ผมตกผลึกตัวเองเงียบๆผ่านสิ่งที่ได้เห็นได้สัมผัส ได้รับรู้ ชีวิตของคนเราช่างเป็นเหมือนละครโรงใหญ่ ประกอบด้วยตัวละครที่ต่างก็ทำหน้าที่ของตน เล่นตามบทบาท ตามเส้นเวลาที่เดินไป เขาเจนจัดในบทบาทมากขึ้น นั่นหมายถึง เขาชำนาญการละคร สิ่งนั้นเองคือชีวิตของพวกเขาและเราได้เรียนรู้ เข้าใจบทบาทเหล่านั้น

 

วันหยุดสุดสัปดาห์

ผมตรงไปร้านหนังสือขนาดใหญ่บนห้างดังกลางกรุง ที่เป็นจุดหมายของผม หลังจากเดินทางไปต่างจังหวัดหลายวัน การเดินทางแบบนักท่องกาลเวลาแบบผม ได้เรียนรู้มากมายเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ไม่มีบทเรียนในหนังสือให้อ่าน ทบทวน ทว่าเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเองท่ามกลางสิ่งรอบตัวที่เปลี่ยนไป

ผมตกผลึกตัวเองเงียบๆผ่านสิ่งที่ได้เห็นได้สัมผัส ได้รับรู้ ชีวิตของคนเราช่างเป็นเหมือนละครโรงใหญ่ ประกอบด้วยตัวละครที่ต่างก็ทำหน้าที่ของตน เล่นตามบทบาท ตามเส้นเวลาที่เดินไป เขาเจนจัดในบทบาทมากขึ้น นั่นหมายถึง เขาชำนาญการละคร สิ่งนั้นเองคือชีวิตของพวกเขาและเราได้เรียนรู้ เข้าใจบทบาทเหล่านั้น

ร้านหนังสือที่กว้างโล่ง ชั้นวางหนังสือที่นี่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบ ผมมักละเมียดชมหนังสือที่ชอบ หมวดใดหมวดหนึ่ง ใช้เวลาเต็มที่ เพื่อเปิดอ่านความคิดที่อัดบรรจุ เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่มีความสุขจริงๆของผม เหมือนเราเดินท่ามกลางดงดอกไม้เดียรดาษ หลากชนิด สีและกลิ่น แล้วแต่เราจะเลือก...และผมก็ได้เลือกชื่นชมดอกไม้บางดอกที่ผมชอบใจ

มุมที่คุ้นเคย หนังสือเล่มเล็กที่ถูกอัดตามซอกชั้นหนังสือ ผมเหมือนนักคุ้ยหาสมบัติ เมื่อได้หนังสือที่ต้องการก็ดีใจ เหมือนได้ค้นพบสิ่งที่ถูกใจ

 

"ผมกลับค้นพบเด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่ง

เด็กผู้ชายหลงทางอยู่ในความมืด ในมือถือตะเกียงที่มีแสงสว่างบางเบาสีเหลืองนวล

เขาบอกว่า ได้ตะเกียงดวงน้อยนี้จากผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งร้องไห้อยู่บนหนทาง

ที่เขาเพิ่งเดินผ่านมา

เธอขอร้องขอให้เขาช่วยนำตะเกียงดวงนี้มาส่งให้ผมไว้ใช้นำทางในการเดินต่อไปจนสุดทาง

เพราะตัวเธอคงไม่สามารถเดินทางต่อไปได้อีก

เธออยากให้ผมนำตะเกียงดวงนี้ไปด้วย

ผมจึงยื่นมือรับพร้อมให้สัญญาว่าจะเดินทางต่อไป

 

ผมเดินช้าๆผ่านเส้นทางที่สว่างมากขึ้นเรื่อยๆ

ถึงแม้ว่าเส้นทางจะสว่างไสวเพียงใด

ผมก็ไม่เคยละทิ้งตะเกียงดวงนั้น

เพราะมันทำให้ผมรู้สึกว่ามีเพื่อนร่วมทางที่เป็นมิตรและแสนอบอุ่นใจ

ตอนนี้ผมรับรู้แล้วว่า

ผู้หญิงคนนั้นไม่เคยเดินจากไปไหน

เธอยังคอยจ้องมองความสำเร็จของผม

ด้วยความภาคภูมิใจ

 

ผมยังคงเห็นเธออยู่ในแววตาอันอ่อนโยนและอบอุ่นของแม่ผม

 

- - -บางส่วนของคำนำผู้เขียน สิขเรศ เอี่ยมประชา -นักท่องกาลเวลา - -

 

เป็นส่วนหนึ่งของหน้าแรกๆของหนังสือที่ผมเลือก นอกจากหน้าปกที่สะดุดตา ความเรียงข้างในก็ละม้ายชีวิตบางช่วงบางมุมของผม

ผมพยายามเปรียบชีวิตคือการเดินทาง เป็นนักท่องกาลเวลา เพราะ ชีวิตไม่หยุดนิ่ง กาลเวลาไม่เคยหยุดหมุน และผมก็คือเด็กชายตัวเล็กๆคนนั้น ที่เดินถือตะเกียงอยู่ในความมืดอันแปลกเปลี่ยว แต่ผมจำไม่ได้ว่าผมได้รับตะเกียงนี้จากใคร วันหนึ่งผมก็ตัดสินใจเดินทางไปข้างหน้า ด้วยความหวังว่าจะพบเจอเส้นทางที่สว่างไสว  การเรียนรู้ระหว่างเส้นทางทำให้เราแข็งแกร่งมากขึ้น รวมไปถึงเราพยายามเข้าใจสิ่งรอบตัวที่ซ่อนในความมืดนั้นถึงแม้ว่าแสงสว่างของตะเกียงไปไม่ถึง กระนั้นในระหว่างเส้นทางของความสำเร็จ ผมก็ยังมีสายตาอันอบอุ่น ห่วงใยจากคนที่รัก ตลอดทุกเส้นทาง...และผมสัญญาจะเดินไปให้ถึง

"นักท่องกาลเวลา" รวมความเรียงกว่า ๒๐ ตอนของ สิขเรศ เอี่ยมประชา (HyPeR MonKeY) นักเขียนหนุ่มประจำเว็บบล็อก (Weblog) สุดฮิต - - - www.exteen.com  และ www.multiply.com ที่ผ่านเข้ามาในสายตา หนังสือรูปเล่มสวยงามน่าเก็บ เนื้อหาความเรียงที่มีชีวิต อบอุ่นอ่านง่าย  ผ่านความสัมพันธ์ระหว่าง คน เวลา กับ สิ่งรอบข้าง แฝงแง่งามของความคิดอย่างแนบเนียน

เมื่ออ่านหนังสือเหมือนเราได้อ่านความคิดของคนช่างคิด หลายบทหลายตอนในหนังสือ ซึ่งเราอาจมองว่าคุ้นเคย แต่บางครั้งมุมที่นำเสนอเรากลับมองข้ามเลยไป สิ่งนั้นเองเป็นความหมายอันแท้จริงของการเดินทางของนักท่องกาลเวลา ที่เขาอยากบอกเรา และจะดีกว่าหรือไม่ว่า หนังสือเล่มเล็กที่มีสาระจากชีวิต ทั้งมองโลกในแง่ดี และมองโลกในแง่จริง อาจสร้างแรงบันดาลใจให้คนบางคนให้มีกำลังใจเดินทางล่าฝัน อาจต่อเติมความคิดที่ยังรอวันสมบูรณ์ และสิ่งที่ผมคิดว่าสัมผัสได้ทันทีกับการอ่านแต่ละบทของหนังสือเล่มสวย เป็นพลังของคนมีฝัน ความอบอุ่น มีความสุขของการอยู่ และเดินทาง...ซึ่งเราต่างก็ต้องการกันไม่ใช่หรือ

 

 


 

"เพราะชีวิตไม่เคยหยุดนิ่ง กาลเวลาไม่เคยหยุดหมุน"

นักท่องกาลเวลา

สิขเรศ เอี่ยมประชา (HyPeR  MonKeY)

กรุงเทพฯ แพรวสำนักพิมพ์,ตุลาคม ๒๕๕๐