ในเรื่องของการศึกษามีหลายประเด็นที่น่าสนใจ อยากให้กำลังใจคุณครูอาจารย์ที่อยู่ทั่วประเทศว่าการทำวิจัยไม่ใช่เรื่องยาก ทำอย่างไรให้การวิจัยของครูอาจารย์มีการพัฒนาการเรียนการสอนของตนเอง แล้วนำผลของการวิจัยไปพัฒนาครูเพื่อประเมินเป็นครูชำนาญการ ครูชำนาญการพิเศษได้
ท่านอาจารย์หมอประเวศ วะสีกล่าวว่า
“การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ทุกวันนี้เราคิดแบบแยกส่วน เราคิดเรื่องการศึกษาก็อีกอย่างหนึ่ง การวิจัยก็เป็นเรื่องหนึ่ง ที่จริงการวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เด็กอนุบาลก็ควรวิจัย เด็กประถม มัธยมก็วิจัยได้ เพราะกระบวนการเรียนรู้ คือการค้นหาคำตอบ จากการสร้างความรู้ใหม่ขึ้นมาเป็นการวิจัย การวิจัยควรเป็นวิถีชีวิต”
จากแนวคิดของท่านอาจารย์หมอประเวศ วะสีดังกล่าวข้างต้นประเด็นที่ผู้เขียนเห็นได้ชัดเจนคือ ทั้งเด็กประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ทำวิจัยแล้วนักเรียนมีความสุข สนุกกับการเรียน กรณีตัวอย่างของโรงเรียนบ้านเม็กดำ จังหวัดมหาสารคาม เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยม
ผู้เขียนอยากเห็นการใช้ gotoknow เป็นประโยชน์แก่คุณครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา(จริงๆๆก็มีประโยชน์อยู่แล้ว) เรามีนักวิชาการ นักการศึกษา ภูมิปัญญาชาวบ้าน(เขียนหน่อย..กลัวพ่อครูบาน้อยใจ อิอิอิ)ผู้รู้มากมาย ที่อยากช่วยเหลือ เรียนรู้กับครูอาจารย์
ลองเอาเรื่องที่ท่านสนใจอยากทำมาปรึกษาโดยผ่าน blog ดีไหม รับรองว่านักวิชาการ นักการศึกษา ภูมิปัญญาชาวบ้านผู้รู้ต่างๆ ยินดีช่วยเหลือท่านแน่ๆๆ เรื่องไหนที่ผู้เขียนไม่ทราบก็จะส่งต่อไปที่ผู้รู้ในสาขานั้นๆๆ (มีรายชื่ออยู่แล้ว อิอิอิๆๆ)
บันทึกนี้ผู้เขียนตั้งใจจุดประเด็นคุณครูว่า การวิจัยในชั้นเรียนไม่ยาก แต่เกิดผลดีต่อนักเรียนและคุณครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษาแน่นอน ลองคิดนะครับ ว่าจะทำอะไรดีในเทอมนี้ เอาปัญหาที่เร่งด่วนก่อนก็ได้ (ปัญหาหัวใจไม่รับปรึกษานะครับ อิอิอิๆ)

แต่ห้ามทำวิจัย ในเรื่องของระบบที่ทำได้ยากมากๆนะครับ เช่น (เปลี่ยนตัวผู้บริหาร อิอิอิๆ) เอาเรื่องง่ายๆในชั้นเรียนท่านก่อนดีไหม ลองทำดูนะครับ เอาใจช่วยคุณครูอาจารย์ ที่ท่านอาจารย์หมอประเวศ วะสี ท่านบอกว่า ครูคือเมล็ดพันธุ์ แห่งความดี อีกคำหนึ่งคือ ครูกู้แผ่นดิน
ขอให้คุณครูอาจารย์ทุกท่านมีความสุขกับการทำงานครับผม ผู้เขียนก็จะไปทำวิจัยต่อเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ ทำดีวันละนิด(ข)จิตแจ่มใส…อิอิอิๆๆ
ขอบคุณข้อมูลของท่านอาจารย์หมอ ประเวศ วะสี จากหนังสือ แนวความคิดเกี่ยวกับการปฎิรูปการเรียนรู้


สวัสดีครับ
เห็นด้วยครับที่ควรจะทำวิจัยในชั้นเรียน และเอาไปเล่าแลกเปลี่ยนกันในสถานศึกษานั้นๆ
ไม่ได้เป็นครูครับ แต่ตอนนี้เหมือนว่าตัวเองกำลังทำวิจัยในองค์กรอยู่ครับ
ก่อนเริ่มวิจัย ต้องเริ่มจากการอุทิศตนหรือเปล่าครับ เพราะถ้าไม่มีแนวคิดที่จะทำอะไรเพื่อส่วนรวม การวิจัยอาจไม่เกิดขึ้น
ขอบคุณครับ
สวัสดีคะคุณพี่ขจิต
มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ ^_^
เรียนอาจารย์ ดร.ขจิต
ชีวิตก็คือการวิจัยที่ไม่มีวันจบครับ
เพียงแต่ทุกคนไม่ได้ทำเป็นเอกสารเท่านั้นครับ
ชาวนาทำนาไม่รู้สักกี่สิบวิธีที่เหมาะสำหรับที่นาของตนเอง หากเขาพากันเขียนขึ้นมาละก็..ฮึ ฮึ ฮึ เราจะหนาว.....
การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา การศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้
ผมค่อนข้างเห็นด้วยที่ไม่ควรแยกส่วนระหว่างการศึกษากับงานวิจัยเพราะมันคือนัยสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาในหลายๆเรื่องครับ
พยาบาล..ก็พยายามส่งเสริมในการทำวิจัยในหอผู้ป่วยจากการปฏิบัติงาน มีทุนวิจัยส่งเสริมมากมายค่ะ
R2R
เห็นด้วยกับคุณครู..มีการทำวิจัยในห้องเรียนค่ะ
ปัญหาอย่างหนึ่งของคนที่ต้องทำงานอยู่ในกรอบ ในระบบคือ มักมองว่า "การวิจัย"เป็นเรื่องใหญ่ ต้องทำอย่างเป็นทางการ มีรูปแบบ มีการใช้ทฤษี โมเดล คือ ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือให้งานวิจัย ไปให้ความสนใจตรงนี้มากกว่า "เรื่อง"ที่ควรทำวิจัย มีปัญหาอะไรที่ต้องการค้นคว้าหาคำตอบ พี่คิดว่าวิจัยควรจะเป็นการมีแรงบันดาลใจจากการรักงาน มองเห็นปัญหา อยากทำให้ดีกว่าเดิม จะทำอย่างไรดีนะ ลองวิธีนี้ดีมั้ย แล้วหาเครื่องมือ(วิจัย)ที่เหมาะสมมาใช้
หากคิดแบบ question-driven มีเรื่องให้ทำมากมายใช่มั้ยคะ บางปัญหาก็ต้องใช้เครื่องมือที่มีความซับซ้อน บางปัญหาก็ใช้เครื่องมือธรรมดา เหมือนหั่นเนื้อก็ใช้มีดอย่างหนึ่ง ผ่าตัดก็ต้องใช้มีดอีกอย่างหนึ่ง
ที่สำคัญมองปัญหาแล้วเห็นว่าเป็นปัญหาหรือเปล่า หรือที่แย่กว่าคือ ไอ้ที่ไม่ได้เป็นปัญหากลับไปมองว่าเป็นปัญหา
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะอ.ขจิต
ติดตามมาเยี่ยม และให้กำลังใจ คนที่ขยันๆ
สิ่งที่เปิดประเด็น น่าสนใจ และ เป็นเรื่องที่น่าขบคิด และลงมือทำ
อาจารย์ช่วยแนะนำการวิจัยในห้องผ่าตัดบ้างสิคะ ตอนนี้กำลังศึกษาปริญญาเอก ด้านปรัชญาการศึกษา แขนงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ค่ะ