กราบเท้า  คุณลุงคุณป้าด้วยความเคารพรัก

              ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย   บรรยากาศยังคงคึกคักสอดรับกับเอกลักษณ์ของพี่ไทยที่รักสนุกสนานแถมยังชอบการเที่ยว  การเล่น  การพนัน และการเมา....กลายเป็นวัฏจักรขับเคลื่อนไม่มีวันหยุดเพราะผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างให้ดูทุกเมื่อเชื่อวันยากไถ่ถอนจริง ๆ ค่ะ

               สองวันมานี้มีข่าวหนุ่มคลั่งยาบ้าจี้รถเก๋งกลางกรุงเทพ ฯ  แทงตำรวจ  และยิงคนขับแท็กซี่ซึ่งเป็นพลเมืองดีเสียชีวิต  แถมยังจับแพทย์หญิงเป็นตัวประกัน  ตำรวจต้องวิสามัญฆาตกรรมทำให้คุณหมอพลอยได้รับบาดเจ็บถูกยิงไปด้วย   โชคดีที่ปลอดภัยพ้นขีดอันตรายแล้ว   ส่วนผู้ที่เสียชีวิตทั้งสองท่านใครจะรับผิดชอบ....ชีวิตช่างเป็นอนิจจังเสียจริง ๆ นะคะ เห็นกันเมื่อเช้าตอนบ่ายก็ตายเสียแล้ว   เห็นกันวันนี้พรุ่งนี้ก็ตายเสียแล้ว   คนที่อยู่ข้างหลังจะเสียใจปานใดเพราะพิษยาเสพติดจึงทำลายตนเองและสังคมโดยแท้นะคะ...ถ้าหนุ่ม  ธาดา อินทมาศ วัย ๓๗ ปี  มีศีลห้าคงไม่กล้าทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้  และคงไม่ด่วนจบชีวิตดังที่เป็นอยู่ http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=419&contentID=132944

                เล่าเรื่องหดหู่ให้คุณลุงฟังเดี๋ยวจะพลอยหดหู่ไปด้วยนะคะ  สื่อทุกวันนี้มีแต่เรื่องเลวร้ายอาจจะดีในเรื่องของการระวังตัว   แต่ฟังบ่อย ๆ จะค่อย ๆ ซึมซับและชินชากับความโหดเหี้ยมจิตใจหม่นหมองด้านชาโดยไม่รู้ตัว  เปิดเรื่องเพื่อโยงกับเรื่องที่ต้องการเล่าให้เห็นความจำเป็นโดยเร่งด่วนในการเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนทุกคนต้องรักษาศีลห้าเพื่อสันติสุขในสังคม

 พิธีต้อนรับเข้าสู่กิจกรรมบ้านเกื้อรัก อาจารย์แม่จะกอดสมาชิกทุกคนที่เข้าอบรมค่ะ

                 มาคุยเรื่องศีลห้ากันต่อนะคะ   เล่นเขียนทิ้งช่วงไปนานต่อไม่ติดเลยค่ะคุณลุง  ทำไมเรื่องดี ๆ มันเขียนยากเขียนเย็นจังเลยนะคะ ปัญหาก็คือทำอย่างไรที่จะเขียนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย   และเกิดประโยชน์คุณค่าต่อผู้อ่านเพื่อน้อมนำไปปฏิบัติได้นั้นสำคัญกว่านะคะ

                  คราวที่แล้วพูดเรื่องคน  ๓ ประเภท คือ ปุถุชน   กัลยาณชน  และอริยชน   วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องอริยชน  ๔  ระดับนะคะ  ระดับสูงคงไม่พูดถึงเราพูดถึงระดับต้นคือ  พระโสดาบันก็พอนะคะ   เพราะศีลห้าเป็นศีลของพระโสดาบัน  เป็นศีลของครอบครัว   เมื่อเอ่ยถึงพระโสดาบัน  คนทั่วไปคิดว่าคงเป็นเรื่องไกลตัวและยากเย็นเกินไปที่จะเข้าถึง แท้จริงหาเป็นเช่นนั้นเราทุกคนล้วนเป็นพระโสดาบันได้  ขอเพียงมุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ  

                 วันนี้ได้ฟังธรรมะจากพระอาจารย์คึกฤทธิ์  วัดนาป่าพง   http://www.youtube.com/watch?v=3SIry5d6-bk&feature=related  เรื่องธรรมจากพุทธวจนะ  ทำให้เกิดความเข้าใจเรื่องพระโสดาบันมากขึ้น  ท่านกล่าวว่าพระพุทธเจ้าสอนว่า  "ผู้ที่จะเป็นพระโสดาบันนั้นต้องรักษาศีลห้าข้อให้บริสุทธิ์และมีความตั้งมั่นอยู่ในพระรัตนตรัยโดยไม่หวั่นไหว"    ในที่นี้คือไม่เชื่อเรื่องหมอดูเรื่องดวงชะตา  หากแต่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม     คนที่เป็นพระโสดาบันเท่ากับปิดประตูอบายคืออย่างต่ำก็ได้เกิดมาเป็นคน     ไม่ต้องกลัวว่าจะไปเกิดเป็นเปรต อสุรกาย  สัตว์นรก  และสัตว์เดรัจฉานอีกต่อไปนะคะ.. เพราะตราบใดที่เรายังไม่สิ้นกิเลสและยังเวียนว่ายตายเกิดหากไม่สั่งสมบารมีธรรม   ก็ไม่แน่่ว่าจะต้องไปเกิดอยู่ในอบายภูมิอีกกี่อสงไขย กี่กัป  (กัปหนึ่งคิดง่าย ๆ เท่ากับโลกระเบิดหนึ่งครั้งอสงไขยเป็นปริมาณหรือจำนวนที่ไม่อาจคำนวณได้ มีอุปมาว่า เท่ากับฝนตกใหญ่อย่างมโหฬารทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลานานถึง 3 ปี ไม่ได้ขาดสายเลย จนกระทั่งน้ำฝนท่วมเต็มขอบจักรวาล ซึ่งมีระดับความสูง 84,000 โยชน์)   
          

                คุณลุงคะ     แท้จริงศีลห้า  คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาจารย์แม่ (ทันตแพทย์หญิงสีใบตอง  บุญประดับ)  สอนพวกเราให้เข้าใจถึงศีลห้าที่ทำให้รู้สึกตระหนกและเกิดความตระหนักในคุณค่า     เปลี่ยนแนวการสอนที่เพียงแต่บอกว่าห้าม ๆ  ๆ  แต่ไม่เคยชี้ทางสว่างให้กระทำ         เราลองมาศึกษาศีลห้าแนวอาจารย์แม่กันเลยนะคะ

ศีลห้าข้อมีอะไรบ้าง

                         ๑. เว้นจากการฆ่าสัตว์

                         ๒. เว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ด้วยอาการโจร

                         ๓. เว้นจากการประพฤติผิดในกาม

                         ๔. เว้นจากการกล่าวเท็จ
                        
                         ๕. เว้นจากการดื่มน้ำเมา  เล่นการพนันและอบายมุขทุกชนิด

ปรับพฤติกรรมอย่างไร

                   คนที่มีศีลห้าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นคนที่มีกาย วาจา  ใจที่สะอาด  ดังนี้ค่ะ

                       ๑. เมื่อเราไม่ฆ่าสัตว์  จะทำให้เราเป็นผู้ที่มีความสะอาดทั้ง กาย วาจา  ใจ

                       ๒. เมื่อเราไม่ถือเอาสิ่งของของผู้อื่น  เราจึงต้องขยัน ทั้ง กาย วาจา  ใจ  ทำมาหากินด้วยตนเอง

                       ๓. เมื่อเราเว้นจากมักมากในกาม  จะทำให้เราเป็นคนประหยัด    ทั้งกาย  วาจา  ใจ  ไม่ทำร้ายจิตใจของคู่ครองและบุตรหลานให้เจ็บปวด

                       ๔. เมื่อเราเว้นจากการกล่าวเท็จ  จะทำให้เราเป็นคน  ซื่อสัตย์น่าเชื่อถือ ทั้ง กาย  วาจา  ใจ

                       ๕. เืมื่อเราเว้นจากการดื่มน้ำเมา  จะทำให้เราเสียสละสิ่งไม่ดีออกจากกาย  วาจา  ใจ  และเสียสละสิ่งดี ๆ เพื่อผู้อื่น

                       ๖. เมื่อเรารักษาศีลห้าได้ครบ  จะทำให้เรามีความกตัญญูรู้ตอบแทนผู้มีพระคุณ  สังคม  ประเทศชาติ  ด้วย กาย  วาจา  ใจ

                    บทบาทสมมุติการผูกมัดตนเองด้วยความโลภ โกรธ  หลง

มรรค - ผล ของศีลห้า

                  เมื่อเราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากคนฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ มักมากในกาม  พูดเท็จ ขี้เหล้าเมายา  เราจะกลายเป็นคนใหม่ในพริบตาเลยนะคะ   คุณลุงและท่านผู้อ่านลองนึกภาพซีคะว่าคนที่รักษาศีลห้าบริสุทธิ์จะเกิดอานุภาพมากมายขนาดไหน

                      ๑. ทำให้เราไม่เบียดเบียนตนเอง  และผู้อื่น  ทุกชีวิตต่างรักตัวกลัวตาย  แล้วจะไปเบียดเบียนกันทำไมคะ

                      ๒. เมื่อเราขยันทำมาหากิน  เราจะร่ำรวยด้วยหลักบุญนิยม  ที่สำคัญสามารถช่วยผู้อื่นได้

                      ๓. เมื่อเราไม่นอกใจคู่ชีวิต  ครอบครัวและบุคคลใกล้ชิดต่างมีความสุข  อบอุ่น  เชื่อใจกัน

                      ๔. เมื่อเราไม่พูดเท็จ พูดคำหยาบ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ  เราจะกลายเป็นคนที่มีวาจาดีเป็นที่รัก  และศรัทธาของบุคคลทั่วไป  (ไม่เหมือนนางปากร้ายที่อยู่ในนิทาน)

                      ๕. เมื่อเราไม่ติดสิ่งเสพติด อบายมุขต่าง ๆ ไม่สูบบุหรี่ไม่ดื่มเหล้าไม่เสพยาบ้า  จะทำให้เราเป็นคนมีปัญญา ไม่เป็นโรคจิต โรคประสาท  แก้ปัญหาทุกอย่างได้   เป็นบุคคลที่คิดเป็น  ทำเป็น  พึ่งตนเอง  และเป็นที่พึ่งของบุคคลอื่นได้ด้วย

                   เห็นไหมคะคุณลุง  มรรค - ผลของศีลห้า  ยิ่งใหญ่เกินประมาณค่า "สามารถแก้ปัญหาตนเอง  ครอบครัว  ชุมชน  สังคมประเทศชาติ  และโลกได้ทุกปัญหา"

                    วันนี้คุยยาวแล้วนะคะ     เดี๋ยวคราวหน้าจะพูดเรื่องศีลห้ากับภาวะรักเหนือรัก  มันจะเป็นรักเหนือรักได้อย่างไร  ค่อยติดตามอ่านตอนต่อไปนะคะ

 

                                                              ด้วยความเคารพรัก
                                                                  หนูหน่อย

"คิดทำสิ่งใดควรทำเสียแต่วันนี้  เพราะพรุ่งนี้ก็สายเกิน"
                       (สุภาษิตจีน)

เอกสารประกอบ   คู่มือครูสอนศีล ๕  สัมมาทิฏฐิ (โสดาปัตติมรรค) หลักสูตร "ครอบครัวรักเหนือรัก"  บ้านเกื้อรัก  โดย     ทันตแพทย์หญิงสีใบตอง  บุญประดับ