ขณะที่พยาบาลกำลังตรวจเยี่ยมผู้ป่วยในห้องนอนตามปกติ .. พบว่า มีผู้ป่วยรายหนึ่งกำลังเคี้ยวบางอย่างในปาก กิริยาการเคี้ยวช้าๆ เหมือนเคี้ยวหมากฝรั่ง .. ผู้ป่วยคายออกมาพบว่าเป็น 'หัวแปรงสีฟัน' .. ผู้ป่วยคนที่เคี้ยวหัวแปรงสีฟันกำลังฝนด้ามแปรงที่พื้นห้องน้ำ .. เพื่อใช้เป็นอาวุธ

อันที่จริงดิฉันใคร่จะนำเรื่องนี้เผยแพร่ใน G2K นานแล้ว แต่เกรงว่าหากสมาชิกยังไม่คุ้ยเคยกับผู้ป่วยจิตเวชแล้วจะเกิดทัศนคติที่ไม่ดีต่อผู้ป่วย เป็นตราบาป (stigma) ได้ไม่คุ้มเสีย ตอนนี้ประเมินว่าสมาชิกน่าจะคุ้นเคยกับผู้ป่วยมากขึ้น หลังจากเขียนบันทึกเกี่ยวกับผู้ป่วยทั้งโดยตรงและโดยอ้อมมาหลายเรื่อง

'ระวัง! อาวุธปลายแหลมจากแปรงสีฟัน' เป็นเรื่องที่สะท้อนความทุกข์ใจจากอาการหวาดระแวงของผู้ป่วยจิตเวช เมื่อผู้ป่วยรู้สึกไม่ปลอดภัยในสิ่งแวดล้อมใด ก็จะสร้างความมั่นใจให้ตนเองโดยพกพาอาวุธไว้กับตัว แต่การพกอาวุธในขณะที่จิตใจหวาดระแวงนั้นอันตรายมาก เพราะอาจทำร้ายใครสักคนโดยขาดความยับยั้งชั่งใจได้ ผู้เกี่ยวข้องจึงต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา ซึ่งนั่นคือหน้าที่ของ 'ทีมจิตเวช'

เรื่องมีอยู่ว่า .. ที่หอผู้ป่วยรับใหม่ชาย พื้นที่รับผู้ป่วยอาการทางจิตรุนแรงไว้รักษา วันหนึ่งเวลาประมาณ 9.45-10.00 น. ขณะที่พยาบาลกำลังตรวจเยี่ยมผู้ป่วยในห้องนอนตามปกติ เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีอาการทางจิตสงบลงบ้างแล้วไปออกกำลังกายที่สนาม ระหว่างนั้นเราพบว่า มีผู้ป่วยรายหนึ่งกำลังเคี้ยวบางอย่างในปาก กิริยาอาการเคี้ยวช้าๆ เหมือนเคี้ยวหมากฝรั่ง

แต่เนื่องจากเราไม่มีบริการอาหารว่างในเวลาช่วงนี้ กรณีนี้จึงน่าสงสัย!

เมื่อสอบถามว่าเคี้ยวอะไรอยู่ ผู้ป่วยตอบว่า "หมากฝรั่ง"คุณสมจิตร รอดคำวงศ์ พยาบาลหัวหน้าทีมตรวจเยี่ยมจึงพูดคุยโน้มน้าวให้ผู้ป่วยคายออกมา พบว่าเป็น 'หัวแปรงสีฟัน' ส่วนที่มีขนแปรง

ทีมวิเคราะห์กันว่า ถ้าผู้ป่วยหลงผิดกินหัวแปรงสีฟันเข้าไป อาจได้รับอันตรายได้ แต่ที่น่าสงสัยยิ่งกว่า คือ ด้ามแปรงสีฟันอยู่ที่ไหน? สอบถามผู้ป่วยไม่ตอบ ค้นตัวก็ไม่พบ

จนเวลาประมาณ 13.30 น. นายอภินันท์ หอมสมบัติ ผู้ช่วยเหลือฯ เข้าไปจัดเตรียมน้ำดื่มในห้องนอนรวม พบผู้ป่วยคนที่เคี้ยวหัวแปรงสีฟันกำลังฝนด้ามแปรงที่พื้นห้องน้ำ เมื่อสอบถามผู้ป่วยไม่ตอบ จึงขอเก็บด้ามแปรงสีฟัน แล้วออกมารายงานพยาบาล

ทีมวิเคราะห์ร่วมกันว่า ผู้ป่วยวินิจฉัย paranoid (มีอาการหวาดระแวง) กลัวคนมาทำร้าย จึงหาทางป้องกันตนองโดยดัดแปลงสิ่งรอบตัวเป็นอาวุธ กรณีนี้เสี่ยงต่อการทำร้ายทั้งตนเองและผู้อื่น ประเด็นดังกล่าวสะท้อนถึงระบบบริการในหอผู้ป่วยรับใหม่ ว่านอกจากจะต้องเก็บอาวุธที่ติดตัวผู้ปวยในวันที่รับไว้รักษาออกให้หมดแล้ว ยังต้องมีประสาทสัมผัส/สัญชาตญาณ (sense) เรื่องความปลอดภัยที่ไวพออีกด้วย

ทีมงานนำกรณีนี้มาทบทวนระบบการเฝ้าระวังความเสี่ยงผู้ป่วยทำร้ายผู้อื่นหรือทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะประเด็นการจัดสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย โดยสร้างความตระหนักเรื่องความปลอดภัยสำหรับแก่บุคลากรทุกคนว่า ผู้ป่วยสามารถัดแปลงสิ่งต่างๆ รอบตัวเป็นอาวุธได้เสมอ

ดังนั้น จึงควรเก็บแปรงสีฟันออกมาจากห้องนอนให้ครบทุกครั้งที่ใช้งานแล้ว รวมถึงช้อนอาหารอีกด้วย การเฝ้าระวังความเสี่ยงนี้มีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 3 ประการ ได้แก่ 1) ผู้ป่วย/อาการทางจิต 2) มาตรการเฝ้าระวัง 3) บุคลากร โดยปัจจัยที่แปรผันมากที่สุดคือบุคลากร (human error)

ดิฉันต้องการสื่อให้ผู้อ่านรับรู้ถึงความเสี่ยงที่มองไม่เห็น ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ บุคลากรจึงต้องมีความตระหนัก ไวต่อการเปลี่ยนแปลง/ผิดปกติ การตัดสินใจที่ดี/ถูกต้อง ฉับไวเพียงพอ ซึ่งดิฉันรับรองได้ว่าบุคลากรที่หอผู้ป่วยนี้มีคุณสมบัติเหล่านี้มากพอ แต่หากมีภาระงานมากจากจำนวนผู้ป่วยมากเกินไปติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ เมื่อบุคลากรเหล่านี้เหนื่อยล้า คุณสมบัติที่สำคัญเหล่านี้ลดลง โอกาสเสี่ยงก็จะเพิ่มสูงขึ้น

เหตุการณ์นี้จึงเป็นตัวอย่างที่ให้ข้อคิดสำหรับผู้เกี่ยวข้อง ในการทบทวนความเสี่ยง ว่าจะช่วยให้ผู้ป่วยปลอดภัยได้ 100% ได้อย่างไร



ที่มา : ปรับปรุงจากเรื่องเดิม ชื่อเดียวกัน โดยผู้เขียนเอง ซึ่งได้รางวัลดีเด่นลำดับที่ 1 จากการประกวดเรื่องเล่าปี 2550 โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์