เราก็เมตตาเขา กินให้อิ่มเถอะนะ เพื่อนร่วมโลก เขายังคงจิกเบาๆเพื่อกินเมล็ดขาวโพดบนผ่ามือ คงจะมีคนมาเลี้ยงเขาทุกวัน เขาจึงเชื่องมาก ระวังอันตรายนะเพื่อนยาก

                                                            สนามหลวง

      วันนี้ออกจากบ้านตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า สองคนกับเพื่อนคู่หู ที่รู้ใจ ไปกันสบายๆไม่รีบร้อนนั่งรถไปเรื่อยๆ ถึงท่าช้างลงรถหาอะไรง่ายๆทานเป็นอาหารเช้า  แล้วเพื่อนก็ขอแยกไปซื้อยาที่หน้าวัดโพธิ์  ฉันก็เดินข้ามถนนตรงมุมทางเข้าพระราชวังมาฝั่งสนามหลวงเพื่อดูบรรยากาศของสนามหลวงวันนี้

        

       ฉันมองดูนาฬิกา  เวลาประมาณ 09.45 น.ยังเช้าอยู่แต่เห็นแล้วนักท่องเที่ยวเริ่มมาแล้ว  ถึงจะไม่ใช่วันเสาร์ หรืออาทิตย์ คนที่มาเที่ยวก็แยะจริงๆ

        

       มีเด็กนำเมล็ดข้าวโพดมาขายให้สามถุงเล็กๆ 20 บาทช่วยซื้อเพราะความสงสารหยิบขึ้นมาแล้วแบมือออกยังไม่ทันตั้งตัว ก็ต้องตกใจเพราะเขาเร็วมากบินโฉบมาเกาะที่มือ  แต่ไม่จิกเล็บลงบนมือแค่ทาบขาลงเบาๆ เหมือนจะรู้ว่าไม่ต้องการให้เราเจ็บ  แล้วจิกปากเบาๆที่เมล็ดข้าวโพด

        

        เราก็เมตตาเขา กินให้อิ่มเถอะนะ เพื่อนร่วมโลก  เขายังคงจิกเบาๆเพื่อกินเมล็ดข้าวโพดบนฝ่ามือ คงจะมีคนมาเลี้ยงเขาทุกวัน  เขาจึงเชื่องมาก  ระวังอันตรายนะเพื่อนยาก

        

      ขอให้มีความสุข อย่าทุกข์  อย่ายาก นะเพื่อน  มีน้ำอาบมีอาหารกิน  มีที่หลับนอนพักผ่อน  มีความสุขตามภาษาของเจ้า

       

       ตรงมุมนี้จะมี นกอาศัยอยู่กันมามากมาย  เพราะมีอาหาร  มีผู้เมตตาซื้อาหารเลี้ยง  นกจึงไม่ไปอยูที่อื่น

      

      เมื่ออิ่มแล้วก็พากันบินเล่นเกาะลูกกงเหล็กรอบอ่างน้ำ  เมื่อมีผู้ใจดีนำอาหารมาให้ก็จะพากันจิกกินเมล็ดเข้าโพด อยู่อย่างนี้ทั้งวัน

      

      เมื่อตกใจเสียงดังมากๆ ก็จะพากันบินไปเกาะบนกิ่งมะขาม  ด้วยความกลัวภัย

      

     คนใจเมตตามาให้อาหารอีกแล้ว  พากันบินล้อมหน้าล้อมหลังน่ากลัวเล็บ มากแต่เขาจะไม่ทำให้เราเจ็บปวด เพราะเขารู้  นั่นอาหารมาแล้ว

      

     เดินจากฝูงนกพิราบ  มาด้านสนามหลวงวันนี้  สะอาดมากๆ  วันนี้ขอเิดินรอบสนามหลวงสักหนึ่งรอบ เพื่อเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกค่ะ

      

    สนามหลวง หรือ ท้องสนามหลวง เป็นสนามขนาดใหญ่ตั้งอยู่หน้าวัดมหาธาตุยุว-ราษรังสฤษฏิ์  ระหว่างพระบรมมหารราชวังกับพระราชวังบวรสถานมงคลเขตพระนคร

      

    บริเวณสนามหลวง  ทิศเหนือจรดสะพานพระปิ่นเกล้า  ทิศใต้จรดกำแพงพระบรมมหาราชวัง   ทิศตะวันออกขนานไปกับศาล  ตลอดจนถึงศาลหลักเมือง   ทิศตะวันตกขนานไปกับวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

      

      ได้อ่านหลายข้อมูลบอกว่ามีเนื้อที่ประมาณ 74 ไร่ 63 ตารางวา มีถนนโดยรอบ  ด้านเหนือคือถนนราชินี   ด้านใต้คือถนนหน้าพระลาน   ด้านตะวันออกคือถนนราชดำเนินใน    ด้านตะวันตกคือถนนหน้าพระธาตุ

      

    เดิมชื่อทุ่งพระเมรุ เป็นสถานที่ ประกอบพระเมรุมาศ  ตั้งพระบรมศพตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  เมื่อ พ.ศ. 2398 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เปลี่ยนชื่อ เรียกจาก  "ทุ่งพระเมรุ"  เป็น  "ท้องสนามหลวง"

     

    ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าให้ทำนาที่สนามหลวง เพื่อแสดงให้ปรากฎแก่นานาประเทศว่า  เมืองไทยบริบูรณ์ด้วยข้าวปลาอาหาร  มีไร่นาไปจนใกล้ๆ พระราชวัง  และไทยเอาใจใส่ในการสะสมเสบียงอาหารไว้เป็นกำลังของบ้านเมืองด้วย

     

     ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าให้ประกอบพิธีพืชมงคล พิธีพิรุณศาสตร์มีกำแพง ล้อมรอบบริเวณ

     

    ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าให้ขยายสนามหลวงจากเดิมและรื้อพลับพลาต่างๆ ที่สร้างในรัชกาลก่อนๆเพราะหมดความจำเป็นที่จะต้องทำนา และได้ใช้สนามหลวงประกอบพิธีต่างๆ เช่นการฉลองพระนครครบร้อยปี  งานฉลองเมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับจากยุโรป ใน พ.ศ. 2440

     

     ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ประกอบพราชพิธีต่างๆใช้เป็น สนามแข่งม้า  สนามกอล์ฟ

     

     ในรัชกาลที่ 9 มีการใช้สนามหลวงเป็นที่ ประกอบพระราชพีธีสำคัญๆ เช่น พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแลกนาขวัญ, สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี กาจณาภิเษก

     

    งานพระเมรุมาศเจ้านายระดับสูง เช่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอนันทมหิดล,สมเด็จพระศรีสวรินทร์บรมราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า,สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่7, สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี,สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์,สมเด็จพระเจ้าภคิณีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

     

   ใช้เป็นที่จัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การปราศรัยใหญ่ในการเลือกตั้ง ในแต่ละครั้งหรือการชุมนุมทางการเมืองต่างๆ รวมถึงใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางกีฬาและการละเล่นต่างๆ เช่นฟุตบอล หรือ ว่าว  และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป

     

    สนามหลวงเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ  กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่94 ตอนที่126 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2520  มีเนื้อที่ 74 ไร่  63 ตารางวา

     

     ในปีพ.ศ.2553 กรุงเทพมหานครได้ทำการปรับปรุงภูมิทัศน์ ของสนามหลวงจากเดิมที่เคยเสื่อมโทรม ให้ดีขึ้นแล้วเสร็จในปลายเดือนเมษายน พ.ศ. 2554 เปิดใช้พื้นที่อย่างเป็นทางการ วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2554 และไม่อนุญาตให้ใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางการเมืองใดๆ เหมือนในอดีต เพื่อสงวนไว้ประกอบพระราชพิธีเท่านั้น

     

     ขอความร่วมมือให้ประชาชน ช่วยกันรักษาความสะอาด  ไม่ทิ้งขยะลงบนพื้น หากพบผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ในกรณีที่ไม่สามารถชำระค่าปรับได้ ต้องบำเพ็ญประโยชน์ด้วยการเก็บขยะจำนวน 100 ชิ้น  แทนการเสียค่าปรับ

     

     กำหนดโทษผู้ใดฝ่าฝืนหรือบุกรุกมีโทษจำคุก 10 ปี หรือปรับเป็นเงินหนึ่งล้านบาท

     

     ทางกรุงเทพมหานคร อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปใช้พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและสันทนาการตามปรกติ แต่ห้ามนำสินค้าเข้าไปจำหน่าย จอดรถหรืออาศัยเป็นที่หลับนอน  ซึ่งสามารถเข้าใช้พื้นที่ได้เวลา 05.00-22.00 น.

     

    ค้นคว้าจาก Google  ได้ความว่า ต้นมะขามที่ท้องสนามหลวงปลูกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ปลูกต้นมะขามไว้รอบๆสนามหลวง จำนวน 365 ต้นโดยปลูกสองแถว  วัดจากถนน3เมตรปลูกแถวนึง เว้น 1.50 เมตร ปลูกอีกแถวนึง  ระยะห่างแต่ละต้น 7 เมตร

     

     ตรงนี้เป็นที่พักของ  พนักงานทำความสะอาด และเก็บขยะ

     

     นักท่องเที่ยวเดินทางมากันแต่เช้า

     

     ปัจจุบันมีการปลูกต้นมะขามเพิ่ม โดยมีคนนับได้ 708 ต้น  โดยแบ่งออกเป็น4 แถว   แถวที่หนึ่งติดถนนมี 198 ต้น  แถวที่2 ถัดมามี 198 ต้น  แถวที่3 มี 147 ต้นมีต้นนกยูงแซม 38 ต้น แถวที่4 ติดสนามหญ้ามี 165 ต้น  รวมเป็น 708 ต้น จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้เพราะลอกมาจากในเน็ต  ค่ะ  ถ้าใครว่างๆ  ลองไปเดินนับดูนะคะ

     

     สนามหญ้าที่ท้องสนามหลวง  เขียวขจีเรียบสะอาดสวยงามมาก

     

     วันนี้เดินรอบสนามหลวงไปหนึ่งรอบ  ได้ออกกำลังกาย ดีๆ  นี่นะ  อ้าว คู่หูคู่ฮากลับมาพอดี  ฟ้าก็ร้องครืนๆ เหมือนฝนจะตกหนัก  จะกลับบ้านหรือจะไปเที่ยววัดต่อดี แต่หิวแล้ว หาก๋วยเตี๋ยวทานก่อนเดี๋ยวค่อยดิดกัน  ว่าจะไปไหนดี

     ขอขอบคุณ ข้อมูลจากวิกิพีเดีย  สาราณุกรมเสรี

    ขอบคุณที่เข้ามาชม  Happy  Ba, Happy  8   ทุกๆ ท่านค่ะ