ได้มีโอกาสคุยประชุมวงเล็กกับคนทำงานทางด้าน Humanized health care : HHC. (การบริการทางการแพทย์ที่มีหัวใจความเป็นมนุษย์) ที่ผมเคยทำงานร่วมกันมาก่อน ในพื้นที่ภาคใต้ ครั้งนั้นเราใช้ KM เป็นตัวเดินเรื่อง และประเด็น Humanized health care : HHC. เป็นเรื่องราวงดงามที่กลุ่มผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ได้ทำอยู่แล้ว นำมาถอดบทเรียน นำมาเล่าเรื่อง ตีแผ่ และ ในบรรยากาศการเล่าเรื่องดีๆเหล่านั้น เราตั้งสมมุติฐานว่า จะช่วยพัฒนายกระดับจิตใจผู้เข้าร่วมกระบวนการไปด้วย
ผมเองไม่ได้ประเมินผลจากผู้เข้าร่วมกระบวนการแบบมีหลักการนะครับ เพียงแต่ผมใช้ความรู้สึก และตัวผมเองที่คลุกกับกระบวนการ ตอบคำถามตัวเองตลอดเวลาว่าผมได้อะไร และผมกำลังเปลี่ยนอะไร และผมต้องการอะไรในชีวิต เป็นความพิเศษอย่างหนึ่งเมื่อเรารับรู้ข่าวสารแล้วเรานำมาประมวล ผสานกับประสบการณ์เดิม (ทุนเดิม)ที่มีอยู่ ทำให้ผมนิ่งมากขึ้นและเปิดใจกับเรื่องราวหลากหลายมากขึ้นอย่างมีสติและใคร่ครวญอย่างละเอียด นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง ผมก็เชื่อแน่ว่าผู้เข้าร่วมกระบวนการ Humanized health care : HHC. ในเวทีภาคใต้ ก็คงมีพัฒนาการเช่นเดียวกับผม
และเมื่อไม่กี่วันทาง มูลนิธิสดศรี - สฤษดิ์วงศ์ (มสส.) ได้ชักชวนให้ไปนั่งแลกเปลี่ยนเวทีเล็กๆ เพื่อเปิดประเด็น Humanized health care : HHC. ขยายผลไปสู่ Humanized Educare : HEC. หารือ การพัฒนา Spiritual Development เข้าสู่ระบบการศึกษา และประเด็นที่คุยกันคือ เราจะเริ่มต้นขับเคลื่อนกันอย่างไร?
ผมร้องขอทางมูลนิธิฯ ว่าช่วยส่งต้นเรื่องให้ผมก่อนที่จะคุยกัน เพราะยังไม่มีข้อมูลเบื้องต้นในการคิดเลย ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งเอกสารมาให้ ผมพอสรุปได้บ้างดังนี้ (แต่ผมก็ยังต้องทำความเข้าใจอีกมากเลยครับ)

การเรียนรู้กระบวนการ HHC. จากความสำเร็จในวงการสุขภาพว่า HHC.สำเร็จได้อย่างไร? (ผมอ่านตามเอกสาร ไม่ได้ทึกทักเอาเองว่า HHC.สำเร็จ ด้วยความคิดของผมเองนะครับ) ประเด็นที่จับใจความได้ก็คือ วงการแพทย์เข้มแข็งในระบบการศึกษา มี Network HA,ในการทำ KM ทำได้ดีในกระทรวงสาธารณสุข เพราะประชากรไม่มาก แต่ระบบการศึกษา ครูและนักเรียน ตลอดจนผู้ปกครอง มีจำนวนมาก แต่ผมก็ยังมองว่าข้อสมมุติฐานเบื้องต้น หากวิเคราะห์ลงไปลึกๆแล้ว ไม่น่าจะจริงครับ เพียงแต่ วงการการศึกษายังไม่ได้มีการเริ่มต้นทำ Contemplative, Spiritual Development เรายังมองไม่เห็น Spiritual tools เหมือนวงการด้านสุขภาพ ทำให้เมื่อคิดจะพัฒนา Humanized Educare ยังดูเหมือนว่า “ทุน” เริ่มต้นของระบบการศึกษาเรายังไม่พอ
ในการกล่าวหาว่าระบบการศึกษาเราล้มเหลวนั้น เป็นการกล่าวหาที่ง่ายที่สุด เพราะ การศึกษาเป็นจำเลยในทุกกรณี ผมก็มองว่าไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่ เรามีเรื่องราวดีๆที่วงการการศึกษาทำไว้ดีๆมากมาย สร้างนวัตกรรมก็เยอะ มีความพยายามพัฒนามาโดยตลอด แม้ว่าระบบบางระบบจะค่อยๆลดทอนพลังของคนในวงการการศึกษาลงก็ตาม
การจัดการศึกษาเพื่อให้คนในสังคมมีความรู้ มีปัญญา คนในวงการศึกษาก็ทำมาโดยตลอด ครูบาอาจารย์มีที่รับใช้อุดมการณ์ หวังที่จะให้เยาวชนไทยเป็นคนที่ดี มีคุณภาพของสังคม เพียงแต่เรื่องราวดีๆ เหล่านั้น อาจไม่ได้ถูกเผยแพร่ และ ไม่มีกระบวนการสร้างต่อเติมคุณค่า,การสร้างพื้นที่สำหรับเรื่องราวดีๆแบบนี้ ทำให้ระบบการศึกษาไทยดูเหมือนอ่อนแรง ไร้พลัง ครูเองก็บอบช้ำมากกับระบบที่ทำร้ายเขาตลอดเวลา ดังนั้นจะเอาพลังทางจิตวิญญาณที่ไหนมาผลักดันงานตามอุดมการณ์
นวัตกรรม และกระบวนการต่างๆ เช่น โรงเรียนวิถีพุทธ,โรงเรียนทางเลือก ,หนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียน และหลายๆกระบวนการที่ ทางกระทรวงศึกษาธิการเองก็พยายามให้เกิดการพัฒนาคน พัฒนางาน พัฒนาผู้เรียน ปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
ผมมองว่า Humanized Educare จำเป็นสำหรับวงการการศึกษา ด้วยเหตุที่ว่า KM จะสร้างให้เกิดการสร้างเครือข่ายครูมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และใช้ KM มาพัฒนาสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ ถึงขั้นยกระดับจิตวิญญาณ เปลี่ยนวิธีคิดจากข้างใน จะช่วยฟื้นคืนกลับ –เยียวยาคนในระบบการศึกษาของเราได้อีกทางหนึ่ง
แน่นอนว่า KM เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน พัฒนางาน แต่สูงขึ้นมากกว่านั้น ผมคิดว่า Advance KM เป็นการพัฒนาคนในระดับจิตวิญญาณ เป็นธรรมะที่ประกอบด้วย เหตุ และ ผล (ความจริง + ความงาม+คุณค่า) เกี่ยวข้องโดยตรงกับ Spirituality development ด้วยกระบวนการของ KM จะมี การฟังแบบ Deep listening กระบวนการ dialogue เป็นต้น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ก็มีผลโดยตรงกับ Inner Growing ของผู้คน ผมจึงคิดว่า KM บวกกับ Spiritual tools จะช่วย Change บางอย่างของผู้คนได้
ผมขอคิดไปเรื่อยๆ แบบนี้ครับ ยังฟุ้งอยู่มาก แต่ก็คิดว่า KM เป็นเครื่องมือที่ดี ในการเริ่มต้นการทำ Humanized Educare ให้ควบคู่กันกับการพัฒนา Spirituality
เนื่องจากประเด็นนี้เป็นประเด็นใหม่ และกำลังริเริ่มคิดจะขับเคลื่อนจากทางมูลนิธิสดศรี - สฤษดิ์วงศ์ (มสส.) ต้องการการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวงกว้างครับ
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
๙ มี.ค.๕๒
นนทบุรี
---------------------------------------------------------------------------
ผมขอเพิ่มเติมบันทึก(บันทึกวันที่ ๒๓ มี.ค.๕๒)
เกณฑ์โรงเรียนตามโครงการ Mapping โรงเรียนที่มีการเรียนการสอน Humanized Eduecare เกณฑ์การคัดเลือกโรงเรียน จาก นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
สวัสดีเจ้า อ้ายเอก
"การให้ความรู้ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์"
ให้มากกว่าความรู้ในตำรา
ให้มากกว่าหน้าที่ที่ควรเป็น
ให้ด้วยใจ...ให้ติดตรึงทั้งในสมอง ความคิด และหัวใจ
---^.^---
การพัฒนา "คน" ในมิติแห่งจิตวิญญาณเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน...
หากไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้จริง ๆ กระบวนการขับเคลื่อนไปได้ยากครับ...
ขอบคุณครับผม...
ขอบคุณ น้องพิมพ์ดีด มากครับ
ผมเองก็เกรงว่า ที่ผมเขียนอาจไม่ค่อยมีใครเข้าใจ :) เพราะอาจเป็นประเด็นที่ยังใหม่มากๆครับ
ผมเข้าใจว่า คนในเเวดวงการศึกษาเองก็ต้องการพื้นที่ในการทำกระบวนการเพื่อพัฒนาศักยภาพคน และแน่นอนว่าการพัฒนาในระดับบุคลากร (ผู้สอน) มีผลต่อเด็กนักเรียนด้วย
ประเด็นที่จะขับเคลื่อนในครั้งนี้ อาจจะเป็น pilot project ก่อนครับ ทำในกลุ่มเล็กๆไม่กี่กลุ่ม อาศัยการ Mapping ซึ่งต้องทำทั้งในระบบและนอกระบบ main stream
การ mapping จำเป็นครับ เพราะเรามีเรื่องราวที่ดีในวงการศึกษาเยอะ มีเครือข่าย มี Best practice ดีๆ ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการทำ KM
ผมเคยไปเป็นวิทยากรกระบวนการ ให้กับกรมอนามัย ประเด็น "เด็กอ้วน" เป้าหมายก็เป็นโรงเรียนต่างๆ ที่พยายามแก้ไขปัญหาเด็กอ้วน เราพบว่า โรงเรียนเหล่านี้ มี นวัตกรรมการแก้ไขปัญหาที่น่าสนใจมาก และเมื่อเราเอาเขามารวมกลุ่มเล่าเรื่องก็ทำให้พวกเขามีความสุข ยกระดับคุณค่าของตัวเอง
ดังนั้น ผมมองว่า การเคลื่อนงานนี้ เท่ากับ เป็นการเปิดโอกาสให้กับคนในวงการศึกษาไปด้วยครับ
ขอบคุณน้องพิมพ์ที่มาช่วยขยายความหมายให้กับบันทึกนะครับ
ผมมองว่า Humanized Edu care จำเป็นสำหรับวงการการศึกษา ด้วยเหตุที่ว่า การสร้างเครือข่ายครูมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และใช้ KM มาพัฒนา สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ ถึงขั้นกระดับจิตวิญญาณ เปลี่ยนวิธีคิดจากข้างใน จะช่วยฟื้นคืนกลับ –เยียวยา ระบบการศึกษาของเราได้อีกทางหนึ่ง
ผมเห็นด้วยครับ และผมก็เริ่มขับเคลื่อนของผมไปเรื่อบๆ
9 - 10 พ.ค. 52 ผมเริ่มอีก 50 คน ครับ
ใครไม่มา ไม่รู้ ผมก็ไม่ทราบว่าจะอธิบายให้คนอื่นฟังได้อย่างไร
แนวคิดข้างบนของคุณจตุพร ผมชิอบมากครับ
ในมุมมอง
การพัฒนาหัวใจ จิตวิญญาณ คือ การพัฒนาอย่างแท้จริงค่ะ
และต้องร่วมมือ ร่วมใจกัน ในทุกๆฝ่าย.....
แวะมาจารึก..อักษร ขอบคุณค่ะ
มีสิ่งดีๆเสมอๆ นะคะ
เก็บดอกไม้...จากดอยอินทนนท์มาฝากค่ะ
สวัสดีครับดิเรก...
ต้องขอบคุณมากครับ ที่มาต่อยอด การพัฒนามิติจิตวิญญาณนั้น ยากครับ หากเรามองตัวเองไม่ทะลุ การแลกเปลี่ยน เราต้อง ปฏิบัติไปด้วย
กระบวนการพัฒนาแบบนี้ ยิ่งสัมผัส ยิ่งใจอ่อนโยนนะครับ
ผมเองสัมผัสได้จากตัวเอง เมื่อผ่านการเป็น FA ประเด็น HHC.ที่ใต้ ผมคิดว่าผมเปลี่ยนแปลงตัวเอง...
จับจิต ด้วยใจ และใจที่จับจิตต้องเป็น ใจที่ดีงามด้วยนะครับ
วันนี้พี่มีโอกาสไปเล่าตัวอย่างการทำงานพยาบาล โดยใช้ HHC ให้นักศึกษาพยาบาลฟัง ได้หวังเพียงว่าเราได้ปลูกฝังให้ นศ พยาบาล เติบโตเป็นพยาบาลที่ดีต่อไปค่ะ ที่ วพ ศรีมหาสารคาม
ลืมบอก พรุงนี้พี่จะไปประชุม HA ที่เมืองทองธานี 10-13 มีนาคม 2552 ถ้ามีโอกาส จะนัดไปทานกาแฟกันค่ะ
"การให้ความรู้ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์" ...ต้องทำด้วยใจ
สวัสดีครับ
ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู จัดการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กๆมีความรู้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต
เด็กบางคนขาดพ่อ บางคนขาดแม่ ขาดการเหลียวแล เอาใจใส่เท่าที่ควร
ความยากจนเป็นตัวบั่นทอนโอกาสที่จะได้เข้าเรียนในชั้นสูงๆ
พ่อแม่ต้องใช้แรงงานลูก เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว
ความเหลื่อมล้ำในสังคมยังมีอยู่อีกมากมายค่ะ
ถึงแม้จะช่วยได้ไม่ทัดเทียมกับคนอื่น ก็ขอดูแลให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ มีแรงที่จะไขว่คว้าหาความรู้ต่อไป
แค่นี้ครูก็มีความสุขแล้วค่ะ
รอวันที่ภาครัฐฯจะเข้าไปดูแลอย่างจริงจัง แต่ก็ไม่รู้ว่าเวลานั้นจะมาถึงเมื่อไร
สวัสดีค่ะ อ.เอก
Humanized care มีกับเกือบทุกองค์กรค่ะ ที่โรงพยาบาล งานบริการพยาบาล พวกเราเรียก การบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ มีความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ ทำงานโดยยึดหลักจริยศาสตร์และเอื้ออาทรต่อผู้ใช้บริการค่ะ
อ.small man~natadee
ผมเห็นใน บันทึกอาจารย์เริ่มทำ ไดอะล็อกและกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยสร้างสรรค์บรรยากาศสำหรับการเรียนรู้แล้ว ช่วยทำให้ผมคิดถึงประเด็น HEC. มากขึ้น
อยากให้อาจารย์นำเรื่องราวกระบวนการ การสะท้อน ข้อค้นพบต่างๆในเวทีนำมาเขียนเพื่อให้ผู้อ่านได้เรียนรู้ไปด้วยครับ จะเกิดประโยชน์อย่างมาก
อย่างไรก็ตามครับ HEC. กำลังเริ่มต้นคิด คิดว่าต้องพัฒนารูปแบบให้สอดคล้องกับบริบทของการศึกษา ..คิดแล้วน่าสนุกครับ :)
การจัดการศึกษาเพื่อให้คนในสังคมมีความรู้ มีปัญญา คนในวงการศึกษาก็ทำมาโดยตลอด ครู บาอาจารย์มีที่รับใช้อุดมการณ์ หวังที่จะให้เยาวชนไทยเป็นคนที่ดี มีคุณภาพของสังคม เพียงแต่เรื่องราวดีๆ เหล่านั้น อาจไม่ได้ถูกเผยแพร่ และ ไม่มีกระบวนการสร้างต่อเติมคุณค่า,การสร้างพื้นที่สำหรับเรื่องราวดีๆแบบนี้ ทำให้ระบบการศึกษาไทยดูเหมือนอ่อนแรง ไร้พลัง ครูเองก็บอบช้ำมากกับระบบที่ทำร้ายเขาตลอดเวลา ดังนั้นจะเอาพลังทางจิตวิญญาณที่ไหนมาผลักดันงานตามอุดมการณ์
...
ผมเห็นด้วยนะครับ แต่ผมมองว่า ความสำเร็จของการศึกษาบางส่วน ยังไำม่ใช่ความสำเร็จที่สังคมต้องการ แม้จะมีบางส่วนทำหน้าที่นี้ได้ดี
....
มีนวัตกรรมหลายอย่าง ที่คนในวงการการศึกษาคิด และ คนอื่นคิดแล้วคนในวงการศึกษานำมาใช้ แต่ก็นั่นแหละ บางครั้งมนุษย์ก็คาดหวังกับบางสิ่งมากไป ทั้งๆที่ความจริง อาจมีปัจจัยอื่นที่มีผลเช่นกัน การศึกษาคงไม่ใช่กลไกเดียวที่จะทำให้สังคมดี แม้การคาดหวังว่าเมื่อพัฒนาการศึกษาแล้วสังคมจะดีขึ้นเป็นสิ่งที่ถูก
.....
ขอบคุณพี่เอกมากครับ
Humanized Edu Care ต้องติดตามกันต่อไป
เก่งจัง^^
สวัสดีคะ คุณเอก
ได้ฟังและอ่านกระบวนการแนวความคิดแล้ว
ชอบมากคะ หัวใจมนุษย์ละเอียดอ่อนนะคะ
ต้องดูแลดี ๆ ลืมละเลยแล้วจะมีปัญหา
ยากจะเยี่ยวยากลับคืน
หวัดดีค่ะ...น้องเอก ที่คิดถึง
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ
เด็กๆคงได้รับความเอื้อาทรจากคุณครูผู้มีจิตใจที่ดีงาม
มีหัวใจความเป็นมนุษย์
และเยาวชนของชาติจะเป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่เหมาะกับวัย
สังคมจะมีความสุขค่ะ