TrainerPatt
นาย พัฒนะ มรกตสินธุ์

พลังแห่งความสำเร็จ (Power of Success: POS) Part 4


ส่่วนใหญ่ล้มเหลวเพราะล้มเลิกกลางคัน

 

 

เมื่อทำได้ครบทุกข้อแล้ว เรามาดูเฉลยกันว่ามีคนถูกสักกี่ข้อ

(อ่านคำถามในตอนที่ 3 ครับ)

 

ข้อ        1-8       ตอบ ก

ข้อ        9-16     ตอบ ข

ข้อ        17-25   ตอบ ค

 

ให้รวมคะแนนทั้งหมด โดยให้ข้อละ 1 คะแนนครับ

ผลเป็นอย่างไรบ้าง เราจะมาวิเคราะห์ตัวเองต่อไป

 

ได้คะแนนรวมทั้งหมด น้อยกว่า 17 คะแนน

แสดงว่าเรายังมีทัศนคติอยู่ทางทางลบ

ยิ่งคะแนนน้อยเท่าไร แสดงว่าเรามองทัศนคติในเชิงลบตลอดเวลาครับ

ลองนึกย้อนกลับไปดู ว่าในอดีตที่ผ่านมา เรามีความสุข

หรือรู้สึกสบายใจกับอะไรบ้าง หากเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว

คิดว่าเราเอง มีความสุขกี่เปอร์เซ็นต์

นั่นคือ ทัศนคติในภาพรวมของการทำแบบทดสอบชุดนี้ครับ

พยายามมองสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวด้วยมุมมองใหม่ๆ เปลี่ยนมุมมองดูบ้าง

คิดถึง Background ของสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของผู้คนครับ

อย่าด่วนสรุปเอาเอง อย่าเพิ่งปักใจเชื่ออะไรง่ายๆ

หากเรายังไม่ได้สัมผัสหรือไม่ได้เห็นด้วยตา

 

ได้คะแนนรวมทั้งหมด มากกว่า 17 คะแนน

แสดงว่าเราเป็นผู้ที่มีทัศนคติในเชิงบวก (Positive Attitude)

ยิ่งได้คะแนนสูงเท่าไร แสดงว่าเรามองโลกในแง่ดีมากเท่านั้น

เป็นผู้ที่พบเจอแต่ความสุข และมีความเครียดในชีวิตน้อยมากครับ

ไม่ค่อยจะใส่ใจอะไรมากจนเกิดอาการเครียด

ซึ่งเป็นส่วนดีที่ทำให้ใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้ด้วย

เพราะพูดคุยแล้วรู้สึกสบายใจ และก็ไม่ค่อยจะเก็บอะไรมาคิดให้หนักสมอง

หากเรื่องนั้นไม่ได้มีค่า หรือมีผลกระทบต่อตัวเองมากเกินไป

หรือที่เราเรียกกันติดปากทั่วไปว่า มองโลกในแง่ดี

 

แม้ว่าแบบทดสอบชุดนี้จะเป็นแบบทดสอบที่อาจจะดูเหมือนเป็นการชี้เป็นชี้ตาย

ว่าเราเป็นคนความคิดในเชิงลบ หรือความคิดในเชิงบวก

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะอยู่ในโลกใบนี้ไม่ได้ครับ

 

ผมเชื่อว่าหากมีข้อคำถามที่มากกว่านี้

ผู้ที่ได้คะแนนน้อย ก็สามารถที่จะได้คะแนนเพิ่ม

และผู้ที่ได้คะแนนสูงอยู่แล้ว

อาจจะไม่มีการพัฒนาของคะแนนเพิ่มขึ้นบ้างเลยก็เป็นไปได้

อย่ายึดติดกับแบบทดสอบนี้มากเกินไป

 

ที่ให้ทดลองทำ เพื่อให้เห็นว่า เราทุกคนก็มีความสามารถในการคิด

การมองต่างมุมที่แตกต่างกัน

ไม่สามารถที่จะบังคับให้ทุกคนตรงใจเราได้ทั้งหมดครับ

 

เพราะนี่คือความเป็นคน ความเป็นมนุษย์โดยแท้จริง

ถือเป็นความหลากหลาย ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น ให้เกิดการเรียนรู้ต่อกัน

หากมนุษย์มีความต้องการความรู้สึกต่างๆ เหมือนกันหมด

ก็คงไม่ต่างจากหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมไว้ จะไม่เกิดการเรียนรู้ระหว่างกัน

จะไม่เกิดความรัก ความโลภ ความหลง หรือการเอาอกเอาใจกัน

แต่เพราะเป็นแบบนี้ล่ะครับ โลกเราถึงมีอะไรใหม่ๆ ท้าทายเราอยู่เสมอ

 

แยกความเป็นเขา เป็นเรา ออกไป

แล้วมองความเป็นตัวตนจริงๆ ของบุคคลนั้น

จะทำให้เราอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

และไม่กังวลใดๆ อีก

 

อย่างที่ผมได้บอกแล้วว่า ความคิดหรือทัศนคติในด้านบวก

จะส่งผลอันยิ่งใหญ่มหาศาลแก่เรา

ตั้งแต่ปัจจุบัน ที่กำลังอ่านหนังสือนี้อยู่

จนกระทั่งในอนาคตที่เรายังคงทัศนคติที่ดีอยู่ตลอดไป

 

เชื่อว่าทุกคนย่อมอยากที่จะเกิดมาร่ำรวย

มั่งคั่ง ด้วยเงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียง

แต่ไม่สามารถที่จะทำให้ความฝันนั้นเป็นจริงขึ้นมาได้

 

แปลกใจบ้างไหมครับ?

ว่าทำไม่บางคนทำได้ บางคนทำไม่ได้

บางคนร่ำรวยได้ในช่วงเวลาไม่นาน

บางคนขยันแทบตาย ทำยังไงก็ไม่ร่ำรวยเสียที

 

ไม่ใช่เรื่องแปลกและพิสดารอีกต่อไปครับ

หากว่าเราได้ปฏิบัติตามที่ได้บอก ขอเพียงแต่อย่าเพิ่งท้อแท้เสียก่อน

หากยังไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่เราวางไว้ อย่าล้มเลิกกลางคัน

 

ส่วนใหญ่ล้มเหลวเพราะล้มเลิกกลางคัน

ไม่ยอมสู้ต่ออุปสรรคที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

เพราะกลัวความสุขสบายที่เคยได้รับจะหมดไป...

ซึ่งก็นั่นแหละครับ เป็นศัตรูตัวฉกาจของจิตใจเราเอง

มากกว่าศัตรูที่เป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเสียอีก...

 

สลัดทิ้งไปเสีย ความล้มเหลว หรือความกลัว ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา

ถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว

“Change your mind”

หมายเลขบันทึก: 255470เขียนเมื่อ 14 เมษายน 2009 13:22 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 06:14 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (1)

สวัสดีค่ะ

ครูตาทำคะแนนได้ 17 คะแนนพอดิบพอดีเลย เป็นคนมองโลกในแง่ดีนะคะ แต่คงน้อยไปหน่อยนะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี