นับเป็นโอกาสดีอีกครั้งที่ได้กลับไปเยือนเมืองขอนแก่น  ที่เคยอยู่มาก่อน รวมทั้งกาฬสินธุ์และอุดรธานีก็ถือว่าคุ้นเคย  บรรยากาศบางอย่างก็ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ยังจำถนนหนทางบางแห่งได้  ส่วนความเจริญด้านวัตถุนั้นไม่ต้องพูดถึง  เพราะมีความรุดหน้าไปทั่วทุกแห่งหน  ไม่เฉพาะแต่ที่นี่

        บึงแก่นนคร  มีร้านอาหารอิสานที่อร่อยแทบทุกร้าน  แต่ละร้านรักษาวัฒนธรรมส้มตำไว้อย่างเหนียวแน่น  พวกเราไม่มีใครปฏิเสธไม่ว่ามื้อไหน ๆ ขอส้มตำมาก่อนอื่น  รสชาตินั้นหากสั่งว่าไม่เผ็ดเห็นทีจะผิดหวัง  ต้องหันปากไปยังพัดลมที่อยู่ใกล้ ๆ ต้องสั่งว่าไม่ใส่พริก  เพราะพริกติดอยู่ในครกก่อน ๆ แล้ว หรือใส่พริก ๑ เม็ด  ย้ำอย่าตำพริกแหลกอีกต่างหาก 

        ความตั้งใจจะต้องนอนค้างที่บ้านคุณลดา  แต่ระหว่างนั้นได้ติดต่อกับคุณสุทางโทรศัพท์ด้วย  จึงตัดสินใจแบ่งภาคบ้านละ ๑ คืน  ในที่สุดถือว่าถูกชิงตัว  ยอมให้คุณสุหอบหิ้วไปตามที่อยากจะไป  จะไปที่ไหนนั้นไม่ขัดอยู่แล้ว  ขออย่างเดียวเพียงแต่ขอให้พาไปทานส้มตำที่บึงแก่นนคร  รวมแล้วได้ทานอาหารที่นั่นถึง ๓ มื้อ 

       พยายามย้อนอดีตให้กับตัวเอง  ระลึกถึงพระคุณของเมืองขอนแก่นที่ทำให้มีชีวิตรอดมาได้เกือบ ๑๐ ปีที่ได้มาอยู่  แม้ว่าจะกลับมาเยือนเพียงครั้งคราว  แต่เจตนารมย์ของการไปแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน  ความรู้สึกที่ได้รับจึงแตกต่างกันไป 

       ผ่านอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านชาวเมืองในการทำมาหากิน  เกือบเย็นมากแล้วชาวบ้านมีสิ่งของมาวางขายในตลาด  ไม่ได้ลงไปชมใกล้ ๆ ได้แต่ถ่ายภาพจากบนรถ  เพราะรีบไปอำเภอยางตลาด  สองฝั่งถนนของอำเภอกระนวนจะเห็นป้ายต่อต้านรณรงค์ความไม่ต้องการห้างโลตัส

          จากอำเภอกระนวน  จังหวัดขอนแก่น ไปอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์  ยังมีธรรมชาติที่หลงเหลืออยู่มาก  ชาวบ้านกำลังกลับจากการทำไร่ทำนา  ปัจจุบันเจ้าของนาต้องอำนวยความสะดวกไปรับและส่งคนงานถึงบ้าน  ที่กาฬสินธุ์ได้รับการต้อนรับจากคุณครูท.ณเมืองกาฬและคุณครูอ้วน

       จากอำเภอกระนวน  จังหวัดขอนแก่น ไปจังหวัดอุดรธานี ได้พบกับวิถีชีวิตการต่อสู้ของชาวบ้านหลากหลายรูปแบบ  สองฝั่งถนนมิตรภาพ  ก่อนจะถึงอุดรธานีมีร้านค้าขายข้าวหลามเรียงราย  แต่ละร้านรอคอยเรียกลูกค้า  บางคนถึงกับร่ายรำท่าทางต่าง ๆ เพื่อเรียกความสนใจ

           ก่อนเดินทางกลับคุณสุ  ได้พาไปชมการแสดงของงูจงอาง  ที่นับว่าเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านโคกสง่า  เป็นการนำงูจงอาง งูเหลือมและงูเห่ามาแสดง  ไม่เรียกค่าแสดง  แต่ควรให้เพื่อบริจาคตามความสมัครใจ  ภายหลังที่มีการแสดงจบลง 

          หากจะนำงูมากอดมาคล้องคอก็ได้  ถ้ามีการบันทึกภาพด้วยกล้องโพราลอยด์  ก็จ่ายค่าภาพอีก ๑๐๐  บาทให้กับเจ้าของงู  นักแสดง  งูที่ถูกผู้ชมนำมาอุ้มหรือนำมาคล้องคอเล่น  ดูท่าทางอ่อนเปลี้ยเพลียแรงมาก ๆ

           ด้านหลังเวทีการแสดงของงู   มีกรงสำหรับขังงูไว้มากมาย  แต่ละตัวขนาดใหญ่ราคาตั้งแต่ ๘๐๐๐  - ๒๕๐๐๐  บาท  บางตัวก็นอนลอกคราบดูหมดเรี่ยวหมดแรงเหมือนคนเจ็บป่วย  บางตัวก็นอนนิ่งเหมือนหมดอาลัยตายอยาก  บางตัวก็พยายามอย่างยิ่งที่จะออกไปนอกกรงให้ได้  เห็นแล้วน่าสงสาร

          ครั้งนี้ได้พบกับคุณลดาเป็นคนแรก  ต่อมาเป็นคุณสุ  คุณตุ๊  คุณธำรง  และคุณกระติก  นอกจากนั้นเคยเจอกันมาก่อนแล้วคือคุณ๊แก้ว  คุณไก่กัญญา  รวมทั้งคุณเกษตรปรีดาและครอบครัว  ภายในงานได้พบกับอาจารย์ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ 

        ขอขอบพระคุณในน้ำใจไมตรีของทุกท่าน  ทุกอย่างจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป