กิจกรรมต้อนรับปีใหม่

 

  

  เราจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง ตั้ง 5-10 อย่าง มาสำรวจดูกัน      

หน้าตาอย่างนี้จะเริ่มพัฒนาแล้วคะ ก่อนอื่น ย่นอายุยิ้มๆๆ

    

 ชีวิตของคนเรา อยู่ๆจะมาบอกให้เปลี่ยนแปลง เพื่อการพัฒนาชีวิตนั้น อาจจะยากสักหน่อย เพราะคนเราเคยปฏิบัติอย่างไร ก็ปฏิบัติอย่างนั้นจนเคยตัว  จากนิสัยจนเป็นสันดอน จนเป็นสันดาน(ไม่ใช่คำไม่สุภาพนะคะ เป็คำไทยแท้ๆ ที่มีความหมายลึกซึ้งมาก)  และบางคนบางครั้งก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงเลยก็มี  เพราะอยู่อย่างนี้ ก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไร  จะมาหาเรื่องเปลี่ยนแปลงไปทำไม   อ้อ !  ถ้ามีเหตุผลเพื่อการพัฒนาตนเองต้องเปลี่ยน บ้างแล้วคะ ลองเปลี่ยนดู เผื่อบางทีชีวิตจะมีชีวาขึ้นอีก

ตลอดชีวิต ผู้เขียนก็มีความกระตือรือร้น ที่จะพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา  จะเห็นได้ว่า กำลังฝึกใช้คอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐานให้เป็น และก็ศึกษาปริญญาตรีจนจบ  ที่เห็นในรูป ก็คือเพื่อนนักศึกษาผู้สูงอายุ ที่มาเรียนระดับปริญญาตรีบริหารและการจัดการ สาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อจะมาพัฒนาท้องถิ่นตน ผู้ที่เรียน ก็มีผู้นำชุมชน กำนัน ผูใหญ่บ้าน สจ. อบต. สท.  ผู้นำสตรี

 นักศึกษาเริ่มออกฝึกดูกิจกรรมชาวบ้านที่ประสบผลสำเร็จ เพื่อมาพัฒนาต่อยอด

      พี่น้อง GTK ที่รักทุกท่านคะ  การเปลี่ยนแปลงตนเอง คงยากมากเพราะมันหยั่งรากฝังลึกลงไปแล้ว  แล้วยังต้องการที่จะไปเปลี่ยนคนอื่นยิ่งยากกว่า ฉะนั้นก่อนที่จะไปเปลี่ยนคนอื่น ก็ต้องเปลี่ยนแปลงตนเองให้ได้เสียก่อน แล้วค่อยไปเปลียนแปลงหรือพัฒนา คนอื่นต่อไป  จริงไหมคะ  

    

        ไปดูงานมาแล้ว  ก็นำมาบรรยาย ให้เพื่อนฝูงฟัง ไปเห็นเขาพัฒนาอย่างไร

              พี่น้อง GTK ที่รักทุกท่านคะ ข้อความข้างบนเป็นความคิดของผู้เขียนเองคะ และอาจจะมีบางคนก็คิดแบบเดียวกัน แต่เมื่อมีหัวข้อมาว่า “เราจะเปลี่ยนแปลงอะไร ประมาณว่า 5-10 อย่าง เพื่อการพัฒนาชีวิต ครอบครัว สังคม ชุมชน ให้มีความสุขได้   ตลอดปี 2553 " ต้องพิจารณาโจทย์ คิดแล้วคิดอีก จะจับเอาหัวข้ออะไรดีน้า  ....เพราะมีมากมายที่จะหยิบยกมาเขียน  คิด  คิด  

 

ออกกำลังกายพักผ่อน ตามอัธยาศัย

            ทำให้ผู้เขียนต้องมานั่งคิดและเริ่มสำรวจคะว่า ตนเองจะเปลี่ยนตนเองแบบไหนดี  จะเปลี่ยนไปทำไม  แล้วก็มาคิดอีก เมื่อคำว่า วัน  ยังมีวันใหม่ปีใหม่  แม้จะรู้ว่าเป็นเพียงวันสมมุติ ก็ตาม  แต่ชีวิตจริงจะไม่มีการสมมุติ แต่จะให้มีวันใหม่ ชีวิตใหม่ได้   จึงควรให้โอกาสตนเองใหม่ได้เพื่อการพัฒนาตนไม่ได้บ้างหรือ นั่นคือการให้โอกาสใหม่ของชีวิตได้เช่นกัน  ด้วยเหตุสมมุตินี้  วันปีใหม่เราจึงสมควรมาพัฒนาตนใหม่ได้ด้วย  การเป็นคนใหม่ คืออะไร  คำว่าคนใหม่ นั้นคือ ต้องเป็นคนใหม่ที่เปลี่ยนแปลง ให้ดีขึ้นกว่าเดิม พัฒนาขึ้นกว่าเดิมคะ  ทั้งบุคคลิกภาพ การงาน จิตใจ ดังนั้นตนเองจะต้องสำรวจตนเองเสียก่อนเพื่อพัฒนาตนเองให้ได้แล้ว ค่อยไปพัฒนาคนอื่น  ผลพลอยได้ก็คือการพัฒนาตนไปสู่คนรอบข้าง  ครอบครัว  ก็จะไปสู่สังคมสู่ชุมชน  สู่ประเทศชาติ  ต่างก็จะมีแต่ความสุขและสิ่งดีดี  เพราะทุกๆคน มีแต่การพัฒนากันใหม่  เพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ให้ตลอดปี  2553  ทั่วหน้า   ผู้เขียนขอเริ่มแสดงความคิดเห็น ดังต่อไปนี้คะ

  

 

เยี่ยมชาวบ้าน ตามสัมภาษณ์ วิสาหกิจชุมชนมานำเสนอ

 ใส่เสื้อม่อฮ่อม สีนำเงิน คือ อาจารย์ทรงจิต พูลลาภ

                                  

  ผู้เขียนคงทำคนเดียวเป็นตัวอย่างไปก่อน สิ่งดีดีมีความสุขและเปลี่ยนแปลงพัฒนาได้ในครอบครัวตนเองให้ได้ก่อนเหมือนกัน   ถ้าหากว่ามิตร โกทูโน  มีความคิดพัฒนาเหมือนครอบครัวผู้เขียน ครอบครัวคนอื่นๆกระจายออกไป เหมือนโยนหินลงน้ำ ให้มันกระจายออกไปเป็นวงกว้างลักษณะนั้น ก็คงจะทำให้ ชุมชน สังคมได้รับ การพัฒนาตน ถ้วนทั่ว ดีกันหมดทุกครอบครัว กระจายออกไป  ประเทศชาติก็คงจะมีความสุขมากขึ้น   เพราะจะมีแต่สิ่งดีๆต่อกัน    และมีอะไรบ้างหละ ที่จะมาชวนกันพัฒนา    ผู้เขียนเริ่มสำรวจสิ่ง ที่ควรจะพัฒนา มีอะไรบ้าง  เอาที่สำคัญที่สุดของความเป็นมนุษย์     มนุษย์มีอะไรบ้าง ที่ต้องทำการพัฒนา จากการสำรวจหลายๆข้อ โยงไปโยงมา จึงขอสรุปดังนี้

 

      

1.เกี่ยวกับสุขภาพผู้เขียนคิดว่า ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ  “อโรคพยาธิปรมาลาภา” คนเราจะมีเงินมากมายก่ายกองเท่าใดก็ตาม แต่ถ้าสุขภาพไม่ดี จะมีประโยชน์อื่นอันใด ฉะนั้นสิ่งแรกที่ผู้เขียนจะพัฒนาก่อนเป็นอันดับแรกก็คือการดูแลเกี่ยวกับสุขภาพ เพราะ แต่ก่อนไม่ได้สนใจ หรือให้ความสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพมากมายนัก ด้วยตนเองไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นคนสุขภาพแข็งแรงดี  แต่มาได้เห็นตัวอย่างบางคนมาแล้ว สุขภาพดีมาก ไม่เคยไปโรงพยาบาลเลย แต่ในที่สุด เขาก็จากไปด้วยโรคหัวใจ ล้มเหลว  ทำให้ผู้เขียนได้ตระหนักในเรื่องการดูแลสุขภาพ นั่นคือการนอน การพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์  งดอาหารที่ให้โทษ ไปตรวจร่างกายประจำปี ทุกปี  เมื่อทุกคนคิดได้อย่างผู้เขียน ก็จะไม่มีคนเจ็บป่วยมากนัก หมอพยาบาลในโรงพยาบาล ก็ไม่ต้องทำงานหนักเพราะคนป่วยมีไม่มาก  ประเทศชาติก็ไม่ต้องสูญเสียงบประมาณในการรักษา   เพราะคนป่วย ก็มีแต่ป่วยไม่หนัก และจำนวนไม่มาก  แม้แต่เศรษฐกิจก็จะดีไปด้วย เพราะคนร่างกายแข็งแรงมากกว่าคนเจ็บป่วย  ก็จะมีแต่คนทำงานกันเต็มที่ ไม่ลาป่วยกัน งานก็ไม่ค้างไม่เสีย  มีแต่การเจริญขึ้น พัฒนาขึ้น  เพราะทุกคนสุขภาพดี สมองย่อมดี  มีวิสัยทัศน์ ท่านผู้อ่านว่าอย่างไร คิด ถูกไหมคะ 

       คนเราเมื่อสุขภาพดี สามารถทำงานได้มาก การงานก็ต้องมีการพัฒนาขึ้น ตามลำดับ  ตำแหน่งการงานก็จะสูงขึ้น รายได้ก็จะมากขึ้น ความเป็นอยู่ก็ดีขึ้นเพราะค่าครองชีพเต็มเม็ดเต็มหน่วย  แต่ถ้ามีคนป่วย  อาจจะต้องเสียพลังงานบางคน จะต้องหยุดทำงานมาเฝ้าไข้  บางครั้งถึงกับลาออกจากงาน เพื่อต้องมาดูแลผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ 

  

  

ร่วมกันทำบุญกฐินถวายวัด พร้อมคณะอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิต

  

2.เกี่ยวกับจิตใจ   ผู้เขียนพยายามหัดฝึกความอดทนต่อความยากลำบากให้มากขึ้น มากขึ้น  ต้องต่อสู้และฟันฝ่า   ชีวิตคนเรา  กว่าจะรู้อะไร เข้าใจอะไร  ก็ผ่านครึ่งหนึ่งของชีวิตไปแล้ว  เพราะฉะนั้นชีวิตที่เหลือออยู่ ไม่รู้ว่าจะยาวนานไปอีก แค่ไหน  เท่าไหร่   เวลาที่มีอยู่ จึงสร้างคุณค่า ของเวลาที่เหลืออยู่ให้มากที่สุด  คงมีค่าในด้านจิตใจให้มาก  เพราะสุขภาพก็ไปตามวัยแล้ว ถ้าเปรียบเป็นเครื่องจักร ก็คงเสื่อมไปแล้ว ทำอะไรเหมือนเป็นหนุ่มสาวก็ไม่ได้มาก   จึงต้องหันมาดูแลใจกัน  ปลงให้มาก  ละโลภ โกรธ หลง  เพราะสิ่งเหล่านี้ ถ้ามีมาก จะบั่นทอน สุขภาพจิตใจของตนเอง  ผู้เขียนคิดว่า จะพยายามทำความดีให้มากที่สุด จะไม่โมโห หรือเคียดแค้น ขื่นขม  มีความเมตตากรุณา ต่อผู้อื่น  น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า  ทำอะไรที่ดีๆลงไปก็ไม่หวังสิ่งตอบแทน  พยายามใช้เวลาที่มีอยู่ ให้อยู่อย่างสบายอกสบายใจ   ไม่เคร่งเครียด และรู้จักหาวิธีคลายเครียด นั้นคือ ยิ้มหัวเราะเป็นประจำ  และจะ พยายามให้กำลังใจผู้อื่น และให้กำลังใจตนเอง  ซึ่งกำลังใจนี้ จะเป็นยาใจ เป็นกำลังที่จะทำให้ตนเองและคนอื่นมีพลัง  POWER ในการที่จะต่อสู้ชีวิตต่อไป รักและปรารถนาดีต่อคนอื่น  คนอื่นก็จะรักและปรารถนาดีกลับคืนเหมือนกัน ทำงานอะไร ก็จะมีเพื่อนมาช่วยสนับสนุนเกื้อหนุน  จะไม่อยู่ลำพังโดดเดี่ยว  ทำอะไรก็จะสำเร็จอย่างสวยงาม เพราะใครๆก็อยากช่วยเหลือ

 

 3.เกี่ยวกับอารมณ์    โชคดีที่ผู้เขียนเป็นคนอารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี ไม่มีหงุดหงิด แต่มีนิสัย ไม่รู้ว่าดีหรือเสีย   นั่นคือเป็นคนที่มีความพยายามเอาชนะจิตใจตนเองให้ได้  แข่งกับตนเองให้ได้   มีอารมณ์สุนทรี นั่นคือชอบเขียนบันทึกและแต่งกลอน โดยเฉพาะกลอนที่ให้กำลังใจคนอื่น และตนเอง ชอบมากๆๆๆๆ  ส่วนร้องเพลงไม่เก่ง แต่ก็ชอบฟัง แล้วก็คิดตามเพลง  ไม่เป็นคนเจ้าอารมณ์ ด่าใครไม่เป็น ว่าใครไม่เป็น  แต่มีบางครั้งการที่ไม่ว่าใครเลยที่ทำไม่ถูกใจ ก็กลายเป็นคนเก็บกดไม่แสดงออก  ยามโกรธมา ก็อยากทำอะไรที่รุนแรงลงไป เพื่อระบายอารมณ์  และที่สำคัญผู้เขียน ไม่ชอบมากเลย คนที่ไม่ซื่อสัตย์  ถ้ารู้ตาย   ฉะนั้น เกี่ยวกับอารมณ์ผู้เขียน คงต้องรู้จักอดกลั้นและให้อภัยกัน  ไม่กังวลในสิ่งที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น  และให้คิดเสียว่า  อะไรมันจะเกิด ก็ให้มันเกิดซะ  ช่างหัวมัน  เดี๋ยวอารมณ์จะดีเอง แล้วจะมีแต่ความสบายใจ เพราะไม่มีเรื่องเดือดร้อนใจ ถึงมีก็ไม่สน เพราะตนไม่ได้ก่อเรื่อง  ใครทำคนนั้นแก้ไป แก้ไม่ได้ถึงจะแนะนำ ใจดีสู้เสือคะ 

  

           เมื่อคราไปเยี่ยมบ้านครูทอ ห้วยเม็ก กาฬสินธุ์  

 4.เกี่ยวกับจิตวิญญาณ   ผู้เขียน มีความเชื่อเสมอว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว  กรรมคือผลจากการกระทำมีจริง  เชื่อบาปบุญคุณโทษ และกรรมติดจรวด  ฉะนั้นจะเห็นได้ว่า ผู้เขียนเป็นคนตรง ซื่อสัตย์  ชอบทำบุญทำทาน แต่ไม่เหนือบ่ากว่าแรง และต้องมีเจตนาตั้งใจทำบุญ  ไม่อวดอ้าง   ด้วยคิดอย่างนี้ผู้เขียนจึงต้องทำบุญทำทานให้มาก  ถ้ามีโอกาส  ถ้าทำแล้วสบายใจ  ช่วยเหลือคนที่อ่อนแอหรือด้อยกว่า อภัยให้ ผู้อื่น เพราะเขาไม่รู้ เขาจึงเป็นเช่นนั้น  และให้โอกาส เขา  เตือนสติ เขา นี่คือสิ่งที่ผู้เขียนจะทำต่อไป   

        และเมื่อผู้เขียนทำได้ ตามที่เขียน และมีคนจำนวนมากทำได้  เมื่อคนจำนวนมาก มี ศีลธรรม  ไม่เอารัดเอา ไม่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน  ประเทศชาติก็จะมีแต่ความสงบ เกื้อกูลกัน ช่วยเหลือเจือจุนกัน ไม่ใช่มือใครยาวสาวได้สาวเอา และไม่มีที่แก่งแย่งกัน รู้จักเอาจิตเอาใจเข้าข่ม  มีอะไรช่วยกัน ไม่เอาแต่หน้า   ไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน  ไม่ผักชีโรยหน้า  รู้หัวอกเขา หัวอกเรา  ทุกคนต้องรู้จักอดทนอดกลั้น หลังจากที่ผู้เขียน ก็ได้พยายามเป็นตัวอย่างอีกหนึ่งคนแล้ว  จะมีใครอีกไหม ที่ทำความดี เพราะเชื่อบาปบุญคุณโทษ  สิ่งที่ดีอยู่แล้วก็จงทำต่อไป อย่างสม่ำเสมอ   

5.เกี่ยวกับสังคมและสิ่งแวดล้อม   ในเรืองที่เกี่ยวกับสังคมนั้น   ผู้เขียนก็พยายามช่วยเหลือสังคม ในท้องถิ่นตนเอง อะไรที่พอสนับสนุนได้ ก็ให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  อาชีพของผู้เขียน ต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ดีอยู่แล้ว และปรารถนาดีต่อทุกคน  ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ให้กำลังใจสำหรับผู้ที่ท้อแท้  ดูแลผู้ที่อ่อนแอกว่า

 

ช่วยลดภาวะโลกร้อนโดยใช้สิ่งที่มีอยู่นำมาใช้เป็นปุ๋ยได้

 

นำกล่องนม ส่งไปทำโต๊ะเก้าอี้ รีไซเคิล ให้ผู้ยากไร้

 

     สำหรับสิ่งแวดล้อม  ผู้เขียนช่วยการลดภาวะโลกร้อน โดยถือตระกร้าไปซื้อกับข้าว เพื่อลดการใช้ถุงก๊อปแก็ป ของใส่ตระกร้าเลย  นำกล่องนม กล่องผลไม้ UHT มารีไซเคิล ในโครงการ จิตอาสา น้องครูโย่ง มาทำโต๊ะเก้าอี้ ให้แก่ผู้ยากไร้  พยายามไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่ นำเสื้อผ้าที่มีอยู่ของเก่ามาใช้อีกโดยการแก้ไขใหม่  ของอะไรพอใช้ได้ ก็พยายามใช้ให้คุ้ม แล้วจึงทิ้งไป หรือไม่ก็นำไปรีไซเคิลใหม่  แนะนำให้คนอื่นประหยัดพลังงาน และหาพลังงานทดแทน  และสำหรับสิ่งแวดล้อมรอบตัว  รอบบ้าน  รอบที่ทำงาน ผู้เขียนพยายามทำความสะอาด ให้น่าอยู่น่าดู  ไม่รกรุงรัง

  

สำนักงานที่บ้านก็จัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

                

  แม้การไปท่องเที่ยว ก็ไม่ไปเด็ดดอกไม้  หรือทำลายอะไร ชอบการท่องเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์  และชอบมากเลยดอกไม้สวยๆต่าง เพียงแต่ว่าไม่มีที่ปลูก แต่อยากสนับสนุนให้ทุกๆคนปลูกต้นไม้ ดอกไม้ ปลูกพืชผักสวนครัว รั้วกินได้ เพื่อลดภาวะโลกร้อน เพราะการปลูกต้นไม้มากๆ ช่วยกัน  อย่างน้อยพืชผักก็สามารถนำมาเป็นอาหารได้

 

พี่น้อง GTK ที่รักทุกท่านคะ โจทย์ที่ว่า “คุณจะเปลี่ยนแปลงอะไร 5-10 อย่าง เพื่อพัฒนาชีวิต ครอบครัว สังคม หรือชุมชน  ให้มีความสุขตลอดปี 2553 

 

      ที่ผู้เขียนกล่าวมาทั้งหมด  คงจะพัฒนาตนให้ได้เสียก่อนเพื่อจะได้พบแต่ความสุข ในวันปีใหม่ ตั้งต้นใหม่   แล้วถึงจะนำไปพัฒนาคนอื่น สิ่งเดียวที่ทำได้ในขณะนี้ก็คือ ทำตนเองเป็นตัวอย่าง  และเป็นผู้นำที่ดี  และประชาสัมพันธ์ ให้ชาวบ้านได้รับรู้  ผลที่ได้จากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้  จะเกิดอะไรขึ้นแก่ตนและครอบครัวบ้าง  ผู้เขียนจัดรายการวิทยุชุมชนอยู่ทุกวัน นำมาพูดอยู่แล้ว ข้อคิดเตือนใจ ให้โอกาสกัน คิดว่า คงจะมีผู้ฟังบางท่านนำไปคิดพิจารณาสำรวจตนเองและแก้ไข ในสิ่งที่พอจะทำได้ หวังแค่ชุมชนตนเอง มีการเปลี่ยนแปลง ไปในทางที่ดี ทางที่ถูกต้อง  มีศีลธรรม จรรยาบรรณ มโนธรรม ตระหนักรู้ ในบางข้อที่ผู้เขียนได้กล่าว สอดแทรกในแต่ละวันได้ก็ดีแล้วคะ