ชีพจรลงเท้า...ก้าวย่างที่ต้องเดินต่อไป

สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสเดินทางไปหลายจังหวัดเพื่อเก็บข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของผู้นำชุมชนในพื้นที่ และมีคิวบรรยาย ๒-๓ แห่งเลยต้องวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบเพื่ออามานะฮฺที่รับปากทางผู้จัดไว้ก็อัลฮัมดุลิลละฮิที่ภารกิจทุกอย่างเสร็จสิ้นอย่างน่าประทับใจสำหรับทุกๆที่ๆไปไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลหรือการบรรยาย

   การกลับมาเขียนบล๊อกหลังจากห่างหายไปนานในวันนี้ก็เพราะไม่อยากให้มองว่า "เสียงเล็กๆ" หายไปไหนครับ อิอิ และที่สำคัญมีความประทับใจหนึ่งที่ผมอยากเก็บเรื่องราวมาเล่า คือ การขึ้นเวทีบรรยายธรรมในงานบ้านมัสยิด บ้านเกิด ของตนเอง(นครศรีธรรมราช) งานมัสยิดปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่ถึง ๓ วันและการขึ้นเวทีบรรยายตลอดงานนั้นนับได้ว่าผมประทับใจทุกคนครับไม่ว่าจะเป็น อ.สุโก เกษมเดชา  (คนๆนี้ทุกครั้งที่ขึ้นเวทีช่วยทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยยะลาทุกครั้ง ทั้งๆที่ไม่ได้สอนที่นี่แต่ท่านส่งลูกเรียนที่นี่และทราบมาว่าท่านเป็นอาจารย์ของท่านคณบดีของผมอีกต่อหนึ่ง อิอิ ที่แท้คนกันเอง) เนื้อหาสุดๆครับดุเด็ดเผ็ดมันในการทำหน้าที่งานดาอีย์ อีกท่านที่ผมค่อนข้างประทับใจมากๆคือ อ.เจ๊ะเลาะ แขกพงษ์ เนื้อหาไม่ต้องพูดครับสำหรับคนนี้ทำเอาประชาชนที่มาร่วมงานอัดภูมิใจไม่ได้ว่าท่านก็เป็นลูกหลานชาวหัวไทร จ.นครศรีธรรมราช จังหวะที่ผมขึ้นบรรยาย อาจารย์ท่านนั่งฟังอยู่ด้วย อิอิ ตอนแรกคิดจะสั่นแต่ไปๆมาๆกลับเป็นแรงผลักให้ผมรู้ว่าเราต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดครับ

        อีกท่านคือ อาจารย์มูซา ชอบหวาน จาก ร.ร.ธรรมิสลาม ท่าอิฐ นนทบุรี คนนี้เป็นเด็กหนุ่มไฟแรงเป็นรุ่นน้องโรงเรียนของผม การทำหน้าที่ในการเจอกันบนเวทีครั้งแรกยอมรับเลยครับว่า ผมมองเด็กคนนี้ไม่ผิดจริงๆตั้งแต่ที่ได้รู้จักกันที่ กทม. วันนี้เขาพิสูจน์ตัวเองให้เห็นแล้วว่าการที่ทางมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา เลือกคนมาเสริมเพิ่มเติมความสมบูรณ์ในสาขาวิชาภาษาอังกฤษเลือกคนไม่ผิดจริงๆ ยังไงก็ขอดุอาอฺ เป็นกำลังใจให้อาจารย์กลับมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยอิสลามยะลาในเร็ววันนี้นะครับ

        ก็อัลฮัมดุลิลละฮฺครับ เสร็จการบรรยายมีเสียงตอบรับในการทำหน้าที่อย่างมากมาย และเป็นที่น่าดีใจว่า มีหลายท่านเข้ามาถามญาติๆว่าเขาสอนอยู่ที่ใด จะส่งลูกไปเรียนบ้าง อิอิ ได้ทำหน้าที่ที่เขาเรียกว่า "ประชาสัมพันธ์" แล้วครับ ไว้บันทึกหน้าจะเอารูปมาฝากครับ  การได้พบเจอท่านอาจารย์เจ๊ะเลาะ ในครั้งนี้ทำให้ผมรู้สึกดีมากครับ ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ทางเดินที่ควรจะเป็นคือสิ่งที่น่าขบคิดครับ สำหรับารได้นั่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ อาจารย์ท่านชวนไป(เที่ยว) มหาวิทยาลัยนราธิวาสฯ ผมเองก็อยากไปสัมผัสบรรยากาศที่นั่นดูเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์เหมือนกันครับ เพราะบางครั้งการเดินทางไปหลากหลายพื้นที่ ทำให้รู้ว่ามีอีกหลายเวทีที่เราควรหาความเป็นตัวเรา เสร็จภารกิจการทำหน้าที่บรรยายธรรมงานมัสยิดครั้งแรกที่นครศรีฯ มีคนเข้ามาทาบทามผู้จัดการส่วนตัว(อาเย๊าะ ผมเอง อิอิ) ว่ารอบหน้าขอช่วยไปพูดในงานมัสยิดและงานโรงเรียนที่ปากพูน นครศรีฯ อีกได้ไหม๊ อิอิ เย๊าะ(พ่อ) กลับมาถามผม ผมแอบยิ้มแล้วบอกท่านไปว่า... ถ้าคิดว่าผมจะช่วยอะไรได้ก็ให้บอกครับ อิอิ

           แม้ผมอาจต้องพลาดการประชุมในบางเวลาที่ไม่เอื้ออำนวยของตัวเอง และการเดินทางบรรเลงเพลงชีวิตก็ทำให้ผมรู้ว่า เวลาของการทำหน้าที่บางอย่างมันมีค่ามากกว่าห้วงเวลากับผู้คนที่ผมคิดว่า "ดังแต่ท่อล้อไม่หมุน" วัลลอฮฺอะลัม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนในการสรรค์สร้างสิ่งดีๆให้สังคม ชุมชน และครอบครัว ต่อไปครับ เสียงเล็กๆ มาแค่รายงานตัวก่อนครับ อิอิ