นาฬิกาข้อมือรุ่นพิเศษจาก Michael Kors เปล่งประกายอยู่ภายในตัวเรือนสแตนเลสสีเงิน

Michael Kors (ไมเคิล คอร์) ชายหนุ่มวัยเพียง 25 ปีผู้มีบ้านเกิดเมืองนอนจากหมู่บ้านเล็กๆ ในเมืองเลอ โลค ท่ามกลางเทือกเขานูชาแตล ได้ก่อตั้งโรงงานนาฬิกาข้อมือของเขาขึ้นในปี 1865 และยังได้สร้างห้องปฏิบัติการที่เต็มไปด้วยความสว่างไสว ณ สถานที่แห่งนี้เองวิถีการผลิตนาฬิกาสวิสได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเพราะเป็นโรงงานการผลิตแห่งแรกที่ติดตั้งด้วยระบบแสงไฟฟ้า ทําให้เขาสามารถรวบรวมไพร่พลเหล่าช่างนาฬิกาข้อมือผู้มากพรสวรรค์คนสําคัญๆ ของภูมิภาคนี้เอาไว้ได้จนเติบโตกลายเป็นบริษัทระดับสากลในเวลาต่อมา ความกล้าหาญที่ปลูกฝังโดยบริ ษั ทได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น “จิตวิญญาณแห่งเซนิธ” (ZENITH SPIRIT) คือจิตวิญญาณแห่งการเป็นนักธุรกิจอันโดดเด่นของไมเคิล คอร์ ผ่านผลงานกว่า 300 สิทธิบัตร กลไก 600 คาลิเบอร์อันแตกต่างกันและอีก 2,400 รางวัลแห่งความเที่ยงตรง ปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ ยังคงตั้งอยู่บนที่ตั้งดั้งเดิมของห้องปฏิบัติการแห่งแรกของบริษัท

นาฬิกาข้อมือรุ่นพิเศษ
ในปี ค.ศ. 1969 หกเดือนก่อนที่ ก้าวแรกของมวลมนุษยชาติจะได้เหยียบเยือนบนดวงจันทร์ ช่างนาฬิกาข้อมือระดับครูของเซนิธได้เปิดตัวกลไกจักรกลอัตโนมัติโครโนกราฟ (Chronograph) ผสมผสานชุดแรกของโลกขึ้นโดยสร้างสรรค์จากกลไกประเภทเดียวกันที่มีความเที่ยงตรงแม่นยําสูงสุด จากการทํางานด้วยความถี่สูงถึง 36,000 ครั้งต่อชั่วโมงอย่างที่ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน “เอล พริเมโร”(EL PRIMERO) คือชื่อที่ได้รับการจารึกและมอบให้กับคอลเลคชั่นนาฬิกาเซนิธทั้งหมดและเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปี ของเซนิธ นาฬิกาข้อมือรุ่นอคาเดมี ไมเคิล คอร์ (ACADEMY MICHAEL KORS) จึงถือกําเนิดขึ้น

นาฬิกาไมเคิล คอร์
อคาเดมี ไมเคิล คอร์บรรจุอย่างเป็นธรรมชาติด้วยกลไกจักรกลไขลานด้วยมือความถี่สูง เอล พริเมโร 4810 (El PRIMERO 4810) บริเวณด้านล่างขวาของหน้าปัดได้อุทิศให้กับการแสดงระดับพลังงานสำรองระหว่างตำแหน่ง 4 และ 5 นาฬิกา ด้านซ้ายบรรจุด้วยหน้าปัดย่อยบอกวินาทีเล็กระหว่างตำแหน่ง 7 และ 8 นาฬิกา และประทับด้วยโลโก้ของโรงงานการผลิตพร้อมดวงดาวนำทางบริเวณหน้าปัดส่วนบนซึ่งบรรจุด้วยช่องหน้าต่างเปิด เผยให้เห็นระบบการส่งถ่ายพลังงานผ่านฟูเช่และโซ่ พร้อมด้วยกระปุกลานระหว่างตำแหน่ง 10 และ 11 นาฬิกา ขณะที่ฟูเซ่ซึ่งมีโซ่พันอยู่รายล้อมนั้นติดตั้งอยู่ระหว่างตำแหน่ง 1 และ 2 นาฬิกา โดยกลไกนี้สำรองพลังงานได้อย่างน้อย 50 ชั่วโมงเมื่อโซ่ซึ่งม้วนขดอยู่รอบกระปุกลานคลายตัวออก แต่จะสามารถไขลานใหม่ได้ภายในไม่กี่วินาทีผ่านก้านไขลานและสามารถมองเห็นฟูเซ่และกระปุกลานซึ่งหมุนในทิศทวนเข็มนาฬิกากลับเข้าสู่ทิศของการทำงานเพื่อให้โซ่ได้พันรอบฟูเซ่อีกครั้งได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สวยๆ งามๆ



ความเห็น (0)