High Intensive Interval Training ลดไขมันได้ถึง 9 เท่า เมื่อเทียบกับการออกกำลังกายแอโรบิคแบบปกติ
จากบันทึกก่อนหน้านี้ ได้กล่าวถึงการทำให้ร่างกายมีรูปร่างที่สมบูรณ์แข็งแรงและมีอายุยืนยาว
วันนี้ผมมีทางลัดสำหรับกระบวนการดังกล่าวมาฝาก นั่นก็คือการออกกำลังกายแบบ H.I.I.T อ่านว่า เอช.ไอ.ไอ.ที หรือ High Intensive Interval Training แปลเป็นไทยได้ว่า การฝึกแบบความเข้มข้นสูงเป็นช่วงๆ นั่นเอง ชาวต่างชาติได้ทำวิจัยเกี่ยวกับการออกกำลังกายแบบ HIIT แล้วว่า สามารถลดไขมันได้ถึง 9 เท่าตัวจากการออกกำลังกายแบบปกติ
การออกกำลังแบบ HIIT นี้
จะทำกับกล้ามเนื้อชิ้นใหญ่ของร่างกาย จะได้ผลดีที่สุด เช่น การเดิน
การวิ่ง การปั่นจักรยานอยู่กับที่ เป็นการใช้กล้ามขาเป็นหลัก
แต่หากต้องการ คุณสามารถออกกำลังด้วยการใช้มือและแขนยกน้ำหนักแบบ HIIT
ก็ได้เหมือนกัน
แต่จะได้ผลไม่มากเท่ากับการใช้กล้ามเนื้อชิ้นใหญ่ที่สุดก็คือต้นขาของเรา
การวิ่งบนเครื่องวิ่งอยู่กับที่อาจจะไม่เหมาะสม
เพราะเราไม่สามารถเร่งความเร็วในทันทีได้ ก็ต้องไปวิ่งข้างนอก
ส่วนจักรยานปั่นอยู่กับที่ จะเหมาะสมที่สุดสำหรับการทำ HIIT
เพราะเราสามารถควบคุมช่วงเวลาได้อย่างแน่นอน
สำหรับวิธีการฝึกก็คือ
หลังจากการวอร์มอัพ 5 นาทีแล้ว ให้ออกแรงฝึกโดยการออกแรงอย่างเต็มที่
เหมือนกับเราวิ่งหนีช้างป่าตกมัน มันกำลังวิ่งไล่หลังเรามา
เราต้องหนีตาย โดยการใช้แรงสุดแรงเกิดวิ่งหนี เป็นเวลา 8
วินาที เรียกว่าช่วง High
intensive interval หรือช่วงความเข้มข้นสูง
จากนั้นเราก็ผ่อนความเร็วลงมาให้ช้ามากๆ แต่อย่าหยุด เป็นเวลา
12 วินาที ช่วง 12 วินาทีนี้
เค้าเรียกว่า Rest interval หรือช่วงพัก
สลับกันไปเรื่อยๆเป็นเวลาทั้งหมด 10 ถึง 20 นาที
หลังจากทำเสร็จให้คูลดาวน์ 5 นาที คูลดาวน์ก็คล้ายกับการวอร์มอัพนั่นเอง
ใช้ความเข้มข้นต่ำเพื่อเบาเครื่องลงก่อนที่จะเลิกออกกำลังกาย
เราสามารถสลับการฝึกแบบนี้
โดยการเปลี่ยนช่วงเวลาเป็น 30 วินาทีในช่วงความเข้มข้นสูง และ ช่วงพัก
หนึ่งนาทีครึ่ง ในบางวันก็ได้ หรือจะเปลี่ยนเป็น 1
นาทีในช่วงความเข้มข้นสูงและช่วงเบา หนึ่งนาทีครึ่ง
หรือหากเพิ่งเริ่มฝึกอาจจะพักจนกว่าจะคิดว่าโอเคแล้วจึงเข้าสู่ช่วงความเข้มสูงอีกครั้งในกรณีคนอ้วนที่อาจจะพักเพียง 1
หรือ 2 นาทีแล้วยังไม่หายเหนื่อยพอ แล้วจึงค่อยๆปรับให้ได้ 8/12
วินาที ให้ได้เมื่อฝึกได้ระยะหนึ่งแล้ว
ช่วงการฝึก HIIT
ต่อเนื่องกันที่เหมาะสมคือ 8 สัปดาห์ เมื่อฝึกครบ 8 สัปดาห์เมื่อไหร่
ก็ให้พักในสัปดาห์ที่ 9 ทั้งอาทิตย์
โดยเปลี่ยนไปออกกำลังกายเบาๆอย่างอื่นแทนก็ได้ ที่สำคัญคือ
ให้ฝึกเพียงอาทิตย์ละ 3 วันเท่านั้น วันละไม่เกิน 20 นาที
วันเว้นวัน
อาทิตย์นึงจะมีวันพักติดต่อกันสองวันหนึ่งครั้งเช่น จันทร์ พุธ ศุกร์
ออกกำลังกาย นอกนั้นก็พักผ่อน โดยอาจจะเป็นวันอื่นๆก็ได้
แต่ต้องวันเว้นวันเท่านั้น
เพราะกล้ามเนื้อต้องการเวลาฟื้นตัวถึง 48 ชั่วโมง หากฝืนทำทุกวัน จะไม่ได้ลดไขมัน
แต่จะเป็นการลดกล้ามเนื้อแทน
การรีดไขมัน
เราจะต้องทำควบคู่ไปกับการทานอาหารด้วย
ข้อแนะนำสำหรับการทานอาหารคือ
1. ทานก่อนออกกำลังกาย HIIT
ซักราวๆ 1 ชั่วโมง แต่ไม่ควรทานจนแน่นท้องเกินไป
ร่างกายเราต้องการพลังงาน (จากคาร์โบไฮเดรตและน้ำ)
เพื่อใช้ในการออกกำลังกาย
2. ทานอาหาร 6
มื้อย่อยๆต่อวัน
3.
ทานอาหารให้เท่ากับความต้องการของร่างกาย
แคลอรี่ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป
4.
ทานน้ำตาลให้น้อยที่สุด
5.
ทานอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารเพียงพอ เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อไม่ติดมัน
ถั่วธัญพืช ข้าวกล้อง
เพื่อจะได้นำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงและซ่อมแซมร่างกาย
ให้ฟื้นฟูได้เร็ว
ข้อแนะนำอีกอย่างคือ
ให้ลืมการชั่งน้ำหนักไปได้เลย แต่เมื่อทำได้ซักเดือนนึงแล้ว
ให้ลองไปส่องกระจกดูรูปร่างของเราแทนว่ามีความเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้าง
โดยอาจจะถ่ายรูปเก็บไว้ทุกเดือนๆ จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน
รูปร่างสมบูรณ์สวยงาม ไม่ได้อยู่ที่น้ำหนัก
แต่อยู่ที่ความสมส่วนเหมาะสมกับโครงสร้างร่างกายของแต่ละบุคคลต่างหาก
ถึงตรงนี้แล้วก็ให้ลงมือปฏิบัติซะเลย
เพราะถ้ารู้แต่เพียงทฤษฎีแล้วไม่ปฏิบัติล่ะก็
ไม่ทำให้เราสามารถรีดไขมันได้หรอก :D หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
ศึกษาได้จากเว็ปอ้างอิงด้านล่างได้เลย
ข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษครับ
สรุปและแปลจาก:
http://www.intervaltraining.net
ด้านล่างของหน้านี้มีตารางการฝึกด้วยครับ ขอให้เริ่มจาก 30 วินาที สำหรับ Beginner ไปก่อนแล้วค่อยปรับขึ้น
เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Heart Rate
ในการออกกำลังกายอยู่กับที่ ส่วนใหญ่เครื่องออกกำลังกายสมัยนี้จะมี นาฬิกา ความเร็วในการวิ่ง/ปั่นจักรยาน และเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจมาให้ด้วย เมื่อเราจับที่ที่วัด จะปรากฎตัวเลขอัตราการเต้นของหัวใจของเราขึ้นมาครับ วันนี้เอาวิธีคำนวณ ตัวเลขที่เหมาะสมกับร่างกายของเรามาฝาก เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ฝึกเบาเกินไปหรือว่าหนักเกินไปนะครับ
การคำนวณ Maximum Heart Rate (MHR) ทำได้โดยเอาเลข 220 ตั้ง แล้วลบออกด้วย อายุของเรา เช่น หากเราอายุ 30 ก็จะได้ MHR = 220 - 30 = 190 ครั้งต่อนาที(beats per minute, bpm) อันนี้คือ 100% ของเรานะครับ ไม่ใช่ตัวเลขที่ควรทำได้ ในช่วงอัตราการเต้นของหัวใจในการออกกำลังกายแบบแอโรบิค ช่วงที่พอเหมาะคือ 60 - 90 % ของ MHR ของเรา ซึ่งจากตัวอย่างก็จะได้ 190x0.6 = 114 bpm และ 190x0.9 = 171 bpm อันนี้ก็เป็นวิธีคิดแบบมาตรฐานสากลอย่างหนึ่ง
ส่วนวิธีการคำนวณสำหรับ High Intensive Interval และ Resting Interval ในการทำ HIIT นั้นจะใช้วิธีคำนวณอีกแบบหนึ่ง ทำได้โดยการวัดอัตราการเต้นหัวใจในขณะพัก (Resting Heart Rate, RHR) ก่อน อาจทำโดยการจับชีพจรหรือใช้เครื่องวัดความดันดูครับ ผมลองจับของผมแล้วได้ 72 bpm ก็เอา MHR - RHR = 190 - 72 = 118 จากนั้นก็คูณด้วย 0.6 และ 0.9 เช่นเดิม ได้ High Intensive Interval Heart Rate = 72 + (0.9x118) = 178.2 หรือประมาณ 178 bpm และในช่วง Resting Interval Heart Rate = 72 + (0.6x118) = 142.8 หรือ 143 bpm เมื่อได้ช่วงที่เหมาะสมก็ต้องคอยสังเกตเวลาออกกำลังให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในช่วงนี้ จะได้ผลดีที่สุด สำหรับคนที่ไม่ค่อยฟิต หากทำตามตารางฝึก 30วินาที/60วินาที คือ sprint 30 วินาที และ ช่วงพัก 60 วินาทีแล้วอัตราการเต้นของหัวใจไม่ได้ตามเป้า เราก็ควรปรับตารางของเราให้เหมาะกับตัวเราเองโดยการวัดอัตราการเต้นของชีพจรแบบนี้แหละครับ
ตัวอย่างตารางฝึกขั้นต้น(อย่างง่ายสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายมาก่อน)
|
Week |
Warm
up |
Work Interval (Max Intensity) |
Recovery
Interval (60-70% MHR) |
Repeat |
Cool down |
Total Workout Time |
| 1 | 5
min. |
1 min. | 4 min. | 2 times | 5
min. |
20
min. |
| 2 | 5
min. |
1 min. | 4
min. |
3 times | 5
min. |
25
min. |
| 3 | 5
min. |
1 min. | 4
min. |
4
times |
5
min. |
30
min. |
| 4 | 5
min. |
1.5 min. | 4
min. |
2 times | 5
min. |
21 min. |
| 5 | 5
min. |
1.5 min. | 4
min. |
3
times |
5
min. |
26.5
min. |
| 6 | 5
min. |
1.5 min. | 4 min. | 4
times |
5
min. |
32
min. |
| 7 | 5
min. |
2 min. | 5 min. | 3
times |
5
min. |
31
min. |
| 8 | 5
min. |
2 min. | 5 min. | 4
times |
5
min. |
38
min. |
ดีใจจัง ครูอ้อย กำลังลดความอ้วนโดยเฉพาะ ไขมันที่ท้องค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
เป็นกำลังใจให้ครูอ้อย ที่อยากสวยด้วยนะคะ
ถ้าครูมีจักรยานปั่นอยู่กับที่ก็ลองดูได้นะครับ แต่ถ้าเป็นจักรยานปั่นธรรมดาตามท้องถนนคงจะทำไม่ได้เพราะรถเยอะและควบคุมจังหวะเวลาที่แน่นอนไม่ได้ครับผม ขอให้ครูอ้อยสวยยิ่งๆขึ้นจากการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพครับ :D
สวัสดีครับคุณhall
ผมจะขอเอาวิธีการของคุณhall มาใช้ในการออกกำลังกายครับ ขอบคุณมากครับที่มาแนะนำวิธีการที่ได้ผลอย่างรวดเร็วและเกิดประโยชน์สูงสุด
ครูอ้อย จะเริ่มเลยนะคะ ใจร้อน วัยรุ่นค่ะ
สวัสดีครับคุณ ผมคนโสตฯครับ และ ครูอ้อย วันนี้เอาวิธีคำนวณอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายมาฝากครับ หากออกกำลังได้ถูกหลักแล้ว อาการหัวใจวายแบบนักข่าวกีฬาชื่อดังขณะตีเทนนิสก็จะไม่เกิดกับเรานะครับ ในวันแรกที่ผมลองทำดู(ราวสามเดือนก่อน) รู้สึกเหมือนจะขาดใจตายเลยครับ เหนื่อยมากจริงๆ แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วครับ และใช้ได้ผลจริงๆด้วยครับ
จะลองทำดูน่ะค่ะ ได้ผลอย่างไรจะแจ้งให้ทราบ
วันนี้มาอัพเดทข้อมูลเพิ่มอีกเล็กน้อยครับ
สวัสดีครับคุณ ผิงผิง ผมช๊อตไปวันนึงเต็มๆเลยครับ หลังจากออกเมื่อวันอังคาร พอวันพุธเกิดอาการหมดแรงไปทั้งวัน ปวดเมื่อยตามตัว ระบมไปหมด แต่เป็นสัญญาณที่ดีครับว่าที่เราออกแรงไปไม่เสียเปล่า สู้สู้ครับ
ตามความคิดถึงมาค่ะ คุณ hall
เป็นกำลังใจให้นะคะ ...
บางครั้งคนอ้วนก็สุขภาพแข็งแรงดีกว่าคนผอมนะคะ ...
มีบทความแนะนำให้อ่านของ
คุณแทนไทใน น/ส โลกจิต หัวข้อ "ไอ้อ้วน" เข้าอ่านได้ที่นี่ค่ะ
อ่านแล้วทั้งขำและได้ความรู้ค่ะ ไม่ได้ซ้ำเติมนะคะ แต่ในแง่งานวิจัยแล้วอึ้งเหมือนกันค่ะ
สู้ๆ ... โช๊ะ...เด๊ะ
ขอบคุณครับคุณ @..สายธาร..@ ขอให้มีความสุขกับทุกๆวันเช่นกันครับผม :D
ขอบคุณครับคุณ add ขอให้มีความสุขเช่นกันครับ :)
ขอบคุณครับพี่แตงไทย ไปอ่านมาแล้วครับ สนุกดี ชอบภาพนี้ครับ
ดูๆไปก็น่ารักดี แต่คิดอีกทีความอ้วนทำให้เกิดทุกข์ครับ เลยกลายเป็นน่าสงสารแทนแล้ว ขอบคุณที่นำบทความดีๆมาให้อ่านครับ @^_^@