวัลลภ

1. มุ่งเน้นความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ซึ่งจะทำให้เราสามารถตอบสนองและนำเสนอบริการที่มีคุณภาพ และดีที่สุด ตรงใจลูกค้าที่สุด ลดการสูญเสียของการทำงานในแบบที่ว่า "The best product but nobody wants"

2. การบริหารจัดการที่ดี ไม่ว่างานนั้นจะเล็กหรือใหญ่ หากมีระบบจัดการงานที่ดีและก่อประโยชน์สูงสุด องค์กรก็จะเติบโตและก้าวสู่ความเป็นเลิศได้ในที่สุด

มัณฑนา เพ็งมาก
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากอ.วิชาและคุณหญิงทิพาวดี วันที่8สค.58 คือคุณลักษณะของผู้นำที่ดีนอกจากจะต้องมีการตัดสินใจที่เด็ดขาดและถูกต้องแล้ว การที่เราเลือกrole model ที่ดีก็เท่ากับเราทำงานสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว ที่ชอบอีกอย่างคืออย่ากลัวว่าลูกน้องจะเก่งกว่าเรา ต้องสนับสนุนให้เขาเติบโต และสำคัญที่สุดผู้นำต้องมีทุนทางจริยธรรม คือมีภาระหน้าที่ที่ถูกต้องและมีศีลธรรม

โสภิณ แก้วสลับศรี กลุ่ม 5
IP: xxx.12.73.1
เขียนเมื่อ 

วันที่ 5 : วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2558

วิชาที่ 11 : เศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน AEC 2015 และเศรษฐกิจไทย ผลกระทบและการปรับตัว และกลยุทธ์ของคณะแพทย มอ.

วิชาที่ 12 : การคิดเชิงกลยุทธ์ และการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบเพื่อการแก้ปัญหาและการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ

โดย รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

สรุปสำคัญที่ได้เรียนรู้ : การทำงานทุกอย่างต้องอาศัยช่วงชิงกับคู่แข่งเสมอ หากเรามัวแต่มานั่งทบทวน สิ่งต่างๆ อยู่อาจทำงานให้งานเสียหายได้ การคิดที่รวดเร็ว และ ทำเลย อาจตอบโจทย์การทำงานในยุคสมัยใหม่ คิดให้เร็วมองทุกอย่างให้เป็นรูปธรรมที่สามารถจับต้องได้ทะลุปรุโปร่ง สามารถคิดวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีเหตุมีผลเพื่อรองรับกับอดีตที่มาแล้วและปัจจุบันที่กำลังดำเนินอยู่ตลอดไปถึงอนาคตก็ยังสามารถใช้งานได้ไม่ตกยุค รู้จักว่าอันไหนควรเสี่ยงหรือควรจะอยู่เฉยๆ ถามว่ากลยุทธ์เหล่านี้ ต้องอาศัย ระบบการจัดการความคิด ที่ดี และมีฐานของระบบ globalization ที่ดีร่วมด้วยยิ่งสังคมในยุคปัจจุบันเรากำลังจะเข้าร่วมกลุ่มการค้า AEC ซึ่งจะมีคู่ค้าคู่แข่งมากขึ้นแน่นอน ไม่ว่าด้านไหนๆ มอ.ก็เป็นตลาดหนึ่งที่เป็นเป้าหมาย ดังนั้นคงต้องมานั่งคิดกันเราจะทำอย่างไรได้บ้าง ยกตัวเช่น

เราจะสร้าง รพ.แบบไหนเพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายของคนที่กำลังเข้ามา หรืออาจขอเช่าพื้นที่ สำหรับการรักษาที่อยู่ตามโรงแรมหรูๆ ต่างๆ ในตัวเมืองหาดใหญ่ เพื่อเป็นสถานพยาบาลเบื้องต้นและการส่งต่อผู้ป่วยที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

หฤทัย สุขช่วย
IP: xxx.7.249.93
เขียนเมื่อ 

สรุปประเด็นวันที่ 6 ส.ค.58

ประเด็นจากบทเรียน จากการนำเสนอของแต่ละกลุ่มได้ทราบการเชื่อมโยงการนำไปใช้โดยหลักการเปลี่ยนแปลง แนวทางในการบริการ ทำให้มองกว้างเป็นแนวทางการปฏิบัติได้

หัวข้อการคิดวิเคราะห์ และการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบเพื่อการแก้ปัญหา และการตัดสินใจที่ประสิทธิภาพ ประเด็นที่สำคัญคือต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร การให้บริการเชื่อมโยงกับความต้อง คิดในเชิงกลยุทธ์ ให้ตั้งคำถามว่าทำทำไม แล้วบอกมาเป็นรูปธรรม การชั่งน้ำหนักความสำคัญ อะไรก่อนอะไรหลังสามารถนำมาปรับใช้กับการทำงาน

เศรษฐกิจโลก ประชาคมอาคมอาเซียน AEC 2015 และเศรษฐกิจไทยผลกระทบ การปรับตัว และกลยุทธ์ของคณะแพทย์ฯ มอ. ให้ทราบการเปลี่ยนแปลงของโลกและแนวทางการปรับเปลี่ยนคณะแพทยศาสตร์ ประเมินอนาคตของคณะแพทยศาสตร์ที่ต้องปรับให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลก การเปลี่ยนแปลงของโลกทำให้ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยน ดังนั้นคณะฯ ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับผู้บริโภค การทำงานก็เหมือนกันต้องปรับให้มีคุณภาพมากขึ้นเพื่อรองรับการแข่งขันที่สูงขึ้น

การเสนอโครงการจะต้องคิดว่าปัญหาคืออะไรและตอบปัญหา และผลของการแก้ปัญหา แล้วใช้แนวทาง

หฤทัย สุขช่วย
IP: xxx.19.201.7
เขียนเมื่อ 

สรุปประเด็นวันที่ 7 ส.ค.58

กิจการรักษ์ใจ-รักษ์กาย

เป็นการเรียนที่ถือว่าไม่เครียดที่สุดเท่าที่เรียนมา ทำให้รู้ว่าสุขภาพกาย สุขภาพใจ สำคัญในการทำงานสุขภาพที่ดีสามารถทำให้มีแรงทำงาน มีสมองคิด

หฤทัย สุขช่วย
IP: xxx.19.201.7
เขียนเมื่อ 

สรุปประเด็นวันที่ 8 ส.ค.58

วิชาที่ 14 ทิศทางการแพทย์ และสาธารณสุขในประเทศไทย กับการทำงานที่มีประสิทธิภาพของคณะแพทยศาสตร์ มอ. ทำให้ทราบถึงปัญหาระบบสาธารณสุขของประเทศไทยปัญหา 30 บาท เป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ เหลือแค่คณะแพทยศาสตร์ต้องรับมือกับปัญหา รู้ถึง การจัดการพัฒนางานโดยวิธี

I = knowledge+skill+attitude สู่การปฏิบัติ plan+ation+control และทั้งหมดต้องคำนึงถึงmarketing+product+finance+human

วิชาที่ 15 จากประสบการณ์ สู่แนวทางการสร้างภาวะผู้นำ และธรรมาธิบาลในองค์กร ได้เรียนรู้คือ รู้ว่าคนดีต้องมาก่อนเก่ง ภาวะผู้นำอย่ากลัวลูกน้องได้ดี จงภูมิใจและสนับสนุน ผู้นำต้องมี ธรรมาภิบาล ศีล สมาธิ ปัญญา เมตตา

จงวัฒน์ ชีวกุล
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

สรุปบทเรียนโดนใจ 8 สิงหาคม 2558

1. อ.ชเนฏฐวัลลภ หัวข้อ ระบบสาธารณสุข AEC ทิศทางการพัฒนาของ มอ

- สิ่งที่ต้องรับผิดชอบ คือ การเปลี่ยนแปลง จัดการอย่างไร ใช้ประสบการณ์และการปับตัวเอง ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด ท่าทายตัวเองตลอดเวลา ต้องทำให้ดีที่สุด ดั่งการเดินทางด้วยเครื่องบินและ ยานอวกาศ ถ้าจะไปสถานที่หนึ่งหากไม่มีระบบก็ไปไม่ถึง

2. อ ไกรฤทธิ์

-Megatrend ของโลกในช่วง 10 ปี ของ john naisbitt 10 ข้อ นำมาปรับใช้

- WE + MANAGE + ORG = STAKEHORDERS อาจารย์ให้วิธีดูแลลูกค้าในมิติปัจจุบันไว้ 7 ข้อ คือ gereral ordien, gov, media, ngo, alternative finance, peer, internal public

3. คุณหญิง ทิพาวดี

- หลักการทำวันนี้ให้ดีที่สุด เราจะสร้างภาวะผู้นำได้อย่างไร ให้หาบุคคลที่เราเอาเป็บแบบอย่าง model ให้เราและ ผู้นำคือผู้ตาม สอน ทำให้ดูอยู่ให้เห็น เคารพกติกา

4 ศ.วิชา

-เข้าใจเข้าถึงและพัฒนา ซึ่งส่งผลให้เกิด ภาระหน้าที่ก่อให้เป็น professional ต้องทำให้เป็นเลิศจึงจะเกิดคุณค่าต่อสังคม เราสามารถนำมาปรับใช้กับงานประจำได้

-เรื่องการปลูกฝังจริยธรรมในตัวคนนั้นๆ

ลัพณา กิจรุ่งโรจน์
IP: xxx.164.171.1
เขียนเมื่อ 

กลุ่ม 4

วันที่ 17 กค 58

วิชาที่ 7 เรื่อง การบริหารการเงินสำหรับนักบริหาร

ทำให้เรียนรู้ว่า วงจรและกิจกรรมต่างๆ ของการบริหารองค์กรล้วนแล้วแต่ต้องใช้ “งบการเงิน” เป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ และมักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของกิจการอยู่เสมอ ผู้บริหารทุกคนแม้ไม่ได้ทำงานด้านการเงินโดยตรง แต่ก็ควรจะได้รับความรู้และทำความเข้าใจตลอดจนได้รับการพัฒนาทักษะเบื้องต้น เพื่อรู้จักใช้ข้อมูลในงบการเงิน ตลาดการเงิน สถาบันการเงิน ตลาดทุน การลงทุนทางตรงและทางอ้อม การบริหารเงินทุน การรายงานฐานะทางการเงิน สามารถสื่อความหมายด้านการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้จักสัญญาณเตือนภัยเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เพื่อการตัดสินใจและจัดการกับความเสี่ยงอย่างเท่าทันกับเหตุการรณ์

วิชาที่ 8 เรื่อง 3 V & Innovative Project

การพัฒนาโครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อพัฒนางานโดยใช้หลัก 3 V โครงการที่ต้องใช้ความพยายาม ความทุ่มเทและสติปัญญา โดยฝึกการตั้งโจทย์ที่น่าสนใจและนำไปใช้ได้ V1 (เพิ่มพูนสิ่งที่มีอยู่แล้ว) V2 (คิดต่าง คิดแปลก เพื่อสร้างมูลค่า) V3 (การมีปฏิปัญญา value diversity) หลังจากนั้นสมมติฐานที่สอดคล้องกับองค์กรมองอนาคตให้ไกล และขยายไปวงกว้างที่เน้นความหลากหลาย เน้นภาคประชาชน นักวิชาการ ผู้นำท้องถิ่น/ต่างประเทศ ตั้งวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ท้าทาย ที่ทำให้เกิดการพัฒนาของหน่วยงานและเป็นประโยชน์จริงต่อผู้รับบริการของหน่วยงานของตน โดยมีการกำหนดแผนโครงการที่ชัดเจนพร้อมการติดตามโครงการ รวมถึงผลตอบแทนที่จะได้รับ

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2558

วิชาที่ 9 “วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับการทำงานของคณะแพทย์ มอ.

ตัวเราต้องถามเราเองว่าการบริการของเราอยู่ในการบริการสุขภาพประเภทใด ( primary/secondary/tertiary) เมื่อเรา/องค์กรมีความเติบโตขึ้นต้องรู้จักเปรียบเทียบกับองค์กรอื่น กล้าที่จะทะยานสู่ความเป็นเลิศ ผู้นำต้องมีหน้าที่ support ไม่ใช่ direct และต้องเข้าใจว่าเงินมิใช่เป็นตัวตั้ง แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเรา ผู้นำต้องรู้จักเอาศักยภาพภายในของคนออกมาให้เห็น ให้ได้มีโอกาสปะทะทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง ผู้นำต้องมี modern management culture, efficient patient response, internalization and new & high-tech facilities

วิชาที่ 10 Learning Forum & Game simulations

ผู้นำต้องมองเห็นคุณค่าของบุคลากรต่างๆให้เจอแล้วนำมาให้ใช้พัฒนาองค์กร โดยเอาคุณค่านี้ไปสวมกับเป้าหมาย วิทยากรมีวิธีการถ่ายทอดความรู้ผ่านการเล่นเกมส์ทำให้ผู้เรียนสนุกและคิดตามได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับที่บอกให้รู้ว่า ผู้นำมีการตัดสินใจภายใต้ที่ผู้อื่น/ตนเองไม่เดือดร้อนและถูกคุณธรรม และการบริหารให้เกิดความสำเร็จโดยใช้ 5 S ( simple, surprise, scale up, sustain, smile)

วันที่ 6 -7 สิงหาคม 2558 ( วิชาที่ 11-13 ไม่ได้เข้าอบรมเนื่องจากมีภารกิจการปฐมนิเทศนักศึกษาและเตรียมความพร้อมบัณฑิตศึกษา)

วันที่ 8 สิงหาคม 2558

วิชาที่ 14 ทิศทางการแพทย์และสาธารณสุขในประเทศไทยกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพของคณะแพทยศาสตร์ มอ”

ผศ.ดร. ชเนฏฐวัลลภ ณ ขุมทอง : มนุษย์เรียนรู้จากความผิดพลาด ระบบสังคมไทย เปลี่ยนแปลงตลอดเวลามีผลต่อสุขภาพ ระบบสุขภาพมีผลมาจาก กาย/สงคม/การเมือง/เศรษฐกิจ ไม่มีระบบสุขภาพใดในประเทศดีที่สุด ขึ้นอยู่กับบริบทและวิธีตอบสนองที่ต่างกัน ( 30 บาท/ประกันสังคม/เบิกราชการ) สิ่งสำคัญคือการป้องกัน (prevention) ไม่มีใครจ่าย (แต่ไม่มีใครสนใจ?)

ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์: สรุปสั้น ๆ ให้เห็นว่า trends ที่มีผลต่ออิทธิพลโลก Direct health impact ( Aging, NCD, NED, Climate change, Digital) Indirect health impact ( virtual, borderless, Multiple-answers, competition, diversity)

: Economy scale/speed: We + mange + org = stakeholders

สิ่งที่ต้องคำนึงได้แก่ We (knowledge, attitude, skill) Manage (Value chain), org (Marketing, Product, Finance, Human, back up, และ Stakeholders ( general audience, government, media, NGO, Alternative option Finance, Peer, and internal public)

วิชาที่ 15 “จากประสบการณ์... สู่แนวทางการสร้างภาวะผู้นำและธรรมาภิบาลในองค์กร”

คุณหญิงทิพาวดี: การสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ การให้โอกาสคนขององค์การ ผู้นำต้องฝึกการตัดสินใจ ผู้นำต้องเป็นคนดีก่อน การบ่มเพาะความเป็นผู้นำเริ่มได้จากครอบครัวพ่อแม่ ครู ที่สำคัญคือในหลวงเป็นแบบอย่างที่ดียิ่ง นอกจากนี้ต้องมีการพัฒนาสมรรถนะผู้นำ ให้มีคุณธรรม มีความคิดเห็น มีเป้าหมายและหลักการ อย่ากลัวลูกน้องเก่ง จงสนับสนุนลูกน้องเก่ง ต้องมีวิธีการ มีความมุ่งมั่น ความอดทนและความกล้าหาญ รวมถึงการทำตนให้เป็นที่รู้จัก (visibility)

ศ(พิเศษ) วิชา: ผู้นำคือ การทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด การมีจริยธรรมและคุณธรรม สำคัญคือการมีธรรมาภิบาล มีการตรวจสอบ ดูแลมีส่วนร่วมของประชาชะน ให้เกิดผลประโยชน์สุขของประชาชน นิติธรรม ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน รู้จักผนึกกำลังในการแก้ไขปัญหา การมีภาวะสร้างสรรค์ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา

วันที่ 20-21 สิงหาคม 2558 (ไม่ได้เข้าอบรมเนื่องจากมีภารกิจการประเมินคุณภาพภายในคณะ)

มยุรี ก่อรุ่งเรือง
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากวันที่ 20 สค. วิชาของ ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา คือ สาเหตุความเหลื่อมล้ำ ได้แก่ 1. ความเฉื่อย inertia 2. narrow vision 3.sci-tech focus 4.ดูดาย

ช่วงบ่ายวันที่ 20 สค.58 งานวิจัย สิ่งที่ได้เรียนรู้ คำถามวิจัยต้องชัดเจน


วันที่ 21 สค.58 สิ่งที่ได้เรียนรู้ คือ การออกสู่สังคม ไม่ได้เป็นทฤษฏีอีกต่อไปแล้ว การทำcsr บูรณาการในชมรมต่างๆของคณะ


มยุรี ก่อรุ่งเรือง
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

วันที่ 22 สค.วิชา อ.ลักขณา จำปา. สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ต้อง 1.สั้น. 2.กระชับ 3.ตรงประเด็น (KISS)

ศรีบังอร
IP: xxx.53.72.178
เขียนเมื่อ 

สรุปบทเรียน

สื่อให้เห็นถึงระบบการคิดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิตเช่น งาน ครอบครัว สังคม และสิ่งเร้าต่างๆที่เข้ามา หากมีระบบคิดดี ทุกอย่างก็จะดำเนินการไปได้ราบรื่นระบบการคิดจะดีและคิดเป็นก็ต้องมีความรู้ ความรู้จะมีได้ก็ต้องรู้จักบริหารข้อมูลและอ่านหาข้อมูลอยู่อย่างต่อเนื่อง

เป็นกิจกรรมบันเทิงที่ได้ทั้งประโยชน์ทางกายและใจที่เริงร่าค่ะวิชาที่ 14 Learning Forum & Workshop หัวข้อ "ทิศทางการแพทย์และสาธารณสุขในประเทศไทยกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพของคณะแพทยศาสตร์ มอ."


มัณฑนา เพ็งมาก
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการศึกษาดูงานวันที่ 3-5 กันยายน 2558 (เลขที่30 กลุ่มที่5)

วันที่ 3 ก.ย. 58

เช้า: บริษัท ทีซีซี แลนด์ จำกัด ได้เห็นการพัฒนาที่ดิน ทำเล เพื่อการทำธุรกิจ การต่อยอดธุรกิจนั้น และการบริหารจัดการทั้งระบบ ได้รับฟังวิธีการแก้ปัญหาในเรื่องต่างๆแม้กระทั้งความขัดแย้งกับชุมชนรอบข้างเมื่อเริ่มทำกิจการ

บ่าย: การบินไทย ได้รับทราบเกี่ยวกับ branding ว่ามีความสำคัญต่อองค์กรแค่ไหน ภาพลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญต่อความเชื่อมั่นขององค์กร และการบริหารจัดการเกี่ยวกับภาวะวิกฤติ เมื่อเกิดภัยพิบัติหรือเหตุการณ์สำคัญๆ การบินไทยใช้วิธีการอย่างไรในการรับมือและแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือผู้รับบริหารพึงพอใจสูงสุด

วันที่ 4 ก.ย. 58

เช้า: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (บางกรวย) ได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการภายในองค์กร การดูแลสวัสดิการของบุคลากร การสร้างขวัญและกำลังใจกับผู้ร่วมงาน

บ่าย: โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ ได้เรียนรู้วิถีชุมชน การทำน้ำตาล การทำขนม การบริหารจัดการภายในองค์กร วิธีคิดของผู้นำในการพัฒนาการทำตลาดน้ำ ทำอย่างไรให้ชุมชนอยู่ได้และมีความสุข

วันที่ 5 ก.ย. 58

บ่าย: ชมนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชนชาติไทย เรียนรู้วิถีชีวิตของคนสมัยก่อน ได้รำลึกอดีตสมัยเราเป็นเด็ก ได้ซาบซึ้งบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทยในยุคต่างๆรวมถึงรัชกาลปัจจุบัน

ปทุมพร พิบูลย์ผล
IP: xxx.19.201.18
เขียนเมื่อ 

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม 2558

วิชาที่ 4

Be @ Cause to create result not only effect of other people or events.

ความเชื่อเกี่ยวกับคน : มีศักยภาพในตนเอง สามารถพัฒนาได้ สามารถสื่อสารกับตนเอง สื่อสารกับผู้อื่น มีส่วนร่วมกับผู้อื่น และต้องให้/มีประสบการณ์ดีๆกับกัลยาณมิตร

Coaching : เวลา+เข็มทิศ

วิชาที่ 5

การแต่งกาย เป็นรูปลักษณ์ภายนอก ที่คนทั่วไปจะมอง และเกิด First Impression นอกจาก Image แล้วยังประกอบด้วย Sound และ Word : รูปสวย เสียงเพราะ เสนาะด้วยถ้อยคำ

วิชาที่ 6

การหัดคิดนอกกรอบ เพื่อให้เกิดความคิดใหม่ การฝึกความกล้าที่จะคิด และท้าทาย

การคิดคร่อมกรอบ หมายถึง การคิดนอกกรอบ แต่อยู่ภายใต้ขอบเขตความถูกต้องขององค์กรและสังคม

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น