มรดกที่เป็นทรัพย์ภายในอันล้ำค่ายิ่งกว่าทรัพย์ภายนอก ที่พ่อมอบให้ข้าพเจ้าตั้งแต่ลืมตาเกิดมาจนจำความได้ คือการอบรมสั่งสอนทั้งทางโลกและทางธรรม ในรูปแบบคำพูดคำเขียน และประพฤติให้เห็นเป็นตัวอย่าง

ใครๆต่างมีพ่อ…ไม่ว่าใครจึงต้องกำพร้าพ่อกันทุกคน ไม่ช้าก็เร็ว เมื่อปลายเดือนมีนาคมปีนี้ เพื่อนๆได้บอกว่าข้าพเจ้าโชคดีที่เพิ่งสูญเสียพ่อวัย ๙๐ ปี ในขณะที่ข้าพเจ้ามีอายุมากถึง ๖๔ ปีแล้ว ซึ่งนับเป็นการ “ กำพร้าพ่อ ” ในเวลาตามควรแก่กาลของการสิ้นสภาพสังขารตามวัฎจักรแห่งธรรมชาติ

พ่อสิ้นลมอย่างสงบด้วยอาการเส้นโลหิตแตกในสมอง หลังจากล้มป่วยเพียง ๑๑ วัน โดยหมอให้นอนดูอาการในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชน เพียง ๓ วัน แล้วอนุญาตให้ย้ายมาบริบาลท่ามกลางการดูแลของลูกๆอย่างใกล้ชิดในคลีนิคของลูกสาวที่เป็นหมออีก ๘ วัน เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสครั้งสุดท้ายที่พวกเราได้สนองพระคุณท่านอย่างเต็มที่

ในระหว่างนั้น พ่อรู้สติตลอดเวลา และมีพลังจิตแก่กล้าในการพยุงตัวนั่งเพื่อลุกเข้าห้องน้ำด้วยตนเอง แต่เมื่อผู้พยาบาลไม่ยอมตามใจ เพราะเกรงจะเกิดอุบัติเหตุ พ่อจึงได้ยอมรับสภาพอย่างเข้าใจ รวมถึงการสงบกายใจนอนพนมมือฟังเทปสวดมนต์และการบรรยายธรรมจากพระสุปฏิปันโนที่ลูกๆเปิดให้ฟังแก้เหงา ก่อนจะละทิ้งกายจากไปอย่างนุ่มนวล เสมือนแสงเทียนค่อยริบหรี่มอดดับลง เมื่อสิ้นปลายใส้เทียน..

ไม่มีสายระโยงระยางของกระบวนการทางแพทย์ที่จะยื้อยุดฉุดรั้งไว้ ไม่มีเสียงระงมร่ำไห้ฟูมฟายจากผู้ใกล้ชิดที่ล้อมรอบตัวพ่อ ด้วยเพราะพวกเราทุกคนพร้อมใจที่จะ “ ปล่อยวาง ” เพื่อให้จิตของพ่อที่ได้ฝึกมาแล้วอย่างเข้มแข็งและยาวนานในวิถีพุทธธรรมแห่งหลัก” ไตรลักษณ์ “ ก้าวไปสู่การปฎิสนธิในภูมิภพใหม่ตามบุญญาบารมีที่ได้ตั้งปณิธานไว้ โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังแต่อย่างใด เปรียบดั่งเปลวเทียนสว่างไสวระยับตา เมื่อยามจุดเทียนเล่มใหม่...

พ่อและแม่สถิตย์อยู่ในใจใฝ่ฝันถึง

เฝ้าคำนึงทุกคืนวันไม่หักหาย

ต่อให้สิ้นจากดินฟ้าชีวาวาย

ลูกไม่คลายรักแท้แน่แก่ใจ

หลังการตายของพ่อ ข้าพเจ้าในฐานะลูกคนโต ต้องเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมที่พ่อเขียนสั่งไว้ด้วยลายมือสวยงามเมื่อพ่ออายุ ๘๔ ปี มีทรัพย์ภายนอกที่เป็นตัวเงินในบัญชีธนาคารและที่ดินที่พ่อได้แบ่งสรรอย่างสมเหตุสมผลและยุติธรรม

ข้าพเจ้ามองผ่านสิ่งเหล่านั้นไปด้วยความรู้สึกที่คงไม่แตกต่างจากทายาททั่วไปที่สมควรสำนึกว่า หากขาดความรอบคอบไม่ระมัดระวังในการบริหารทรัพย์ตกทอดนี้ให้งอกเงยสืบต่อไป วันใดวันหนึ่งข้างหน้า ทรัพย์ที่ได้มาโดยไม่ได้ลงทุนลงแรงเอง ย่อมละลายหมดไปได้ในที่สุด

ในการจัดทำหนังสืออนุสรณ์งานศพของพ่อ ข้าพเจ้ารำลึกได้ว่ายังมีมรดกที่เป็นทรัพย์ภายในอันล้ำค่ายิ่งกว่าทรัพย์ภายนอกข้างต้นอีกจำนวนหนึ่งที่พ่อมอบให้ข้าพเจ้าตั้งแต่ลืมตาเกิดมาจนจำความได้ คือการอบรมสั่งสอนทั้งทางโลกและทางธรรม ในรูปแบบคำพูดคำเขียน และประพฤติให้เห็นเป็นตัวอย่างเป็นกิจวัตรติดตาตรึงใจยากที่จะลืมเลือน

พ่อได้หยิบยื่นทรัพย์นี้ให้ โดยเริ่มจากบอกเล่าเรื่องง่ายๆ ไปถึงเรื่องซับซ้อน เรียบเรียงร้อยถ้อยคำกระชับชัดเจน เป็นรูปธรรมจากประสบการณ์อันยาวนานของพ่อ ในหลากหลายแนวทาง เช่น...

.. วิถีปฏิบัติในการดำรงชีวิตแบบพอเพียงบนพื้นฐานของคุณธรรมและความเพียร

.. การรักษาระเบียบวินัยอย่างสม่ำเสมอ

.. การหมั่นพัฒนาตนเองเพื่อประโยชน์แก่ตนและสังคม

.. การปลูกฝังหนทางปฏิบัติสู่การพ้นทุกข์ในแนวพุทธอริยมรรคอย่างเป็นขั้นตอน

ทรัพย์ภายในที่พ่อมอบไว้ให้เหล่านี้ ข้าพเจ้าไม่หวงที่จะเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว เพราะเป็นทรัพย์ที่ “ ยิ่งให้ยิ่งได้ ” ไม่มีวันหมดสิ้น ..

ดังนั้น ตั้งแต่พ่ออายุ ๘๐ ปีเป็นต้นมา ข้าพเจ้าจึงเคี่ยวเข็ญให้พ่อเขียนประสบการณ์และแนวคิดทุกด้านที่พ่อเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ในการถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง

พ่อได้อุตสาหะบันทึกวันละเล็กละน้อย รวบรวมให้ข้าพเจ้าจัดพิมพ์หนังสือที่ระลึกครบอายุ ๘๐ ปี ๘๑ ปี และ ๘๒ ปีของพ่อ สำหรับแจกลูกหลานอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ชื่นชมของผู้รับมาก ...

แต่น่าเสียดายที่ในปีถัดต่อมา พ่อหยุดเขียนโดยบอกข้าพเจ้าอย่างถ่อมตัวว่า “หมดภูมิแล้ว ” ข้าพเจ้าจึงถือโอกาสนำทรัพย์ภายในสุดรักเหล่านี้พิมพ์รวมเล่มในหนังสืออนุสรณ์งานศพของพ่อเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ทุกบททุกตอนปรากฏเป็นเนื้อหาสาระหนาถึงกว่า ๒๐๐ หน้า ซึ่งแขกเหรื่อเป็นจำนวนมากทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักพ่อ ได้มีน้ำใจตอบรับกลับมาว่า ดีใจที่ได้รับแบ่งปันมรดกทางใจนี้..

สำหรับข้าพเจ้านั้น พ่อได้เคยเขียนโอวาท “ เตือนสติ ”เฉพาะตัวอันสะท้อนหลักฆราวาสธรรมเป็นของขวัญในโอกาสครบอายุ ๖๐ ปีของข้าพเจ้า...

“ พ่อมีลูกคนแรก เป็นผู้หญิง ร่างน้อยน่าเอ็นดู แต่ให้ชื่อว่า “ ใหญ่ ” วันข้างหน้าจะได้เป็นใหญ่ มีคนนับหน้าถือตา เลยตั้งชื่อจริงว่า “ นงนาท ” คือนางผู้เป็นใหญ่

* เมื่อเป็นใหญ่แล้ว ต้องมีสติกำกับอยู่ตลอดเวลา จะได้ไม่เผลอว่า เป็นใหญ่แล้วจมไม่ลง

* ผู้เป็นใหญ่ที่แท้จริง ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน เพราะของแท้ย่อมตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้

* ผู้เป็นใหญ่ย่อมพูดน้อย พูดแต่เรื่องมีสาระ

* ผู้เป็นใหญ่ย่อมกล่าวอ่อนหวานต่อผู้มีทุกข์ เขาจะได้เป็นสุขชื่นใจ

* ผู้เป็นใหญ่ย่อมดำรงในหลักพรหมวิหาร

* ผู้เป็นใหญ่ย่อมแสวงหาความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม และประจักษ์แจ้งในไตรลักษณ์ว่า...

ทุกสิ่งในโลกย่อม อนิจจัง ไม่เที่ยงแท้แน่นอน ทุกสิ่งย่อมทุกขัง เป็นทุกข์มากบ้าง น้อยบ้าง

ทุกสิ่งย่อมเป็นอนัตตา แม้แต่ร่างกายก็ไม่ใช่ตัวตนของเรา มันเป็นตัวตนของสัตว์โลก แต่...

เราคือ จิต เข้าไปอาศัยอยู่ และยึดถือเป็นตัวตนของเรา

พระพุทธเจ้าสอนให้ปล่อยวาง เพื่อให้เกิดความว่าง มีความสุข …..”

ลูกเขียนบันทึกนี้ ในวันพ่อแห่งชาติในปีที่พ่อจากลูกไปแล้ว เพื่อขอน้อมรำลึกถึงพระคุณอันใหญ่หลวงของพ่อที่รักและเคารพบูชา..ผู้เป็นพรหมของบุตรตลอดชั่วนิจนิรันดิ์...(๕ ธันวาคม ๒๕๕๑)

.........................................................................................................................................................................

น้องกานดา

ขอบคุณค่ะที่ได้นำบทความ ที่พ่อเขียนเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ ไปเผยแพร่ใน blog ของเธอ..ที่ ๒ บันทึกนี้ โปรดคลิ๊กที่ :

http://gotoknow.org/blog/kanda02/386188

http://gotoknow.org/blog/kanda11/422227

.....................................................................................................................................................................

น้องบุษยมาศ

ขอบคุณค่ะที่ได้นำบันทึกนี้ไปถอดบทเรียนในพื้นที่ Happy Ba..แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างมีความสุข

http://www.gotoknow.org/posts/540166

น้องกานดาแสนมณี

ขอบคุณค่ะที่ได้นำบันทึกนี้ไปถอดบทเรรียน ในพื้นที่ Happy Ba

http://www.gotoknow.org/posts/540106

...................................................................................................................................................................

ภาพจาก internet

........................................................................................................................................................................

http://www.gotoknow.org/journals/entries/115700