ดังนั้นก่อนที่จะทำงาน หรือระหว่างการทำงานเราจึงต้องมีการขับเคียวทีมน้องๆให้เข้าใจคนถาม.. เห็นใจในทุกคำถาม.. วางใจในการทำหน้าที่ของเรา..

ในที่ทำงานของแม่ต้อยนั้น จะมีบุคลากรหลายๆประเภท มาร่วมกันทำงานเพื่อให้เป้าหมายขององค์กรบรรลุล่วงไปได้ด้วยดี

       การทำงานกับโรงพยาบาลทั้งประเทศนั้นไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ง่ายนัก ด้วยโรงพยาบาลแต่ละแห่งต่างก็มีเป้าหมาย ความรับผิดชอบที่แตกต่างกันออกไป มีกลุ่มประชากรที่ต้องรับผิดชอบแตกต่างกัน รวมทั้งมีลักษณะเฉพาะ หรือความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย

 

       ดังนั้นคนที่จะเข้าไปทำงาน หรือที่เรามักจะเรียกว่าไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับโรงพยาบาลนั้นจะต้องมีการเตรียมตัว มีความเข้าใจในตัวมาตรฐาน ตลอดจนมีความเข้าใจในลักษณะ และเป้าหมายของโรงพยาบาล ก่อนการเข้าเยี่ยมด้วย

 

       หลายๆครั้งหลายๆครา น้องๆที่เป็นผู้เยี่ยมโรงพยาบาล ก็ต้องอดทนกับความไม่เข้าใจของผู้ที่ทำงานในโรงพยาบาลบ้าง อันเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากเห็นว่าการเข้าไปเยี่ยม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดในการพัฒนาคุณภาพนั้นเป็นการเข้าไปจับผิด บ้าง หรือทำให้เกิดความเครียดบ้าง

 

       ที่ปรึกษาของ พรพ.จึงเป็นคนที่ต้องอดทน อดกลั้น และสู้งาน เพราะว่าการทำงานต้องเดินทางตลอดเวลา เดินทางจนจำไม่ได้ว่า วันนี้อยู่ที่ไหนก็มี

 

       มีน้องที่ปรึกษาที่เป็นผู้ชายคนหนึ่งมาเล่าให้แม่ต้อยฟังอย่างขำๆว่า

 

ผมเดินทางตลอดเลยครับ จนลูกที่บ้าน..ชินชาเสียแล้ว..

 

วันหนึ่ง ผม เข้าบ้านไปพร้อมกระเป๋าเดินทาง..ลุกชายคนเล็กมารับที่หน้าบ้าน พร้อมกับ ถามเสียงเข้มว่า.. ขอโทษครับ วันนี้พ่อจะมานอนที่บ้าน..ใช่ไหม?

 

ใช่ครับ ลูก..ผมตอบทันที

 

ไม่ทราบว่า พ่อได้จองที่พักหรือยังครับ? แป่วว..( เป็นงั้นไป อันนี้น่ากลัวนะคะ อิอิ..ไม่รู้ว่าลูกหรือแม่กันแน่..)

ส่วนน้องผู้หญิงที่หน้าตาไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก หรือเริ่มมาทำงานใหม่ๆ ก็ต้องมีการลองของเป็นเรื่องธรรมดา

 

คำว่า บริบท หรือตัวตนนะ... มันคืออะไร .ช่วย อธิบายหน่อย  ไม่ค่อยชอบเลยคำนี้” ( ไม่ชอบ ก็ลองฟังดูก่อน..ใจเย็นๆ.. ไม่เสียหายที่จะได้รู้เพิ่มอีกนิดหนึ่ง.. แฮ่ะ ๆๆ )

 

คุณภาพทำยาก..ไม่ทำแล้วจะเกิดอะไรละ?( ไม่ทำ ก็ไม่มีอะไรนะสิคะ.. ไม่มีอะไรจริงๆไง )

 

จบอะไรมา..จบปีไหน.? .  ( หน้าไม่แก่ตามอายุ อิอิ )

 

ดังนั้นก่อนที่จะทำงาน หรือระหว่างการทำงานเราจึงต้องมีการขับเคียวทีมน้องๆให้เข้าใจคนถาม.. เห็นใจในทุกคำถาม.. วางใจในการทำหน้าที่ของเรา..

 

วันนี้แม่ต้อย จะขอเล่าถึงชีวิตการทำงานชองที่ปรึกษาคนหนึ่ง ที่จริงเธอเป็นทั้งที่ปรึกษา ( Consultant ) และผู้ประเมิน ( surveyor )โรงพยาบาล เธอคือ น้อง เรวดี ศิรินคร หรือ อาจารย์ แหวว ของคนที่รู้จักเธอ แหววทำงานกับแม่ต้อยมายาวนานมากๆ ผ่านประสบการณ์ต่างๆมากมาย ความในใจ หรือความคิดต่อการทำงานของเธอคงจะมีประโยชน์แน่ๆ

 อาจารย์ แหวว สดใสสมชื่อ

 

ตอนที่เริ่มเข้า ไปเยี่ยมโรงพยาบาลใหม่ๆ เครียดมากๆเลยคะ... เพราะว่าเราตั้งใจมาก เห็นแต่จุดที่โรงพยาบาลมีปัญหา..

 

การที่เรามุ่งอยากให้ โรงพยาบาลยอมรับในจุดต่าง ๆเหล่านั้น...เราก็เลยเครียดมากๆๆ บางครั้งปวดหัว..อีกอย่างเมื่อเยี่ยมแต่ละครั้ง เราต้องมาประชุมกันจนถึง สี่ ห้าทุ่มด้วย.. เราเลยป่วยเอง

 

ตอนหลัง..ปรับแนวทางใหม่.. จะดูพื้นฐานของแต่ละโรงพยาบาล..พยายามเข้ใจบริบทของโรงพยาบาลมากขึ้น.. ( นี่ไง มาแล้ว บริบท )

 

เข้าใจ ข้อจำกัดของโรงพยาบาล.. มองหาข้อที่ดี หรือความดีของเขาก่อน .. แล้วค่อยๆต่อยอดให้เขาเห็นว่า สิ่งดีดี ที่เขาทำนั้นอะไรคือ เป้าหมาย( purpose )ในการทำ..

 

และจะทำอย่างไร ที่จะเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น ( safety goal )”

 

วิธีการแบบนี้ ทำให้เราเข้าใจ และเห็นชัดถึงความต้องการของโรงพยาบาลมากขึ้นคะ.. บางครั้ง เราก็จะตามรอย ( tracer ) ในเรื่องนั้นๆดูว่า  หากจะถึงเป้าหมาย น่าจะมีอะไรที่ต้องทำเพิ่มเติม

อีกบ้าง เป็นการแลกเปลี่ยนกัน

 

โรงพยาบาล ก็จะบอกเหตุผล ว่าทำไม เขาทำแบบนี้  เขาต้องการให้เกิดอะไร

 

ตอนหลังนี่ เวลาเข้าเยี่ยมโรงพยาบาลแหววจะมีความสุขคะ.. โรงพยาบาลเองก็มีความสุขด้วยกัน..

 

แม่ต้อยคิดว่าน้องแหวว ต้องมีความสุขแน่ๆ เพราะว่าสังเกตจากประกายตาที่ระยิบระยับ ใบหน้ายิ้ม เมื่อแม่ต้อยมานั่งคุยด้วย

 

วันที่แม่ต้อยนั่งคุยกับน้อง แหววนั้น เธอเพิ่งกลับจากการปฏิบัติธรรมที่จังหวัดเชียงราย เธอเชื่อว่าการปฏิบัติธรรมทำให้มีสติสมาธิมั่นคงในการทำงาน มีความเข้าใจคนอื่นมากขึ้น  มีความรักคนอื่น เมตตาคนอื่นมากขึ้น

 

สายตาของแม่ต้อยเหลือบใบเห็นโปสการ์ดแผ่นหนึ่ง ที่แหววติดไว้ที่หน้าโต๊ะทำงาน แม่ต้อยถือวิสาสะ หยิบมาอ่าน แหวว หัวเราะชอบใจ บอกว่า

 

  อ้าว..ก็ แม่ต้อยไม่ให้ โรงพยาบาล ให้ของที่ระลึกหรือชองฝากไงคะ วันนั้น  แหววไปเยี่ยมโรงพยาบาลที่พิษณุโลก  เขาเลยมอบให้แทนคำขอบคุณคะ

 

โปสการ์ดแผ่นนี้ไม่ใช่ แทนคำขอบคุณอย่างเดียว แต่ถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่ออาจารย์ แหวว ของเขาด้วยนะคะ

 

คำพุดของแหวว ที่เล่าความสุขจากการทำงาน ทำให้แม่ต้อยอดนึกถึงตอนหนึ่งของหนังสือเต๋า มรรควิถีที่ไร้เส้นทาง กล่าวว่า

 

ถ้าท่านมีความสุข.. ท่านจะช่วยให้คนอื่นมีความสุขได้... เพราะท่านเข้าใจว่า    ถ้าคนอื่นมีความสุข ท่านก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้น

ความสุขดำรงอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรแห่งความสุขเท่านั้น.. มันไม่สามารถอยู่ตามลำพัง..

    ที่พรพ.ยังมีทีมงานน้องๆที่ทำหน้าที่เป็นผู้สร้างความสุข ให้กับโรงพยาบาลอีกมากมายหลายคนคะ

 คนนี้ อาจารย์ อาภากรคะ  ไปเหนือล่องใต้กับแม่ต้อยเป็นประจำในช่วงบุกเบิก

 อาจารย์ ผุสดีคะ เป็นที่ปรึกษา เป็นดีเจ เป็นพิธีกร  สุดแล้วแต่จะให้ทำคะ

สวัสดีคะ