เมื่อ ๒ วันก่อนหลังจากเข้าไปเตรียมความพร้อมเพื่อดมยาสลบในห้องผ่าตัดเสร็จ ออกมาช่วยคัดกรองที่แผนกผู้ป่วยนอก (OPD) 

ได้พบ.. ชายหนุ่มผิวคล้ำมีหนวดเคราเต็มหน้า ท่าทางน่ากลัว.. อุ้มเด็กชายอายุ ๑ ขวบมาพร้อมกับยายหลังงองุ้ม หน้าห่างพื้นเพียงแค่ ๑.๕ ฟุตเท่านั้น หลายคนคงคิดว่าเป็นพ่อของเด็ก.. แต่ไม่ใช่ค่ะ ชายคนนี้ออกจากบ้านมาพบยายซึ่งพยายามจะพาหลานมารพ.ด้วยอาการถ่ายเป็นน้ำและอาเจียนไม่หยุด.. "ยายแกอุ้มหลานแล้วหน้าแทบจะติดพื้น.. ผมเห็นแล้วสงสาร" เค้าเลยช่วยอุ้มเด็กและขับรถมอเตอร์ไซค์พายายมารพ.และอยู่ช่วยยายจนเด็กได้ Admit นอนพักในรพ.เรียบร้อยแล้วจึงกลับ 

เพียงแค่คำพูดและการกระทำนั้น kunrapee ก็ตื้นตันแทนคุณยายอย่างมากมาย

ทำให้นึกถึงคำพูดที่ว่า "หากต้องการดูแลตัวเองให้ใช้สมอง หากต้องการดูแลคนอื่นให้ใช้หัวใจ" จากบันทึก ณ... ทุ่งหญ้ากลางหน้าหนาว ของน้องปริม http://www.gotoknow.org/posts/510510" ที่ใช้หัวใจตัดสินเพื่อให้ความช่วยเหลือ.. ใช้หัวใจที่มองเห็นและคิดครั้งแรกว่าอยากจะช่วย อย่าคิดนาน.. ไม่ต้องคิดถึงเหตุผล ความเหมาะสม ระยะเวลา ไม่ต้องสนใจสายตาใคร อย่าสนใจสิ่งแวดล้อม ขจัดความอายออกไป ลดอัตตาของตนเอง (ใช้ใจเท่านั้น คิดแล้วทำทันที)

ขอบคุณความสุขในวันนั้น ช่วยเติมเต็มหัวใจให้อบอุ่น อ่อนน้อมต่อความรู้สึกของผู้คนมากขึ้น.. ทำให้ได้คิด.. สะท้อนไปถึงงานประจำ.. คนหนึ่งคนที่มารับบริการกับเรา หวังพึ่งพาขอความช่วยเหลือจากเรา คนๆนั้นเป็นทั้งพ่อ-แม่-ลูก-พี่-น้อง-ปู่-ย่า-ตา-ยาย ที่มีความสำคัญกับครอบครัวนั้นๆอย่างมาก เราจึงควรดูแลช่วยเหลือเค้าเหล่านั้นให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ซึ่งมีบ่อยครั้งที่หลงลืมไป) สัญญาว่าจะทำให้ได้ ไม่ให้แพ้ชายหนุ่มหน้าตาน่ากลัวคนนั้นเลยค่ะ

ขอบคุณอีกครั้ง.. สำหรับบันทึกของน้องปริมและสิ่งที่ได้รู้เห็นในวันนั้น