บันทึกการเดินทาง >>>

จริงๆแล้ว ผมมุ่งมายังป่าด้านตะวันตกที่กาญจนบุรี เพราะมีเรื่องท้าทายในใจที่วางแผนไว้นานแล้ว จากคำบอกเล่าของเพื่อนที่บอกว่า แถบกาญจนบุรี มีชุมชนโบราณที่มีหลักฐานเป็นเครื่องปั้นดินเผา ลูกปัดโบราณรวมถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์  อีกทั้งมีถ้ำอยู่มากมายตามเชิงเขา

ผมแบกเป้มาโดยลำพัง ท่ามกลางอากาศร้อนของสงกรานต์  การเดินทางคนเดียวในยามว่างเป็นการเดินทางที่ผมโปรดปรานเสมอ รู้สึกได้ถึงความเป็นอิสระในทุกย่างก้าว ไม่ว่าจะอยู่หรือจะไป หากมีโอกาสผมมักจะหาช่วงเวลาเช่นนี้ แต่ก็ไม่บ่อยนัก

ฟ้าใส สวย แดดแรงที่กาญจนบุรี


แบกเป้กระชับบ่า เดินด้วยเท้าไปยังที่พักใช้เวลาค่อนวันสำหรับการเดินทางจากกรุงเทพฯ  ผมมาถึงที่หมายโดยปลอดภัยแล้ว คืนนี้ผมได้นอนนับดาวกลางป่ากาญจนบุรีสมใจ อากาศในป่าแตกต่างจากในเมืองกาญจณ์ เป็นอย่างมาก ยิ่งผมเดินทางเข้าใกล้เขาลูกใหญ่นั่นเพียงใด ผมก็สัมผัสได้ถึงพลังและความฉ่ำเย็น ที่ผมคุ้นชิน

เรื่องเล่าก่อนนอน 

เพื่อนเล่าให้ฟังถึงชุมชนโบราณที่นี่ มีการขุดค้นพบขวานโบราณ ถ้วยโถโอชาม ลูกปัดโบราณ ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้อื่น เรื่องเล่าถึงประวัติศาสตร์การสู้รบของบรรพบุรุษในอดีต บนพื้นที่ที่ผมกำลังนั่งฟังเรื่องเล่าจากเขาอย่างจดจ่อที่นี่ 

ผมเกือบลืมบอกว่าที่ผมตัดสินใจเดินทางมาที่นี่ส่วนหนึ่งคือ มาดูพื้นที่ที่จะปลูกสมุนไพรของเพื่อน ที่มีความคิดจะทำแหล่งเรียนรู้สมุนไพรที่หายากไว้ที่เดียว เพื่อการรักษา บำบัดโรค และไว้ให้เยาวชนได้สืบสาน เป็นความคิดที่ดีผมเองก็สนับสนุนเต็มที่ ครั้งหนึ่งผมเคยทำวิทยานิพนธ์บนดอยสูงพบเห็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของชาวไทยภูเขาเผ่าลีซูที่แม่ฮ่องสอน  ผมเคยตามหมอสมุนไพรไปเก็บสมุนไพรในป่า ตื่นตาตื่นใจและเรียนรู้ว่าต้นไม้ใบหญ้าแทบทุกชนิดในป่า คือสมนุนไพรที่บำบัดอาการเจ็บป่วยได้เกือบทั้งหมด

สมุนไพรที่พบในพื้นที่แถบนี้ (ตัวอย่าง)

ที่ “หุบกระเพรา...”

  

 

สายๆวันนี้ผมมายืนที่หุบกระเพรา ทำไมถึงเรียกว่าหุบกระเพรา เพราะที่นี่อุดมไปด้วยกระเพราป่าทั่วหุบเขา ดูแปลกตาดี ผมลองเอามือขยี้ใบดมดู ฉุนหอมกว่ากระเพราะบ้านนิดหน่อย และคนพื้นที่บอกว่าสามารถใช้ประกอบอาหารได้เหมือนกัน ผมสังเกตว่า พืชพันธุ์บริเวณนี้ มีสมุนไพรหายากหลายตัวด้วยกัน บางชนิดไม่รู้จัก บางชนิด นึกชื่อไม่ออก ได้แต่ถ่ายรูปเก็บไว้ดูก่อน ค่อยค้นหาข้อมูลทีหลัง

 

บันใดลิง สรรพคุณ แก้ปวดฟัน ใช้เถาทุบให้แหลกใช้อม และประคบบริเวณปวด

ผลของมะลิป่า ยาบำรุงหัวใจ

ดอกของมะลิป่า

 ว่านเปราะ เป็นยาเย็น แก้ร้อนใน กระหายน้ำ

หญ้าที่อยู่รอบๆว่านคือ หญ้าร้องไห้ ใช้ตากแห้งชงเป็นชา แก้ปวดหลัง ปวดบั้นเอว
 
 
ดองดึง สมุนไพรหายากอีกตัวที่พบได้ในแถบนี้
สลัดได เป็นส่วนผสม ยาฆ่าแมลง
บัวภูเขา สรรพคุณบำรุงหัวใจ เป็นยาเย็น

 

 
ครอบจักรวาล เป็นยากษัย บำรุงม้าม ตับ ไต

 

คนนำทางผมบอกว่า พื้นดินที่ผมเดินอยู่เป็นชุมชนของคนโบราณ  แถบนี้ทั้งหมดมีเครื่องมือเครื่องใช้ ถ้วยชามเก่าๆ รวมถึง หอก ดาบ ฝังอยู่ ลูกปัดโบราณและที่ขุดพบก็ส่วนหนึ่ง คนนำทางเล่าถึงประวัติศาสตร์ “ขุนดำ” ในสงครามเก้าทัพ เมืองกาญจนบุรี (ที่ผมฟังเรื่องเล่าแล้วยังไม่สามารถปะติดปะต่อได้)  

ประวัติศาสตร์ที่เล่าขานต้องหาข้อมูลอ้างอิงให้เด่นชัด

Dscf5616

 ถ้วยชามที่พบ

 Dscf5618

ผมใช้เวลาส่วนหนึ่งในการตระเวณถ่ายรูปพันธุ์สมุนไพร พักเหนื่อยตามโคนต้นไม้ไปเรื่อยๆ ลองถ่ายภาพมาให้สมาชิก Gotoknow ชมบ้าง

ที่น่าตื่นเต้นอีกเรื่องก็คือ พบเจอถ้วยขนาดกลาง ฝังจมดินอยู่ เป็นถ้วยชามโบราณ แต่คาดว่าน่าจะอายุไม่มาก ผมขุดขึ้นมาเพื่อที่จะถ่ายรูปให้เห็นในรายละเอียด ดูจากเนื้อดิน และลาย ไม่แน่ใจว่าถ้วยชามที่พบจะมีอายุเท่าใด ...ถ่ายรูปเสร็จผมนำถ้วยใบนั้นไปไว้ใต้โคนไม้ คนนำทางของผมบอกว่า หากเราขุดลงไปตรงนี้ เราก็จะเจอ หอกดาบ และเครื่องมือเครื่องใช้โบราณอีกมาก ...น่าตื่นเต้นดีนะครับ นี่หละคือเสน่ห์ของการผจญภัย ๓๖๐ องศา ของผม

จากนี้ผมมีทริปตะลุยถ้ำแถบนี้ ...แต่ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าการเข้าถ้ำคือ ผมใช้พาหนะเดินทางที่ถูกจัดไว้ให้ มัดไว้ตรงต้นไม้ใหญ่ไกลจากที่ผมเดินอยู่  ผมต้อง"ขี่ม้า" ลัดเลาะป่าไปครับ พร้อมกับคนนำทางอีกกลุ่มหนึ่ง ประมาณ ๕ – ๖ คน   เรื่องราวที่จะเล่าต่อไปจากบันทึกนี้ เป็นประสบการณ์ที่ผมจำไม่ลืมเลยทีเดียว

ติดตามบันทึกการผจญภัยของผมต่อนะครับ

 


 

 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

๑๘ เมย.๕๒

กาญจนบุรี

 

บันทึกต่อไป >>>