ปรับยาอีกล่ะ ....จะรอดมั๊ยนี่ เฮ้ย!!!!!

  วันนี้ไปพบแพทย์ตามนัด ที่ รพ.มหาราช คนไข้เยอะมาก  ไปถึง รพ. 09.30 น. พบแพทย์ ประมาณ 11.30 น. ก็ถือว่าไม่นาน ในขณะที่คนไข้มากมายขนาดนี้  เข้าไปพบหมอยิ้มทักทายอย่างเป็นกันเอง  คำแรกที่หมอถามคือ  สุขภาพจิตเป็นอย่างไรบ้าง  ก็ตอบไปว่าสบายดี  ไม่ได้มีปัญหาครอบครัวอะไร ทุกคนในครอบครัวปรับตัวได้  อาจมีบางช่วงรู้สึกจิตตกบ้างแต่ก็ปรับความรู้สึกได้

  คุณหมอกล่าวชื่นชม “คุณเป็นคนที่เข้มแข็งมาก หากเป็นคนอื่นที่เป็นโรคนี้ คงแย่ไปแล้ว  ผมยังคิดว่าถ้าผมเป็นบ้างนี่ผมจะทำอย่างไร นึกไม่ออกเลย มันทรมานมากเหมือนกันนะ แต่ก็ดีแล้วล่ะครับที่เข้มแข็ง  เพราะมันจะมีข่าวไม่ดีอีก”

  ข้าพเจ้าถึงกับ ห๊า!  นี่ยังไม่หมดซวยอีกหรือชลัญธร เอ๊ย !!!!  ท่าจะต้องเปลี่ยนชื่อเป็นชรันทดจริงซะล่ะมั๊ง เฮ้ย

  คุณหมอบอกว่า  ยาเดิมที่เคยให้ไปถูกหั่นอีกรอบแล้ว  สรุปว่า  คุณต้องปรับยาใหม่อีกรอบ  ยาตัวนั้นจะให้ได้ก็ต่อเมื่อคนไข้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ใส่สายให้อาหารเท่านั้น เป็นข้อตกลงใหม่ผลของการถูกหั่นงบ ผมเห็นใจคุณจริงๆ  กำลังปรับตัวกับยาใหม่ได้แล้วเชียว คุณหมอกล่าวแสดงความเห็นใจ

  จะทำไงได้ล่ะค่ะได้แค่ไหนก็แค่นั้นล่ะ เราไม่มีอำนาจสั่งการหรือทำอะไรได้ก็คงต้องก้มหน้ารับกรรมไปล่ะ

………………………………………………………………………………

  เมื่อออกมาจากห้องหมอ  ก็มานั่งทบทวน ตลอดเวลา 5 ปีกว่า ๆที่รักษามานี่ มันทรมานไม่น้อย  ไหนจะภาพลักษณ์เสีย ไหนจะคนไม่เข้าใจ ไหนจะต้องต่อสู้กับความเจ็บป่วยที่ทรมาน เวลาระดับยาที่มันลดลงนี่ เราก็ไม่ต่างกับคนพิการเลย  บางคนอาจคิดว่าแกล้งทำ ทีตอนนั้นไม่เห็นเป็นไร  ทีตอนนี้ล่ะทำเป็นบอกไม่มีแรงทำไม่ได้  ใจอยากบอกให้คนที่คิดแบบนั้นมาเป็นเราดู จะได้รู้ว่าทรมานขนาดไหน ระดับยาที่มันจะอยู่ในร่างกายเรานั้นเราไม่สามารถควบคุมมันได้ว่าอะไรบ้างที่ทำให้มันระดับไม่คงที่  หากกินมากยาเกินก็มีอาการข้างเคียง วิงเวียนคลื่นไส้ อาเจียน เหนื่อยใจสั่น  หากน้อยไปก็เคลื่อนไหวไม่ได้  บางวันระดับยาได้ บางวันไม่ได้ แต่ไม่อยากเป็นตัวถ่วงของใครก็พยายามเข้มแข็งสู้เต็มที่ ใครเข้าใจไม่เข้าใจก็คงปล่อยไปล่ะ

  แต่ก็ยังโชคดีที่มีครอบครัวที่อบอุ่น รักและเข้าใจกัน คุณป๊า กับหมวยน้อย  นี่แหล่ะคือกำลังใจที่สำคัญที่สุด  และเพื่อนร่วมงานที่ดี ทุกท่านทั้งพี่ๆน้องๆขอบคุณที่รักและเข้าใจคนพิการ 

  ขอบคุณอีกครั้งจากใจจริง

  ชลัญธร