คนที่ไม่มีความรับผิดชอบแต่อ่อนแอ สังคมมักให้อภัย และมักคิดว่า "ไม่เป็นไรเขาไม่ทำให้ใครเดือนร้อนก็ถือว่าเป็นคนดี" ซึ่งคนเหล่านี้หากมี "อำนาจ" หรือ "พลัง" ขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็น่ากลัว
เรื่องที่ผมจะนำมาเขียนถึงเรื่องแรกคือ Megamind หลายท่านอาจบอกว่าเรื่องนี้เก่าไปหน่อยเพราะฉายในโรงภาพยนตร์ไปหลายเดือนแล้ว แต่สำหรับผมถือว่าใหม่ครับ เพราะตั้งแต่มีเจ้าตัวเล็กทั้งสองตัวแล้วโอกาสจะไปนั่งดูในโรงฯ คงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก อาจต้องรอไปอีกซัก 2-3 ปี ก็ใช้วิธีรอให้มีแผ่นออกมาขายแล้วค่อยซื้อมาดูกันทั้งครอบครัว จะว่าไปก็ประหยัดดีนะครับ ซื้อข้าวโพดคั่วกับน้ำอัดลมจากร้านสะดวกซืื้อแถวบ้านมานั่งทานไปด้วยก็ได้บรรยากาศใกล้เคียงกัน (อย่างไรก็ตามผมก็ยังยืนยันว่าชอบดูในโรงฯ มากกว่า ถ้ามีโอกาส) เข้าเรื่องดีกว่านะครับ

Megamind เป็นภาพยนตร์การ์ตูนของค่ายไหนจำไม่ได้แล้ว (บอกแล้วว่าไม่ใช่มืออาชีพ) รู้สึกว่าจะเป็นทีมเดียวกับที่สร้าง Kung fu panda (ที่กำลังจะออกภาค 2 ประมาณเดือน พ.ค. นี้) เรื่องราวของ Megamind เป็นเรื่องของมนุษย์ต่างดาวที่ดาวของตัวเองกำลังจะแตก ทำให้มีการส่งทารกน้อยออกไปดาวดวงอื่น ซึ่งก็คือโลก หนังเริ่มต้นเหมือนกับจงใจล้อเลียน Superman นิดๆ แต่ความต่างคือ เจ้าทารกที่ส่งมามันไม่ดูดีเหมือนที่ฮีโร่ควรจะเป็น (แต่เจ้าลูกผมบอกว่าน่ารักดีเพราะมีตัวสีฟ้าๆ) หนำซำ้ยังมีดาวอีกดวงที่มีชะตากรรมเหมือนกันและส่งเด็กทารกหนีออกมาเหมือนกัน ที่สำคัญทั้งหน้าตาดี มีพลังเหาะได้ พูดง่ายคือเหมือน Superman นั่นแหละ จุดเริ่มต้นคงเกิดตอนที่กระสวยอวกาศของ Megamind น้อยกำลังจะพุ่งเข้าคฤหาสน์หลังใหญ่ของอภิมหาเศรษฐี แต่ดันมาชนกับกระสวยของ Super hero น้อย ทำให้กระสวยของ Megamind น้อยกริะเด็นไปตกในคุกแทน และถูกเลี้ยงดูโดยนักโทษในคุก (อย่าลืมนะครับว่านี่คือการ์ตูน) Megamind น้อย ไม่มีพลังวิเศษเหมือน Super hero น้อยที่มาที่โลกพร้อมกัน แต่สิ่งที่มีคือความเป็นอัจฉริยะในการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ สำหรับเรื่องย่อผมคงไม่เขียนมากกว่านี้นะครับเพราะหาอ่านได้ทั่วไป

ประเด็นที่น่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ที่การนำเสนอเรื่องราว ตัว Megamind น่าจะเป็นตัวแทนของคนบางกลุ่มในสังคมที่มักถูกมองเพียงรูปลักษณ์ภายนอกหรือชาติตระกูล อาจรวมไปถึงวุฒิการศึกษา ที่ถึงแม้จะฉลาด เก่ง หรือดี แค่ไหนก็มักจะถูกตัดสังคมรอบข้างตัดสินไปแล้วว่าไม่ดี โดยเฉพาะถ้ายิ่งมีสิ่งที่สังคมคิดว่าดีกว่ามาเปรียบเทียบ เหมือนในเรื่องนี้ที่ Megamind ต้องมาเรียนหนังสือห้องเดียวกับ Metroman (เจ้า Super hero น้อยเมื่อโตขึ้นกลายเป็น Metroman) อันนี้เห็นได้ชัดในห้องเรียนบ้านเรา (สมัยผมนะครับเดี๋ยวนี้อาจไม่เป็นอย่างนี้แล้ว หรือเปล่า?) ถ้ามีเด็กเก่งกับเด็กไม่เก่งครูก็มักจะสนใจเฉพาะเด็กเก่งมากกว่า ทำให้เด็กไม่เก่งต้องหาทางแสดงออกด้านอื่น เช่น เกเรให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย เช่นเดียวกับ Megamind ที่พยายามจะทำดีมาตลอดถึงแม้ว่าจะเติบโตมาในคุก แต่เมื่อพลาดพลั้งก็มีแต่ถูกซ้ำเติม เลยเลือกที่จะเป็นจอมวายร้ายดีกว่า Megamind เลือกที่จะต่อสู้กับ Metroman มาตลอดชีวิต จนวันหนึ่งสามารถกำจัด Metroman ได้ (อย่ากังวลครับ Metroman คือ Super hero ไม่เป็นอะไรหรอกครับ) ทำให้เขาเบื่อ แต่ระหว่างนั้นก็ได้พบกับนางเอก โดยการแปลงตัวเป็นมนุษย์ และรู้จักคำว่า "ความรัก" ขณะเดียวกันเขาก็เบื่อเมื่อไม่มี Super hero มาคอยจับเขาเข้าคุก เขาจึงสร้าง Super hero ขึ้นมาใหม่เพื่อจะได้มีใครคอยมาสู้กับเขา (กลายเป็นโรคจิตไปซะแล้ว) แต่นั่นคือสิ่งที่เขาทำพลาด เพราะบังเอิญสิ่งที่เขาประดิษฐ์ดันไปโดนคนที่ไม่เอาถ่านเข้า แต่ก็เป็นคนดีคนหนึ่ง Megamind จึงคิดว่าน่าจะสอนคนนี้ให้เป็น Super hero คนใหม่ได้ หนังพยายามนำเสนอให้เห็นว่ากรณี Super hero ที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้ อาจเจอได้กับคนทั่วไปเช่นกัน คนที่ไม่มีความรับผิดชอบแต่อ่อนแอ สังคมมักให้อภัย และมักคิดว่า "ไม่เป็นไรเขาไม่ทำให้ใครเดือนร้อนก็ถือว่าเป็นคนดี" ซึ่งคนเหล่านี้หากมี "อำนาจ" หรือ "พลัง" ขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็น่ากลัว สุดท้าย Megamind ของเราก็ต้องออกมาแก้ปัญหาที่เขาสร้างขึ้นไว้เอง

โดยภาพรวมหนังออกมาดีครับ เรื่องภาพ Animation ไม่ต้องพูดถึง ระดับ Hollywood รับประกัน เนื้อหาสอดแทรกข้อคิดไว้เยอะ แต่นำเสนอออกมาสนุกทำให้เด็กดูได้ แม้จะมีการต่อสู้กันเป็นระยะๆ แต่ก็ทำไว้แบบเกินจริงไปมาก ทำให้เด็กรู้ว่านี่คือ "การ์ตูน" แต่อย่างไรก็ตามหากทั้งเด็กและผู้ปกครองนั่งดูไปด้วยกันก็น่าจะดีครับ เพราะจะได้สอนเด็กให้รู้คำว่า "ชั่ว" "ดี" กันไปด้วยครับ

หมายเหตุ ผมเขียนเรื่องนี้ด้วย iPad ซึ่งใช้เวลาพอสมควรและ Browser ของ iPad มองไม่เห็นเครื่องมือปรับแต่งตัวอักษร (หรือผมไม่รู้วิธี หากใครรู้ช่วยหน่อยก็ดีครับ) เลยทำให้อ่านยากไปหน่อยครับ.
หมายเหตุครั้งที่ 2 กลับเข้ามาแก้ไขในเครื่อง Notebook เรียบร้อยครับ