ในเวทีย่อย GotoKnow กับการเรียนรู้บูรณาการงานกับชีวิต ทาง GotoKnow โดยอาจารย์ ดร.จันทวรรณ ปิยะวัฒน์ ผู้ร่วมพัฒนาและดูแลระบบ GotoKnow มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ทำของที่ระลึกสำหรับมอบแด่บล๊อกเกอร์ที่ได้ถอดบทเรียนล่วงหน้าและไปร่วมเวทีในครั้งนี้ ก่อนเริ่มการเสวนากันในเวที อาจารย์ได้คุยกับผมหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องนิทานหิ่งห้อยของชาวญี่ปุ่นและเรื่องก้อนหินซึ่งอาจารย์ได้ทำเป็นของที่ระลึกมามอบให้กับบล๊อกเกอร์ gotoknow ผมได้เล่าเรื่องก้อนหินกับการเรียนรู้จากก้อนหินให้อาจารย์ฟัง ท่านชอบใจและอยากให้ผมเล่าให้เวทีฟังด้วย

เมื่อได้จังหวะ ผมก็ได้เล่าเรื่องการเรียนรู้คุณค่าและความหมายจากก้อนหินให้ฟัง ๓ มิติ คือ ก้อนหินกับวิถีแห่งการเจริญสติภาวนา ก้อนหินกับการสร้างวัฒนธรรมกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และก้อนหินกับวิถีการวิจัยเชิงสังคม

ก้อนหินกับวิถีแห่งการเจริญสติภาวนา

คนทำงานสามารถสร้างชีวิตในวิถีแห่งการเจริญสติภาวนาให้แก่ตนเองด้วยก้อนหิน โดยถือก้อนหิน สัมผัสอย่างละเอียดอ่อนพร้อมกับตามไปรู้สึกอย่างต่อเนื่อง ครูอาจารย์ที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ที่ให้แนวทางอย่างนี้มีหลายท่าน เช่น ท่านติชห์ นัท ฮัน หรือในสมัยพุทธกาล ก็มีเรื่องราวของ จุลปัณฑก อรหันต์องค์หนึ่งที่บรรลุธรรมด้วยการลูบและสัมผัสผ้าขาวด้วยจิตอันละเอียดอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับอาการสัมผัสก้อนหิน ดังนั้น ก้อนหิน Gotoknow อันเป็นของที่ระลึก ก็สามารถนำเอาไปใช้เป็นเครื่องมือเจริญสติภาวนาเพื่ออยู่กับตนเองอย่างลึกซึ้งได้วิธีหนึ่ง การกล่อมเกลาตนเองให้ละเอียดอ่อน จะทำให้คนทำงานจัดความสัมพันธ์กับผู้อื่นและกับโลกการทำงาน อย่างเข้าถึงองค์รวมของชีวิตได้ดียิ่งๆขึ้น

ก้อนหินกับการสร้างวัฒนธรรมกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ผมมีประสบการณ์กับการอบรมและพัฒนาการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมให้แก่กลุ่มคนทำงานสาขาต่างๆทั้งหลักสูตรในประเทศและนานาชาติหลายกลุ่ม ที่ได้ใช้ก้อนหิน เป็นอุปกรณ์และเครื่องช่วยกำกับกระบวนการนั่งสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างลึกซึ้งเป็นกลุ่ม ในบางโอกาสก็เรียกกิจกรรมและกระบวนการนี้ว่า โทโส TOSO ซึ่งเป็นกิจกรรมกลุ่มนั่งพูดบอกเล่าเรื่องราวต่างๆด้วยตนเอง ในท่ามกลางกลุ่มที่ก้อนหิน จะเป็นกรอบปฏิบัติชุมชนเรียนรู้ ให้เป็นผู้นั่งสดับฟังอย่างลึกซึ้ง

วิธีการกิจกรรมโทโสก็คือ แบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมเวทีต่างๆเป็นกลุ่มเล็กๆกลุ่มละ ๓-๕ คนขึ้นไปและไม่ควรเกิน ๑๕ คน ให้นั่งล้อมเป็นวงกลมแล้ววางก้อนหินไว้กลางวง ๑ ก้อน ก้อนหินดังกล่าวสมมติให้เป็นหลักปฏิบัติร่วมกันของกลุ่ม โดยในกลุ่มทั้งหมดจะสามารถพูดสนทนาในสิ่งที่ตกลงกันได้ก็ต่อเมื่อมีก้อนหินอยู่ในมือเท่านั้น หากผู้ใดต้องการพูดบอกเล่าสิ่งต่างๆ ก็ให้เดินไปหยิบก้อนหินกลางวงมาถือไว้ในมือ

จากนั้น ก็เริ่มพูดสนทนาไปด้วยความเป็นตัวของตัวเอง ผู้ที่อยู่ในวงเดียวกันและไม่ได้มีก้อนหินอยู่ในมือไม่มีสิทธิพูด ต้องเป็นผู้ฟังอย่างตั้งใจ เมื่อผู้พูดวางก้อนหินลงกลางวง และผู้ใดต้องการพูด ก็เดินไปหยิบก้อนหินมาถือไว้ในมือ ดำเนินไปจนกว่าจะหมดเวลาที่วิทยากรกระบวนการจัดสรรและกำกับเวทีให้ ด้วยกระบวนการง่ายๆอย่างนี้ ผู้ที่พูดไม่ค่อยเป็น ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านไทยหรือต่างประเทศ จะมีสมาธิและอยู่กับตนเองได้ดีขึ้น ผู้นั่งฟังก็เกิดการฟังอย่างลึกซึ้งดีขึ้น ก่อให้เกิดการเรียนรู้เป็นกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ

กระบวนการที่ใช้ก้อนหินเป็นอุปกรณ์ง่ายๆดังกล่าวนี้ ผมใช้ฝึกอบรมนักวิจัย คนทำสื่อ นักวิจัยชุมชน วิทยากรทำงานเอดส์ และคนทำงานสุขภาพชุมชน ได้ผลเป็นอย่างดีเสมอ

ก้อนหินกับวิถีการวิจัยเชิงสังคม

ท่านอาจารย์ ดร.อุทัย ดุลยเกษม ได้เล่าสาธยายและสะท้อนวิธีคิดในเวทีปาฐกถา ที่เหล่าลูกศิษย์ปริญญาเอกหลายมหาวิทยาลัยได้จัดให้ท่านเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเป็นทรรศนวิพากษ์ทางสังคมที่ท่านเล่าผ่านความเป็นก้อนหินในหลายแง่ ผมนำมาแบ่งปันกับเวทีในบางแง่มุมของการเรียนรู้จากก้อนหินที่ตนเองประทับใจ คือ เมื่อเรียนรู้สังคมอย่าเป็นอย่างก้อนหินที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่ร่วมทุกข์สุขกับผู้อื่น เมื่อทำการงานอยู่กับผู้คนและทำงานสร้างคน ให้หนักแน่นอย่างหิน และเมื่อทำงานริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งต่างๆแก่สังคม ให้ทำตนเองอุปมาดั่งการโยนก้อนหินลงสู่ผิวน้ำ ซึ่งก้อนหินก้อนเล็กนิดเดียว แต่จะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดริ้วคลื่นบนผิวน้ำ เกิดความสวยงามแผ่กระจายไปในบึงกว้าง

ท่านอาจารย์ ดร.จันทวรรณ และอาจารย์ขจิตก็ฉายภาพก้อนหิน GotoKnow ที่มีดอกไม้เสียบลงไป เกิดความงดงามเป็นแจกันดอกไม้ ดังนั้น จึงก้อนหิน GotoKnow หากกลวงก็งามเป็นแจกัน หากตันก็เป็นก้อนหิน เป็นหลักคิดต่อของที่ระลึก เพื่อให้เป็นทั้งเครื่องรำลึกถึงความสำเร็จต่างๆของเวที และสามารถนำไปดัดแปลงใช้จัดกิจกรรมเรียนรู้อย่างบูรณาการด้วยตนเองต่อไปได้หลายวิธี.