BM.chaiwut
พระมหาชัยวุธ โภชนุกูล ฉายา ฐานุตฺตโม

อาลัย... พระครูประสาทศีลพรต


เพิ่งทราบข่าวว่าพ่อท่านอาจารย์พระครูประสาทพรต เจ้าอาวาสวัดจะทิ้งพระ ได้มรณภาพลง สิริอายุ ๙๙ พรรษา ๗๘ และกำหนดพิธีสรงน้ำศพพรุ่งนี้  (๒๕ เม.ย. ๒๕๕๖) ที่วัดจะทิ้งพระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ก็รู้สึกสลดใจคล้ายๆ กับญาติผู้ใหญ่ได้ถึงแก่กรรมลงฉะนั้น...

ในแวดวงดงขมิ้นของจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอสทิงพระ มีเรื่องของท่านพระครูประสาทฯ ยกขึ้นการสนทนาเสมอมา ปฏิปทาของท่านตลอดเรื่องที่เคยได้ยินได้ฟังมาหลายเรื่องราวยากที่จะนึกทบทวนเล่าให้หมดได้ จึงจะขอเล่าเฉพาะที่พอจะรำลึกได้ตอนนี้...

รับรู้กันโดยทั่วไปว่าก่อนบวชนั้น ท่านเป็นโจรหรือไอ้เสือ งานอดิเรกยามว่างในสมัยนั้นก็คือขโมยโค หรือลักวัว จนกระทั้งวันที่ท่านจะบวช ตาหลวงคิ้มเล่าว่า ท่านและพรรคพวกของท่าน (ตาหลวงคิ้ม เมื่อก่อนก็เป็นไอ้เสือ ภายหลังสำนึกบาปมาบวชเป็นหลวงตาอยู่หลายสิบพรรษา มรณภาพนานแล้ว) ลักวัวมามาขังไว้หนึ่งคอกในซุ่มเพื่อช่วยงานบวช ท่านพระครูประสาทฯ ซึ่งตอนนั้นเป็นเจ้านาค ทราบข่าวก็มาปล่อยวัวนั้นกลับไป...

เวลาว่างบางครั้ง ท่านก็เล่าอดีตให้ลูกเณรฟัง เช่น ท่านว่าสมัยนั้นใครได้พกสามแปดมั้ง นอกจากไอ้เสือนิ (ชื่อเดิมท่านคือ นิรุตติ์ เรียกชื่อเล่นกันสั้นๆ ว่า นิ) ผู้เขียนก็นำเรื่องนี้มาคุยกับตาหลวงคิ้ม ท่านบอกว่า ก่อนบวชนั้น ท่านกับท่านพระครูประสาทฯ นำปืนสามแปดกระบอกนั้นไปฝังทราย มีหลายคนต้องการแต่ท่านไม่บอก ว่าปืนกระบอกนั้นฝังอยู่ที่ไหน ?

ปีแรก (๒๕๒๘) ที่ผู้เขียนบวชก็จำพรรษาอยู่วัดกระดังง ซึ่งอยู่ในเขตปกครองของท่านพรครูประสาทฯ (ท่านเป็นอดีตเจ้าคณะตำบล) พอกลางพรรษาก็ไปเข้าอบรมพระนวกะ (พระบวชใหม่) ที่วัดกลาง (ตำบลกระดังงามีสามวัดใกล้ๆ กัน คือวัดพังเถียะ วัดกลาง และวัดกระดังงา) ก็อบรมร่วมในศาลาการเปรียญของวัดกลาง มีพระนวกะน่าจะเกินห้าสิบรูปเข้าอบรม โดยมีท่านพระครูประสาทฯ เป็นผู้ให้โอาท ก็นั่งพับเพียบฟังโอวาทของท่าน ซึ่งท่านก็พูดไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่พระพุทธเจ้าชื่อเดิมว่าสิทธัตถะ.... พวกเราพระใหม่ก็นั่งนานๆ ก็เมื่อยเข็ด จึงเริ่มพลิกไปพลิกมา และด้านหลังก็ค่อยๆ ลุกขึ้นกลับวัดไปที่ละรูปสองรูป บังเอิญผู้เขียนนั่งแถวหน้าจึงไม่กล้าลุกขึ้น ตั้งแต่ตอนบ่ายจนกระทั้งเริ่มเย็น น่าจะเกินสองสามชั่วโมงแล้ว จนเหลือพระใหม่อยู่ ๕ รูป ก็มีพระหลวงตารูปหนึ่งเรียนท่านว่า "สมควรแก่เวลาแล้วครับ" ท่านจึงบอกว่า "ถ้าอย่างนั้นก้พอแค่นี้ ไหว้พระก่อน".... ตอนที่ท่านนั่งพับเพียบให้โอวาทนั้น ท่านไม่แสดงอาการว่าเข็ดเมื่อยหรือพลิกไปพลิกมาเลย ท่านฝึกมามาก ตบะของท่านสูง

ออกพรรษาก็สอบนักธรรมตรี ซึ่งมี ๔ วิชา คือ กระทู้ ธรรม พุทธ และวินัย... เฉพาะวิชากระทู้นั้น บังคับให้เขียนอย่างน้อย ๒ แผ่นเว้นบันทัดขึ้นไปจึงจะได้รับการตรวจ ฟังว่า ตอนที่ท่านครูประสาทฯ สอบนักธรรมตรีนั้น ท่านเขียน ๑๙ แผ่น กรรมการตรวจคงจะให้เต็มไปเลยในวิชานี้...

ท่านครูประสาทมีเมตตาสูงมาก และมีเจตจำนงอย่างแรงกล้วเพื่อสอนผู้อื่น ดังนั้น เวลาใครนิมนต์แสดงธรรม ท่านจึงเทศน์นานมาก  กรณีที่ว่า ดับเครื่องไฟ ปิดเครื่องขยายเสียง เพื่อให้ท่านจบ แต่ท่านก็ยังไม่จบ เทศน์ไปเรื่อยๆ มีมิใช่ครั้งเดียว... ตอนหลังจึงไม่ค่อยจะมีใครนิมนต์ท่านไปเทศน์

ท่านตั้งโรงเรียนปริยัติธรรมสามัญขึ้นมาเพื่อสอนพระ-เณร ในแวดวงสามเณรนักเรียนของโรงเรียนปริยัติสามัญ รู้กันว่าอยู่ที่ไหนไม่ได้หรือเรียนไม่จบก็ให้ไปอยู่กับท่านพระครูประสาทวัดทิ้ง เพราะท่านจะให้โอกาสจนกระทั้งเรียนจบ... เรื่องนี้ผู้เขียนเคยเปรียบเทียบถึงบางโรงเรียนมัธยมในสมัยก่อนที่ได้ชื่อว่า "โรงเรียนโจร" คือเรียนที่ไหนไม่ได้ไม่จบก็จะมาอยู่ที่นี้จนกระทั้งจบ ซึ่งเด็กที่จบโรงเรียนโจรที่ว่านี้ ภายหลังรู้สำนึกกลับตัวได้ทำงานเป็นดิบเป็นดีเยอะแยะ... สิบกว่าปีก่อน ผู้เขียนเคยไปช่วยรักษาการ ผอ.โรงเรียนของท่านในช่วงสั้นๆ และเคยไปประชุมกลุ่มโรงเรียนที่นครกับท่านครั้งหนึ่ง

นอกจากโรงเรียนปริยัติธรรมแล้ว ท่านก็ตั้งสำนักวิปัสสนานิ.ส. ในช่วงปิดเทอมใหญ่ ท่านจะพาพระเณรออกเดินธุงค์ทั่วประเทศ ประมาณหนึ่งเดือน พระ-เณร อำเภอสทิงพระรุ่นเก่าๆ มักจะเคยไปกับท่าน เสียดายผู้เขียนโลดโผนเดียวดาย จึงไม่เคยได้ไปกับท่าน

ดังกล่าวแล้ว ท่านเมตตาพระหนุ่มเณรน้อยมากเพื่อให้ได้ปรับปรุงตัวและได้ศึกษาเล่าเรียน... มีเรื่องจริงที่รู้กันทั่วไป สามเณรวัดจะทิ้งพระบางรูปบางกลุ่มประพฤติไม่เหมาะสม บังเอิญท่านพระครูประสาทฯ เจ้าอาวาสไม่อยู่ พระเถระภายในวัดจึงจับสึก พอรุ่งขึ้นตอนเย็น ท่านครูประสาทกลับมา เห็นเณรสึกแล้ว สอบถามได้ความจริง ก็ถามว่าจะบวชอีกหรือไม่ เมื่อเด็กบอกว่าบวชอีก ท่านก็ส่งกุญแจให้บอกว่า ไปเลือกจีวรสวยๆ ในตู้ แล้วท่านก็บวชใหม่ให้ เป็นอย่างนี้หลายครั้ง จนกระทั้งไม่มีใครกล้าสึกเณร ได้แต่สั่งว่าให้ออกจากวัดจนกว่าท่านครูฯ จะกลับมา...

บางครั้งญาติโยมใกล้ไกลก็มาฟ้องถึงความไม่เหมาะสมของสามเณร ท่านพระครูประสาทฯ ก็บอกทำนองว่า "ฟังว่าลูกหลานตัวก็เข้าบ้านไม่ได้อยู่หลายคน..." (หมายถึงประพฤติไม่ไม่สมจนไม่อาจกลับบ้านได้) โดนเข้าประเด็นนี้ ภายหลังจึงไม่มีใครอยากจะมาฟ้องท่าน

ตั้งแต่นานมาแล้ว จะมีญาติโยมถวายรถยนต์ ท่านไม่รับ และว่าถ้ารับ ท่านก็จะขาย ดังนั้น ในวัดจึงไม่มีพระเถระรูปใดมีรถส่วนตัว เพราะท่านพระครูประสาทฯ เจ้าอาวาสไม่ยอมรับรถยนต์ส่วนตัว.... ถ้าไปไหนเร่งด่วน ท่านก็จะโปกรถ ผู้เขียนเคยเจอหลายครั้งในสมัยก่อน บางครั้งเกิน ๒-๓ ทุ่มแล้ว เห็นพระแก่ๆ ยืนโปกรถอยู่ นั่นแหละท่านครูประสาทฯ

ท่านพระครูประสาทฯ ฉันมื้อเช้าหนเดียว สุขภาพท่านแข็งแรง ยังเดินเหินสะดวก แม้ว่าอายุจะครบร้อยแล้ว แต่ท่านก็ต้องจากไปตามธรรมดา... ปฏิปทาของท่านพระครูประสาทฯ เป็นพระเคร่งถือวินัยแบบโบราณ มีเมตตาสูง และใคร่ในการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เมื่อท่านจากไป ผู้เขียนคิดว่า คงจะหาพระเถระระดับนี้ได้ยาก หรือหาไม่ได้อีกแล้ว ในยุคปัจจุบัน

สพฺเพ สตฺตา มรนฺติ จ     มรึสุ จ มริสฺสเร

ตเถวาหํ มริสฺสามิ          นตฺถิ เม เอตฺถ สํสโยติ ฯ

สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงย่อมตาย ตายแล้ว และจักตาย

เราก็จักตายอย่างนั้นเหมือนกัน เราไม่สงสัยในเพราะเรื่องนี้ ฯ



หมายเลขบันทึก: 533801เขียนเมื่อ 24 เมษายน 2013 22:04 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 เมษายน 2013 22:04 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (3)

พระครูท่านมีเมตตามาก  ตอนบ่ายแก่ๆ วันหนึ่งสามเดือนก่อนเดินทางผ่านวัด ได้มีโอกาสเข้านมัสการ  ขณะนั้นท่านกำลังผักผ่อนอยู่ในกุฎิ กับพระพี่เลี้ยง  ผมเข้าไปกราบทางด้านหลังคิดว่าท่านคงหลับพักผ่อน  พอก้มลงกราบครบ 3 ครั้งแล้ว  ท่านก็หันหน้ามาแล้วลุกขึ้นนั่ง   แล้วถามว่ามาถึงนานกันหรือยัง  และผมเองก็แนะนำตัวกับท่านว่าผมก็ศิษย์พระอาจารย์มหากล้าย   วัดวิเศษ  คณะ 2 เมื่อก่อนก็มีโอกาสได้รับใช้ท่านเป็นครั้งคราว  เมื่อท่านกลับมาจากธุดงค์  ทางภาคอีสาน  ก็จะมาพักที่วัดวิเศษ  และก็ทำการทอดผ้าป่าสามัคคี   ผมเองจะได้รับมอบหมายจากท่านให้ช่วยนับเงินผ้าป่า    ท่านก็ยังจำได้   ความจำท่านดีมาก และก็ถามไถ่นั่งสนธนาอยู่หลายเรื่องนานพอสมควร  สุดท้ายมีธุระต้องลากลับ   ท่านก็ส่งแผ่นกระดาษให้มาหนึ่งแผ่น  ท่านบอกว่าสิ่งนี้เป็นของดีที่สุด
และท่านก็ให้พรมากๆ  จนพระพี่เลี้ยงยังบอกเลยว่าวันนี้ท่านครูให้พรเยอะจัง   สิ่งที่ท่านให้มานั้นคือ วิธีการนั่งสมาธิครับ

 

 

 

สพฺเพ สตฺตา มรนฺติ จ  มรึสุ จ มริสฺสเร

ตเถวาหํ มริสฺสามิ  นตฺถิ เม เอตฺถ สํสโยติ ฯ

สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงย่อมตาย ตายแล้ว และจักตาย

เราก็จักตายอย่างนั้นเหมือนกัน เราไม่สงสัยในเพราะเรื่องนี้ ฯ


ขอบพระคุณเรื่องเล่าที่เต็มไปด้วย ความสุขที่แท้ริงของการมีชวิต 

สมัยก่อนอาจารย์ไม่ใช่โจรครับ แต่เขาเรียกว่าเป็นเสือ เพราะอาจารย์ เป็นที่นับหน้าถือตาและความเกลงใจของกลุ่มนักเลงในสมัยนั้น ที่ผมบอกได้แบบนี้เพราะผมเป็นลูกศิษที่คอยปรนนิบัติอาจารย์ มาสามปี อาจารจะเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง ตอนท่านยังไม่เขาร่มกาษาวพัต

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี