บ่ายวันนี้...ผมมีคิวงานเพียบเลย...ออกเยี่ยมบ้าน จำนวนหกคนครับ

ผมมีความสุข...ในการฝึกใจตนเอง...และเรียนรู้กับชีวิตทุกชีวิตที่อยู่ตรงหน้า

ผมได้เยี่ยมบ้านผู้ป่วยเบาหวาน คนพิการ...และคนไข้ที่กลับจากโรงพยาบาล

ที่อัมพาตซีกซ้าย...

ลูกสาวและลูกชาย...ลาออกจากงานที่เกาะสมุย และกรุงเทพฯ

เพราะอยากดูแลพ่อเป็นพิเศษ...

ผมอดคิดไม่ได้ว่า...ถ้า "ผม" เป็น "พวกเขา"

ผมจะกล้าทำอย่างนั้นหรือเปล่า?

สิ่งที่เผชิญในความโหดร้ายยังมีความงดงามเสมอๆ ครับ




เกือบห้าโมงเย็น...ผมเพิ่งมาถึงบ้านผู้ป่วยเบาหวานคนสุดท้ายของวัน

มาเยี่ยมบ้าน เพราะวันเสาร์ผมอยู่เวรที่อนามัย...

บ่ายสอง...สามีของยายที่ผมไปเยี่ยม...มาถึงอนามัย ร้องตะโกนให้ผมไปช่วย

เพราะยายกำลังหนาวสั่น...อาจจะชักได้

ผมวางมือจากการล้างแผลคนไข้...แล้วรีบขับรถไปถึงบ้าน...เพียงห้านาทีก็ถึง...

ผมตรวจดูไม่มีไข้...ความดันโลหิตก็ปกติ...แต่ค่าน้ำตาลสี่ร้อยกว่า

ผมจึงเรียก 1669 ให้มารับผู้ป่วยถึงบ้านดีกว่า

ระหว่างรอผมก็เช็ดตัว...และเขียนใบส่งตัว...พลางบอกให้ลูกสาวยาย

เตรียมกระเป๋าเสื้อผ้า...คงได้ไปนอนจริงๆ...




ยายก็ได้นอนโรงพยาบาลสามคืน...ออกมาสายๆ ของวันนี้

ผมทราบข่าวเลยแวะไปหา...ยายบอกว่า...หมอบอกว่าติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

ผมก็ถามและแนะนำไปตามสิ่งที่ควรแนะนำและที่ยายอยากรู้

ยายจึงชวนผมคุย และที่เป็นความรู้ใหม่สำหรับวันนี้ของหมู่บ้าน

"หมอรู้ไหม ที่เดือนนี้...คนในบ้านเราตายห้าหกคนแล้ว...เพราะผีแม่ม่าย"

(หมู่บ้านที่ตั้งของอนามัยและบ้านยาย เป็นบ้านใหญ่ประมาณหกร้อยหลังคาเรือน

เดือนนี้มีคนตายหกคน...ผู้ชายสี่...ผู้หญิงสอง...มีที่ตายกะทันหันในวัยหนุ่มสาวถึงสามราย)


ผมเคยเขียนถึง "ผีแม่ม่าย" ในบันทึก "

แดดร้อนแรง...เสื้อแดงเต็มหมู่บ้าน"

http://www.gotoknow.org/dashboard/home#/posts/530615
ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว...ชาวบ้านเชื่อว่า...
ผีแม่ม่าย...จะมาเอาชีวิตผู้ชายในบ้าน...จึงแขวนเสื้อสีแดงไว้หน้าบ้านทุกบ้าน
และมีหลายบ้านเขียนว่า "บ้านไม่มีผู้ชาย มีแต่หมากับแมว"
แต่วันนี้..ยายบอกว่า...ผีแม่ม่ายไม่กลัวเสื้อแดงแล้ว
ผีม่ายกลัวผลไม้สีมีหนาม...และตาที่มีมากมายของสับปะรด...
ดังนั้น...ทุกหน้าบ้าน จึงมี "สับปะรด" แทบทุกหลัง

ยายบอกผมว่า "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่...ทำแล้วสบายใจก็ทำนะ"
"หมออย่าลืมแขวนสับปะรดไว้หน้าบ้านนะ"
คำพูดของยายทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดีผสมเสียงหัวเราะ...