ความสุขของกะทิเกิดจากการมี ความรักจากตายาย แม่ และธรรมชาติ ความเข้าใจ หล่อหลอมเข้ามาทำให้เด็กคนนี้เข้มแข็ง ถึงแม้พ่อจะไม่กลับมาหาเธอ

 

ความสุขของกะทิ

 

สวัสดีค่ะ ครู อาจารย์ พี่ๆน้องๆ และเพื่อนๆ แห่งชาวgotoknow และmanagerroom

เมื่อวานนี้ตอนเย็น เวลา 18.45 ผู้เขียนได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่อง ความสุขของกะทิ

 

กะทิเป็นเด็กที่เติบโตในชนบทที่อ้อมล้อมด้วยธรรมชาติ และความรักความอบอุ่นที่ได้รับจากคุณตา คุณยาย รวมถึงเพื่อนในย่านนั้น ยายจะทำอาหารใส่ปิ่นโต เพื่อที่ให้กะทิเอาไปทานในมื้อกลางวัน (ถ้าไปดูจะเห็นภาพ และฉากที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ) กะทิจะมีเพื่อนในกลุ่มหลายคน แล้วที่โรงเรียนจะสอนการปลูกต้นไม้

คุณยายมักจะสวดมนต์ทุกวัน คุณตาของกะทิจะทำdialogue กับกะทิบ่อยๆ แม้มาถึงวันหนึ่งมีชายหนุ่มเป็นคนต่างชาติเข้ามาเยี่ยมคุณตา คุณยาย

ซึ่งชาวต่างชาติได้ถามคุณยายว่า แล้วพ่อแม่ของกะทิไปไหน คุณตาให้กะทิแยกออกมา แล้วให้ผู้ใหญ่สองนนั้นได้พูดคุย เพราะไม่อยากให้กระเทือนใจกะทิ

ในที่สุดคุณตา และคุณยาย ได้ให้กะทิตัดสินใจว่าอยากเจอแม่ ถ้าอยากเจอจะพาไปเจอ กะทิตัดสินใจไปพบแม่ แม่ซึ่งป่วยหนักมาก กะทิได้พูดคุยกับแม่ กะทิรู้ว่าในที่สุดอาการป่วยของแม่ก็จะมาถึงจุดจบ แต่ก่อนแม่ของกะทิ ได้เตรียมจัดงานศพไว้ล่วงหน้า โดยทำห้องที่มีลิ้นชักจัดเรียงตามปีพ.ศ เพื่อให้กะทิได้เรียนรู้เกี่ยวกับได้มากขึ้น

หากกะทิอยากรู้อะไรที่เกี่ยวกับแม่ ให้กะทิหาดูในลิ้นชัก

มีอีกเรื่องหนึ่งที่แม่ได้ฝากให้กะทิตัดสินใจนั้นก็คือ ถ้ากะทิอยากเจอพ่อให้เอาจดหมายไปส่งที่ไปรษณีย์ แม่ให้กะทิเป็นคนตัดสินใจ

คุณผู้อ่านค่ะ ถ้าคุณเป็นน้องกะทิ คุณจะอยากเจอพ่อไหมค่ะ แล้วคุณคิดว่าพ่อจะกลับมาหากะทิไหม แล้วถ้าพ่อไม่กลับมาหากะทิ กะทิจะรู้สึกเช่นไร?????

 หากคุณผู้อ่านอยากรู้คำตอบของหนังเรื่องนี้ต้องลองไปดูค่ะ เพราะหนังเรื่องนี้ ผู้เขียนต้องบอกก่อนเลยว่าได้เห็นบรรยายกาศชนบท วิถีคิดของผู้ใหญ่ชาวบ้านธรรมดาที่น่าศรัทธา ได้เห็นแนวธรรมะ ปรัชญาชีวิต

สิ่งสำคัญมันสอนเรื่องการตัดสินใจด้วยค่ะ

 

Key word

-สร้าง ความรัก จากการพูดคุยระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่

- คุณตาจะพูดกับกะทิ ว่าชีวิตคนเราเปรียบเหมือนต้นสน เพราะเมื่อเรารู้จักปรับใจเรา เราก็จะเข้มแข็ง

- ความสุขของกะทิ คือ การเข้าใจชีวิต ว่า แม้ไม่มีพ่อก็ไม่ได้หมายความว่ากะทิจะถูกทอดทิ้ง กะทิกลับมองว่าเรามีความสุขได้จากการมีคุณตายาย คุณแม่ และญาติที่อบอุ่น และมีเพื่อนๆที่จริงใจ 

-การตัดสิน ต้องค่อยๆฝึกการตัดสินใจ บางครั้งผู้ใหญ่ตัดสินใจแทนเด็ก

แต่ในบางเรื่องเราต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่มีใครมาตัดสินใจแทนเราทุกเรื่อง

-สายใยครอบครัว

 

-วิถีชิวิตดังเดิม เน้นอยู่กับธรรมชาติ

-การศึกษา มาจากคนในครอบครัวเป็นผู้สร้าง ไม่ใช่ครู แต่ครูก็มีส่วนสำคัญ