คนทำงานสามวัง (๖)

ชาววังเทวะเวสม์ (๒)

ในแต่ละวัน ห้องทำงานของข้าพเจ้า ไม่เคยว่างเว้นผู้มาเยือนจาก

ต่างประเทศที่เข้ามายื่นข้อเสนอขอจัดตั้งธนาคาร หรือ ยกระดับ

สำนักงานตัวแทนของธนาคารตนในประเทศไทย หลายรายมาเยือน

พร้อมกับอุปทูต เพื่อหว่านล้อมด้วยภาษาดอกไม้หอมกรุ่นไปทั่วห้อง

บางกรณีหอบรายการธุรกรรมทางการเงินหน้าตาแปลกๆมาขออนุญาต

ขายผลิตภัณท์แก่ลูกค้าไทย ซึ่งข้าพเจ้าสามารถคุยกับพวกเขาได้อย่าง

อิสระ ปราศจาก "ไฟเขียว" เปิดทางผ่านตลอดแม้แต่รายเดียวจากผู้

บังคับบัญชาคำตอบที่พวกเขาได้รับกลับไป จึงเป็นแนวขอรับการ

สนทนาไว้เป็นข้อมูล พร้อมให้การบ้านยากๆ ไปศึกษาผลดี-ผลเสีย ที่

ประเทศไทยพึงได้รับจากธนาคารต่างชาติเหล่านี้ รวมทั้งกรณีศึกษาที่

แสดงความสำเร็จมาแล้วในประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ที่ไม่เกิดการขัด

แย้งกับผลประโยชน์ทางธุรกิจการเงินของธนาคารท้องถิ่น

ด้วยตระหนักดีถึงการเตรียมพร้อมของธนาคารไทย ที่จะต้องเพิ่ม

ความแข็งแกร่งให้เท่าเทียมกับธนาคารต่างประเทศมากกว่าที่เป็นอยู่

และในขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องเสริมสร้างกฏเกณท์

เพิ่มเติมในการกำกับสถาบันการเงินให้เกิดเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อ

รองรับธุรกรรมทางการเงินใหม่ๆ และการแข่งขันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

อย่างรวดเร็ว ข้าพเจ้าจึงได้ถูกส่งไปสัมมนาด้านกฏเกณท์ใหม่ๆที่องค์กร

การเงิน BIS (ฺBank for International Settlements) @ Basel

ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นเวลาสามสัปดาห์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับนำ

มาสร้างป้อมปราการรองรับกระแสการเงินโลกที่ตั้งเค้าถาโถมสู่

ประเทศไทย ในระยะต่อมา

แม้การพิจารณาอนุญาตธนาคารต่างชาติอย่างเต็มรูปแบบ มีข้อจำกัด

ด้วยเหตุผลปกป้องการแข่งขันกับธนาคารไทยหลายประการ ซึ่งต่อมา

ทางการยอมให้เพียงเปิดทำการเฉพาะบางธุรกิจการเงิน ที่มีแหล่งเงิน

จากต่างประเทศ ในฐานะ BIBF (Bangkok International

Banking Facilities) จำนวนหนึ่งของธนาคารต่างช่าติที่เคย

มีประวัติการดำเนินงานดีเป็นระยะเวลายาวนานในประเทศไทยเท่านั้น

อย่างไรก็ตามเงินนำเข้าอัตราดอกเบี้ยต่ำ กลับไหลผ่านเข้ามาจาก

สำนักงานเหล่านี้ ทั้งสู่สถาบันการเงินไทยหลายแห่ง และตรงไปยัง

ธุรกิจภาคเอกชนที่เร่งขยายการดำเนินงานในแทบทุกภาค โดยเฉพาะ

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จนขยายตัวเป็นภาวะเศรษฐกิจ "ฟองสบู่" รวมทั้ง

เพื่อเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดยอดหนี้สิน

ของประเทศมหาศาล เกินกว่าทรัพย์สินของประเทศจะรองรับได้อย่าง

เหมาะสม จนทางการต้องประกาศลอยตัวอัตราแลกเปลี่ยนตามสภาพ

ตลาดในขณะนั้น ส่งผลให้หนี้สินเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นหลายเท่า

ตัว กระทบต่อสภาพคล่องสถาบันการเงินในประเทศเป็นจำนวนมาก จน

ทางการต้องสั่งปิดการดำเนินงานมากถึง ๕๖ แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็น

บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เกิดเป็นวิกฤตการณ์ "ต้มยำ

กุ้ง" ขยายผลไปยังภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งในและต่างประเทศ อยู่ช่วง

หนึ่งกว่าที่จะฟื้นตัวได้

...........................................................................

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เส้นทางชีวิต..ใครลิขิต



ความเห็น (15)

เขียนเมื่อ 

เป็น ประวัติศาสตร์ รากฐานที่มาทางระบบเศรษฐกิจ ที่มีคุณค่า ค่ะ

ขอบคุณ ที่ถ่ายทอดประสบการณ์ ดีดี นะคะ

เขียนเมื่อ 

เจอปัญหาแบบนี้แล้ว

แก้ไขยากนะครับ

ข้อจำกัดด้วยเหตุหลายประการ แต่เงินนำเข้าอัตราดอกเบี้ยต่ำ กลับไหลผ่านเข้ามาหลายช่องทางสู่ธุรกิจภาคเอกชนที่เร่งขยายการดำเนินงานในแทบทุกภาค รวมทั้งเพื่อเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดยอดหนี้สินของประเทศมหาศาล เกินกว่าทรัพย์สินของประเทศจะรองรับได้อย่างเหมาะสม ทำให้การขาดดุลการชำระเงินของประเทศเพิ่มสูงมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ขอบคุณพี่ใหญ่ที่บันทึกเรื่องดีๆให้คนรุ่นหลังอ่านครับ

เขียนเมื่อ 

..เศษรฐกิจ..และการเมือง..เป็น..เรื่องที่..ควรมีการเรียนรู้..กัน..ตั้งแต่เด็กๆ.โดยมี.วิถีพุทธ..พุทธวิธี.(.ที่ทันสมัย..ตลอดกาล..เป็น..ตัวช่วย)...การเรียนรู้เท่าทัน..การเปลี่ยนแปลงทางสังคม...(ที่ขาดหายไป..ในระบบการเรียน..บ้านเรา)...

ชื่นชม..การเขียนบทความนี้..ของท่าน..ซึ่ง..เป็นประโยชน์ต่อคน..รุ่นหลังมากเจ้าค่ะ..ยายธี

เขียนเมื่อ 

แวะมาเยี่ยมคร้า...คิดถึงเช่นเดิมค่ะ

เขียนเมื่อ 
  ปัญหาหนักมากนะคะ  ในขณะนั้น  ต้องอาศัย  ความรู้   ความสามารถ  การทำงานเป็นทีม  เพราะเป็นปัญหาระดับชาติ  และซับซ้อนมากๆ  นะคะ

ขอบคุณพี่ใหญ่มากๆค่ะ แบ่งปันประสบการณ์ดีดี (ในแง่ประสบการณ์) แต่ตัวปัญหาคงปวดหัวนะคะ …. ให้น้องๆ ได้รับรู้นะคะ

เขียนเมื่อ 

จะกลับมาอ่านใหม่นะคะ มาถึงตรงนี้ตาลายแล้วค่ะ

ตรวจบัญชีช่วงสิ้นเดือนค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะพี่นงนาท...ติดตามอ่านด้วยความชื่นชมนะคะ

เขียนเมื่อ 

แวบหายไปหลายวันกลับมาติดตามอีกรอบหนึ่งด้วยความระลึกถึงเป็นอย่างยิ่ง

เขียนเมื่อ 

แวะมาอ่านบันทึกคุณครูพี่ใหญ่เป็นครั้งที่ ๒ ครับ
คิดถึงเพลงนี้ครับผม ขอมอบแด่คุณครูพี่ใหญ่ เพื่อเป็นกำลังใจ และขอบพระคุณครับผม...

ทุกตอน..ในการทำงานของพี่ใหญ่น่าสนใจมากครับ

 

รักษาสุขภาพด้วยนะครับ

ด้วยความระลึกถึง

เขียนเมื่อ 

พี่ใหญ่มีเวลาว่างบ้างไหมคะ?

ไปเรียนspeaking กับพี่ใหญ่ดีกว่า 

เขียนเมื่อ 

เห็นความตั้งใจสูงยิ่ง   เพื่อการทำหน้าที่ที่รอบคอบที่สุด  และยังรักษาความเป็นมิตรเอาไว้  เพื่อประเทศของรา

ชื่นชมมาก ๆ ค่ะคุณป้าใหญ่

เขียนเมื่อ 

ศึกษาผลดี-ผลเสีย ที่

ประเทศไทยพึงได้รับจากธนาคารต่างชาติเหล่านี้ รวมทั้งกรณีศึกษาที่

แสดงความสำเร็จมาแล้วในประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ที่ไม่เกิดการขัด

แย้งกับผลประโยชน์ทางธุรกิจการเงินของธนาคารท้องถิ่น

...

สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการบริหารองค์กรในหลายๆ องค์กรได้เป็นอย่างดียิ่งเลยทีเดียวครับ

-สวัีสดีครับป้าใหญ่

-ตามมาอ่านคนทำงานสามวัง 6 ครับ

-วิกฤตการณ์ "ต้มยำกุ้ง" ขยายผลไปยังภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งในและต่างประเทศ อยู่ช่วง

หนึ่งกว่าที่จะฟื้นตัวได้

-จำเหตุการณ์ได้ดีเลยครับป้าใหญ่

-ขอบคุณครับ

  • อ.นุ
  • โอ๋-อโณ
  • ขจิต ฝอยทอง
  • Bright Lily
  • แผ่นดิน
  • กาญจนา สุวรรณเจริญ
  • P. Rinchakorn
  • เพชรน้ำหนึ่ง
  • ชยพร แอคะรัจน์
  • ธิรัมภา
  • ยายธี
  • Joy
  • แสงแห่งความดี...
  • Dr. Ple
  • tuknarak
  • กล้วยไข่
  • บุษยมาศ
  • Pojana Yeamnaiyana Ed.D.
  • ไอดิน-กลิ่นไม้
  • น้อย น้ำพอง
  • ครูหยิน
  • Yanyong-P
  • สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจมอบแก่บันทึกความทรงจำนี้ค่ะ
  • น้องJoy...ช่วงนั้น ประเทศไทยเนื้อหอมมากๆ ทั้งนโยบายภาครัฐ และโอกาสใหม่ๆของการลงทุนจากต่างประเทศมากมายหลากหลาย ทำให้เกิดการ "สำลัก" อย่างรุนแรงค่ะ
  • น้องดร.ขจิต...นี่คือบทเรียนที่สำคัญมากของจัดการที่อ่อนแอต่อกระแสเงินตราต่างประเทศ ที่ไหลบ่ามาท่วมประเทศอย่างรวดเร็ว..เจ็บทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ทั่วหน้าค่ะ
  • คุณยายธี...ขอบคุณมากที่มาให้ความเห็นเพิ่มเติม ที่สมควรเก็บไปคิดอย่างรอบคอบ กับการจัการกับชีวิตในแนวพอเพียงตามพุทธวิถีค่ะ
  • น้องบุษยมาศ...ดีใจที่มาเยี่ยมส่งความคิดถึงกันค่ะ..
  • น้องDr.Ple...ปัญหาที่เกิดขึ้นช่วงนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขาดการมองภาพรวมของภาครัฐและ เอกชน ในแนวทางป้องกันผลกระทบที่รุนแรงที่คาดไม่ถึงหลายด้าน เช่น ระบบการส่งสัญาณเตือนภัยความเสี่ยง ที่ขาดการตระหนักอย่างจริงจัง เป็นต้น
  • น้องBright Lily..เรื่องเล่าช่วงนี้ค่อนข้างหนักหนาค่ะ
  • น้องดร.พจนา...ตอนต่อไปจะเข้มข้นขึ้นอีกค่ะ
  • น้องครูหยิน...ยินดีมากค่ะที่เข้ามาเยี่ยมอ่านอีกอย่างต่อเนื่อง
  • น้องอ.นุ...ขอบคุณเพลงปลุกใจเทอดพระเกียรติ รักแผ่นดินถิ่นทองของไทย พึงปกป้องอธิปไตยไว้อย่างมั่นคง..
  • น้องแสงแห่งความดี...ดีใจมากที่เห็นประโยชน์จากเรื่องเล่าค่อนข้างยาวหลายตอนจบนี้ค่ะ
  • น้องกล้วยไข่...555 welcome with my pleasure ka...
  • หลานทพญ.ธิรัมภา...เราเป็นประเทศเล็กที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ย่อมเป็นเป้าหมายหนึ่งของประเทศใหญ่ ที่จะเข้ามาขยายกิจการหาผลประโยชน์ การจัดการเรื่องนี้ จึงท้าทายอย่างยิ่ง...ยังจำได้ดีว่าว่าช่วงนั้นท่าทีฝืนกระแสมากๆ เพราะเรายัง "สร้างรั้วบ้านไม่เสร็จ" ถูกธุรกิจเอกชนต่อต้านมากมายค่ะ
  • น้องแผ่นดิน...การพิจารณาอย่างรอบคอบในทุกมิติ ย่อมเกิดผลดีในระยะยาวอย่างยั่งยืนค่ะ..
  • หลานเพชรน้ำหนึ่ง...เราต้องไม่ทำผิดซ้ำรอยประวัติศาสตร์อีก..ต้องเรียนรู้ด้วยความไม่ประมาทค่ะ ..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/549810