มหัศจรรย์ศีลห้ากับภาวะรักเหนือรัก ตอนที่ ๓ ศีลห้าแก้ปัญหาโลก

ธรรมทิพย์
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

กราบเท้า  คุณลุงคุณป้าด้วยความเคารพรัก

              ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย   บรรยากาศยังคงคึกคักสอดรับกับเอกลักษณ์ของพี่ไทยที่รักสนุกสนานแถมยังชอบการเที่ยว  การเล่น  การพนัน และการเมา....กลายเป็นวัฏจักรขับเคลื่อนไม่มีวันหยุดเพราะผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างให้ดูทุกเมื่อเชื่อวันยากไถ่ถอนจริง ๆ ค่ะ

               สองวันมานี้มีข่าวหนุ่มคลั่งยาบ้าจี้รถเก๋งกลางกรุงเทพ ฯ  แทงตำรวจ  และยิงคนขับแท็กซี่ซึ่งเป็นพลเมืองดีเสียชีวิต  แถมยังจับแพทย์หญิงเป็นตัวประกัน  ตำรวจต้องวิสามัญฆาตกรรมทำให้คุณหมอพลอยได้รับบาดเจ็บถูกยิงไปด้วย   โชคดีที่ปลอดภัยพ้นขีดอันตรายแล้ว   ส่วนผู้ที่เสียชีวิตทั้งสองท่านใครจะรับผิดชอบ....ชีวิตช่างเป็นอนิจจังเสียจริง ๆ นะคะ เห็นกันเมื่อเช้าตอนบ่ายก็ตายเสียแล้ว   เห็นกันวันนี้พรุ่งนี้ก็ตายเสียแล้ว   คนที่อยู่ข้างหลังจะเสียใจปานใดเพราะพิษยาเสพติดจึงทำลายตนเองและสังคมโดยแท้นะคะ...ถ้าหนุ่ม  ธาดา อินทมาศ วัย ๓๗ ปี  มีศีลห้าคงไม่กล้าทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้  และคงไม่ด่วนจบชีวิตดังที่เป็นอยู่ http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=419&contentID=132944

                เล่าเรื่องหดหู่ให้คุณลุงฟังเดี๋ยวจะพลอยหดหู่ไปด้วยนะคะ  สื่อทุกวันนี้มีแต่เรื่องเลวร้ายอาจจะดีในเรื่องของการระวังตัว   แต่ฟังบ่อย ๆ จะค่อย ๆ ซึมซับและชินชากับความโหดเหี้ยมจิตใจหม่นหมองด้านชาโดยไม่รู้ตัว  เปิดเรื่องเพื่อโยงกับเรื่องที่ต้องการเล่าให้เห็นความจำเป็นโดยเร่งด่วนในการเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนทุกคนต้องรักษาศีลห้าเพื่อสันติสุขในสังคม

 พิธีต้อนรับเข้าสู่กิจกรรมบ้านเกื้อรัก อาจารย์แม่จะกอดสมาชิกทุกคนที่เข้าอบรมค่ะ

                 มาคุยเรื่องศีลห้ากันต่อนะคะ   เล่นเขียนทิ้งช่วงไปนานต่อไม่ติดเลยค่ะคุณลุง  ทำไมเรื่องดี ๆ มันเขียนยากเขียนเย็นจังเลยนะคะ ปัญหาก็คือทำอย่างไรที่จะเขียนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย   และเกิดประโยชน์คุณค่าต่อผู้อ่านเพื่อน้อมนำไปปฏิบัติได้นั้นสำคัญกว่านะคะ

                  คราวที่แล้วพูดเรื่องคน  ๓ ประเภท คือ ปุถุชน   กัลยาณชน  และอริยชน   วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องอริยชน  ๔  ระดับนะคะ  ระดับสูงคงไม่พูดถึงเราพูดถึงระดับต้นคือ  พระโสดาบันก็พอนะคะ   เพราะศีลห้าเป็นศีลของพระโสดาบัน  เป็นศีลของครอบครัว   เมื่อเอ่ยถึงพระโสดาบัน  คนทั่วไปคิดว่าคงเป็นเรื่องไกลตัวและยากเย็นเกินไปที่จะเข้าถึง แท้จริงหาเป็นเช่นนั้นเราทุกคนล้วนเป็นพระโสดาบันได้  ขอเพียงมุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ  

                 วันนี้ได้ฟังธรรมะจากพระอาจารย์คึกฤทธิ์  วัดนาป่าพง   http://www.youtube.com/watch?v=3SIry5d6-bk&feature=related  เรื่องธรรมจากพุทธวจนะ  ทำให้เกิดความเข้าใจเรื่องพระโสดาบันมากขึ้น  ท่านกล่าวว่าพระพุทธเจ้าสอนว่า  "ผู้ที่จะเป็นพระโสดาบันนั้นต้องรักษาศีลห้าข้อให้บริสุทธิ์และมีความตั้งมั่นอยู่ในพระรัตนตรัยโดยไม่หวั่นไหว"    ในที่นี้คือไม่เชื่อเรื่องหมอดูเรื่องดวงชะตา  หากแต่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม     คนที่เป็นพระโสดาบันเท่ากับปิดประตูอบายคืออย่างต่ำก็ได้เกิดมาเป็นคน     ไม่ต้องกลัวว่าจะไปเกิดเป็นเปรต อสุรกาย  สัตว์นรก  และสัตว์เดรัจฉานอีกต่อไปนะคะ.. เพราะตราบใดที่เรายังไม่สิ้นกิเลสและยังเวียนว่ายตายเกิดหากไม่สั่งสมบารมีธรรม   ก็ไม่แน่่ว่าจะต้องไปเกิดอยู่ในอบายภูมิอีกกี่อสงไขย กี่กัป  (กัปหนึ่งคิดง่าย ๆ เท่ากับโลกระเบิดหนึ่งครั้งอสงไขยเป็นปริมาณหรือจำนวนที่ไม่อาจคำนวณได้ มีอุปมาว่า เท่ากับฝนตกใหญ่อย่างมโหฬารทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลานานถึง 3 ปี ไม่ได้ขาดสายเลย จนกระทั่งน้ำฝนท่วมเต็มขอบจักรวาล ซึ่งมีระดับความสูง 84,000 โยชน์)   
          

                คุณลุงคะ     แท้จริงศีลห้า  คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาจารย์แม่ (ทันตแพทย์หญิงสีใบตอง  บุญประดับ)  สอนพวกเราให้เข้าใจถึงศีลห้าที่ทำให้รู้สึกตระหนกและเกิดความตระหนักในคุณค่า     เปลี่ยนแนวการสอนที่เพียงแต่บอกว่าห้าม ๆ  ๆ  แต่ไม่เคยชี้ทางสว่างให้กระทำ         เราลองมาศึกษาศีลห้าแนวอาจารย์แม่กันเลยนะคะ

ศีลห้าข้อมีอะไรบ้าง

                         ๑. เว้นจากการฆ่าสัตว์

                         ๒. เว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ด้วยอาการโจร

                         ๓. เว้นจากการประพฤติผิดในกาม

                         ๔. เว้นจากการกล่าวเท็จ
                        
                         ๕. เว้นจากการดื่มน้ำเมา  เล่นการพนันและอบายมุขทุกชนิด

ปรับพฤติกรรมอย่างไร

                   คนที่มีศีลห้าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นคนที่มีกาย วาจา  ใจที่สะอาด  ดังนี้ค่ะ

                       ๑. เมื่อเราไม่ฆ่าสัตว์  จะทำให้เราเป็นผู้ที่มีความสะอาดทั้ง กาย วาจา  ใจ

                       ๒. เมื่อเราไม่ถือเอาสิ่งของของผู้อื่น  เราจึงต้องขยัน ทั้ง กาย วาจา  ใจ  ทำมาหากินด้วยตนเอง

                       ๓. เมื่อเราเว้นจากมักมากในกาม  จะทำให้เราเป็นคนประหยัด    ทั้งกาย  วาจา  ใจ  ไม่ทำร้ายจิตใจของคู่ครองและบุตรหลานให้เจ็บปวด

                       ๔. เมื่อเราเว้นจากการกล่าวเท็จ  จะทำให้เราเป็นคน  ซื่อสัตย์น่าเชื่อถือ ทั้ง กาย  วาจา  ใจ

                       ๕. เืมื่อเราเว้นจากการดื่มน้ำเมา  จะทำให้เราเสียสละสิ่งไม่ดีออกจากกาย  วาจา  ใจ  และเสียสละสิ่งดี ๆ เพื่อผู้อื่น

                       ๖. เมื่อเรารักษาศีลห้าได้ครบ  จะทำให้เรามีความกตัญญูรู้ตอบแทนผู้มีพระคุณ  สังคม  ประเทศชาติ  ด้วย กาย  วาจา  ใจ

                    บทบาทสมมุติการผูกมัดตนเองด้วยความโลภ โกรธ  หลง

มรรค - ผล ของศีลห้า

                  เมื่อเราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากคนฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ มักมากในกาม  พูดเท็จ ขี้เหล้าเมายา  เราจะกลายเป็นคนใหม่ในพริบตาเลยนะคะ   คุณลุงและท่านผู้อ่านลองนึกภาพซีคะว่าคนที่รักษาศีลห้าบริสุทธิ์จะเกิดอานุภาพมากมายขนาดไหน

                      ๑. ทำให้เราไม่เบียดเบียนตนเอง  และผู้อื่น  ทุกชีวิตต่างรักตัวกลัวตาย  แล้วจะไปเบียดเบียนกันทำไมคะ

                      ๒. เมื่อเราขยันทำมาหากิน  เราจะร่ำรวยด้วยหลักบุญนิยม  ที่สำคัญสามารถช่วยผู้อื่นได้

                      ๓. เมื่อเราไม่นอกใจคู่ชีวิต  ครอบครัวและบุคคลใกล้ชิดต่างมีความสุข  อบอุ่น  เชื่อใจกัน

                      ๔. เมื่อเราไม่พูดเท็จ พูดคำหยาบ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ  เราจะกลายเป็นคนที่มีวาจาดีเป็นที่รัก  และศรัทธาของบุคคลทั่วไป  (ไม่เหมือนนางปากร้ายที่อยู่ในนิทาน)

                      ๕. เมื่อเราไม่ติดสิ่งเสพติด อบายมุขต่าง ๆ ไม่สูบบุหรี่ไม่ดื่มเหล้าไม่เสพยาบ้า  จะทำให้เราเป็นคนมีปัญญา ไม่เป็นโรคจิต โรคประสาท  แก้ปัญหาทุกอย่างได้   เป็นบุคคลที่คิดเป็น  ทำเป็น  พึ่งตนเอง  และเป็นที่พึ่งของบุคคลอื่นได้ด้วย

                   เห็นไหมคะคุณลุง  มรรค - ผลของศีลห้า  ยิ่งใหญ่เกินประมาณค่า "สามารถแก้ปัญหาตนเอง  ครอบครัว  ชุมชน  สังคมประเทศชาติ  และโลกได้ทุกปัญหา"

                    วันนี้คุยยาวแล้วนะคะ     เดี๋ยวคราวหน้าจะพูดเรื่องศีลห้ากับภาวะรักเหนือรัก  มันจะเป็นรักเหนือรักได้อย่างไร  ค่อยติดตามอ่านตอนต่อไปนะคะ

 

                                                              ด้วยความเคารพรัก
                                                                  หนูหน่อย

"คิดทำสิ่งใดควรทำเสียแต่วันนี้  เพราะพรุ่งนี้ก็สายเกิน"
                       (สุภาษิตจีน)

เอกสารประกอบ   คู่มือครูสอนศีล ๕  สัมมาทิฏฐิ (โสดาปัตติมรรค) หลักสูตร "ครอบครัวรักเหนือรัก"  บ้านเกื้อรัก  โดย     ทันตแพทย์หญิงสีใบตอง  บุญประดับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จากดินสู่ดาว



ความเห็น (30)

เขียนเมื่อ 

ชอบจังบันทึกนี้.....

เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณค่ะ น้องอุ้มบุญ
  • ดีใจจังมีคนมอบดอกไม้ และ ชื่่นชอบ
  • น้องอุ้มบุญคงรักษาศีลห้าเป็นปกติอยู่แล้วกระมังคะ
IP: xxx.8.134.44
เขียนเมื่อ 

ศีลและธรรมนำพาโลกสู่สันติสุขครับ ผมเชื่อของผมอย่างนี้ครับแม้ว่าผมจะไม่ใช่คนที่รักษาศีลได้ทุกข้อ

การทำหน้าที่(ผมเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง ดีงามครับ) แม้บางครั้งจะกระทบ เบียดเบียน สร้างทุกข์แก่คนบางคน

แม้แต่ตัวผมเอง (ในบางครั้ง) แต่ก็ยังมีอีกหลายคนได้รับสิ่งดีๆจากการกระทำของเรา

อยากให้ทุกคนยึด ปฏิบัติตนตามหลักธรรม คำสอน (ที่ถูกต้อง) ของศาสนา สังคมจะมีแต่ความสุขครับ

หากยังมีคนที่มีแต่กิเลส ตัณหามากมายเหมือนที่เราเห็น เราเจอ ผมก็เชื่ออีกว่า โลกยังจะไม่มีความสงบสุขหรอกครับ

นี่แหละครับ คือ ความเป็นจริง อยู่กับความจริงบางที่ก็เป็นทุกข์ครับ เชื่อผมไหม

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะพี่ธรรมทิพย์

" ธรรมะ ค้ำจุนโลก" เป็นคำกล่าวที่ถูกต้องแล้วนะคะพี่

  • ขอบคุณสิ่งดีๆที่นำมาแบ่งปันค่ะ

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณเรื่องดี ควรใส่ใจไว้ของ "หนูหน่อย" ค่ะ

และเห็นจริงอย่างยิ่งที่ว่า แท้จริงศีลห้า  คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

เคยอ่านเรื่องเล่าที่ว่าแม้เป็นโจร หากรับและรักษาศีลไว้ได้แม้เพียงข้อเดียวก็ยังทำให้ชีวิตอยู่รอดปลอดภัยแล้วค่ะ

เรื่องของศีลธรรมคือความดีงาม

ของชีวิตผู้คน น่าสงเสริมให้มากยิ่งขึ้น


เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ คุณ ??
  • ...ศีลและธรรมนำพาโลกสู่สันติสุขครับ ผมเชื่อของผมอย่างนี้ครับแม้ว่าผมจะไม่ใช่คนที่รักษาศีลได้ทุกข้อ...นี่แหละครับ คือ ความเป็นจริง อยู่กับความจริงบางที่ก็เป็นทุกข์ครับ เชื่อผมไหม...
  • ขอบพระคุณค่ะสำหรับความคิดเห็นสนับสนุน   โลกใบนี้จะไม่เกิดปัญหาเหมือนที่เป็นอยู่เพียงทุกคนมีศีลห้า  ปัญหาฉ้อราษฎร์บังหลวงจะหมดสิ้นไป  สังคมไทยจะสุขสงบเพียงใด  คงเป็นได้แค่ความฝันนะคะ
  • การเลือกทำสิ่งที่ดีงามถูกต้องถือเป็นสิ่งดีค่ะ  อาจไม่ถูกใจคนทั้งหมดแต่ถูกหลักการและเหตุผลถือว่าดีมากค่ะ....ส่วนศีลที่ยังไม่ครบหากพยายามปรับเปลี่ยนและตั้งใจก็คงไม่ยากนะคะ  เพื่อความงดงามและมงคลต่อชีวิต  "แม้แต่เงินล้านก็ยังซื้อศีลข้อเดียวไม่ได้คุณว่าไหม ?"
  • อยู่กับความจริงเป็นทุกข์อยู่แล้วค่ะ  เพียงแค่มีขันธ์ ๕ ก็มีทุกข์แล้วนะคะ
    เพียงแต่เราเข้าใจและทำที่สุดแห่งทุกข์ก็จะทุกข์น้อยลงนะคะ
เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ คุณยายIco48
  • ขอบพระคุณสำหรับน้ำใจไมตรีที่มาเยี่ยมเยือนกันเสมอ
  • "ใช่เลยค่ะ ธรรมะค้ำจุนโลก"  เราต้องมาช่วยกันเผยแผ่หลักธรรมน้อมนำ
    ไปปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีให้สังคมนะคะ
เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ  คุณคนไม่มีรากIco48
  • ขอบพระคุณสำหรับเรื่องแลกเปลี่ยนดี ๆ ที่แบ่งปันค่ะ
    "โจรมีศีลข้อเดียวยังเอาตัวรอดได้"  แล้วถ้าเรามีศีลห้าข้อชีวิตคงรุ่งเรืองไม่น้อยนะคะ
เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ อาจารย์โสภณIco48
  • เห็นด้วยกับอาจารย์ค่ะ
    "เรื่องศีลธรรมคือความดีงามของชีวิตผู้คน น่าส่งเสริมให้มากยิ่งขึ้น"
  • ปัจจุบันชาวพุทธมักเน้นการให้ทานจนลืมแก่นแท้ของชีวิตที่ต้องมีศีลนะคะ
  • ขอบพระคุณค่ะ
เขียนเมื่อ 

 เป็นบันทึกที่เตือนสติให้รีบรักษาศีลกัน ไม่เฉพาะตนเอง แต่เพื่อสังคมที่สงบน่าอยู่

 เริ่มด้วยตัวอย่างที่สะเทือนใจ สะเทือนขวัญ

 ตามด้วยตัวอย่างอริยะบุคคลประเภทแรกในสี่ประเภทคือโสดาบัน

 ลงท้ายด้วยทางออกคือศีลห้าพร้อมคำอธิบาย

เป็นบันทึกที่เรียบง่าย งดงามครับ

  • หมอสุข

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ คุณหมอสุข
  • ขอบพระคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจ และคำชื่นชมค่ะ
  • เรื่องศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน  ต้องหว่านล้อมและโน้มน้าว
    จนซาบซึ้งถึงใจจึงจะเกิดมรรคผลในการอ่าน...
  • บันทึกธรรมถือเป็นงานบุญที่ภูมิใจค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

  • อ่านบันทึกนี้แล้วจิตใจสดชื่นขึ้น  เหมือนได้ชำระบาปบ้าง
  • เกิดเป็นชาวพุทธแต่ยังปฏิบัติศีล 5 ได้ไม่ครบ  ไม่ทุกวัน
  • คิดแล้วละอายใจ  คิดแต่ว่าพรุ่งนี้ๆๆ  จนวันนี้ยังต้องรอพรุ่งนี้
  • ต่อไปจะไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง ...ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันค่ะ

 

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ คุณครูดาวเรือง   
  • ขอบพระคุณที่แวะมามอบดอกไม้และกำลังใจค่ะ
  • เรื่องการรักษาศีลห้าของชาวพุทธ...จะมีชาวพุทธสักกี่เปอร์เซ็นต์ในเวลานี้
    ที่กล้าประกาศตนว่ารักษาศีลห้าได้บริสุทธิ์และเป็นปกติ...ส่วนใหญ่ไม่คิดจะรักษา
    เพราะไม่เห็นคุณค่าและความสำคัญ
  • ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูดาวเรือง  และเพื่อน ๆ ทุกคนที่มีความตั้งใจจริงค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะพี่ครู มาอิ่มธรรมะเปี่ยมไออุ่นรักค่ะ

ห่างหายไปปฏิบัติธรรมงาน ได้สวดมนต์พระไตรปิฏกเพิ่มอีกบทด้วยค่ะพี่ครู

สุขสันต์ปีใหม่ไทย นะคะ

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ น้องปู
  • ดีจังเลยค่ะ ได้ไปปฏิบัติธรรม
  • อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ
  • ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ

คิดทำสิ่งใดควรทำเสียแต่วันนี้  เพราะพรุ่งนี้ก็สายเกิน"

ค่ะ " วันไหน ๆ ก็ไม่สำคัญเท่าวันนี้" 

บางวันก็มีผิดศีลห้าบ้างเหมือนกันค่ะ

มักเป็นไปโดยมิได้ตั้งใจ

ขอบพระคุณค่ะ   

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ คุณครูอิงจันทร์
  • ขอบพระคุณที่แวะมาทักทายค่ะ
    "วันนี้สำคัญที่สุดจริง ๆ ค่ะ"
  • การรักษาศีลสิ่งสำคัญคือ "สติ" ขาดสติเมื่อไรเป็นเรื่องเสมอค่ะ อิอิ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

       ศีล 5 เป็นศีลของพระโสดาบัน เป็นศีลของครอบครัว

รักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ  ยังตบยุงทุกวัน...

แต่ก็พยายามอยู่ค่ะ

                                       ขอบคุณค่ะ

 

  

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ ครูดาหลา
  • ส่วนใหญ่จะแพ้เพราะยุงนี่แหละค่ะ
    กว่าจะเลิกตบยุงได้ต้องสู้กับความเคยชิน  เหนื่อยมาก ๆ เผลอประจำ
    พยายามแผ่เมตตา  และตั้งสติแค่เป่ามันไปหรือไม่ก็ปัดเบา ๆ อย่าปัดแรงนะคะ
    เดี๋ยวมันตาย...
  • ขอบพระคุณที่มาเยี่ยมทักทายค่ะ
เขียนเมื่อ 

      บทบาทสมมุติการผูกมัดตนเองด้วยความโลภ โกรธ  หลง เป็นปริศนาธรรม นำไปสู่ปัญญา

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ คุณหนุ่มเอม
  • อาจารย์แม่ใช้บทบาทสมมุติประกอบการบรรยายและให้
    ความรู้  ทำให้พวกเราตื่นตัว  และเกิดปัญญาดังว่า
  • ขอบพระคุณค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

เป็นบันทึกที่งดงาม

และเพิ่มรอยยักให้กับสมองของผมดีจัง

และที่สุด คือ สร้างความสงบในใจของผมได้

มีความสุขที่ได้อ่านบันทึกนี้ครับ

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ คุณหมอทิมดาบ
  • ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจดี ๆ ที่มีให้
  • ยินดีที่ผู้อ่านมีความสุขและความสงบในใจ
  • บันทึกนี้เขียนด้วยความสุขค่ะ  หรือเพราะคนเขียนมีความสุขคนอ่านก็พลอย
    ได้รับกระแสแห่งความสุขนี้ด้วย
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

  • มาเยี่ยมเยียนมาชื่นชมผลงานด้วยความระลึกถึงเสมอนะคะ
เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ คุณครูปรีดา
  • หายหน้าหายตาไปนานเลยนะคะ  ระลึกถึงอยู่ค่ะ
  • ขอบพระคุณที่แวะมาทักทายค่ะ

มาเยี่ยมคุณโยม ขอให้มีกำลังในการเผบแผ่ธรรม อาตมาเองก้ไม่ค่อยได้เขียนเรื่องธรรมะ ที่เขียนค้างไว้เรื่องบวชบ้าง เรื่องบุญบ้าง ก็ยังไม่สมบูรณ์ ด้วยภาระ

เขียนเมื่อ 
  • กราบนมัสการ  พระมหาวินัย
  • กราบขอบพระคุณที่แวะมาเยี่ยมและให้กำลังใจค่ะ
    จะพยายามเท่าที่กำลังสติปัญญาจะทำไ้ด้ค่ะ  ปกติจะสอดแทรกธรรมะ
    สอนเด็กควบคู่กับความรู้โดยเขาไม่รู้ตัวเสมอค่ะ
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะกับสิ่งดีๆๆๆที่มอบให้

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ คุณvass
  • ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจดี ๆ ที่มีให้ค่ะ