ครอบครัวบำบัด

วันครอบครัวมิตรภาพบำบัด

  • มิตรภาพบำบัดเป็นการช่วยเหลือกันในระหว่างผู้ป่วยด้วยกันเอง เนื่องจากประสบการณ์ในเรื่องโรคและการปฏิบัติตัว ใครจะรู้ดีเท่ากับผู้ป่วยเป็นไม่มี

  • งานบริการพยาบาล โรงพยาบารีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับสปสช.จึงได้จัดให้มีวันครอบครัวมิตรภาพบำบัดในวันที่ 1 ธันวาคม 2551 ประกอบด้วยผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 5 กลุ่มโรค ได้แก่ ผู้ป่วยผู้ใหญ่โรคไต ผู้ป่วยเด็กโรคไต ผู้ป่วยถุงลมโป่งพอง ผู้ป่วยเบาหวานและผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดี รวมทั้งผู้ดูแล ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้จัดงาน มีผู้มาร่วมกิจกรรมประมาณ 70 คน 

  • บรรยากาศในวันนั้นเป็นไปด้วยดี ผู้ป่วยและผู้ดูแลมาลงทะเบียน แยกไม่ออกว่าคนไหนเป็นผู้ป่วย คนไหนเป็นผู้ดูแล แข็งแรงทั้งนั้น

  • รศ.นพ.วิฑูรย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลให้เกียรติมาเปิดงาน คุณชูศรี คูชัยสิทธิ์ หัวหน้างานบริการพยาบาล คุณศิริพร มงคลถาวรชัย รองหัวหน้างานด้านบริการคลินิก ให้การสนับสนุและมาเยี่ยมให้กำลังใจทีมดูแล(ในภาพ 3 คน)ประกอบด้วย คุณเฉลิมศรี สรสิทธิ์ คุณสลักจิต ศรีมงคล และตัวดิฉัน

  •  มีตัวแทนจากสปสช.มาร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมโครงการมิตรภาพบำบัด ถึงแม้ว่าจะเพิ่งเริ่มก่อตั้ง สมาชิกมีความกระตือรือร้นและเข้มแข็ง

  • หลังเปิดงาน มีการแสดงภาพกิจกรรมกลุ่มของผู้ป่วยทั้ง 5 กลุ่ม ทั้งนี้มีการทำกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนระหว่างผู้ป่วยรายเก่าและรายใหม่ ผู้ป่วยเรียนรู้จากของจริง สามารถซักถามข้อสงสัยได้ หลังจบภาพกิจกรรมกลุ่ม เกิดความรู้สึกดีๆ ว่าในสังคมนี้ยังมีการช่วยเหลือ แบ่งปัน เกื้อกูลและเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน

  • ช่วงสาย อาจารย์ณิชานันท์ ปัญญาเอก นักกายภาพบำบัดมาเป็นผู้นำในการออกกำลังกาย  ผู้ร่วมกิจกรรมยืดเส้นยืดสาย ได้รับความสนุกสนานถ้วนหน้า  

  • ต่อด้วยการเล่าเร้าพลัง (story telling) เริ่มจากผู้ป่วยผู้ใหญ่โรคไต เล่าว่าก่อนที่จะมาเป็นโรคไต ก็ป่วยด้วยโรคเบาหวานในเบื้องต้น การควบคุมอาหารเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยให้เป็นโรคไตช้าลง       ผู้ป่วยผู้ใหญ่โรคไตอีกรายเล่าว่า ตนไม่เชื่อว่าป่วยด้วยโรคไต ทั้งกินทั้งเที่ยวจนอาการเป็นมากจึงได้หันมาเชื่อฟังแพทย์และดูแลตนเองในเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย การมาตรวจตามนัด และขอขอบคุณคณะแพทย์และพยาบาลที่ได้ให้การดูแลเป็นอย่างดี

  • ลำดับที่สอง เป็นผู้ป่วยถุงลมโป่งพองกล่าวว่า ตนเองสูบบุหรี่แล้วมีอาการเหนื่อย จึงได้มาตรวจถึงทราบว่าเป็นถุงลมโป่งพอง ดังนั้น หากใครมีญาติหรือคนรู้จักที่มีอาการดังกล่าว ควรชวนมาทดสอบสมรรถภาพปอดและหาแนวทางแก้ไข

  • ลำดับที่สาม มาเป็นคู่ ผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีและสามี หากไม่บอกก็ไม่ทราบว่าคนไหนไม่สบาย ดูสมบูรณ์ ผู้ป่วยเล่าเรื่องการดูแลตนเองหลังผ่าตัดตามที่แพทย์แนะนำ ในด้านอาหาร การปฏิบัติตัวเมื่อได้รับเคมีบำบัด และได้ให้กำลังใจกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ ส่วนสามีผู้ป่วยแนะนำว่า ต้องเข้าใจถึงจิตใจ อารมณ์ของผู้ที่ป่วยด้วยการไม่ถือไม่สา มาเป็นเพื่อนด้วยตลอด การสัมผัสและช่วยเหลือ ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยมีกำลังใจ

  • ผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีอีกรายที่อยู่ด้านล่างเวที รับรู้ว่า ไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดเนื่องจากก้อนเนื้อติดอวัยวะสำคัญ ได้รับการใส่สายระบายน้ำดี ปัจจุบันตัวเหลืองลดลง เหลือที่ตายังเหลืองอยู่ ผู้ป่วยกล่าวว่า ลูกสาวที่มาร่วมกิจกรรมด้วย บอกผู้ป่วยว่า พ่อต้องระมัดระวังเรื่องอาหารเหมือนที่เขาเล่าให้ฟัง นอกจากนี้ ครั้งแรกที่ผู้ป่วยใส่สายระบายน้ำดี แล้วไปสั่งก๋วยเตี่ยวกิน คนที่อยู่ในร้านพูดว่า เห็นสีถุงแล้วกินไม่ลง ผู้ป่วยออกจากร้าน กลับบ้านมาจ้างให้เขาตัดถุงผ้าที่กลมกลืนกับการแต่งกาย

    ก่อนกลับบ้าน

  • ทีมผู้จัดได้มอบของที่ระลึกแก่ผู้เล่าเรื่อง เลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ร่วมกิจกรรม เมนูวันนั้นเป็นก๋วยเตี่ยวอาหารจานเดียว และไอศกรีม

  •  นอกจากงานบนเวที มีการออกบูธเกี่ยวกับการดูแลตนเองของผู้ป่วยทุกกลุ่มโรค บูธของผู้ป่วยเด็กโรคไตมีผลงานฝีมือของเด็กมาจำหน่าย

    ข้อเสนอแนะ

    1.ควรจัดแยกกลุ่มโรค

    2.ควรจัดในสถานที่ที่ประชาชนสมารถมาดูนิทรรศการ อาจเชิญญาติที่เรือนพักญาติมาร่วมกิจกรรมด้วย