เรื่องเล่าเร้าพลัง
หญ้าเขียวในดินแล้ง
ธัมโม หเว รักขะติ ธัมมะจาริง ธรรมแลย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
ปีการศึกษา พ.ศ.2543- 2549 โรงเรียนกู่แก้ววิทยา จังหวัดอุดรธานี ประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรในหมวดวิชาสังคมศึกษามาเป็นเวลานับ 7 ปี การจัดการเรียนการสอนต้องวางแผนให้สอดคล้องกับบุคลากรและท้องถิ่นทำให้การเรียนการสอนตามหลักสูตรและกิจกรรมเสริมหลักสูตรต้องชะลอตัวลงพอสมควร
อาจารย์สัมฤทธิ์ วงศ์หาจักร ได้ย้ายจากกลุ่มสาระการงานอาชีพเข้ามาช่วยเหลือการเรียนการสอนด้วยสภาพที่ไม่มีความรู้ด้านสังคมศึกษาเลย ข้าพเจ้ามีความหนักใจในการที่นิเทศและให้ความรู้ มีอคติว่าเขาคงจะเป็นครูสังคมศึกษาที่ดีได้ยาก จึงไม่ยอมให้เขาได้สอนในวิชาที่คิดว่ายาก เช่นวิชาภูมิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หรือ พุทธศาสนา ทดลองให้สอนในระดับชั้น ม.๑ ก่อน นอกจากนี้ความที่อาจารย์เป็นคนซื่อและเถรตรงมักจะปล่อยไก่ให้เด็กได้หัวเราะเสมอ จนแม้แต่ข้าพเจ้าเองก็อดหัวเราะในคำพูดและการกระทำของอาจารย์สัมฤทธิ์อยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน หนุ่มโสดวัย 40 ปี ที่ชอบงานเกษตร งานช่างและไก่ชน กลับพลิกตัวมาสอน ประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และวิชาที่ต้องอ่านหนังสืออย่างมาก จะทำได้อย่างไร เป็นการบ้านที่ต้องคิด และพัฒนา
แต่แววตาที่มุ่งมั่นและความตั้งใจของอาจารย์สัมฤทธิ์ ทำให้ข้าพเจ้าต้องหยิบหนังสือคู่มือ กับหลักสูตรให้เขา และพูดกับเขาว่า นักประวัติศาสตร์และนักสังคมศึกษาในโลกนี้ มีหลายคนที่ไม่ได้จบมาทางนี้เลย และยกย่องให้กำลังใจ ว่า ไม่เกิน 2 ปีเขาก็จะเป็นครูสังคมศึกษาที่ดีคนหนึ่ง
ข้าพเจ้ามักสังเกตการณ์สอนของเขาบ่อย ๆ และคอยแนะนำสื่อ ตลอดจนแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจแผนที่ ความรู้เบื้องต้นทางภูมิศาสตร์ และผู้บริหารได้เปิดโอกาสส่งเขาไปพัฒนาตนเองบ่อยครั้ง ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น แต่ไม่วายปล่อยไก่ให้เด็กได้หัวเราะบ่อย ๆเพราะชอบพูดผิดหน้าเสาธง ด้วยความเขินและตื่นสนาม แม้แต่เพื่อนครูเองก็แอบหัวเราะ เป็นความฮา ที่ไร้เดียงสาพอสมควร
เมื่อโรงเรียนมีกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระ ข้าพเจ้าผู้มีหุ่นที่มาตรฐานช้างน้อย ไม่อาจจะนั่งคุกเข่าสวดมนต์ได้ ก็มอบหมายให้อาจารย์สัมฤทธิ์ วงศ์หาจักรทำหน้าที่แทน ซึ่งด้วยความประหม่าและไม่รู้จังหวะ ทำให้สวดผิดและเสียจังหวะ จนได้หัวเราะหึ ๆ กันบ่อยครั้ง ข้าพเจ้าก็ปลอบใจว่า” คนทำแล้วผิดนะดีกว่าพวกไม่ทำแล้วว่าให้คนอื่นนะท่าน” เขาก็ยิ้มฟันขาวอย่างพอใจ
การได้อบรมพัฒนาบ่อยครั้งทำให้ในสามปีต่อมาวิธีการสอนของเขาพัฒนาดีขึ้นอย่างเด่นชัด ด้วยหลักอิทธิบาท 4 ที่มีอยู่ในจิตใจ เสียงหัวเราะที่เคยมีในตัวอาจารย์เริ่มซาไป นอกจากนี้อาจารย์สัมฤทธิ์ ได้มีโอกาส ไปปฏิบัติธรรมที่วัดภูย่าอู่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เดินจงกรม นั่งสมาธิ และสวดมนต์ เขาเล่นไก่ตี กินเหล้าน้อยลง และนำความรู้ที่ได้รับมาสอนนักเรียนเดินจงกรม นั่งสมาธิ จัดทำหนังสือคู่มือสวดมนต์ ให้นักเรียน และได้ตกลงกับข้าพเจ้าว่า ในระดับ ม.ต้นนั้น จะเน้นสวดมนต์ ทุกชั้นเรียน เด็กนักเรียนในระดับชั้นม.ต้น ปีการศึกษา 2548 สามารถสวดมนต์ได้โดยไม่ต้องเปิดตำราข้าพเจ้าพูดกับเขาว่า” ท่านจบปริญญาตรีสังคมศึกษาแล้วนะ” เขาหัวเราะแล้วยิ้มฟันขาวเช่นเดิมเมื่อมีการส่งนักเรียนประกวดสวดมนต์ทำนองสรภัญญะที่จังหวัดอุดรธานี ท่านรองผู้อำนวยการโรงเรียน ได้มากระตุ้นให้ส่งนักเรียนเข้าประกวด กลุ่มสาระสังคมศึกษาฯจึงได้ส่ง นักเรียนเข้าร่วมแข่งขัน ข้าพเจ้าจึงมอบหมายให้อาจารย์สัมฤทธิ์ คัดเลือกนักเรียนที่เขาเห็นว่าเสียงดีเข้าร่วมประกวด ซึ่งตัวข้าพเจ้าเองก็ไม่มั่นใจและคิดว่าคงสู้โรงเรียนอื่นไม่ได้ ตัวแทนนักเรียนทั้ง 5 คนที่อาจารย์สัมฤทธิ์เลือกมา ทำให้ข้าพเจ้าชะงัก เพราะดูบุคลิกดีเสียงดีแค่สองคน นอกนั้น ท่าทางแข็ง ๆ บ้าง มารยาทไม่ได้บ้าง แต่งตัวไม่สะอาดบ้าง แต่เด็กเหล่านี้มีเหมือนกันอย่างหนึ่ง คือ ตั้งใจ และเป็นนักสู้เหมือน ครูที่เลือกเขามาเท่านั้น นักเรียนขยันซ้อมตอนบ่ายของทุกวัน ข้าพเจ้า จึงเข้าไปช่วยดัดท่าทาง แนะนำการแต่งกายในบางครั้ง และนั่งฟัง ยามใดเสียงเพี้ยนก็ตักเตือน
บอกเด็กว่า “การทำความดี ต้องใช้เวลาและยาก นักเรียนต้องตั้งใจอดทนจึงจะได้ดี” อาจารย์สัมฤทธิ์ เองนั้นพยายามหาสื่อ คู่มือ มาให้นักเรียนอ่านและฟังฝึกซ้อมอย่างมุ่งมั่น ข้าพเจ้าฟังเสียงแล้วรู้สึกไม่มั่นใจและไม่เชื่อว่าจะได้รับรางวัลใด ๆ
ถึงวันแข่งขันข้าพเจ้าไปส่งที่หน้าโรงเรียน อวยพรและให้กำลังใจนักเรียน มี น.ส.แววประกาย สลับแก้ว ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มที่เสียงดี และตั้งใจสูง น.ส.มยุรี ผิวดำ ตัวอ้วนเล็กที่มักสวดมนต์เสียงไม่พร้อมเพื่อนต้องตักเตือนบ่อยครั้ง น.ส.เพียงตะวัน บุญซ้อน ที่ตัวเล็กบาง มีเสียงใช้ได้ อดทนใจสู้ผิดร่างกาย น.ส.วราภรณ์ ซึ่งหล้า ที่กราบพระไม่เคยถูกสักที น.ส.ปิยดา พันพินิจ ซึ่งมีกริยาคล้ายลิงมากกว่าคนถือศีล แต่เวลาทำงานเชื่องช้ากว่าเล่นหลายเท่าตัว ข้าพเจ้าสังเกตได้ว่า ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ฝึกมานั้น การแต่งกาย มารยาท น้ำเสียงของพวกเขาเปลี่ยนไปจนเขาเองไม่รู้หรอกว่าครูได้เห็นอะไร ในตัวเขาที่เปลี่ยนไปบ้าง ข้าพเจ้าแอบปลื้มใจ กับความสำเร็จเล็ก ๆนี้
ในวันแข่งขัน ข้าพเจ้าได้โทรศัพท์ไปสอบถามสถานการณ์การแข่งขันที่ โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์และได้ทราบข่าวดีว่า นักเรียนได้รับรางวัลอันดับ 3 และได้รับโล่ห์รางวัลจากสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รู้สึกปลาบปลื้มและตื่นเต้นยิ่งนัก ไม่นึกไม่ฝันว่า คนที่เคยสวดมนต์ไม่ถูกอย่างอาจารย์สัมฤทธิ์ จะสามารถฝึกเด็กนักเรียนจนได้รับรางวัลได้ระดับจังหวัดและครูในโรงเรียนเองต่างก็พลิกล็อค ไปตาม ๆ กันที่เด็กนักเรียนที่เคยแก่นแก้ว ชอบเล่นชอบหัวจะทำได้ขนาดนี้
วันรับโล่ห์รางวัลข้าพเจ้าได้ไปเป็นเกียรติและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับอาจารย์สัมฤทธิ์ วงศ์หาจักรเขารู้สึกปลาบปลื้มและเป็นรางวัลสูงสุดในชีวิตที่เคยได้รับมาและแสดงยินดีกับ น.ส.แววประกาย สลับแก้วและคณะ ที่สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนกู่แก้ววิทยา
สิ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจและรู้สึกเป็นกำลังใจที่จะทำงานต่อไป ก็คือ แม้จะขาดแคลนขัดสนกำลังคน กำลังทรัพย์และแหล่งเรียนรู้ การตั้งใจทำความดี ในที่สุดก็จะนำมาซึ่งความสำเร็จในที่สุด นักเรียนของข้าพเจ้ามาจากดินแต่ใจของเขาช่างสะอาดสดใสแข็งแกร่งยิ่งกว่าเพชร ขอเพียงครูมุ่งมั่นและจริงใจ จะมีอุปสรรคใดขวางความตั้งใจนั้นได้
ในปีการศึกษา ต่อมา เราจึงมีกำลังใจที่จะขยายผลการสวดมนต์ไหว้พระ ทุกวันศุกร์ในโรงเรียนจัดแข่งขันสวดมนต์สรภัญญะในโรงเรียน ตลอดปีการศึกษา 2549 ผลค่า NT กลุ่มสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ม.3 โรงเรียนกู่แก้ววิทยา เป็นอันดับ 1 ของกลุ่มกู่แก้วและเป็นอันดับ 4 ของเขตพื้นที่การศึกษา อุดรธานี เขต 3 ท่ามกลางความขาดแคลนครูและบุคลากร ข้าพเจ้าปลาบปลื้มใจและมีความสุขที่สุด
สำหรับอาจารย์สัมฤทธิ์หรือครูสัมฤทธิ์ ปีการศึกษา 2549 ได้รับคัดเลือกเป็นครูดีเด่นกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของ กลุ่มกู่แก้ว และ เขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 3 เขาหายจากโรคเครียดที่รุมเร้ามานาน มีความสุข เหมือนฟ้ามีตา ต้นปี พ.ศ. 2550 เขาก็ได้พบเนื้อคู่ที่สวยอย่างน่าอิจฉา
ความสำเร็จเล็ก ๆ นี้ทำให้ข้าพเจ้ามีความมั่นใจและตั้งใจทำงานมากขึ้น มีพลังที่จะก้าวไปข้างหน้า เพราะเชื่อมั่นว่าการตั้งใจทำดีนั้นแม้ลำบากและเหน็ดเหนื่อย ผลที่ได้นั้นคุ้มค่าและน่าภาคภูมิใจ
ธรรมเครื่องให้ก้าวหน้า 7
บุคคลในตำแหน่งต่าง ๆ ย่อมหวังความเจริญก้าวหน้าได้รับการเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นพระพุทธองค์ทรงตรัสธรรมเครื่องเจริญยศ (ความก้าวหน้า) ไว้ 7 ประการ คือ
1. อุฎฐานะ หมั่นขยัน อดทนต่อการงาน
2. สติ มีความเฉลียว ฉลาดเรียนรู้ ใฝ่ศึกษา
3. สุจิกัมมะ การงานสะอาด ละเอียด
4. สัญญตะ ระวังดี ฝึกฝน ตั้งใจ
5. นิสัมมการี ใคร่ครวญพิจารณาแล้วจึงทำ
6. ธัมมชีวี เลี้ยงชีพโดยธรรม หลีกเลี่ยงอบายมุข
7. อัปปมัตตะ ไม่ประมาท เตรียมพร้อม เรียนรู้อยู่เสมอ
สวัสดีครับท่านอาจารย์
สำหรับหนู.อาจารย์คงจะรู้จักดีในนาม ติ๋วนะค่ะ....อ่านเรื่องราวไปก็คิดถึงภาพวันวานนะค่ะ......คิดถึงอาจารย์ทุกคน
สำหรับเรื่องที่อาจารย์เล่ามา...ก็น่าขำจริงๆๆค่ะ.....และเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อจิงๆเหมือนกันค่ะ
อ่านจบแล้วได้ข้อคิดเยอะเลยค่ะ
ขอบคุณมากนะค่ะ
ด้วยความเคารพ
...ศุภาวรรณ......