สมัยก่อนไม่มีเวลาในการป้อนข้าวลูกๆ จึงหาวิธีการให้เด็กฝึกรับประทานอาหารด้วยตนเอง มีทั้งข้าวและกับ ไม่มีโต๊ะอาหาร

อยากเขียนมานานเรื่องอาหารพื้นบ้านที่ใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน วิถีชีวิตของคนเมือง(ที่ไม่ใช่ในเมือง) จึงขอนำเอา " ข้าวบ่ายของคุณยาย ( แม่อุ้ยของลูก)มานำเสนอนะคะ

 ได้ค้นภาพจากเว็ปนี้  http://board.postjung.com/637224.html# ค่ะเปรียบเทียบอาหารไทยกับต่างชาติ มีหลากหลาย ขออนุญาตนำภาพมาประกอบ นะคะ



 ความเหมือนที่แตกต่างทั้งวัตถุดิบ และรสชาตินะคะ แต่ทำไมเด็กสมัยนี้นิยมทานซูซิ หรือเพราะมีสีสัน หรือตามแฟชั่น คลั่งของนอก...

ขอแนะนำข้าวบ่ายที่เคยได้ทานมาตั้งแต่เด็กๆค่ะ มีหลายรสชาติแล้วแต่ว่าจะนำอะไรมาใส่ให้สามารถปั้นได้ จึงมีข้าวบ่ายต่างเรียกตามที่นำมาใส่ เช่น ข้ายบ่ายเกลือ ข้าวบ่ายกระปิ ข้าวบ่ายปลาปิ้ง ปลาทู ข้าวบ่ายไข่ ฯลฯ

 - ข้าวบ่ายเกลือ คือนำข้าวมาปั้นแล้วนำเกลือมาทารอบๆแล้วเอาใส่มือให้เด็กถือเดินไปกินไป เล่นก็กินได้ตลอดโดยที่พ่อแม่จะทำงานไปด้วยไม่มีเวลา ป้อนข้าวค่ะ เพราะเร่งรีบออกบ้านไปทำนาทำไร่  ( ทำงานแข่งกับเวลาเช่นกัน อิอิ)

- ข้าวบ่ายปลาทู นำข้าวมาแผ่ออกเป็นแผ่นแล้วนำปลาที่ปิ้งหรือทอดแล้วมาเลาะเอาก้างออก นำเนื้อปลามาใส่ หรือถูทาบนแผ่นข้าวแล้วพับประกบ แต่ไม่ม้วนแบบซูซิ นะคะ  ข้าวนึ่งมีความเหนียวจะพับขอบริมเข้าหากันแล้วบีบให้แน่นค่ะ ทำเป็นปั้นๆ...ยาวประมาณ 3 นิ้ว เหมาะกับมือนะคะ ลูกเยอะหลายคนก็จะทาบนข้าว(จะไม่พอกิน) ทำปั้นเดียวก็วางเป็นชิ้นๆ ใส่เยอะหน่อย 

                 ที่บ้านลูกๆจะได้ทานข้าวบ่ายเกลือของยายเวลาที่นึ่งข้าวสุกแล้ว ร้อนๆ จะปั้นแล้วทาเกลือ ลูกๆชอบมากบอกว่าอร่อย แต่จะบอกว่าเป็นอาหารว่าง กินเล่น  ไม่ใช่อาหารในมื้อเช้า  เฮอ..เป็นงั้นไป

                ใครเป็นลูกข้าวนึ่งจะลองทำดูนะคะ อร่อย มีคุณค่าทางอาหารถ้าใส่ปลาเผาหรือสมุนไพรต่างๆแล้วแต่ชอบ  ( แต่หั่นแบบซูซิไม่ได้นะคะ) จับเป็นปั้น(แท่ง) ทานจนหมดก็อิ่มแบบอึดอัดแร่ววว...

                                              

                               รู้จักข้าวบ่ายและกินข้าวบ่าย อาหารจานด่วนสำหรับพ่อแม่ไม่มีเวลาป้อนค่ะ

                                          ตอนนี้สามหนุ่มน้อย ขึ้นชั้นเรียนอยู่ ม. 2 และ ม. 4 ค่ะ