"หญิงเจ็บซ้าย ชายเจ็บขวา เป็นเจ็บที่โบราณว่าไม่หายง่ายๆ

           บ้านผู้เขียนโดนภัยพิบัติ พายุซัดซ้ำกระหน่ำโถม ในปีนี้ ยกแรก เรือกสวนไร่นา บ่อปลา บ้านพัง ยกหลัง ฝนหน้าแล้งมาน้ำล้วนๆ "ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาเติม"

       ยกแรกสวนผลไม้เสียหายยกสวน ไม้ยืนต้นที่ปลูกและงอกแซมในสวน จำพวก เทียม ทัง มะหาด และก่อ ล้มระเนระนาด ยังไม่ได้จัดการ เพราะมัวยุ่งอยู่กับงานชาวบ้าน สงกรานต์นี้หยุดยาว ว่างจากทำอาหารให้ลูกหลานกินก็ไปหาช่างมาเลื่อยไม้ ทัง ไม้มะหาดเอามาเก็บไว้

       ชวนน้อง อปพร.มาช่วยขนช่วยเก็บ  ขณะทีกำลังพลิกรื้อไม้ ก็ต้องว่า "อัดโต้ย"ด้วยความเจ็บปวด และชา ที่ข้อมือขวา เห็นเจ้า"ตัวยัยมัน"วิ่งหนีคลานไปบนกระดาน เพื่อนอปพร.จะฆ่ามัน ผู้เขียนบอกให้ปล่อยไปตามทาง เราผิดเองที่มารุกล้ำที่อยู่ของเขา

         ผู้เขียนโดนตัว"ตังยัยมัน"ต่อยมาหลายครั้ง ยิ่งตอนที่กรีดยางเขาชอบมาอาศัยในพรกหรือจอกยาง เมื่อโดนต่อยผู้เขียนก็ฆ่าเขาให้ตายแล้ว เอาขี้ของ "ตัวยัยมัน"มาทาที่แผล ไม่เคยปวดนานข้ามคืน

       แต่ครั้งนี้ตั้งตอนเย็นมาแล้ว ความปวดทุเลาลง แต่ความเหน็บ ความชาความเสียวแปล๊บๆเหมือนโดนกระแสไฟฟ้ายังคงอยู่ ทั้งๆที่กินยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ ก็ยังไม่หายปวด

        คนเฒ่าคนแก่บอกว่า"หญิงเจ็บซ้าย  ชายเจ็บขวา" จะเป็นเจ็บที่ไม่หายง่ายๆเจ็บนานหรือจะเป็นเพราะอุปทานที่ไม่ฆ่าเอาขี้มาทาแผล เหมือนทุกครั้งที่ทำมาก่อนหน้านี้

       ผู้เขียนมีความสุขในความเจ็บปวดที่ได้ปล่อยเขาไป เพราะเขาเองก็คงมีครอบครัว คงอยากกลับไปมีความสุขกับครอบครัว เหมือนกับที่ผู้เขียนมีความสุขในวันครอบครัวที่ลูกหลานมาเยี่ยมมาสนุก คิดแล้วก็มีความสุขในความเจ็บปวด

*  ทวย เป็นภาษาเขมร แปลว่าแมงป่อง ทวยมีเรียกหลายชื่อ เช่น โต๊ะยัยมัน  ทวยยายมัน  ตัวใยมัน  ในบทกลอนของแมวคราว ได้กล่าวถึงทวยยายมันไว้ใน ฮาโร้ย ....เนือย

"ตัวยายมันใต่ฝาน่าพองขน

เข้าหน้าฝนฟ้าร้องแล้วน้องสาว 

พี่ยังนั่งเคี้ยวเอื้องเล่าเรื่องราว

เสียงอยากข้าวร้องโอน ฮาโรย...เนือย