รวมตะกอนเด็ด วาทะเด่น ผลึกผล ทางการศึกษาไทย ใน G2K ตอนที่ 3

อยากจะเชิญชวน พวกเราชาว G2K ทุกท่าน มาโพสต์มุกเด็ดๆ ตะกอนที่กลั่น หรือกวนกันจนตกผลึก มารวมๆ กันไว้ โดยมีเงื่อนไขง่ายดังต่อไปนี้ครับ

สวัสดีครับทุกท่าน

          สบายดีกันไหมครับผม    เนื่องจาก

     อยากจะเชิญชวน พวกเราชาว G2K ทุกท่าน มาโพสต์มุกเด็ดๆ ตะกอนที่กลั่น หรือกวนกันจนตกผลึก ผมขอเรียกเป็น ผลึกผล (เลียนแบบผลิตผล) ก็แล้วกันนะครับ มารวมๆ กันไว้ โดยมีเงื่อนไขง่ายดังต่อไปนี้ครับ

  1. ประโยคเด็ดๆ หรือข้อความเด็ดๆ ที่ท่านชอบ แล้วโดนๆ (หากเป็นประโยคเด็ดๆ หลายๆข้อความ ในบทความเดียวกัน ก็ใส่หลายๆ ท่อนได้เลยครับ)

  2. จากบทความไหน อาจจะเป็นลิงก์ หรือชื่อบทความแล้วลิงก์ไปยังบทความนั้น (นำไปสู่การถกและประชาสัมพันธ์กันต่อ)

  3. ชื่อบล็อก หรือ รูปภาพ หรือ ทั้งชื่อและรูปภาพ เพื่อชื่นชมครับ อาจจะไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ในชื่อบทความก็ได้ครับ อยู่ในส่วนของการแสดงความเห็นก็ได้นะครับ

หมายเหตุ หากบทความไหนที่เจ้าของบทความ หรือเจ้าของความเห็นรู้สึกว่า ไม่สมควรหรือโพสต์ที่นี่แล้วไม่สบายใจ ก็แจ้งบอกมาได้นะครับ ผมยินดีจะเอาออกให้นะครับ แจ้งไว้ทางโพสต์คำถามเลยก็ได้นะครับ 

ปล. คำว่า ผลึกผล  คงทำให้หลายท่านงง ครับ คือจริงๆ ไม่มีอะไรนะครับ อาจจะเป็นผลผลึกก็ได้ครับ เลียนแบบ ผลิตผล หรือ ผลผลิต หรือ ผลิตภัณฑ์ แต่ อันนี้ เป็น ผลึกผล(ทางความคิด) เลยของตั้งให้ แปลกสมอง (เลียนแบบแปลกหู แปลกตา ครับ) หน่อยละกันนะครับ ไม่ว่ากันนะครับ  

ขอบคุณทุกท่านมากๆ และล่วงหน้า ที่ให้ความร่วมมือนะครับ

เม้ง สมพร ช่วยอารีย์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มิสเตอร์ช่วย



ความเห็น (100)

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น
เขียนเมื่อ 

 http://gotoknow.org/blog/pilgrim/103908

Ppilgrim

ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน

เพราะนอกเหนือจากการช่วยสนับสนุนภาครัฐส่วนต่างๆ ที่กำลังทำงานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนแล้ว ร่าง พรบ.ฉบับนี้จะมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อองค์กรชุมชนที่ทำงานนี้อยู่อย่างโดดเดี่ยว หรือลำบากยากเย็นในการประสานงาน เพราะหากเป็นองค์กรชุมชน มูลนิธิ ที่มีประสบการณ์การทำงานและมีผลงานเป็นที่ยอมรับ ก็อาจขอรับการขึ้นทะเบียน ตามที่ พรบ.นี้กำหนดได้ ซึ่งจะช่วยยกฐานะให้เป็นองค์กรให้บริการ ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงยุติธรรม โดยผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียน จะถือเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายอาญา

นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงงบประมาณที่องค์กรให้บริการเหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากรัฐอีกด้วย

นอกจากช่วยให้เกิดความหลากหลายยิ่งขึ้นขององค์กรผู้ให้ความช่วยเหลือแล้ว ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนก็จะได้รับผลประโยชน์โดยตรง โดยเฉพาะประชาชนที่มีฐานะยากจน ที่ไม่มีเงินพอที่จะจ้างทนาย หรือใช้จ่ายในกระบวนการยุติธรรม 

นับว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของการสร้างความยุติธรรมและสันติในสังคมไทย

น่าจะช่วยกันสนับสนุนร่าง พรบ.นี้กันด้วยนะคะ

เขียนเมื่อ 
 
Pนาย ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม
http://gotoknow.org/blog/paiboon/104237
จดหมายถึงญาติมิตรพัฒนาสังคม ฉบับทิ่ 19 (18 มิ.ย. 50)

            กรณี ร่าง พรบ. สภาองค์กรชุมชน คือ ความก้าวหน้า ใน ความไม่ก้าวหน้า

                เป็นเวลาเกือบ 2 สัปดาห์แล้วที่เรื่องของ ร่าง พรบ. สภาองค์กรชุมชน เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ทางโทรทัศน์ ทางวิทยุ รวมทั้งมีบทวิเคราะห์วิจารณ์ต่างๆต่อเนื่องมาทุกวัน และมีท่าทีว่าจะยังคงมีข่าวและบทวิเคราะห์วิจารณ์ต่อไปอีกระยะหนึ่งอย่างแน่นอน

                เรื่องร่าง พรบ. สภาองค์กรชุมชนเริ่มเป็นข่าวหน้า 1 ครั้งแรก เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน โดยมีเนื้อข่าวว่าร่าง พรบ. นี้ถูกคัดค้านในที่ประชุม ครม. ในขณะที่ผมได้ชี้แจงต่อ ครม. ว่าร่าง พรบ. ฉบับนี้มีความสำคัญเป็นลำดับที่หนึ่งของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของกระทรวงฯที่สนองนโยบายด้านสังคมของรัฐบาลตามที่ได้แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ภายหลังการเข้ามารับหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน

                เมื่อเรื่องนี้เป็นข่าวแพร่สะพัดออกไป ก็ได้มีเสียงทั้งสนับสนุนและคัดค้านจากหลายๆฝ่าย หลายๆกลุ่ม หลายๆบุคคล

                สื่อมวลชนส่วนใหญ่ นักพัฒนาโดยรวม นักวิชาการโดยรวม องค์กรชุมชนโดยรวม ได้ให้ความเห็นในเชิงสนับสนุน ร่าง พรบ. สภาองค์กรชุมชน

                ส่วนเสียงคัดค้านมาจากกระทรวงมหาดไทย สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 3 สถาบัน (ได้แก่ สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และสมาคมสันติบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย) กับสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย เป็นหลัก

                ในจังหวัดต่างๆหลายจังหวัด ได้มีกลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านร่าง พรบ. สภาองค์กรชุมชน

                แต่ก็มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนหนึ่ง ตลอดจนกำนันผู้ใหญ่บ้านบางคนได้พูดสนับสนุนร่าง พรบ. ฉบับนี้ 

                ทางด้านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีสมาชิกจำนวนหนึ่งประกาศว่าจะนำเสนอร่าง พรบ. ในสาระทำนองเดียวกันเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ด้วยไม่ว่ารัฐบาลจะเสนอร่าง พรบ. สภาองค์กรชุมชนตามข้อเสนอของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯหรือไม่ก็ตาม

                สำหรับนักวิชาการ ได้มีการจัดสัมมนาพิจารณาร่าง พรบ. สภาองค์กรชุมชนที่จุฬาลงกรณ์มหาลัยไปแล้ว และทราบว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคจำนวนหนึ่งกำลังจะจัดสัมมนาในเรื่องนี้เช่นกัน

                และพอจะคาดหมายได้ว่า การตื่นตัวรับรู้ การศึกษาเรียนรู้ การวิเคราะห์วิจารณ์ การพินิจพิจารณา ฯลฯ เรื่องร่าง พรบ. สภาองค์ชุมชนและประเด็นที่เกี่ยวพันกัน จะเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและอย่างต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่งเป็นอย่างน้อย

                ดังนั้น แม้ว่า ครม. จะยังไม่เห็นชอบร่าง พรบ. สภาองค์กรชุมชน และได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาประเด็นที่ขัดแย้งกันอยู่ก่อนนำมาให้ ครม. พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่ยังมีเสียงคัดค้านจากกระทรวงมหาดไทย และกลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนมาก ซึ่งหมายความว่าความก้าวหน้าของร่าง พรบ. ฉบับนี้ คงต้องเกิดการสะดุดหรือชลอในช่วงเวลาหนึ่งเป็นอย่างน้อย

                แต่จากปรากฏการณ์ดังที่ผมได้ลำดับมาโดยสังเขป อาจกล่าวได้ว่ากรณี ร่าง พรบ. สภาองค์กรชุมชนนี้ ได้เกิด ความก้าวหน้า ใน ความไม่ก้าวหน้า อย่างน่าสนใจและอย่างมีคุณค่าทีเดียว!

                                                                                                สวัสดีครับ

                                                                                                       ไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม
เขียนเมื่อ 
P
ดร. ทิพวัลย์ สีจันทร์
เมื่อ จ. 18 มิ.ย. 2550 @ 12:26 [296392]

 http://gotoknow.org/blog/paiboon/104237

กราบเรียนท่านอาจารย์ค่ะ

นักวิชาการของสถาบันต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคกลางและตะวันตกจำนวนหนึ่งกำลังขับเคลื่อนเรื่องนีอยู่เช่นกันค่ะ โดยเราจะมีการสัมมนาเวทีนโยบายสาธารณะภาคตะวันตกเรื่อง "สภาองค์กรชุมชนสร้างความเข้มแข็งชุมชนรากฐานจริงหรือ?" ระหว่างวันที่ 27-28 มิถุนายนนี้ ที่ห้องประชุม "ภูมิแผ่นดิน" มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรีค่ะ นอกจากเวทีสัมมนาที่มีตัวแทนนักวิชาการและตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้ว จะมีการศึกษาดูงานที่ "ศูนย์เรียนรู้บ้านหนองกลางดง" ตำบลศิลาลอย อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบฯด้วยค่ะ

เรื่องพรบ.สภาองค์กรชุมชนนี้ เป็นสิ่งที่นักวิชาการ นักพัฒนา นักปกครอง องค์กรชุมชน และภาคีภาคส่วนต่าง ๆ คงต้อง "เรียนรู้" ร่วมกันอย่างเข้มข้นและจริงจังภายใต้ความเป็น "กัลยาณมิตร" ค่ะ ประเด็นสำคัญที่ได้เรียนให้ท่านอาจารย์ทราบแล้วในเวทีการสัมมนาสถาบันการเงินชุมชนที่บ้านหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวนจังหวัดกาญจนบุรีเมื่อวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา คือ จะทำอย่างไรให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องสภาองค์กรชุมชนในวงกว้าง โดยเฉพาะในส่วนของ "ภาครัฐ" ที่ทำงานด้านการพัฒนา การสร้าง "วงเรียนรู้" อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องของภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีบทบาทในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อการ "หนุนเสริม" ซึ่งกันและกันมากกว่าการขัดแย้งกัน

ชุมชนมี "วิถี" ที่เป็นของตนเอง ภาคส่วนต่าง ๆ ที่เข้ามาทำงานในชุมชนควรทำหน้าที่เป็น "พี่เลี้ยง" สนับสนุนให้เกิด "กระบวนการเรียนรู้" ของชุมชน เพื่อให้ชุมชนเรียนรู้ที่จะ "จัดการ" ชุมชนให้เข้มแข็งภายใต้ "ทุน" ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในชุมชนและภายใต้"บริบท" ที่เป็นจริงของแต่ละชุมชน ซึ่งในพื้นที่ภาคตะวันตก(และในพื้นที่ภาคอื่น ๆ เช่นกัน)ได้มีความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ ในการทำงานด้านนี้มาระยะหนึ่งแล้วค่ะ เท่าที่ได้ลงทำงานในพื้นที่ร่วมกับองค์กรชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพบว่าอปท.หลายแห่งเข้าใจถึงความสำคัญของพรบ.สภาองค์กรชุมชนค่ะ

ตัวเองคิดว่าการมีพรบ.สภาองค์กรชุมชนรองรับ จะช่วยทำให้การทำงานขององค์กรชุมชนราบรื่นขึ้นค่ะ เพราะหลายคนของหน่วยราชการบางแห่งยังคงเข้าใจว่าองค์กรต่าง ๆ ที่ทำงานเพื่อชุมชนเหล่านี้เป็นองค์กรที่สร้างปัญหา  ยกตัวอย่างช่วงที่ทำงานโครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาขบวนการสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี มีข้อค้นพบว่าองค์กรที่จดทะเบียนเป็น "สหกรณ์" แม้จะทำงานมีประสิทธิภาพหรือไม่เพียงใด หากแต่ได้รับการยอมรับเพราะการได้ "ขึ้นทะเบียน" ในขณะที่องค์กรชุมชนหรือ "สหกรณ์ภาคประชาชน" เช่น กลุ่มสัจจะฯ กลุ่มแผนแม่บทฯ กลุ่มเกษตรอินทรีย์ และอีกหลาย ๆ กลุ่ม ถูกกล่าวหาจากหน่วยราชการว่าเป็น "กลุ่มเถื่อน" ซึ่งคำนี้บั่นทอนกำลังใจของคนทำงานเพื่อชุมชนไม่น้อยค่ะ

อย่างไรก็ตาม คงต้องยอมรับความจริงว่า องค์กรชุมชนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากนั้น หากวิเคราะห์แล้วจะพบว่าองค์กรชุมชนที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายอย่างแท้จริงมีอยู่ไม่มากนัก การวางแผนงานเพื่อ "การขยายผล" จากองค์กรชุมชน "ต้นแบบ" สู่องค์กรชุมชน "เครือข่าย" จึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก เนื่องจากองค์กรชุมชนส่วนใหญ่ยังคงต้องการ "การเรียนรู้" เพื่อการพัฒนาตนเองให้เข้มแข็งในอีกหลาย ๆ ด้าน เพื่อที่จะสามารถเป็น "แกน" ในการขับเคลื่อนให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชนให้ได้จริง การมีพรบ. สภาองค์กรชุมชนเพื่อช่วยเสริมสร้างให้เกิดความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนจึงเป็นเรื่องที่ดีและจำเป็นค่ะ ขณะเดียวกันคงต้องมาช่วยกันพิจารณาในรายละเอียดของเนื้อหาพรบ.ซึ่งเป็นภารกิจที่คงต้องร่วมทำกันต่อไปค่ะ

หวังเช่นกันว่าว่าบ้านเมืองของเราจะมี "ความก้าวหน้า" เกิดขึ้นบ้างในความ "ไม่ก้าวหน้า" ที่เห็นและเป็นอยู่ค่ะ  

เขียนเมื่อ 

P
http://gotoknow.org/blog/LifeLearning/104420

  ความสำเร็จและความภาคภูมิใจในชีวิตของคน ๆ หนึ่ง ไม่ใช่อยู่ที่ "ต้นทุน" แต่อยู่ที่ "คุณค่า" และ "กำไร" ของชีวิตต่างหาก...

                 

                 สำหรับบางคนแม้"ต้นทุน"ชีวิตจะน้อยกว่าคนอื่น แต่"คุณค่า"และ"กำไร"ชีวิตไม่แพ้ใครแน่นอนครับ

เขียนเมื่อ 
PHandy
ม.ราชภัฏจันทรเกษม
ระวังลิฟท์ที่สนามบิน สุวรรณภูมิ .. คำเตือน เพื่อนฝากมา !
ปรากฏสิ่งที่พบคือเเรงงานพม่าชายจำนวน 10 คนได้ยืนรออยู่หน้าลิฟท์
   รับ e-mail จากเพื่อนแล้วไม่อยากรอช้าครับ .. ลองอ่านดู เพื่อได้รู้ และ กัน ดีกว่า แก้ ครับ ..

     เมลนี้เป็นเมลที่จะเตือนภัยให้ทุกๆคนระวัง

เรื่องก็มีอยู่ว่า มีข่าวว่าลิฟท์ชั้นสุดท้ายห้ามลง เนื่องจากมีข่าวลือมาว่ามีการข่มขืนเกิดขึ้น และเเล้วก้อได้มีผู้ชายคนนึงได้ยินข่าวนี้เหมือนกัน จึงลองกดลิฟท์ไปที่ชั้นสุดท้าย ปรากฏสิ่งที่พบคือเเรงงานพม่าชายจำนวน 10 คนได้ยืนรออยู่หน้าลิฟท์เเละทำหน้าแปลกใจกับสิ่งที่ได้พบเห็น (พี่คนกดเป็นผู้ชาย) ซึ่งเหตุการณ์นี้ถ้าเป็นผู้หญิงที่กดลิฟท์ผิดชั้นคุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ดังนั้นรบกวนให้ทุกคนที่ได้รับเมลนี้ช่วยส่งต่อกันไปเรื่อยๆ เพื่อช่วยกันระเเวดระวังไม่ให้เหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้นอีก

และดีที่สุดคือ เวลาทุกคนไปที่สนามบินกรุณาใช้บันไดเลื่อนจะปลอดภัยกว่า

เขียนเมื่อ 

http://gotoknow.org/blog/paiboon/104237

P
หนุ่ม ร้อยเกาะ
เมื่อ จ. 18 มิ.ย. 2550 @ 21:18 [296864]
  • ขอบคุณครับ ท่าน รองนายก ไพบูลย์ฯ ที่ท่าน ได้จุดประกาย ให้สังคม ได้รับรู้
  • ผมเป็นข้าราชการคนหนึ่ง และเคยทำงานด้านสังคม ชุมชน มาด้วย เห็นด้วย กับ พรบ.ฉบับนี้มาก และอีกหลายๆคนที่ท่านได้กล่าวมา ก็เห็นด้วยเช่นกัน เพราะเดี๋ยวนี้ มีภาคประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมใน อปท.มากขึ้น แต่ไม่มากพอที่จะไปเปลี่ยนแปลง ความคิดดั้งเดิมได้
  • ขอให้กำลังใจ ท่านรองฯต่อสู้เพื่อสังคมต่อไปครับ ยังมีคนเห็นด้วยกับท่านอีกมาก แต่ไม่มีโอกาส แสดงความคิดเห็น ครับ
P
นาย วรชัย หลักคำ
เมื่อ อ. 19 มิ.ย. 2550 @ 10:02 [297198]

สวัสดีครับ ท่านอาจารย์

     ผมขอให้กำลังใจนะครับ

เขียนเมื่อ 

 http://gotoknow.org/blog/light/104659

Pสุปราณี (แกบ) จริยะพร
สคส.

การมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องผ่านอุปสรรคใด ๆ เลย จึงมีแต่จะทำให้เราพิการและไม่แข็งแรง การดิ้นรนฝ่าฟันอุปสรรคต่างหาก ที่เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินชีวิต ซึ่งจะช่วยให้เรายืนหยัดอยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง เพราะอย่างนั้น

 

            ภูมิใจกับการดิ้นรนในวันนี้เถอะ ถ้าคุณหวังจะไปให้ถึงวันดี ๆ ของชีวิต ที่สามารถโบยบินได้อย่างเสรี!  

           อย่างน้อย ก็สร้างกำลังใจให้กับตัวเอง

เขียนเมื่อ 

 http://gotoknow.org/blog/kamkam/104628

P

เทคนิคการทำงานเป็นทีมอย่างแท้จริง


คุณเคยเป็นแบบนี้บ้างไม๊

********************   อะไรๆ ก็กู ทั้งปี เลยยยยยยยย   *********************

*************************  เพื่อใคร เพื่อชาติมั้ง  ***************************

เขียนเมื่อ 
Pดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
สัญลักษณ์ - ความหมายของการแต่งงาน (ที่แท้จริง)

 

 พอดีไปเจอสัญลักษณ์แสดง "ความหมายที่แท้จริง" ของการแต่งงานเข้า

เลยนำมาฝากคร้าบ... ;-)

เขียนเมื่อ 
ยินดี ที่มีส่วนร่วมใน blog นี้ค่ะ
เขียนเมื่อ 

Pดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  http://gotoknow.org/blog/funny-stuffs/104162

คุกกี้จตุคำ รุ่น ฉุกคิดรวยโคตร

 

พระพยอมจัดทำคุ้กกี้ "จตุคำ" เตือนสติผู้นิยมจตุคามรามเทพ 

เขียนเมื่อ 

Pดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  http://gotoknow.org/blog/funny-stuffs/104160

เขียนเมื่อ 

Pดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)   http://gotoknow.org/blog/funny-stuffs/103405

หนังสือออกใหม่จ้า! 

เขียนเมื่อ 

Pดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  http://gotoknow.org/blog/funny-stuffs/102711

แม้วซื้อ 'City' แล้ว!

เขียนเมื่อ 

 

P

วิหคเหิรฟ้า     " วินัย " ในสังคมไทย...ยังมีความหวังไหม ?

http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/102584

ทำไมเบิร์ดถึงนึกถึงคั่วกลิ้ง ?...ก็เพราะสภาพของ " คน " ในสังคมที่เล่าฮูบ่นพึมพำเป็นหมีดื่มน้ำชาอยู่ในตอนนี้ ..ทำให้เบิร์ดจี๊ดขึ้นในใจว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะเป็น " คน " ที่คนไม่ทั่ว ..คนเราก็เหมือนทำอาหาร  ถ้าคนไม่ทั่ว รสชาติก็ไม่พอดี !

เขียนเมื่อ 

P

วิหคเหิรฟ้า     " วินัย " ในสังคมไทย...ยังมีความหวังไหม ?

http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/102584

ในการพัฒนาของมนุษย์เพื่อเกิดวินัยนั้นจะขึ้นกับองค์ประกอบ 3 ประการคือ

ด้านพฤติกรรม...ถ้าเขามีพฤติกรรมที่ดีด้วยความเคยชินก็ถือว่าดีมากๆเลยล่ะค่ะ

ด้านจิตใจ...ถ้าเขามีความพึงพอใจหรือมีความสุขในการทำพฤติกรรมที่ดีนั้น พฤติกรรมนั้นก็จะมั่นคงยิ่งขึ้น แต่ถ้าไม่มีความสุขโอกาสที่จะละเมิดกฎเกณฑ์ก็มีสูง 

ด้านปัญญา...ถ้าเขามีความรู้  เข้าใจเหตุผล  มองเห็นคุณค่า  มองเห็นประโยชน์ของการกระทำหรือพฤติกรรมนั้น  ความรู้ ความเข้าใจนั้นก็จะมาหนุนองค์ประกอบฝ่ายจิตใจของเขาทำให้เขายิ่งมีความพอใจและความสุขในการปฏิบัติตามพฤติกรรมนั้นยิ่งขึ้นไปอีก แต่ถ้าขาดก็จะมองไม่เห็นเหตุผลในเรื่องนั้นๆทำให้เกิดความลังเลที่จะทำ...

ฉะนั้นองค์ประกอบสามส่วนนี้ต้องพัฒนาไปด้วยกัน รวมทั้งปัจจัยเอื้อที่เข้ามาเสริมคือความเป็นกัลยาณมิตร เพราะความเป็นกัลยาณมิตรจะทำหน้าที่หนุนองค์ประกอบทั้งสามด้านคือ

  • เป็นต้นแบบที่ดี ( ด้านพฤติกรรม )
  • มีความรัก ทำให้เกิดความอบอุ่น มีความเป็นกันเองพร้อมศรัทธาและความสุข ( ด้านจิตใจ )
  • กัลยาณมิตรรู้เหตุ รู้ผล สามารถบอกได้ว่าทำอย่างนั้นแล้วมีผลอย่างไร ทำให้เกิดความเข้าใจในเหตุผลและเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ ( ด้านปัญญา )
เขียนเมื่อ 

พระมหาเจดีย์มุเตา พะโค(หงสาวดี) พม่า มิถุนายน 2550 / Shwemawdaw pagoda

เขียนเมื่อ 

P
http://gotoknow.org/blog/ariyachon/104439

เก่งเฉพาะทาง รู้ลึกๆ แต่โง่กว้างๆ
"รู้กว้าง มาเสริมรู้ลึก" "ลึกมากไป ก็ตื้นได้"

คนหลายคน  ชอบที่ จะ เก่งทางใดทางหนึ่ง แบบสุดๆ สุดโต่ง

ซึ่งผมก็เห็นด้วยไม่ว่าอะไร  .....  เพียงแต่ จะถามว่า

  • แน่ใจนะว่า ที่เก่งน่ะ  เก่งสุดแล้ว   
  • หลงตนเองหรือเปล่า   
  • บ้ายอหรือเปล่า  
  • เก่งในรู   คือ  เก่งเฉพาะ ในประเทศหรือเปล่า  หรือ แค่ในรั้วตนเอง
  • เคยเฉลียวใจไหม
  • ฯลฯ
เขียนเมื่อ 

P
http://gotoknow.org/blog/ariyachon/104439

เก่งเฉพาะทาง รู้ลึกๆ แต่โง่กว้างๆ

"รู้กว้าง มาเสริมรู้ลึก"    "ลึกมากไป ก็ตื้นได้"

ลึกมากไปตื้นได้  เพราะ ขอบหลุม ขอบบ่อ ถล่มลงมาทับตนเอง  ฮ่าๆๆๆ

เขียนเมื่อ 
P
pinkyannie
เมื่อ อ. 19 มิ.ย. 2550 @ 21:40 [297887]

เห็นด้วยว่า บูรณาการองค์ความรู้ ช่วยให้เราได้เปิดโลกทัศน์ ทั้งยังเป็นส่วนกลับมากระตุ้น ต่อยอดความคิดในศาสตร์ของตนเอง

น่าสนใจนะคะ... 

เก่งแบบเป็ด

เก่งในรั้ว ในรู ในกะลา

เก่งแบบหลงคิดไปเอง

เก่งแต่ปาก

เก่่งแต่วิพากษ์ผู้อื่น

ฯลฯ

 เคยมีราชบัณฑิตท่านหนึ่ง กล่าวว่า "จะสวยก็อย่า สวยสุดแต่ในซอย สวยให้ออกถนนใหญ่ สวยให้เห็นทั้งจังหวัด ทั้งในประเทศ ทั้งนอกประเทศ ลืมตาดูบ้างว่าคนอื่น อื่น เค้าไปถึงไหนกันแล้ว"

คนเก่งจริง จะไม่ชมตัวเอง

คนเก่งจริง จะไม่พล่ามแต่ว่าตัวเองเก่ง

คนเก่งจริง ย่อมพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นได้เองจากการกระทำ  

..เป็นคำพูด ที่ติดในความทรงจำดิฉัน จนทุกวันนี้เลยค่ะ.... 

http://gotoknow.org/blog/ariyachon/104439

เขียนเมื่อ 
P

 http://gotoknow.org/blog/ariyachon/104439

มนุษย์เรา มีความรู้แค่ใบไม้กำมือเดียว คำว่าเก่งจะซ่อนอยู่ตรงไหนละครับ เครื่องมือวัดความเก่งของมนุษย์ไม่มี

แต่ที่แน่ๆน่าจะรู้ตัวว่า โง่น้อย หรือโง่มาก ถ้าโง่น้อยก็มาแปลว่าเก่งอย่างนั้นหรือครับ ในเมื่อศาสตร์ไหนๆของมนุษย์มันอยู่แค่ระดับสารบัญเท่านั้น

ถ้าหาความรู้ไปเรื่อยๆ ก็จะรู้ว่าโง่ไปเรื่อยๆ ก็แค่นั้น ..ความเก่งยังอยู่ห่างไกลไม่รู้กี่ล้านปีแสง อิอิ ..

อย่าเชื่อคนไม่เก่งบอกนะครับ เพราะทำยังไงผมก็เป็นได้แค่เข่งๆๆ ที่มีรูรั่วเยอะ ความฉลาดมันหลุดตกน้ำป๋อมแป๋ม ค้างอยู่แต่ตัวโง่ เลยโง่ป่ายป่วงจนเป็นปกติ

เขียนเมื่อ 
P

กราบสวัสดีครับท่านอาจารย์

       อ่านบทความแล้วเห็นด้วยครับ ทำให้ผมมองทบทวน บางครั้งผมคิดว่า เรารู้แค่ตรงนั้นแต่โง่รอบทิศทาง หลุมที่เคยขุดมาว่ารู้แล้ว ก็อาจจะมีการถมพังลงไป คล้ายๆ กับจรวดหรือเครื่องบินที่บินบนฟ้า รู้แค่เส้นทางที่เราเห็นกับมลพิษที่ปล่อยออกมาที่เราเห็นเหมือนเมฆแต่ในที่สุดมันก็สลายตัวไป แต่โง่รอบทิศทางเลย เผลอๆ ในที่ที่เรายืนอยู่เราโง่มากกว่าอีกก็ได้ หรือเปล่าครับ

       การขุดดินแล้วเหวี่ยงก้อนดินทิ้ง เราไม่ได้รู้เลยว่า ก้อนดินที่เหวี่ยงทิ้งไปนั้นเรารู้หรือเปล่าว่ามีอะไรอยู่บ้าง

       เกิดมาเพื่อโง่ หรือเกิดมาเพื่อรู้กันแน่หนอ... ขอโทษด้วยนะครับ ผมอาจจะแสดงความเห็นโง่ออกไปด้วยนะครับตามที่ผมคิดว่าผมรู้แต่มันอาจจะคือความโง่ของผมก็ได้ สิ่งที่เราคิดว่าเรารู้อาจจะเป็นสิ่งที่โง่ของอีกคนก็ได้ใช่ไหมครับ

กราบขอบพระคุณมากครับ 

http://gotoknow.org/blog/ariyachon/104439

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณเม้ง

เอาเรื่องมหัศจรรย์มาฝากค่ะ......^                ^

มหัศจรรย์ชีวิต แพนด้าคลอดก่อนกำหนด :premature Panda bear
Miracle of Life of a premature Panda bear

ผมได้รับ Fwd: mail จากเพื่อนคนหนึ่ง ส่งรูปหมีแพนด้าแรกคลอดมาให้ชม เป็นภาพที่น่ารักและน่าประทับใจ

ผมนำมาฝากพี่สิทธิรักษ์ และทุกๆท่านใน Gotoknow

P

มาดูความน่ารักและมหัศจรรย์แห่งชีวิตพร้อมผม

รับรองว่าคุณจะอมยิ้มตลอดที่ชมบันทึกนี้


หนูอายุ 1 วัน

เช็ดหน้าเช็ดตาหน่อยครับ

กระผมอายุ 2 วันแล้วกั๊บ

ผมเองกั๊บ ตอนนี้อายุ 3 วัน...

เช็ดสะดือผม จักกะจี้จัง

ผมอายุ7 วันแล้วครับท่านผู้ชม

นอนอุตุ วันนี้ผมอายุ 25 วันกั๊บ

อย่ามากวนผมตอนหลับนะ..อิอิ

นอนอย่างมีความสุข

กระผมน่าตาเริ่มเหมือนคุณพ่อคุณแม่แล้วกั๊บ...

ขอเก๊กท่าหล่อๆสักภาพนะครับผม

บางวันผมก็หลับ...z z z

สวัสดีครับ กระป๋มมีนามกรว่า "สิทธิรักษ์"ครับ

P

สวัสดีพี่ๆGotoknow ทุกๆท่านครับผม

.........................................................

จาก http://gotoknow.org/blog/fortune/105024 ค่ะ

เป็นเรื่องมหัศจรรย์...สร้างฝัน ฯลฯ

หยิบเอามาฝากพร้อมครวญเพลงหงุงหงิงๆ

ด้วยความรื่นเริง บันเทิงใจอย่างยิ่งยวด อิ อิ อิ

^            ^

 

เขียนเมื่อ 
Pumi
สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ
กลอนตลาด...รักมั่นนิรันดร์
รักของเราคงอยู่คู่โลกา...

เหลียวมองดูนาฬิกาเจ็ดโมงครึ่ง...

 

นั่งคำนึงถึงกลอนอักษรสาร...

 

ใบไม้ปลิวขึ้นเขาเฝ้าแลมอง...

 

ทำไมต้องปลิวไปไกลไร้เงา...

 

เห็นนกน้อยคลอเคลียเหม่อมองเมียง...

 

มุมระเบียงเฉียงใต้ในยามเช้า...

 

ลมผัดฉิวผิวสบายเรา...

 

อยู่ยอดเขาเฝ้าฝันกลกาลกลอน...

 

นกเขากรูกู่ก้องดังวังเวงแว่ว...

 

ขันเจื้อยแจ้วไก่กาหมาเห่าหอน...

 

หอมดอกไม้ทั่วถิ่นดินดงดอน...

 

จากสิงขรเขาเขินเนินพนา...

 

เห็นเรือน้อยคอยปลามาริมท่า...

 

คนหาปลามากมายเป็นหนักหนา...

 

ท้องทะเลแลไปไกลลับตา...

 

สุดขอบฟ้าเขากั้นนั้นหมอกลง...

 

ห่มเมฆหมอกมองเห็นเป็นขาวเทา...

 

ลับเหลี่ยมเขาทิวไม้ให้ไหลหลง...

 

สุดสายตาฟ้าขาวยาวยืนยง...

 

ดำรงคงฟ้าดินถิ่นโลกา...

 

ลมลำเพยพัดผ่านหอบเอากลิ่น...

 

ดอกกระถินถิ่นดงพงพฤกษา...

 

แย้มยิ้มยวนกวนใจในพนา...

 

สวยงามตาพาเพลินเจริญใจ...

 

สองทะเลฝั่งฟากหากคิดดู...

 

ไม่เหมือนคู่คนรักกันเป็นไฉน...

 

เรารักกันมั่นเกลียวเกี่ยวก้อยไป...

 

แสนสุขใจในรักปักอุรา...

 

ทะเลเขาขวางกั้นอันดามัน...

 

แต่เธอฉันไร้เขตขวางกั้นหนา...

 

รักของเราคงอยู่คู่โลกา...

 

เสริมคุณค่า...รักมั่น...นิรันดร์...เอย.

 

 ฮา ๆ เอิก ๆ
เขียนเมื่อ 
ชวนคิด
P

สวัสดีครับ คุณสิทธิรักษ์

        ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่ให้เกียรตินำบันทึกบางอันของผมไปต่อยอดกับบันทึก "วาทะโดนใจ" (อะไรทำนองนี้) ของเม้ง (Mr. ช่วย) นะครับ

        โดยผมเห็นว่า การพยายามรวบรวมวาทะเด็ดโดนใจ & พยายามคัดสรรวาทะที่โดดเด่น ไม่ว่าจะด้วยวิธีการโวต หรือวิธีการใดๆ เพื่อนำไปเผยแพร่ซึ่งอาจ "ขายได้" นั้นแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจดีของผู้เสนอและผู้ร่วมคิด

       ยิ่งถ้าตั้งเป้าไว้ว่า หากได้เงินมา ก็จะนำไปเป็นกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนอื่น ก็ยิ่งแสดงว่ามีจิตเป็นกุศลอย่างยิ่ง ^__^

        อย่างใดก็ดี เรื่องต่างๆ ในโลกนี้มีหลายแง่มุมและมีความซับซ้อนมากกว่าที่เราคิดในเบื้องต้นเสมอ (อย่างที่ฝรั่งบอกว่า "The devil is in the details." ;-) ผมจึงขอถึอโอกาสนี้มองเสริม และมองในมุมอื่นสักหน่อยครับ

        1. คำกล่าว หรือคำคม ใดๆ มักจะมีบริบทแวดล้อมเสมอ ทั้งนี้การตีความคำกล่าวอาจจะทำได้หลายระดับ หลายมิติ หลายความหมาย (หรือแม้แต่ตรงกันข้าม!) ขึ้นอยู่กับพื้นฐาน โลกทัศน์ และบริบทซึ่งผู้ฟัง หรือผู้รับสารนั้นๆ มีอยู่ & เป็นอยู่

        2. หากมองคำกล่าวหนึ่งๆ ซึ่งอิงกับผู้กล่าว (อ้างตามบล็อกที่ไปนำมา) ก็เป็นไปได้ว่า คำกล่าวนั้นอาจจะเป็นความคิดที่ "ตกผลึก" ของผู้กล่าวเอง หรืออาจจะเป็นคำกล่าวของคนอื่นที่ผู้กล่าวเคยได้ยินหรือได้อ่านมาก่อน แล้วนำมาเรียบเรียงเป็นของตนเอง ก็เป็นไปได้

           และจริงๆ แล้ว ดูเหมือนในโลกนี้จะไม่มีอะไรใหม่จริงๆ เพียงแต่ว่าใครจะได้รับ credit ไปเท่านั้น

          พูดเล่นๆ แบบ Einstein ได้ว่า

          "The secret to creativity is to know how to hide your source!" ;-)

          ทักเรื่องนี้ไว้ก่อน เพราะมีตัวอย่างมากมายที่แสดงให้เห็นว่า บ่อยครั้งที่เราลืมไปว่าความคิดดีๆ หนึ่งๆ นั้นมาจากใคร (อาจะมีหลายคน) หรือที่ไหน (อาจมีหลายแห่ง) กันบ้าง

         3. บ่อยครั้งที่ ตัวผู้กล่าวก็มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของคนอื่นเช่นกัน หากเป็นคนที่น่าเคารพ น่าเชื่อถือ คำกล่าวหนึ่งๆ ก็มีน้ำหนักมากหน่อย แต่พึงระวังว่า แม้แต่ผู้ที่มีการศึกษา (แบบเป็นทางการ ผ่านระบบโรงเรียน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่คนส่วนใหญ่ยอมรับกัน) ก็อาจจะแสดงออก หรือมีพฤติกรรมที่น่าเลื่อมใน น่าเคารพ โดยไม่จำเป็นต้องแสดงออกโดยวาจาก็ได้

(เดี๋ยวมีต่อครับ....)

ชวนคิด (ต่อ)
P

ต่อครับ...

         4. การนำคำกล่าว + ภาพที่มีมิติหลากหลายมาเรียงต่อๆ กันแบบการแสดงความเห็นในบล็อกนี่ แม้จะมีข้อดีคือ เก็บไว้เป็นที่เป็นทางในที่เดียวกัน แต่ก็มีจุดอ่อนครับ

            จุดอ่อนก็คือ หากไม่มีการจัดกลุ่มความคิด จะทำให้การอ่าน การไตร่ตรอง ไม่สามารถทำได้อย่างเป็นระบบ (ยกเว้นผู้ที่มีความจำเป็นเลิศ หรือพิมพ์ออกมา แล้วมาไล่จัดกลุ่มความคิดนั้นเอง หรือวิธีอื่นๆ)

             ผมกล้าพูดเช่นนี้ เพราะเคยเป็นบรรณาธิการของหนังสือและวารสารมาหลายเล่ม รวมทั้งเคยทำหน้าที่กรรมการคัดสรรเรื่องสั้นที่ส่งมาประกวด ทำให้คิดว่าเข้าใจทั้งความมันส์ และความน่ากลัวของการอ่านข้อมูลจำนวนมากที่ไม่ได้จัดระเบียบ ;-)

            โดยส่วนตัวผมคิดว่า หากมองการเก็บรวบรวมเช่นนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการระดมความคิด ในมุมต่างๆ อย่างหลากหลาย เพื่อนำไปสู่การคัดสรรประเด็นบางประเด็น (โดยไม่ได้ละเลยประเด็นอื่น) แล้วนำไปปฏิบัติก่อน เนื่องจากต้องเร่งทำ และสามารถทำได้จริง ก็จะเป็นเรื่องดี

           จากนั้นก็ค่อยๆ ไล่ติดตามเรื่องอื่นๆ (หากยังมีแรงอยู่นะครับ)

----------------------------------------------------------------------------------------------         

            จริงๆ ยังมีข้อคิดเห็นอีกจำนวนหนึ่งครับ แต่ขอทักเอาไว้แค่นี้ก่อน

 

ขอบคุณครับ

บัญชา

ตอบคำถาม
P
สวัสดีครับท่าน
Pดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
  • ขอขอบคุณมากครับที่มาให้ความเห็น
  • "รวมตะกอนเด็ด วาทะเด่น ผลึกผล ทางการศึกษาไทย ใน G2K"   มีที่มาจากการหารือ ระหว่าง ผม และ เม้ง ได้เห็นวาทะและบทความดีๆมากมายใน  G2K น่าจะนำมารวบรวมไว้ในที่เดียวกันเพื่อที่สมาชิกสะดวกที่จะเปิดดู  มีประโยชน์ในเชิงการศึกษาและแลกเปลี่ยน
  • ผู้คนที่เข้ามาดูส่วนใหญ่ก็เป็นสมาชิกใน G2K
  • ด้านหนึ่ง เป็น มิติใหม่ ใน G2K
  • ด้านหนึ่ง สามารถส่งแรงกระตุ้นในบรรยากาศ G2K
  • เป้าหมายหลักเบื้องต้นคือเรื่องการศึกษา
  • รองลงมาคือมุมต่างๆที่ดีๆส่งเสริมบรรยากาศใน G2K
  • ผลกระทบต่างๆที่ท่านได้ทักไว้ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ในการนี้มาก
  • เราสองคนคงไม่ได้คิดถึงรายละเอียดลึกถึงขนาดนั้น
  • เราสองคนมุ่งเป้าหมายหลักที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์
  • สึ่งใดที่เกิดประโยชน์ใน G2K และมีผลสะเทือนต่อสิ่งสร้างสรรค์ของมวลนักการศึกษา  เราคงต้องทำต่อไป
  •  "จุดอ่อนก็คือ หากไม่มีการจัดกลุ่มความคิด จะทำให้การอ่าน การไตร่ตรอง ไม่สามารถทำได้อย่างเป็นระบบ (ยกเว้นผู้ที่มีความจำเป็นเลิศ หรือพิมพ์ออกมา แล้วมาไล่จัดกลุ่มความคิดนั้นเอง หรือวิธีอื่นๆ)"
  • ปัญหานี้ ในขั้นตอนต่อไปคงจะได้รวบรวมเรียบเรียงอีกครั้ง(ถ้าโอกาสเป็นไปได้)ในเฉพาะหน้าคงเป็นสภาพเช่นนี้ไปก่อน
  • ความเห็นต่างๆของท่าน เราคงน้อมรับเพื่อเป็นแนวทางที่ดีต่อไป
  • ขอบคุณมากๆครับ   โอกาศต่อไปท่านคงให้ความเห็นและเราสองคนน้อมรับคำวิจารย์ที่ดีของท่านและทุกๆท่านต่อไป
  • ความคิดเห็น
    P

    Pสวัสดีครับพี่ชิว

    ขอบคุณพี่ชิวมากๆ เลยนะครับ ที่มาร่วมชวนคิดและวิจารณ์ และช่วยเป็นกระจกสะท้อนให้มีความกระจ่างมากขึ้นนะครับ ในบทความนะครับ จริงๆ ก็มองและประเมินอยู่ตลอดนะครับ
    • ใจจริงตั้งแต่เริ่มต้น เพียงอยากจะให้เกิดกิจกรรมร่วมสนุกกันกับคนใน G2K มากกว่าครับ ส่วนเรื่องการนำไปสู่การโหวตและจัดรวมเล่มนั้น มันยังอยู่อีกไกลมากๆ นะครับ เพราะมีเงื่อนไขตั้งอยู่ครับ ว่า 9,999 ความเห็นครับ หากไม่ถึงก็ไม่มีการจัดทำนะครับ เพราะผมอยากเห็นพลังของคนใน G2K มากกว่าว่าพลังที่เราจะร่วมกันทำ มีมากขนาดไหนครับ
    • การแสดงความเห็นในตะกอนนั้น จำเป็นต้องมีข้อเงื่อนไขอย่างน้อยสามอย่างคือ นำมาจากที่ไหน ตัวบทความกล่าวว่าอย่างไร และใครเป็นคนกล่าว อันนี้ หลักจริงมาจากการอยากให้เกิดการประชาสัมพันธ์ และได้อ่านตะกอน และคนอ่านอาจจะสงสัยเป็นแน่ว่า ในตัวบทความจริงเป็นอย่างไร แล้วคลิกเข้าไปอ่านบทความต้นขั้วนะครับ พร้อมความเห็นนั้นๆ
    • เป้าหมายอยากให้เกิดการโยงใยเครือข่ายทางการศึกษานะครับ แล้วเกิดการนำไปคิดต่อ ถึงปัญหาเรื่องด้านการศึกษาอย่างจริงจัง อาจจะมีบทความแทรกมาบ้างในการพักยก เกี่ยวกันทางตรงบ้างทางอ้อมบ้าง ก็ถือว่าให้เกียรติคนที่นำมาโพสต์ด้วย แต่หากบทความไหนที่เจ้าของบทความรู้สึกว่า ไม่สมควรหรือโพสต์ที่นี่แล้วไม่สบายใจ ก็แจ้งบอกมาได้นะครับ (เดี๋ยวผมจะเข้าไปเพิ่มข้อความนี้ไว้ในตัวบทความนะครับ) ผมยินดีจะเอาออกให้นะครับ
    • คือว่าคล้ายๆ กับการแนะนำบล็อกเกอร์ในดวงใจนะครับ เป็นการแนะนำเพื่อชวนคนไปดูและอ่านเพื่อทำความรู้จักคนนั้น แต่อันนี้ จะเป็นการนำเสนอเพื่อวิ่งไปหาบทความนั้น แล้วเชิญชวนให้อ่าน และอาจจะได้ตะกอนในรูปแบบที่ผู้อ่านอ่านพบเจอนะครับ อาจจะมากกว่าที่เอามาลิงก์ไว้ในนี้ครับ
    • จะเห็นว่าผมจะโพสต์น้อยๆ แล้วผมไม่ได้ตอบอะไร เน้นการอ่านเจอแล้วมาฝากบอกไว้ เพื่อประชาสัมพันธ์ท่านๆ อื่นๆ นะครับ ในเรื่องความคิดของท่านนั้นๆ ด้วยครับ โดยแรงจูงใจนั้นเพื่อการศึกษานะครับ ส่วนรางวัลนั้นผมตั้งไว้เองนะครับ ไม่ใช่จะมาเป็นตัวล่ออะไรนะครับ แต่หากครบเงื่อนไข 9,999 วาทะความเห็นแล้ว ผมจะหาของขวัญให้เองครับ ซึ่งอาจจะครบอีก สามถึง ห้าปีข้างหน้าก็ได้ครับหรือนานกว่านั้นครับ ส่วนหนังสือรวมเล่มนั่น แค่เป็นผลพลอยได้นะครับ หากหนังสือจะออก จะไม่ออกในนามผม หรือชื่อผมนะครับ.... แต่จะออกในนาม G2K หาก ทาง สคส.ยินดีให้ใช้ชื่อ หรือผองเพื่อน G2K อะไรทำนองนี้นะครับ
    • ผมเองยังไม่กล้านำความคิดเหล่านี้ ไปใช้นะครับ หากไม่ได้รับการยินยอมของพี่น้องใน G2K ว่าทำแล้วดีหรือไม่นะครับ ตอนนี้เน้นเป้าหมายคือเกิดการอ่านกิจกรรม ถกกันให้ตกผลึกและนำไปสู่การใช้จริง ในครอบครัว ชุมชน โรงเรียน และอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษามากกว่านะครับ
    • จริงๆ อยากให้ท่านอื่นช่วยวิจารณ์ด้วยนะครับ ผมเชื่อว่ามีหลายท่านอยากจะเสนอความเห็นเช่นกันนะครับ เขียนไว้ได้เลยที่นี่นะครับ ถามกันมาได้ตรงๆ ตรงไปตรงมาเลยนะครับ
    • แล้วอยากให้ท่านร่วมเป็นกระจกให้กันต่อไปนะครับ เพื่อผมเองจะได้เอามาประยุกต์ใช้ให้ผมเดินได้ถูกที่ถูกทางเช่นกันนะครับ
    • ขอบคุณพี่ชิว มากๆ นะครับ และขอบคุณทุกๆ ท่านด้วยนะครับ
    • ขอบคุณมากๆ นะครับ และสนุกในการทำงานนะครับ
เขียนเมื่อ 

ที่ ลิขิตไว้เตือนตน : สิ่งไหนที่จากไป อย่าได้โศกเศร้าอาวรณ์


 

 

ณ   วันนี้มีพี่เหลียง (สิทธิรักษ์),คุณเบิร์ด ,คุณเม้ง(สมพร) พร้อมกับผม ได้ขอร่วมอาลัยอย่างสุดซึ้ง และผมจะเป็นตัวแทนไปมอบพวงหรีดด้วยตัวเองครับ

 


ภาพบางส่วนในงาน

พวงหรีดไว้อาลัย จาก น้องๆพี่ๆ"Gotoknow"

จากกลุ่ม "สิทธิรักษ์ พิทักษ์ชุมชน"

คุณสิทธิรักษ์/เบิร์ด/สมพร(เม้ง)/จตุพร(เอก)

ร่วมไว้อาลัยจาก พ่อครูบาสุทธินันท์ แห่ง มหาชีวาลัยอีสาน

ครอบครัว "ครูอ้อย" สมนึก-สิริพร กุ่ยกระโทก

ตั้งศพบำเพ็ญกุศลไว้ที่บ้าน

กำหนดการงานศพ- คุณแม่ศรีพรรณ พวงประทุม  http://gotoknow.org/blog/mhsresearch/104911

เขียนเมื่อ 

P
http://gotoknow.org/blog/pandin/105252

เก็บตกถนนเด็กเดิน (5) : พื้นที่คุณภาพของคนในสังคมครอบครัว (ความน่าจะเป็นที่คิดว่าเป็นไปได้)

ผมอยากให้ถนนเด็กเดิน  เป็นพื้นที่คุณภาพของคนในสังคมครอบครัว   เป็นจุดรวมความรักและความสร้างสรรค์ของสังคมที่มีต่อเด็กและเยาวชน  รวมถึงการเป็นเสมือนพื้นที่แห่งมิตรภาพระหว่างครอบครัวต่อครอบครัวด้วยเช่นกัน     

เขียนเมื่อ 

http://gotoknow.org/blog/pariwat/75333

P

"พาราดาม" วิถีคิดแห่งการวิจัย
โล่งใจจากการสอบปกป้องโครงร่างวิทยานิพนธ์(Defend Proposal) ผ่านมาได้อย่างเข้มข้น หลายคนมักจะหวาดกลัวกับการ defend proposal แต่ความจริงแล้วเป็นวิถีแห่งการพัฒนาความคิดของผู้วิจัยให้ชัดเจน ลุ่มลึกและสามารถอธิบายสิ่งที่ตนเองกำลังกระทำอยู่ได้ การ มีคำแนะนำของท่านอาจารย์ว่าเราต้องมี พาราดาม เกี่ยวกับเรื่องที่เราสนใจจะศึกษา ตอนฟังก็สงสัยว่าพาราดามคืออะไรก็เดาเอาว่าคงเกี่ยวกับแนวคิด จึงได้ลองค้นหาความรู้เพิ่มเติม เห็นว่าน่าสนใจจึงได้รวบรวมเรียบเรียงองค์ความรู้มาเผยแพร่ และอยากให้ช่วยกันวิพากย์วิจารณ์ตามประสบการณ์และพาราดามของแต่ละคน
โล่งใจจากการสอบปกป้องโครงร่างวิทยานิพนธ์(Defend Proposal) ผ่านมาได้อย่างเข้มข้น  หลายคนมักจะหวาดกลัวกับการ defend proposal แต่ความจริงแล้วเป็นวิถีแห่งการพัฒนาความคิดของผู้วิจัยให้ชัดเจน  ลุ่มลึกและสามารถอธิบายสิ่งที่ตนเองกำลังกระทำอยู่ได้  การ  มีคำแนะนำของท่านอาจารย์ว่าเราต้องมี  พาราดาม  เกี่ยวกับเรื่องที่เราสนใจจะศึกษา  ตอนฟังก็สงสัยว่าพาราดามคืออะไรก็เดาเอาว่าคงเกี่ยวกับแนวคิด  จึงได้ลองค้นหาความรู้เพิ่มเติม  เห็นว่าน่าสนใจจึงได้รวบรวมเรียบเรียงองค์ความรู้มาเผยแพร่  และอยากให้ช่วยกันวิพากย์วิจารณ์ตามประสบการณ์และพาราดามของแต่ละคนพาราดาม หรือกระบวนทัศน์ หรือบางครั้งเราเรียกว่ากรอบความคิด มาจากคำว่า Paradigm ซึ่งมาจากภาษากรีก โดย para แปลว่า beside ส่วน digm แปลว่า ทฤษฎี คือ ชุดแนวความคิด หรือมโนทัศน์ (Concepts) ค่านิยม (Values) ความเข้าใจรับรู้ (Perceptions) และการปฏิบัติ (Practice)  ความหมายโดยกว้างๆ ของกระบวนทัศน์(Paradigm)  คือ  กรอบความคิดหรือแนวทางทั่วไปที่ใช้ในการมองโลก  เป็นกระบวนคิดวิเคราะห์ วิธีคิด วิธีปฏิบัติ แนวการดำเนินชีวิต มาทบทวนใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับยุค และสถานการณ์ ที่กำลังเกิดขึ้น และที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ความเชื่อพื้นฐานที่มีในจิตใจของมนุษย์ทุกคน  แตกต่างกันตามเพศ  ตามวัย  ตามสิ่งแวดล้อม  ตามการศึกษาอบรมและตามการตัดสินใจเลือกของแต่ละบุคคล  ความเชื่อพื้นฐานนี้แหละเป็นตัวกำหนด  ให้แต่ละคนชอบอะไรและไม่ชอบอะไร  พอใจแค่ไหนและอย่างไร  เป็นตัวนำร่องการตัดสินใจ  ด้วยความเข้าใจและเหตุผลในตัวบุคคลคนเดียวกัน  อาจจะเปลี่ยนแปลงได้  หากรู้สึกว่ามีเหตุผลเพียงพอที่จะเปลี่ยนแต่จะไม่เปลี่ยนด้วยอารมณ์ ก่อนเปลี่ยนจะต้องมีความเข้าใจ กระบวนทัศน์เก่าที่มีอยู่และ กระบวนทัศน์ที่จะรับเข้ามาแทน มีการชั่งใจจนเป็นที่พอใจ มิฉะนั้นจะไม่ยอมเปลี่ยน เพราะอย่างไรเสียตราบใดที่มีสภาพเป็น คนเต็มเปี่ยมจะต้อง มีกระบวนทัศน์ใด กระบวนทัศน์หนึ่งเป็น ตัวตัดสินใจเลือกว่า จะเอาหรือจะปฏิเสธ ไม่มีไม่ได้ ถ้าไม่มีจะไม่รู้จักเลือกและตัดสินใจไม่เป็นกระบวนทัศน์(Paradigm) อาจหมายถึง  แบบแผน (Pattern) หรือตัวอย่าง (Example) หรือ ตัวแบบ (Model) หรือกรอบความคิดซึ่งเป็นที่คุ้นเคยโดยคนส่วนใหญ่ในชุมชน สำหรับใช้อธิบายหรือใช้มองปัญหาทั่วไป มีผู้กล่าวว่า กรอบความคิด มีอิทธิพลต่อมนุษย์มาก เพราะกรอบความคิดจะสร้างเลนซ์ที่ครอบงำตาของมนุษย์สำหรับใช้มองโลกภายนอกการเห็น โลกภายนอกลักษณะอย่างไรจึงขึ้นอยู่กับกรอบความคิดของผู้นั้นที่มีอยู่อย่างเคยชิน ฉะนั้นบางเรื่องมีปัญหาแต่เรากลับมองไม่เห็นปัญหา ทั้งนี้เพราะความเคยชิน ถึงกลับเคยมีผู้กล่าวว่า วิธีการมองปัญหาของเรานั่นแหละ บางครั้ง คือ ปัญหา” (The way we see The problem is problem ) ฉะนั้นหากเราสามารถเปลี่ยนกรอบความคิดได้ จะทำให้เราสามารถมองสิ่งต่าง ๆ ในมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิม ดังนั้น การเคลื่อนย้ายกรอบความคิดจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ทรงพลัง เพราะกรอบความคิดของเราจะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรม และทัศนคติของเรา รวมทั้งวิธีการที่เราแสดงออกต่อคนอื่นกระบวนทัศน์(Paradigm) เป็นวิธีการหรือมุมมองต่อปรากฏการณ ์ที่แสดงความสัมพันธ์ ซึ่งนำไปสู่การวิจัยและการปฏิบัติ ช่วยให้เราเข้าใจปรากฏการณ์ ประเด็นปัญหา แนวทางแก้ไข และเกณฑ์ ในการพิสูจน์ข้อสันนิษฐาน paradigm ประกอบด้วยทฤษฎีและวิธีการกระบวนทัศน์ไม่ใช่สมรรถนะตัดสินใจ สมรรถนะตัดสินใจ(faculty of decision) คือ เจตจำนง(The will) กระบวนทัศน์เป็นสมรรถนะเข้าใจ(understanding) และเชิญชวนให้เจตจำนงตัดสินใจ
กระบวนทัศน์แม้จะมีมากมาย กล่าวได้ว่าไม่มีคน 2 คนที่มีกระบวนทัศน์เหมือนกันราวกับแกะ
กระบวนทัศน์การวิจัย (Research Paradigm) เป็นกระบวนการทางความคิดและปฏิบัติการเกี่ยวกับการวิจัยที่มีการเชื่อมโยงระหว่างโลกทัศน์ (worldview) และมโนทัศน์ (concept) ต่อความเป็นจริง หรือปรากฏการณ์ในโลกอันเป็นพื้นฐาน ในการสร้างและทำความเข้าใจรับรู้ (perception) ต่อความเป็นจริง หรือปรากฏการณ์นั้นๆ เพื่อพัฒนาไปสู่การสร้างแนวปฏิบัติ (practice) รวมทั้งหาวิธีการจัดการ (management) ร่วมกัน โดยมีเป้าหมาย ในการสร้างแบบแผน (pattern) แบบจำลอง (model) รวมทั้ง ค่านิยม (value) ที่เป็นพื้นฐาน การจัดการตนเอง ของชุมชนหนึ่งๆในปัจจุบัน ด้วยวิกฤตในแทบทุกๆ ด้าน กลายเป็นวิกฤตการณ์ที่มีคุณค่าและความหมายในแง่ของการสื่อให้มนุษย์เริ่มรู้ตัว มนุษย์แทบทุกคนต่างรู้แล้วว่าเราต้องเปลี่ยนแปลง ดังนั้น กระบวนการเรียนรู้ทั้งหมดที่เป็นรากฐานของระบบทุกระบบของสังคม จึงต้องเปลี่ยนแปลงใหม่ไปด้วยกัน ทั้งกรุเพื่อให้สอดคล้องกับกระบวนทัศน์ใหม่ของสังคมด้วยเช่นกันกระบวนทัศน์ของคนที่มีอาชีพต่างๆ กัน ก็มีกระบวนการต่างกันไป  ในการประพฤติปฏิบัติและประสบความสำเร็จ มีความแตกต่างบางประการระหว่างกระบวนทัศน์วิทยาศาสตร์และกระบวนทัศน์อื่นๆ คือ กระบวนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ ถ้าเราทำการทดลองสำเร็จเรื่องใดก็ตาม เมื่อคนอื่นทำตามด้วยเครื่องมือแบบเดียวกันและขั้นตอนเหมือนกันจะประสบความสำเร็จเหมือนกัน แต่กระบวนทัศน์อื่นๆ เช่น ด้านการศึกษา  จะแตก
เขียนเมื่อ 

 

P
http://gotoknow.org/blog/pariwat/105250

กระบวนทัศน์ที่เป็นกระแสหลักในการปฎิรูปการศึกษาของไทย ตอนที่ 1
กระบวนทัศน์ที่เป็นกระแสหลักที่ผมได้กล่าวมาในข้างต้นก็คือ กระบวนทัศน์แบบปฏิฐานนิยม(Positivism paradigm) เป็นกระบวนทัศน์เชิงวิทยาศาสตร์ เชื่อในสิ่งที่เห็นและพิสูจน์ได้ ทำให้เป็นที่ยอมรับอย่างมาก

  จากชื่อบันทึกผมได้พูดถึงกระบวนทัศน์ที่เป็นกระแสหลักในการปฏิรูปการศึกษาของไทยนั้น  ผมต้องการสื่อให้เห็นถึงมุมมองของคนๆหนึ่งที่กำลังเฝ้ามองดูวิถีทางในการก้าวย่างที่กึ่งไปข้างหน้าและกึ่งถอยหลัง  จะก้าวไปข้างหน้าก็เหมือนกับเด็กที่วิ่งก้มหน้าก้มตาไปอย่างเดียว จะถอยหลังกลับก็หาทางกลับไม่เจอ  แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้ลองออกไปวิ่งแข่งกับเขาดู

   กระบวนทัศน์ที่เป็นกระแสหลักที่ผมได้กล่าวมาในข้างต้นก็คือ  กระบวนทัศน์แบบปฏิฐานนิยม(Positivism paradigm) เป็นกระบวนทัศน์เชิงวิทยาศาสตร์  เชื่อในสิ่งที่เห็นและพิสูจน์ได้  ทำให้เป็นที่ยอมรับอย่างมาก  กระบวนทัศน์นี้ได้แพร่หลายเข้ามาในวงการศึกษาและมีอิทธิพลต่อการจัดการศึกษาเป็นอย่างมาก  เพราะมีความเป็นรูปธรรมสูง  ปรัชญาทางการศึกษาที่ได้รับอิทธิพลจากกระบวนทัศน์มี 2 ปรัชญา  ได้แก่ 

1. วัตถุนิยม(Materialism) หรือประจักษ์นิยม(Realism) ปรัชญาวัตถุนิยมหรือประจักษ์นิยมเป็นปรัชญาอีกสาขาหนึ่งที่มีต้นเค้าความคิดมาจากปรัชญาสมัยกรีก  ผู้ที่เป็นปรัชญาเมธีที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น  บิดาแห่งวัตถุนิยม คือ  แอริสโตเติล(Aristotle)  นักปรัชญาชาวกรีกผุ้ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วง 384 – 322 ปี ก่อนคริสตกาล  ปรัชญาวัตถุนิยม  มีความเชื่อว่าโลกใบนี้เป็นโลกของวัตถุ(A World of Things)  วัตถุย่อมอยู่เหนือจิตใจ  ปรัชญาสาขานี้จึงให้ความสำคัญกับความสุขทางกายที่ได้จากวัตถุมากกว่าความสุขทางใจ

ทัสนะของแอริสโตเติลในด้านการศึกษาแตกต่างจากพลาโต  แอริสโตเติลเห็นว่าการใคร่ครวญหาเหตุผลด้วยจิตใจอย่างเดียวไม่เพียงพอจะต้องพิจารณาข้อเท็จจริงตามธรรมชาติด้วย  เป็นการมองโลกทางด้านวัตถุและเป็นการเริ่มต้นวิธีการทางวิทยาศาสตร์  การจัดการศึกษาตามแนวปรัชญาสาขานี้มีลักษณะดังนี้

-   ความเชื่อของครูตามปรัชญานี้  เชื่อว่า  การเรียนรู้ขึ้นอยู่กับการมองเห็น  เพราะความรู้เกิดขึ้นจากสิ่งที่มองเห็น  หรือเกิดจากสิ่งที่เป็นรูปธรรม  รับรู้ได้โดยประสาทสัมผัสทางกาย  คือ  ตา  หู  จมูก  ลิ้น  กาย  ครูจะมุ่งสอนให้นักเรียนแสวงหาวัตถุ  เช่น  วิชาชีพต่างๆ  สอนให้รู้จักทำมาหากินมากกว่าปลูกฝังคุณธรรมความดี  ให้ความสำคัญกับวัตถุหรือการพัฒนาเศรษฐกิจมากกว่าสิ่งอื่น  เพราะเชื่อว่า  ถ้าคนเรามีกินมีใช้ คงไม่มีใครคิดเป็นโจรเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง

-  วิธีการสอน  เน้นการเรียนรู้ที่เกิดจากประสาทสัมผัสทางกายและสิ่งที่เป็นรูปธรรม  มากกว่านามธรรม   วิธีการสอนจึงมักจะใช้วิธีการสาธิต(Demonstation)  โดยใช้อุปกรณ์การสอนต่างๆ  เช่น  ของจริง  รูปภาพ  การศึกษานอกสถานที่  เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้โดยไม่ต้องท่องจำ  จะให้ความสำคัญกับวิชาที่มุ่งพัฒนาความเจริญทางวัตถุมากกว่ามุ่งพัฒนาจิตใจ

-   ตัวผู้เรียน  ครูยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางของการสอนมากกว่ายึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการสอน  ครูจะเป็นผู้แสดง  นักเรียนเป็นผู้ดู  ใช้การบอกเล่า  บรรยายหรือการให้นักเรียนท่องจำจะมีน้อยลงแต่จะใช้การสาธิตหรือทดลองให้ดู  มีอุปกรณ์ของจริงหรือรูปภาพให้นักเรียนเห็นแต่ผู้สาธิตหรือทดลองเป็นครูมิใช่นักเรียน  ความสามารถของครูในการสาธิต  การอธิบายและการใช้อุปกรณ์การสอนมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นอย่างมาก 

กล่าวโดยสรุป  คือ  การเรียนการสอนตามแนววัตถุนิยม  เน้นความรู้ที่ได้มาจากประสาทสัมผัสทางกายโดยเฉพาะการดูเป็นหลัก

 

2.  ประสบการณ์นิยม(Experimentalism)  ปฏิบัตินิยม(Pragmatism) หรืออุปกรณนิยม(Instrumentalism)  ปรัชญาประสบการณ์นิยมเป็นปรัชญาที่แพร่หลายทั่วไปในวงการปรัชญาตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา  นับว่าเป็นผลผลิตทางความคิดที่มีอิทธิพลต่อการจัดการศึกษาสมัยใหม่ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก  ปรัชญาเมธีที่เป็นผุ้บุกเบิกปรัชญานี้มี 2 ท่าน คือ เจมส์(William James)  และดิวอี้(John Dewey)    ปรัชญาสาขานี้มีความเชื่อว่า  โลกใบนี้  คือ โลกของประสบการณ์(A World of Experience)  ชีวิตคือการเดินทางเพื่อแสวงหาประสบการณ์  ในโลกนี้ไม่มีสิ่งมีค่าใดมีค่าเท่ากับการแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ  ความสุขของคนเรา  คือ  การได้พบกับประสบการณ์แปลกๆใหม่ๆที่ท้าทายความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง

ทัศนะของดิวอี้เห็นว่า  มนุษย์จะรับความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ จากประสบการณ์เท่านั้น  การเรียนรู้ที่จะก่อให้เกิดประสบการณ์ที่เหมาะสม คือ  การใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ซึ่งเป้นวิธีการแก้ปัญหาอย่างมีขั้นตอน  โดยผู้เรียนจะต้องมีการทำกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย  การจัดการศึกษาตามแนวปรัชญาสาขานี้มีลักษณะดังนี้

-  ความเชื่อของครูตามปรัชญานี้  เชื่อว่า  การเรียนรู้ต้องควบคู่ประสบการณ์  เพราะวิชาการต่างๆ สอนกันได้  แต่ประสบการณ์สอนกันได้  ดังนั้น  ครูต้องจัดกิจกรรมเพื่อให้เด้กเกิดประสบการณ์  เพราะเด็กเป็นผู้อ่อนต่อโลกหรืออ่อนประสบการณ์  ความรู้ที่แท้จริงเกิดจากประสบการณ์ตรงหรือการลงมือกระทำจริงๆ มิใช่เกิดจากการฟัง  การดู  หรือการนึกคิดอย่างในปรัชญาจิตนิยมหรือวัตถุนิยม  คนที่มีประสบการณ์มากจึงฉลาดมาก  สามารถเอาตัวรอดและอยู่เป็นสุขในสังคม

-   การเรียนการสอน  มีลักษณะสำคัญ คือ  เน้นการเรียนโดยวิธีการแก้ปัญหา(Problem solving)  ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง(Learner Centered Learning)  และเรียนรู้ในขณะที่นำความรู้นั้นๆ มาใช้(Learning While Using Knowledge)  จัดกิจกรรมการทดลองค้นคว้า  ฝึกแก้ไขปัญหาด้วยตนเองและการลงมือปฏิบัติจริง  เพื่อให้เกิดประสบการณ์ตรง  เช่น  การสอนด้วยวิธีการแก้ปัญหาแบบวิทยาศาสตร์  โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้  มากกว่าการท่องจำเนื้อหาวิชา  เพราะเนื้อหาวิชาอาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา  และเนื้อหาวิชาต่างๆนั้น  มีมากมายเกินกว่าที่จะจดจำรายละเอียดได้หมด  ขอเพียงผู้เรียนรู้วิธีการแสวงหาความรู้ก็พอ  กล่าวคือ  สอนให้รู้จักวิธีการตกปลา  มิใช่นำปลาไปให้หรือเน้นกระบวนการแสวงหาความรู้(Process)  มากกว่าตัวความรู้(Product)

-   ตัวผู้เรียน  การเรียนรู้เกิดจากการเชื่อมโยงประสบการณ์เก่ากับประสบการณ์ใหม่ของผู้เรียน  นักเรียนจะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติ  โดยมีครูเป็นผู้ชี้แนะเท่าที่จำเป็น  ครูจะไม่พูดหรือสอนอะไรมาก  แต่จะจัดกิจกรรมต่างๆ  หรือสร้างสถานการณ์จำลองแล้วให้นักเรียนใช้ประสบการณ์เดิมมาแก้ปัญหา  เพื่อการค้นพบประสบการณ์ใหม่ที่จะเป้นคำตอบของปัญหานั้นๆ  ครูที่เก่งที่สุด  คือ  ครูที่สอน(พูด) น้อยที่สุดแต่นักเรียนเรียนรู้ได้น้อยที่สุด

กล่าวโดยสรุป  คือ  การสอนตามแนวประสบการณ์นิยมจะเน้นการจัดกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง(Learning by Doing) เรียนรู้ด้วยตนเองจากประสบการณ์จริง  หรือจากประสบการณ์ตรง(Direct Experience)

เขียนเมื่อ 

P
http://gotoknow.org/blog/yahoo/105622

to feel sad because someone you love is not with you

 

(รู้สึกเศร้าเพราะคนที่เรารักไม่ได้อยู่กับคุณ)

เขียนเมื่อ 

P
http://gotoknow.org/blog/nurseanaesthpsych/105620

กตัญญู....ไหว้ครูไม่ติดรูปแบบ.....

ไม่น่าเชื่อว่าเด็กยุคใหม่ ทันสมัย จะยังคงรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมอันดีงามในส่วนที่เกี่ยวกับกิริยามารยาท สัมมาคารวะ

เขียนเมื่อ 
Pจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร 
จอมยุทธ พเนจร  http://gotoknow.org/blog/mhsresearch/105616

รุกต่อไปเถิดครับ ชาว มรภ.กำแพงเพชร

ท่านเป็นผู้กล้า ท่านเป็นผู้นำที่กล้าคิด. . . ประกาศให้เมืองไทยได้รู้ว่า เราทำจริง และเราพัฒนาเพื่อการนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จ เพื่อชุมชน เพื่อการศึกษา

ทุกคนกำลังจับตามองทุกฝีก้าวของท่าน พร้อมจะเป็นกำลังใจ และชื่นชมยินดีเมื่อท่านประสบความสำเร็จ

เส้นทางนี้มีเพื่อน...เพียงแต่ไม่ท้อ ก้าวเดินไปพร้อมๆกันครับ

เขียนเมื่อ 

P
http://gotoknow.org/blog/nurseanaesthpsych/104080

คำถามที่ถามฉัน...ฉันไม่สามารถตอบแทนพยาบาลท่านอื่นๆได้....แต่คำถามนั้นก็กระตุกความคิดของฉันให้กลับมาทบทวนตนเองและคนในวิชาชีพเดียวกัน....

 

 และถ้าฉันจะเริ่มพัฒนา คนในองค์กร...ฉันจะเริ่มอย่างไรดี?

เขียนเมื่อ 
Psmall man
โรงเรียนวัดวิเวกวราราม
ครูไม่ชอบเด็กเก่ง
เด็กเก่ง ถูกสกัดกั้นความเก่งโดยครู
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีครูบางคนไม่ชอบเด็กเก่ง เพาะเด็กเก่งมักจะมีลักษณะเฉพาะตัว คือ มีความเป็นตัวของตัวเอง กล้าคิด กล้าพูด กล้าแสดงออก แม้กระทั่งในเรื่องการเรียน บางครั้งเขาอาจคิดไม่เหมือนครู ซึ่งลักษณะเฉพาะตัวดังกล่าว ถ้าส่งเสริมหรือจัดประสบการณ์ให้เหมาะสม เด็กพวกนี้ก็จะเป็นคนเก่งและประสบผลสำเร็จต่อไปในอนาคต แต่ที่ผ่านมา พบว่าเด็กพวกนี้ครูบางคนมักจะไม่ชอบ  ก็เลยต้องหาวิธีการสกัดดาวรุ่งด้วยการบ่น ว่า ตำหนิติเตียน และผลที่ออกมา คือ เด็กดังกล่าวก็จะกลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่คิด ไม่พูด ไม่แสดงออก และ ผลการเรียนไม่ดี นับว่าเป็นเรื่องที่เสียหายมาก
เขียนเมื่อ 
Pเบิร์ด     เหิรแหล่ว    http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/105550

บะหมี่...ของชอบของคนไทย ? 

ว่าจะไม่แล้วเชียว ! ...ว่าจะไม่แล้วเชียว ! 

  •  อื่อฮึ  อื่อฮึ      
  • โหมดอัตโนมัติของตัวเอง
  • เศรษฐกิจบักโกรก
  • โอ ! แม่เจ้า...
  • ซึ่งกลุ่มนี้เป็นพวกจนซ้ำซาก
  • ......เกิดอะไรขึ้นกับการหว่านเงินเอื้ออาทรที่ผ่านมา และการพัฒนาของประเทศไทย  ?
  • ในขณะที่หนี้สินภาคครัวเรือนเราพะรุงพะรัง...แต่ก็มีอีกหนึ่งดัชนีที่บอกว่าการดื่มสุราและเบียร์ของเราก็เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน ! ...เพราะค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มขึ้น 6 % ...........เราเป็นประเภท  จน   เครียด   ( แล้วยัง ) กินเหล้า ? 

  • ...ทำไมยิ่งพัฒนา     เราถึงยิ่งยากจน ?...

เขียนเมื่อ 

P
ธรรมาวุธ
เมื่อ ศ. 22 มิ.ย. 2550 @ 23:57 [301070]
http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/105550

  • ผู้นำ วันๆ ก็มัวแต่ทะเลาะ แก่งแย่งอำนาจกันเอง
  • ผู้ตาม วันๆ ก็เหยียบกันตายเพราะแย่งอะไรบางอย่างที่คิดว่าเป็นความหวัง ที่จะรวยทางลัด
  • มันก็ไม่ต่างกัน
  • มีพระพุทธศาสนาอันยอดเยี่ยม  ก็เป็นได้แค่พระแขวนคอ  หรือแหล่งทำมาหากินของคนหัวล้านบางพวก
  • เขียนเมื่อ 

    P
    ดอกไม้ทะเล
    เมื่อ ส. 23 มิ.ย. 2550 @ 09:57 [301217]

    หวัดดีจ๊ะเบิร์ด

    แต่หนักใจแทนหลายคน (เป็นหลักล้าน) ที่ไม่รู้เท่าทัน "การเป็นหนี้"  ว่าเมื่อ  "ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง    คงจะต้องบังคับขับไส   เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำกรำไป    ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย"  เจ้าหนี้ก็ทำเฉกเช่นเดียวกัน  ลูกหนี้จึงไม่ต่างอะไรกับทาสเลย 

  • เจ็บใจคนที่มีอำนาจตัดสินใจระดับชาติในอดีตร่วมสมัยจำนวนหนึ่ง    ที่ทำให้ราษฎรเต็มขั้นอีกจำนวนมาก ต้องเป็นทาสเอ๊ยเป็นหนี้โดยไม่รู้ตัวก่อนเกิดเป็นคนไทย  (คือถ้ารู้ก่อนจุติสงสัยจะคิดหนักเหมือนกัน)  
  • คนไทย(พูดแบบเหมารวม)ทำงานได้ แต่ไม่ใคร่เอาจริงกับระบบควบคุมการทำงาน และไม่เคารพมาตรการกำกับและคานอำนาจ   ทุกอย่างที่เขียนลงกระดาษ  จึง"ฉีก"และ"เขียน" ใหม่ได้เสมอ  เมื่อเปลี่ยนผู้มีอำนาจ 
  • เพราะเราเอาอำนาจไปผูกติดกับคน  ไม่ใช่ผูกกับระบบที่มีการคานอำนาจ   เมื่อระบบสร้างอำนาจให้คน  คนก็เอาระบบนั้นแหละไปสร้างอำนาจ  
  • ผู้มีอำนาจที่ขาดคุณธรรม จึงสามารถกำหนดและสร้างระบบ"หนี้" อะไรขึ้นมาก็ได้   แล้วแปะป้ายว่าเป็นการ"ช่วยชาติ"  แต่ผลที่เกิดขึ้นตามมาไม่มีเขียนไว้ในสัญญา  ว่าใครหยิบเงินกลางของชาติไปใช้กี่บาท  เอาไปใช้แล้วเกิดผลเสียต่อชาติอย่างร้ายแรง   ต้องชดใช้กี่บาท  กี่ปี   และไปตกหนักที่คนหาความจริงตามหลัง  เพราะระบบคานอำนาจอ่อนแอมาแต่ต้น 
  • เขียนเมื่อ 

    Pเบิร์ด     เหิรแหล่ว    http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/105550

    คนไทย  จน  ..เจ็บ  ยังดีที่สลัดความโง่ทิ้งไปได้อย่างมากมายแล้ว  หลังจากที่ก่อนนั้นมักกล่าวในทำนองว่า "โง่ จน เจ็บ"  มายาวนาน  โดยเฉพาะชาวนา  ถูกวิพากษ์และนิยามความหมายเช่นนี้อยู่ทุกเช้าค่ำ...

    เบิร์ดจุกกับจี๊ดขึ้นมาในใจทุกครั้งเลยค่ะเวลามีใครพูดถึงวงจร " โง่ จน เจ็บ "...เพราะรู้สึกว่าตีตราความเป็นคนกันด้วยความกดขี่ยังไงก็ไม่ทราบนะคะคุณแผ่นดิน....แถมเดือดปุดๆด้วยคำถามที่ตะโกน ( ในใจ ) ว่าใครอนุญาตให้คุณประทับตรานี้กับคนอื่นไม่ทราบ ?...แต่ก็ดีใจว่าตอนนี้ตัวโง่ ถูกสลัดหลุดจากวงจรคนไทยในบางกลุ่ม ถึงแม้จะยังเกาะอยู่ในอีกหลายๆกลุ่ม ก็เหอะน่า....แล้วตอนนี้ชาวนาไทยเหลืออยู่ 20 % เองค่ะจาก 80 % ในอดีต....แต่เราต้องทานข้าวนะคะ  ...พวกเค้าเหล่านี้หายไปไหน ? เพราะอะไร ?

    แถมเรายังมีศูนย์อนุรักษ์ควายไทย ซึ่งเบิร์ดมองว่าอนุรักษ์ทำไม ?  เห็นเดินอยู่ก็เยอะแยะ...แล้วถ้าควายมาเป็นเพื่อนชาวนาไทยเหมือนเดิม เราต้องอนุรักษ์มั้ยคะ ?  ...โอย ! หยุดไม่อยู่แล้วค่ะ กระทบอีกจนได้

    เขียนเมื่อ 

    P
    http://gotoknow.org/blog/ooydiary/105608

    นี่ล่ะนะ  คุณพ่อ   อีกไม่นาน  ครูอ้อยก็จะเป็นแบบท่าน   ที่จะคุยแต่เรื่องลูกหลาน   มากกว่าคุยเรื่องการงาน
    เขียนเมื่อ 

    ขอโทษครับลืมลงที่มา

    Psmall man
    โรงเรียนวัดวิเวกวราราม
    ครูไม่ชอบเด็กเก่ง

    http://gotoknow.org/blog/wijcha/105625
    เขียนเมื่อ 

    P
    http://gotoknow.org/blog/mrschuai/105583

    อาลัยชีวิตด่าง..............ในคลองใหญ่ ปากแม่น้ำแห่งนี้..............จบด้วย ปริญญาหมาเน่า......เคล้ากลิ่นที่ใครไม่พึงประสงค์......

    ปริญญาหมาเน่าในความหมายของคุณ...คืออะไร....ลองนิยามกันดูครับ แต่สำหรับของด่างเป็นแบบดั่งเรื่องเล่าที่ผ่านมาครับ

    เขียนเมื่อ 

    P
    http://gotoknow.org/blog/ariyachon/105672

    "ลูกชายเรียนชั้นม.2 ถูกตราหน้าว่าโง่ผูกคอตายที่บ้านหลังนี้-ควายกำลังให้อาหารปลา-บางตัวเล็มกินต้นข้าว
    เมื่อไร คนในวงการศึกษา จะตาสว่าง ไปเรียนรู้สะที

    "ลูกชายเรียนชั้นม.2 ถูกตราหน้าว่าโง่ผูกคอตายที่บ้านหลังนี้-ควายกำลังให้อาหารปลา-บางตัวเล็มกินต้นข้าว"

    เอามาจาก blog ของ ครูบา ฯ

    http://gotoknow.org/blog/sutthinun/104452

    ลองไปอ่านดู

    และ อ่าน  http://gotoknow.org/blog/Innofadevelopment/104741 เป็นเรื่องราว ของ ชาว ปูน ฯ   ไป เรียนรู้  กับ ครูบา ฯ

    ( ไม่ใช่ ลูกของผมนะครับ  .....  จ่าหน้ากระทู้ ไปงั้นเอง)

    ระบบการศึกษาแบบ หลง คิดว่า ข้อมูล คือ ความรู้

    หลง คิดว่า รับรู้ คือ เรียนรู้

    ทำเอา  คนไทย  คนญี่ปุ่น ฝรั่ง ฯลฯ  ย่อยยับ ฆ่าตัวตาย ฯลฯ มามากแล้ว   ------>  กว่าท่านๆ ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย  จะเข้า "ใจ" การศึกษา    ก็ต้องโน้น เกษียณไปแล้ว  หรือ  เผา ฝังไปแล้ว ยังไม่รู้สำนึกก็มี 

    เขียนเมื่อ 

     

    P
    http://gotoknow.org/blog/sutthinun/104452
    เอาละสิ..ยายหนูฉีกตำราทำนาทิ้ง!!

    ประเด็นการบ้านทุกกลุ่ม

    1. วิธีคิด เขาคิดอย่างไร อะไรชวนให้คิด คิดแล้วทำอย่างไร ทำตามที่คิดได้กี่%
    2. วิธีทำ ทำไมถึงทำเช่นนี้ มีปัจจัย/อิทธิพล หรือเงื่อนไขอะไร เขาใช้พลังอะไรในการทำงาน
    3. วิธีแก้ปัญหา เขาแก้ปัญหาอย่างไร ใช้อะไรเป็นเครื่องมือ แก้ไขได้เหมาะสมรึไม่ เราเห็นด้วยเห็นต่างอย่างไร
    4. อะไรเป็นจุดเด่น จุดด้อย ปริศนาที่พบมีอะไรบ้าง (เบื้องหลังที่ผิดปกติ)
    5. เราเห็นอะไรที่เป็นกระบวนการเศรษฐกิจพอเพียง วิจารณ์เรื่องนี้ในบริบทคุณอำนวย
    6. ไปรู้เห็นแล้วต้องอธิบายได้ เรามีข้อเสนอแนะอย่างไร
    เขียนเมื่อ 
    P

    ศึกษาหาความจริงไปเรื่อยๆครับท่านJJ.เรายังเป็นกบในกะลาครอบ

    • ไม่รู้ว่าชาวบ้านคิดอะไร
    • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคิดอะไร
    • พวกหอคอยงาช้างคิดอะไร
    • ทำไมมันถึงเละตุ้มเป๊ะเอาตัวไม่รอดกันทั้งประเทศ
    • บางคนสร้างปัญหาแล้วก้ยังไม่วางมือ
    • ป่วนกันไปจนไม่รู้จะร้องเพลงชาติไทยให้ใคร..  http://gotoknow.org/blog/sutthinun/104452
    เขียนเมื่อ 

    พี่เม้งครับ

    P

    เจ้าหมีตัวนี้ขยันจริงๆ ขอเอาไปเลี้ยงสักตัวได้ไหมครับ

    เขียนเมื่อ 
    ครับท่าน
    P

    ได้เลย ไม่มีที่ลงด้วย ไม่เปลือง กินน้อย ไม่เที่ยว ไม่สำส่อน ขยันบ้างเป็นบางเวลาตามอารมณ์  อิ อิ    

    แน่ใจเหรอเปล่า

    เขียนเมื่อ 
    P
    • โหย นิสัยเหมือนเจ้าหมาสีน้ำตาลตัวนี้เปี๊ยบเลย
    • งั้นไม่เอาดีกว่า  มันไม่หลากหลายทางชีวภาพ เดี๋ยวสูญพันธ์ อิอิ
    เขียนเมื่อ 

    P
    http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/105550

    ผมเชื่อว่าเมืองไทยไม่ได้ล้าหลัง
    ผมเชื่อว่าเมืองไทยไม่ได้ง่อย
    ผมเชื่อว่าเมืองไทยมีพร้อมสมบูรณ์
    ผมเชื่อว่าเมืองไทยมีคนดีคิดดีทำดีและนำดี
    ผมเชื่อว่าเมืองไทยมีนักคิดนักปฏิบัติดี นักศึกษาดี
    ผมเชื่อว่าเมืองไทยมีครูดี ครอบครัวดี สังคมดี
    ผมเชื่อว่าเมืองไทยมี...หลายๆอย่างที่ดีมากมาย

    แต่ผมไม่เชื่อว่าคนไทย...จะรอกินบะหมี่อย่างเดียว....

    ตื่นเถิดครับ....นาฬิกาปลุกเครื่องไหนจะทำงานได้เท่านาฬิกาสมองที่เราสัมผัสด้วยหัวใจ (ขอยืมหน่อยนะครับ)...อยู่หล่ะครับ ประเทศเราโลกเรา ใครเค้าจะเห็นคุณค่าหากเรามองไม่เห็นค่าของเราเอง.....

    เราแบ่งแยกรั้วกั้นได้แค่ผิวดินเท่านั้น....ใช่ว่าจะแบ่งได้ถึง 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน ....

    เขียนเมื่อ 

    Psmall man
    โรงเรียนวัดวิเวกวราราม http://gotoknow.org/blog/wijcha/105820

    ฟังให้ครบก็พบปัญญา : ประชุมปรึกษาคุณครู ชั้น ป.6
    ในการประชุม ถ้าฟังอย่างเปิดใจ ก็จะได้อะไรมากมาย
    เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้เชิญคุณครูผู้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จาก 7 โรงเรียน มาประชุมปรึกษาหารือเพื่อวางแผนกำหนดรูปแบบและวิธีการในการนำนักเรียนเข้าค่ายคณิตศาสตร์ จัดกิจกรรมวันภาษาไทย และนำนักเรียนเข้าค่ายเยาวชนอรุโณทัย บรรยากาศการประชุมมีการแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ได้ข้อสรุปที่ทุกคนพอใจแฮปปี้เอ็นดิ้ง ผลจากการประชุมดังกล่าว  ได้ข้อคิดดังนี้
    1.ในการประชุม ถ้าผู้บริหารใช้อำนาจ ก็จะขาดปัญญา
    2.ถ้าจะให้คนอื่นฟังเรา เราต้องฟังคนอื่นก่อน
    3. ฟังทุกความคิดเห็น ฟังให้จบและตีความให้ถูก ถ้าสงสัยให้ถาม โดยไม่ตัดสิน หรือข่มกัน ทุกคนก็จะกล้าพูด
    4. การสื่อความต้องตรวจสอบให้ตรงกัน บางครั้งคุยเรื่องเดียวกัน คิดเหมือนกัน แต่สื่อความไม่ตรงกัน ก็อาจจะขัดแย้งกันได้ ประธานต้องรีบเคลียร์ อย่ารีบตัดสินใจ
    5. บางครั้งเป้าหมายเดียวกัน แต่วิธีการต่างกัน ก็ต้องรีบเคลียร์เหมือนกัน กรณีนี้ เคลียร์ไม่ยาก
    6.ทุกคนพูด ทุกคนฟัง โดยไม่มีการผูกขาดความคิดหรือใช้อำนาจตัดสินใจ ก็จะได้ความรู้ ความคิดต่างๆ ที่ดีๆ ออกมามากมาย
    7. มีประเด็นเล็กๆ อยู่เรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องกิจกรรมเด็ก มีคุณคร฿ท่านหนึ่งเสนอว่ากิจกรรมบางอย่างให้เด็กทำ คุณครูอีกท่านบอกว่าเด็กทำเองไม่ได้หรอก ครูต้องคิดให้ ครูต้องทำให้ ในกรณีนี้ผมต้องค่อยๆชี้แจงด้วยความนุ่มนวลว่า ในกรณีนี้เด็กน่าจะคิดเองได้ ทำเองได้ ถ้าเราให้โอกาสเขา ซึ่งคุณครูที่ไม่เห็นด้วยก็ยอมรับฟัง เพราะพูดกันด้วยเหตุด้วยผล...ต้องขอขอบคุณคุณครูชั้น ป. 6 ทุกท่านอีกครั้ง มา ณ โอกาสนี้..
    เขียนเมื่อ 
    Pจักรวุธ อินต๊ะจัง

    คติในการดำเนินชีวิต  ชีวิตเมื่อไม่มีการเริ่มต้น  ก็ไม่จำเป็นจะต้องนึกถึงความสิ้นสุด

    http://gotoknow.org/blog/ajelang/105814

    ถ้าตราบใดที่คนเราไม่รู้จักคำว่า พอ แล้วล่ะก็ เขาเหล่านั้นจะต้องประสบความทุกข์อย่างแสนสาหัส ดังอุทาหรณ์ที่ยกมาเล่าให้ฟัง                บางคนพูดว่า  ความโลภ นั้นดับง่ายกว่า ความโกรธ ความหลง  แต่ผู้เขียนเชื่อว่า ความโลภก็ดี ความโกรธก็ดี ความหลงก็ดี  ล้วนแล้วแต่เป็นพิษเป็นภัยแก่มนุษย์ ไม่น้อยไปกว่ากันเท่าใดเลย  ถ้าผู้ใดมีความประมาท ผู้นั้นก็ย่อมจะถึงแก่ความตายทั้งเป็นด้วยกันทั้งสิ้น                ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปัง ทุกขัง  ปรารถนาหาสิ่งใด ไม่ได้ดังปรารถนา ก็เป็นทุกข์

    เขียนเมื่อ 
    Pวรรธนชัย ๏(。◕‿◕。)๏ ♫ ♬ ♪ ♩ ♭
    Institute for Technical Education Development

    http://gotoknow.org/blog/ceotalk/105895การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) เป็นวิธีการจัดการข้อมูลที่เป็นความรู้ให้เป็นระเบียบครบถ้วนตามที่ต้องการ ง่าย ต่อการค้นหาและใช้ประโยชน์ การจัดการความรู้สรุปเป็นกระบวนการ จัดการความรู้หลัก ๆ 3 ส่วน ได้แก่


    การจัดระบบรวบรวมจัดเก็บความรู้ ได้แก่ การสร้างความรู้ใหม่ และ เสาะแสวงหาความรู้ที่มีอยู่ในรูปแบบ สื่อต่าง ๆ มาประมวลและกลั่นกรอง เพื่อเป็นความรู้ของหน่วยงาน ซึ่งพร้อมที่จะขยายความรู้ และยกระดับ ความรู้กับบุคลากรในหน่วยงาน
    การเข้าถึงความรู้ ได้แก่ การเข้าไปนำความรู้มาใช้ โดยอาศัยช่องทางการ สื่อสารที่ง่ายและสะดวก เช่น การใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เว็บบอร์ด และบอร์ดประชาสัมพันธ์ เป็นต้น
    การแบ่งปันความรู้ ได้แก่ การแลกเปลี่ยน เผยแพร่ กระจายถ่ายโอน ความรู้ ซึ่งทำได้หลายวิธีการ เช่น กิจกรรมกลุ่ม การจัดประชุมสัมมนา การ สอนงาน ชุมชนแห่งการเรียนรู้ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนถ่ายโอนความรู้ผ่าน ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือ ระบบ e-Learning เป็นต้น

    เขียนเมื่อ 

    P
    จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
    เมื่อ อา. 24 มิ.ย. 2550 @ 11:04 [302111]
    http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/105550

    ช่องว่างระหว่างคนมันสูงมาก และจะมากขึ้นเรื่อยๆตามโอกาสของคนที่มีพร้อมกว่าพึงจะเอาเปรียบคนด้อยกว่า

    นโยบายของรัฐ ที่ดูเหมือนจะกระจายความเท่าเทียมให้คนรากหญ้า แต่กลับถูกเคลือบแฝงด้วยเลห์ เพทุบายที่แยบยลของนายทุน ที่ยังคอยแทะเล็มคนในระดับล่างๆลงมา

    ปรากฏการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นในชนบทมากมายเหลือเกินครับ หากเราเขียน เราพูดก็เหมือนกับว่า เรานำเสนอได้มุมเดียวแต่ไม่เคยบอกว่าควรทำอย่างไร

    จะทำอย่างไรได้เล่าครับ ...ในเมื่อเราถูกทำให้ต้องพึ่งพิงตลอดเวลา เราถูกริดรอนพลังลงเรื่อยๆจากนโยบายและวิธีคิดของผู้มีโอกาสในสังคม

    เซลล์มะเร็ง - ไวรัส

    1.       วัฒนธรรมและโครงสร้างเชิงอำนาจ

    2.       ระบบราชการและการเมืองที่ด้อยประสิทธิภาพ

    3.       ระบบการศึกษาที่คับแคบและอ่อนแอ4.       ทิศทางการพัฒนาตามแนวทางทุนนิยม เงินนิยม-วัตถุนิยม-บริโภคนิยม

    - - - - - - - - - - - - - - -  -

    หากสังคมไทยเป็นระบบคอมพิวเตอร์

    เรากำลังถูกไวรัสร้ายทำลายระบบอยู่หลายตัวด้วยกัน (ตามปัญหาที่เขียนไว้บางส่วนข้างต้น) เรายังไม่มีแอนติไวรัสที่เข้มแข็งพอที่จะกำจัดไวรัสเหล่านี้ได้

    เรากำลังขาดภูมิคุ้มกัน

    แอนตี้ไวรัสในที่นี้ ผมหมายถึง  

    • วัฒนธรรมและโครงสร้างแบบบูรณาการ - ประชาธิปไตย
    • ระบบราชการและการเมืองที่มีประสิทธิภาพ
    • ระบบการศึกษาที่ให้โอกาส และเข้าถึงการพัฒนาศักยภาพคนจริงๆ
    • ทิศทางการพัฒนาตามแนวทางความพอเพียง
    เขียนเมื่อ 
    • สวัสดีครับ
    • เข้ามาอ่าน,  แต่ไม่ได้คัดลอกข้อความของตนเองมาไว้ในบันทึกนี้
    • บันทึกในลักษณะเช่นนี้  เป็นประหนึ่งหนังสือรวมวาทะแห่งปัญญา   ที่คัดลอก "ตัดตอน"  มาให้อ่านได้อย่างรวดเร็ว และนำพาเรากลับไปสู่บันทึกต้นฉบับได้โดยง่าย
    • ....
    • นี่คือ  อีกบันทึกที่ยืนยันได้ว่า  ในโลกแห่งการบันทึกนี้เป็นพื้นที่ที่อัดแน่นด้วยความบันเทิงเริงใจ และบันเทิงเริงปัญญา
    • ...
    • ขอบคุณครับ
    เขียนเมื่อ 

    Pเบิร์ด     เหิรแหล่ว  

    http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/105550

    รายได้น้อยกว่ารายจ่ายแถมยังมาเป็นใน " กลุ่มจนที่สุด "  ที่ถือว่ามีถึง กว่า 12.7 ล้านคนทั้งประเทศที่มีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนละ 1,003 บาทต่อเดือน แต่มีรายจ่าย 1,525 บาท...ซึ่งกลุ่มนี้เป็นพวกจนซ้ำซาก สำรวจทีไรไม่เคยมีรายได้มากกว่ารายจ่ายเลย......เกิดอะไรขึ้นกับการหว่านเงินเอื้ออาทรที่ผ่านมา และการพัฒนาของประเทศไทย  ?

    เขียนเมื่อ 

    บะหมี่ไม่ใช่ทางออกของสังคม  แต่เป็นตัวชี้วัดของสังคม  เป็นตัวชี้วัดว่าทางเลือกของผู้คนในเวลานี้เหลืออะไรอีกมั่ง   

    ถ้าเอาหญ้ายัดใส่ถุงแล้วให้ชาวบ้านกินได้  คงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด  ที่ที่ชาวบ้านจะต้องเลือก

    http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/105550

    เขียนเมื่อ 
    P
    Dream Farm and Sir. Paul McCartney
    เมื่อ อา. 24 มิ.ย. 2550 @ 13:59 [302257]

       http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/105550

    ใคร ใคร หลายคน ผู้ยกตนเป็นอาจารย์ด้านอาหาร หน้าจอทีวี และอดีตคนเคยรวยแถวทำเนียบ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "บะหมี่เป็นอาหารคนจน..."

        ไอ้โจ๋ เดินทางหนีความแร้นแค้นจากบ้านนอกมาหาเงินใช้หนี้เงินล้านอดึตรัฐบาล สบถ  "OMIGOSH! ทำไมกรุงเทพไม่มีแมงกุดจี่วะ .."

           นินทากันข้างรั้ว ทบ. ว่า มาดามนักการเมืองผู้ดีบางคนเคยอิมพอร์ทสปาเก็ตตี้ มาจากอิตาลี เพระเธอเหม็นกลิ่นบะหมี่คนจน .... แซ่บอีกหลีดีลีเฌียส...

    555555555555+  

    P

    สวัสดีครับน้องหมาน้อย

    • ดูวิธีการเลี้ยงดูด้านบนนะครับ น่ารัก น่าเอ็นดู พัฒนาการ.....อิๆๆๆ
    • ขอบคุณมากครับ ว่างๆ เอาธรรมะมาฝากกันอีกนะครับ ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
    P

    สวัสดีครับคุณเบิร์ด

    ขอบคุณมากครับ ที่นำพัฒนาการมาให้ดูนะครับ ท้ายที่สุดทำให้เราทราบว่า ที่มาของเล่าฮูของพวกเรามากันอย่างไร ถึงได้ขยันอย่างนี้

    P

    ขอบคุณมากครับ

    P

    สวัสดีครับพี่แผ่นดิน

    • ขอบคุณมากครับ
    • บันทึกนี้จะเกิดไม่ได้เลย หากไม่มีคนรวบรวมที่ขยันขันแข็งอย่าง พี่เหลียง สิทธิรักษ์ แพนด้า พาแด้นซ์ และที่สำคัญมากก็คือ ผู้เขียนทุกคนที่เขียนแล้วปล่อยตะกอนเด็ดๆ ไว้ อย่างพี่แผ่นดิน แล้วหลายๆ ท่านครับ
    • งานนี้ ยกความดีให้กับ P และทุกๆ ท่านใน GotoKnow ครับ
    • ขอบคุณมากๆ นะครับ ที่แวะมาเยี่ยมครับ
    P
    เบิร์ด
    เมื่อ อา. 24 มิ.ย. 2550 @ 18:00 [302424]
    P

    สวัสดีค่ะเล่าฮูแพนด้าผู้กำลังจะปลูกหญ้าใส่ถุง

    บะหมี่ไม่ใช่ทางออกของสังคม  แต่เป็นตัวชี้วัดของสังคม  เป็นตัวชี้วัดว่าทางเลือกของผู้คนในเวลานี้เหลืออะไรอีกมั่ง   

    ถ้าเอาหญ้ายัดใส่ถุงแล้วให้ชาวบ้านกินได้  คงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด  ที่ที่ชาวบ้านจะต้องเลือก

    ..........................................................................

    วาทะเด็ดเลยนะคะเนี่ย...เอาไปรวมในตะกอนหรือยังคะ ?

    ร่างรัฐธรรมนูญมีหลายมาตราที่น่าสนใจ แต่ที่ฮอตที่สุดคงหนีไม่พ้นสภาองค์กรชุมชน...ที่ถูกใบสั่งกันเป็นแถว ไม่ทราบว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ ?...ส่วนที่เบิร์ดสนใจในตอนนี้คือจำนวน สส.กับ สว.และที่มาของ สว....เล่าฮูพอจะแหลงให้ฟังหน่อยได้มั้ยคะว่าเป็นอย่างไร เพราะเบิร์ดไม่มีเวลาตามเลย..

    ที่เล่าฮูบ่นในเรื่องเอาหญ้ายัดใส่ถุงให้ชาวบ้านกินนั้นทำให้เบิร์ดนึกถึงศูนย์ข้าวชุมชน...มาดูเรื่องราวที่น่าเศร้าของศูนย์นี้กันค่ะ...

    ศูนย์ข้าวชุมชน เป็นศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นโดยให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันศูนย์ละประมาณ 20 คน มีพื้นที่ 200 ไร่เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีกระจายสู่เกษตรกรในพื้นที่

    ในเบื้องต้นรัฐเป็นผู้สนับสนุนปัจจัยการผลิตทั้งหมดอาทิพันธุ์ข้าว ปุ๋ย...แรกเริ่มมีเป้าหมายตั้งศูนย์ฯทั้งสิ้น 14,000 ศูนย์ โดย 1 ศูนย์จะผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้เกษตรกรครอบคลุมพื้นที่ได้ประมาณ 4,000 ไร่ แต่เนื่องจากจำนวนเจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่จะต้องเข้าไปให้ความรู้เกษตรกรมีไม่เพียงพอ จึงได้ปรับลดเป้าหมายลงครึ่งหนึ่งคือเหลือ 7,000 ศูนย์ ...1 ศูนย์ให้ครอบคลุมพื้นที่ 8,000 ไร่ ทั้งนี้เพื่อให้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีกระจายสู่เกษตรกรทั่วประเทศของไทย  ที่มีพื้นที่ปลูกข้าวรวมทั้งสิ้นประมาณ 57 ล้านไร่

    แต่เนื่องจากการดำเนินโครงการมีอุปสรรคคือขาดงบประมาณ จึงทำให้การดำเนินโครงการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ขณะที่ปัญหาต้นทุนการผลิตข้าวของเกษตรกรชาวนาไทยนับวันสูงขึ้น แต่ผลผลิตต่อไร่แทบจะเรียกได้ว่าต่ำที่สุดในบรรดาประเทศผู้ผลิตและส่งออกข้าว !...

    ภาคเอกชนของไทยโดย 4 สมาคม ได้แก่สมาคมชาวนาไทย สมาคมโรงสีข้าวไทย สมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ และสมาคมพ่อค้าข้าว ได้เสนอให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพข้าว โดยต้องเริ่มตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ รวมถึงงานวิจัยและพัฒนาที่ปัจจุบันเวียดนามซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของไทยได้ทุ่มงบวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าวถึงปีละ 4,000 ล้านบาท ขณะที่ไทยใช้งบวิจัยเพียงปีละ 48 ล้านบาท !

    โครงการจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้เกษตรกรนำไปเพาะปลูก เป็นหนึ่งในนโยบายพัฒนาคุณภาพข้าวเพื่อเพิ่มขีดแข่งขัน...

    โครงการดังกล่าวริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2543 ขณะนั้นรับผิดชอบโดยกรมส่งเสริมการเกษตร มีเป้าหมายตั้งขึ้นทั้งหมด 7,000 ศูนย์ทั่วประเทศ ระยะเวลาดำเนินงานปี 2543-2552 แต่ปรากฏว่าจนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้ย้ายความรับผิดชอบมาขึ้นกับกรมการข้าว กรมที่จัดตั้งขึ้นใหม่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระยะเวลาได้ผ่านมาถึง 7 ปี เพิ่งดำเนินการได้เพียง 4,000 ศูนย์ คาดว่าอีก 3,000 ศูนย์ คงจะดำเนินการได้ไม่ครบเป้าหมายตามระยะเวลาที่กำหนด เนื่องจากเหลือระยะเวลาอีกเพียง 3 ปีเท่านั้น นอกจากนี้ทั้ง 4,000 ศูนย์ที่ดำเนินการแล้วนั้นยังไม่มีประสิทธิภาพต้องมีการปรับปรุงอีกมาก

    ทั้งนี้สาเหตุการดำเนินโครงการมีความล่าช้า ปัญหาใหญ่คือเรื่องของงบประมาณ โดย ตั้งแต่ปี 2547-2549 โครงการไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเลย จึงทำให้ไม่สามารถเดินหน้าหรือพัฒนาศูนย์ที่ได้ดำเนินการไปแล้วให้มีประสิทธิภาพได้ ...รัฐบาลชุดไหนคะที่เป็นในช่วงนี้ ? แต่มีงบสร้างเมกกะโปรเจคท์ + โปรโมชั่นมากมาย เพื่อกระตุ้นยอดขายของตัวเอง...

    อย่างไรก็ดีเมื่อเร็วๆ นี้รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ 100 ล้านบาท โดยกรมจะนำงบส่วนนี้มาพัฒนาศูนย์ข้าวชุมชนได้ประมาณ 700 ศูนย์ จากจำนวนศูนย์ที่ได้ก่อตั้งแล้ว 4,000 ศูนย์

    ซึ่งกรมจะไม่นำงบส่วนนี้ไปตั้งศูนย์ใหม่เพิ่มเติม เพราะที่มีอยู่ยังไม่มีประสิทธิภาพ และยังมีปัญหาที่ต้องพัฒนา...อาทิการผลิตเมล็ดพันธุ์ยังไม่ได้คุณภาพ ระบบตรวจสอบคุณภาพยังไม่ดีพอ และเกษตรกรผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ยังต้องมีการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีอีกมาก ...

    รัฐบาลเผด็จการทหารที่ถูกกล่าวหาว่า ช้า งุ่มง่าม ทำงานไม่เป็น ฉีกรัด - กะ - ทำ - มะ - นูน..เป็นรัฐบาลที่ให้เงินสนับสนุนกรมข้าว 100 ล้านให้ดำเนินงานด้านการพัฒนาคุณภาพข้าวไทย เพื่อเพิ่มขีดการแข่งขันของประเทศ..!

    เอามาเพื่อบอกว่าเบิร์ดเริ่มขวางหู ขวางตากับบรรดา " คนดี " ทั้งหลายที่มาเย้วๆอยู่ที่สนามหลวงที่เป็นพวกนักประชาธิปไตยจ๊ะจ๋าอยู่ในขณะนี้..

    เบิร์ดมองว่าเมื่อประชาธิปไตยของประเทศไทยยังเป็นได้แค่เครื่องมือของนักการเมือง คนไทยส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยเวลาในการเรียนรู้ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงให้มากกว่านี้  วิถีทางนอกรูปแบบ ( เช่นการปฏิวัติ ) ก็อาจจะต้องถูกยกมาใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายได้บ้าง...ก็เท่านั้น...  อย่างน้อยในช่วงวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมาก็ทำให้มีรอยยิ้มเปื้อนหน้าคนไทยและเห็นดอกไม้บนปลายกระบอกปืนล่ะค่ะ

    โอย ! เอาอีกแล้วยั้งไม่ทันอีกแล้ว...จบด้วนๆแค่นี้ก่อนแล้วกันนะคะเล่าฮู ^ ^

    บทความเด็ดๆ จาก บะหมี่ http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/105550

    ระหว่างฝ่ายแดงและฝ่ายน้ำเงิน...ถกกันนะครับ

    เขียนเมื่อ 

    สังคมที่โหดร้าย ภาพการเคลื่อนไหวที่เลวร้าย  ทำลายแม้กระทั่งความเข้าใจของผู้ที่ทรงศีล ที่กำลังใฝ่หาจุดยืนที่ผิดๆ แม้กระทั่งยอมแลกกับความตาย

    อำนาจ  เงินตรา ความร่ำรวย  กำลังถูกฝังแน่นเข้าทุกอณูของลมหายใจ

    ภาพวัตถุที่ลอยล่องเตะตาเตะจมูก  แทรกซึมเข้าทุกหนทุกแห่ง ในซอกมุมของชุมชน  ในชนบท ในเมือง  ไม่เว้นแม้กระทั่งในวัดวาอาราม http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/105550

    เขียนเมื่อ 

     http://gotoknow.org/blog/kmpps/105977

    P
    somtawin
    โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัยฯ

    ไม่ว่าจะสอนที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ที่โรงเรียนหรือแม้แต่ที่บ้าน    อย่าลืมว่า ควรจะกระตุ้น และเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้คิดวิเคราะห์แก้ปัญหาด้วยตัวเอง เน้น "กระบวนการ" มากกว่าหา "คำตอบ" แต่เพียงอย่างเดียว

    เขียนเมื่อ 

     

    P
    http://gotoknow.org/blog/pandin/105930

    เปลือยความสุข (16) : (โกรธ) เคียดให้ครู ... แดน สิ ตี พ่อแม่ !
    เขียนเมื่อ 

    P
    http://gotoknow.org/blog/mrschuai/105583

  • คลังปัญญาในสมองใครขโมยไม่ได้ อย่างมากก็ลอกเลียนแบบ แต่ต้นตอทางแนวคิดเป็นของคนในชุมชน การปรับใช้ความรู้ให้สอดรับกับชุมชน ก็สำคัญ
  • จบ.ปริญญาตรี ออกไปกรีดยาง ผมไม่เห็นว่ามันจะเลวร้ายตรงไหน ดีเสียอีกที่จะได้คิดค้นหาแนวทางเหตุผลในการปรับกระบวนการกรีดให้พัฒนามากขึ้น
  • จบ. ปริญญาตรีไปทำนา มันจะเสียหายตรงไหน ผมคิดว่าดีเสียอีกจะได้ทราบกระบวนการคิด หลักเหตุผลเข้าใจธรรมชาติในการผลิต การบริโภค...... ไม่ใช่ว่าจบ ตรี แล้วเหยียบดินไม่ได้แล้ว กลัวขาจะเป็นตะกุยคราบขี้โคลน... มองเห็นการถนอมครีมหน้าขาวในทีวีแล้วช่างขัดแย้งกับภูมิปัญญาไทยจริงๆ ครับ รากเหง้าของเราอยู่ที่ตรงไหนกันแน่ครับ
  • ผมชื่นชมหลายๆ คนที่ จบ. ป.ตรี แล้วกลับไปพัฒนาบ้านเกิดตัวเอง หรือพัฒนาชุมชน แม้จะไม่ใช่บ้านเกิดก็ตาม ลงไปเน้นการพัฒนาอนาคตของชาติตามพื้นที่ไกลปืนเที่ยง
  • เขียนเมื่อ 
    P
    จารุวัจน์
    เมื่อ อา. 24 มิ.ย. 2550 @ 09:04

    ความรู้ไม่ได้อยู่ที่ปลายของเส้นทาง แต่ความรู้อยู่ที่ระหว่างที่ก้าวเดินต่างหาก ดังนั้นสิ่งที่เราน่าจะทำคือ เก็บเกี่ยวทุกสิ่งที่มีคุณค่าในระหว่างการเดินทาง อย่ามองเป้าหมายจนลืมเท้าที่ก้าวเดิน http://gotoknow.org/blog/mrschuai/102160

    เขียนเมื่อ 
    P
    จารุวัจน์
    เมื่อ อา. 24 มิ.ย. 2550 @ 09:04

    ความรู้ไม่ได้อยู่ที่ปลายของเส้นทาง แต่ความรู้อยู่ที่ระหว่างที่ก้าวเดินต่างหาก ดังนั้นสิ่งที่เราน่าจะทำคือ เก็บเกี่ยวทุกสิ่งที่มีคุณค่าในระหว่างการเดินทาง อย่ามองเป้าหมายจนลืมเท้าที่ก้าวเดิน  http://gotoknow.org/blog/mrschuai/105583

    เขียนเมื่อ 

    P
    http://gotoknow.org/blog/delight/106015

    สิ่งทีรู้จัก...ยากที่สุด

     

     

    สิ่งที่รู้จัก ยากที่สุด กว่าสิ่งใด

    ไม่มีสิ่ง ไหนไหน ได้ยากเท่า

    สิ่งนั้นคือ ตัวเอง หรือตัวเรา

    ที่คนเขลา หลงว่ากู รู้จักดี

    ที่พระดื้อ เณรดื้อ และเด็กดื้อ

    ไม่มีรื้อ มีสร่าง อย่างหมุนจี๋

    เพราะความรู้ เรื่องตัวกู มันไม่มี

    หรือมีอย่าง ไม่มี ที่ถูกตรง

    อันตัวกู ของกู ที่รู้จัก

    เป็นตัวลวง เหลือลึก ให้คนหลง

    ส่วนตัวธรรม เป็นตัวจริง ที่ยิ่งยง

    หมดความหลง รู้ตัวธรรม ล้ำเลิศตน

     

     

    ท่านพุทธทาสภิกขุ

    เขียนเมื่อ 
    P
     
    พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
    วัดญาณเวศกวัน อ.สามพราน จ.นครปฐม
     เมื่อประชาธิปไตยที่ไม่ประสีประสา มาเจอปัญหาศาสนาประจำชาติ

     

    ตอนที่
    เมื่อประชาธิปไตยที่ไม่ประสีประสา มาเจอปัญหาศาสนาประจำชาติ
    คลิกฟัง/
    คลิกขวาดาวน์โหลด
    ตอนที่๑ มองไกล ใจกว้าง บรรยายเมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๐ ( ๖๔.๐๐ นาที )
    คลิ๊กฟังเสียงธรรมเทศนา
    ตอนที่ ๒ ดูเขา เข้าใจตัว บรรยายเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๐ (๔๙.๓๐ นาที)
    คลิ๊กฟังเสียงธรรมเทศนา
    ตอนที่ ๓ รู้จักตัว เห็นทั่วโลก บรรยายเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๐ (๔๙.๓๐ นาที)
    คลิ๊กฟังเสียงธรรมเทศนา
     แถมพิเศษ 
    โลกเดี๋ยวนี้ขัดแย้งกันมากมาย จะแก้ไหวหรือ
    บรรยายเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๕ (๖๘.๓๙นาที)
    คลิ๊กฟังเสียงธรรมเทศนา
    วาสนาคนไทย ได้แค่ไสยศาสตร์ (๓๕.๓๓ นาที)
    คลิ๊กฟังเสียงธรรมเทศนา

    นำของดีๆ มาฝากเพื่อนครับ http://www.dhammathai.org/sounds/pa_payutto/policybud.php

    อาหารสมองชั้นเลิศครับ ฟังด้วยปัญญา เรามักจะได้ปัญญากลับมาเสมอ ครับ

    http://gotoknow.org/blog/delight/106015

    เขียนเมื่อ 
    P
    ธรรมาวุธ
    เมื่อ จ. 25 มิ.ย. 2550 @ 02:08 [302736]
    มารบ่มี บารมีบ่เกิด จริงๆ ครับ
    เขียนเมื่อ 

     

    P
    จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
    เมื่อ จ. 25 มิ.ย. 2550 @ 09:01 [302846]

    Gotoknow เป็นที่รวมของเหตุผล เป็นสนามฝึกฝนปัญญา ดังนั้นแล้ว ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก็ขอให้พิจารณาด้วยปัญญา เป็นการดีมากที่มีเหตุต่างด้านความคิด และพฤติกรรม เราก็ได้ศึกษาและเรียนรู้ปรากฏการณ์อย่างนี้

    http://gotoknow.org/blog/delight/106015

    เขียนเมื่อ 
    P
    น่านฟ้าทะเลลม
    เมื่อ อา. 24 มิ.ย. 2550 @ 20:43 [302512]

    P

    สวัสดีค่ะ...ยกบะหมี่กระเพาะหมูน้ำใสมาเสริฟจ้า

    %e0%b8%9a%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88

    • บะหมี่กระเพาะหมูน้ำใส

      เครื่องปรุง
      บะหมี่ 
      เป็ดตัวใหญ่
      ผักกาดหอมหั่นท่อนสั้น
      ขึ้นฉ่ายหั่น
      ต้นหอมผักชีซอย
      พริกไทยป่น
      ซีอิ๊วขาว
      น้ำซุป

      วิธีทำ

      1. ล้างเป็ดให้สะอาด สับชิ้นใหญ่
      2. ใส่น้ำซุปลงในหม้อ ตั้งไฟให้เดือด ใส่เป็ด ซีอิ๊วขาว พริกไทย ตุ๋นจนเป็ดเปื่อย
      3. ลวกบะหมี่ในน้ำเดือด พอบะหมี่สุก ตักขึ้นแช่ในน้ำเย็น พอบะหมี่คลายร้อน ตักไว้ใส่ชาม
      4. เวลารับประทาน เอาบะหมี่ใส่ชามที่รองด้วยผักกาดหอม ตักเป็ดตุ๋นราดบนบะหมี่ โรยหน้าด้วยต้นหอมผักชีซอย ขึ้นฉ่าย รับประทานกับน้ำส้มพริกดอง  http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/105550
    เขียนเมื่อ 
    ฟังด้วยหัวใจ
    P

     

     

     

    นิ่ง  สงบ....เราถึงจะคิดได้

    ......ถ้าเราไม่นิ่ง สงบและฟังอย่างลึกซึ้ง......

    เราจะไม่ได้ยิน “ สรรพเสียง ...ที่คนอื่นพูดกับเรา

    เพราะใจของเราจะพะวงอยู่กับสิ่งที่เราคิดว่ารู้แล้ว

    ...จนลืมที่จะฟัง ...ฟัง " เสียงที่เราไม่ได้ยิน "...

    ............................................................. 

    ฟังเสียงใบไม้....ดอกไม้...พลิ้วไหวในสายลม

    คละเคล้า...เสียงพร่างพรมของสายฝน...

    ร่วมกับเสียงกระซิบ...จาก “ หัวใจ   ใครบางคน...

    ที่ปะปน...มากับ “ สาส์น ที่สื่อมา...

    ..............................................................

    เมื่อเราฟังความรักจึงส่งเสียง

    ขอเราเพียง …. ฟังด้วยใจ

    และเปิดอ้อมแขน...เพื่อโอบไว้

    ...แล้วปล่อยให้...” ความรัก ...ทักทายเรา.....

    ..............................................................

     

    ความรักนั้นอบอุ่น  สดใส...

    เพียงแค่ใจเรา ...“ ศรัทธา

    ไม่ต้องตามไป...สุดขอบฟ้า...

    ไม่ต้องเหลียวมองหา...

    เพราะว่ารักนั้น...ไม่เคยไกล

     

     

     

    ..." ขอเพียงแค่เราเข้าใจ "...

    เปิดอ้อมแขนโอบกอดไว้......

    สัมผัสรัก...ด้วย “ หัวใจ   ของเราเอง

     

    และเรียนรู้ที่จะฟัง…...ฟังด้วย " หัวใจ "...ของเราเอง  

    ........................................................................

    http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/105552

    เขียนเมื่อ 
    Pจักรวุธ อินต๊ะจัง

    ชาวพุทธที่แท้จริงนั้นภายนอกจะต้องเป็นคนดี ไม่ทำความชั่ว และเป็นคนมีกิริยามารยาทงดงาม พูดจาไพเราะ ซึ่งเพียงเท่านี้ก็เรียกว่าเป็นชาวพุทธที่แท้จริงแล้วครึ่งหนึ่ง ส่วนภายในก็ต้องเป็นคนฉลาดรอบรู้ในเรื่องของการดำเนินชีวิตที่สงบสุข ซึ่งก็จะทำให้เป็นชาวพุทธที่แท้จริงได้อย่างเต็มเปี่ยม

    เขียนเมื่อ 
    P
    จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
    เมื่อ จ. 25 มิ.ย. 2550 @ 21:54 [303641]

     http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/105550

    คุณเบิร์ดครับ

    ว่าจะไม่แล้วเชียว!!!

    บะหมี่ชามนี้รสชาติจัดจ้าน เผ็ดได้ใจ ถูกใจกระผมมากครับ

    ประเด็นที่คุณเบิร์ดได้เขียนในข้อเสนอแนะไว้แล้วนั้นน่าสนใจมากครับ

    ผมขออนุญาตยกมาเป็นประเด็นๆก่อน และ จะขบคิดสักหน่อยก่อนจะมาเขียนต่อครับ

    • มองว่าที่ผ่านมาที่เราไม่ได้กำหนดว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาตินั้นน่าจะเป็นเพราะพระพุทธศาสนาสอนให้เคารพชีวิต  ไม่แต่เฉพาะชีวิตคนเท่านั้นแต่รวมถึงชีวิตอื่นๆที่อยู่ร่วมกับเราทั้งหมด..และไม่ได้หมายถึงว่าการมีความแตกต่างกันนั้นเป็นสิ่งที่ผิดหรือเป็นความแตกแยก...เพราะศาสนาทุกศาสนามีแก่นเดียวกันทั้งสิ้นคือเป็นหลักสมานฉันท์ของมนุษย์ชาติ ไม่ใช่ศาสนาเปรียบเทียบ...ประเด็นนี้เป็นประเด็นละเอียดอ่อนนะคะ และคนโบราณหรือคนรุ่นที่ผ่านมาเค้ามองลึกและกว้างกว่าเราในปัจจุบันหรือไม่ ?
    • ถ้าคณะสงฆ์จะเป็นหลักยึดของสังคมในการเผชิญความเปลี่ยนแปลงต่างๆในชีวิตที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้  คณะสงฆ์ จะต้องเป็นอิสระจากรัฐ  เพื่อจะได้เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง

      พื้นฐานความสำคัญของพระภิกษุต่อสังคมนั้นมีอยู่ว่า  พระภิกษุเป็นการจำลองอุดมคติของพระพุทธศาสนา  ออกมาในรูปของวิถีและบุคคล  พระภิกษุและวิถีชีวิตของพระภิกษุเป็นประจักษ์พยานว่า ความเป็นอยู่ที่ไม่เห็นแก่ตัว  ไม่สะสมวัตถุและเกียรติยศ ฯลฯ เป็นชีวิตที่ไม่เศร้าหมอง และเป็นชีวิตที่ " เป็นไปได้จริง " ในทางโลก

    • ชาติคือความหมายของรัฐที่เป็นองค์กร มีการครอบครอง ยึดถือ ซึ่งถือว่าไม่ใช่แก่นแท้ของพุทธศาสนาที่จุดหมายสูงสุดคือความอิสระทางจิตวิญญาณ หลุดพ้นจากการยึดมั่นถือมั่นทั้งปวง...เมื่อพุทธศาสนาสูงกว่าชาติหรือรัฐ...เหตุใดจึงเอาสิ่งที่อยู่เหนือกว่ามาอยู่ภายใต้สิ่งที่ต่ำกว่าเล่า ?

    • การเรียกร้องใดๆเมื่อกระทำตามช่องทางที่ควรกระทำอย่างครบถ้วนแล้ว ก็ควรรอดูผลของการเรียกร้องนั้น  เพราะเมื่อกระทำในสิ่งที่ควรกระทำแล้ว ก็คงไม่มีสิ่งอื่นให้เราต้องกระทำอีก...การบังคับ  กดดันเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตนต้องการ  ถ้าคนทั่วไปทำก็ยังทำให้เกิดความระอา แล้วถ้าผู้ทำเป็นผู้ที่ " ดำรงศักดิ์แห่งตน " ที่ควรเป็นที่เคารพเล่า จะก่อให้เกิดความรู้สึกเช่นใด ?

     จริงๆประเด็นเหล่านี้ สมบูรณ์ในการอธิบายและผมเพียงแต่อยากให้ อ่านและทำความเข้าใจให้มาก เพราะนี่คือ "ความจริง" ที่ควรอ่าน

    ที่บอกว่า บะหมี่ชามนี่เผ็ดจริงๆ ไม่ได้เป็นเรื่องพูดกันเล่นๆเลย

     

    ผมขอขอบคุณ และผมขอคารวะจากใจครับผม

     

                                       จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

    เขียนเมื่อ 
    P
    อุทัย อาวรณ์
    เมื่อ จ. 25 มิ.ย. 2550 @ 22:26 [303679]

    โลกภายนอกกว้างใหญ่ใครใครรู้

    โลกภายในลึกซึ้งอยู่รู้บ้างไหม??

    อยากมองโลกภายนอกมองออกไป

    อยากมองโลกภายในให้.........มองตน  http://gotoknow.org/blog/delight/106015

    เขียนเมื่อ 
    P
    จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
    เมื่อ อ. 26 มิ.ย. 2550 @ 00:20 [303799]

    ขอบคุณคุณอุทัยครับ

    P

     

    "อยากมองโลกภายในให้.........มองตน"

    ชวนให้เราคิดว่า ปัจจุบันนี้เราได้มองโลกภายในบ้างมั้ย เราได้มองตนเองบ้างมั้ย

    อัตตา มันบดบังตาในหมดสิ้นครับ

     - - - - -

    จงยืนกราน......สลัดทั่ว ........................ช่างหัวมัน
    ถ้าเรื่องนั้น.......นั้นเป็นเหตุ ...................แห่งทุกข์หนา
    อย่าสำออย......ตะบอยจัด ...................ไว้อัตรา
    ตัวกูกล้า...........ขึ้นเรื่อยไป.................... อัดใจตาย

    เรื่องนั้นนิด          เรื่องนี้หน่อย................. ลอยมาเอง
    ไปบวกเบ่ง..........ให้เห็นว่า...................... จะฉิบหาย
    เรื่องเล็กน้อย........ตะบอยเห็น................. เป็นมากมาย
    แต่ละราย...........รีบเขวี้ยงขว้าง.............. ช่างหัวมัน
     

    เมื่อตัวกู................ลู่หลุบ........................... ลงเท่าไร
    จะเยือกเย็น.............ลงไป............................ได้เท่านั้น
    รอดตัวได้................เพราะรู้ใช้.................."ช่างหัวมัน"
    จงพากัน................ หัดใช้........................... ไว้ทุกคนฯ

     

    ท่านพุทธทาสภิกขุ          http://gotoknow.org/blog/mrschuai/102160

    เขียนเมื่อ 
    พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต.jpg
    เขียนเมื่อ 

    P
    ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น  http://gotoknow.org/blog/mannover/106432

    เป็นบุญของพวกเราทุกคนที่ได้เกิดมาพบกับหนทางแห่งมรรค ทางปฏิบัติไปสู่ความเข้าใจในความจริงแท้ ซึ่งแม้แต่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ก็ไม่ได้รับโอกาสแบบนี้ ถ้าเราละเลยไป ไม่รู้ต้องเกิดอีกกี่พันกี่หมื่นภพชาติที่เราจะได้รับโอกาสเช่นนี้อีก หรืออาจไม่มีโอกาสนี้อีกเลยก็ได้ พระพุทธองค์ทรงชี้หนทางแห่งความหลุดพ้นให้เราแล้ว หนทางแห่งความสุขที่เป็นอมตะนิรันดร์กาล            

    เขียนเมื่อ 

     http://gotoknow.org/blog/delpiero

    Pพรหมลิขิต
    มูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตร

    ความหวังสูงสุดในชีวิต  ลดกิเลสในจิตใจ ให้น้อยที่สุด(เท่าที่จะทำได้) ไม่เพิ่มภาระให้กับสังคม มุ่งสะสมความดี ความงาม ให้กับคนที่รัก ทุกเมื่อเชื่อวัน

    E-Mail: [email protected]

    ช่วงรอบเดือนที่ผ่านมา ผมมีความรู้สึกปลื้มสุดๆ กับแนวคิดของชาวนาพิจิตร ที่กำลังค้นหาองค์ความรู้ที่จะมาแก้ไขปัญหาทุกข์ร้อนด้วยตัวเองอย่างคึกคัก จากที่มีการพูดคุยวงเล็ก วงใหญ่ จะเรียกว่าตกผลึกทางความคิดก็คงไม่เชิง เพราะยังไงเสียคงไม่ง่ายนักที่ชาวนาจะร่วมกันแก้ไขปัญหาได้ทั้งระบบจากการพูดคุยไม่กี่คน อ... มีต่อ »
    คำหลัก: ชีวิตชาวนา
    โดย พรหมลิขิต   ลิงค์ที่อยู่ถาวร   ความคิดเห็น (0)
    สร้าง: อ. 26 มิ.ย. 2550 @ 09:22   แก้ไข: อ. 26 มิ.ย. 2550 @ 11:17
    อ่าน: 12
    สิ่งที่จะต้องพบเจอบ่อยๆสำหรับการทำงานในพื้นที่ท้องถิ่น ชุมชนนั้น มองได้ 2 กลุ่มที่สัมพันธ์กัน คือ “กลุ่มผู้กระทำ” และ “กลุ่มผู้ถูกกระทำ” กลุ่มผู้กระทำคือคณะหรือทีมทำงาน ส่วนกลุ่มผู้ถูกกระทำคือกลุ่มเป้าหมายพื้นที่ชุมชนท้องถิ่น ซึ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้กระทำคือ ... มีต่อ »
    โดย พรหมลิขิต   ลิงค์ที่อยู่ถาวร   ความคิดเห็น (2)
    สร้าง: ศ. 22 มิ.ย. 2550 @ 12:29   แก้ไข: ศ. 22 มิ.ย. 2550 @ 12:29
    อ่าน: 15
    ในภาวะปัญหารบเร้าท้องถิ่น ชุมชนมากมาย ที่ก่อตัวหมุนวน ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเศรษฐกิจตกต่ำ สังคมเสื่อม สุขภาพอ่อนแอ สิ่งแวดล้อมอากาศแปรปรวน และอื่นๆอีกมากมาย ที่คงไม่จำเป็นต้องหยิบยกสถิติตัวเลขงานวิจัยอะไรมาอ้างก็พอจะอธิบายได้ในเชิงพรรณนา เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนประจักษ์ให้เห็น... มีต่อ »
    โดย พรหมลิขิต   ลิงค์ที่อยู่ถาวร   ความคิดเห็น (3)
    สร้าง: ศ. 22 มิ.ย. 2550 @ 12:20   แก้ไข: ศ. 22 มิ.ย. 2550 @ 12:20
    อ่าน: 20
    ในช่วงที่อะไรๆเข้ามามากๆ(หมายถึงงานและไม่ใช่งาน) มันทำให้เราสับสน งงงัน ฉุกคิด อยู่ 3 ประเด็น นั่นคือ... 1.แนวความคิดตัวเราเอง บางครั้งก็มี บางครั้งก็ไม่มี เพราะเป็นงาน เป็นภารกิจ เป็นความรัก เป็นความชอบส่วนตัว ส่วนใหญ่เราจะอยู่ในกรณีท้ายๆ เราทำงานกันไปเพื่ออะไรกัน? ก็คงหนีไม่พ้น เรื่องการ... มีต่อ »
    โดย พรหมลิขิต   ลิงค์ที่อยู่ถาวร   ความคิดเห็น (4)
    สร้าง: จ. 18 มิ.ย. 2550 @ 12:30   แก้ไข: จ. 18 มิ.ย. 2550 @ 13:24
    อ่าน: 48
    ในช่วงภาวะที่คนหนุ่มคนสาวต่างพลัดถิ่นฐานเข้าไปเป็นแรงงาน ทำอยู่ทำกินในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยการจ้างงานที่ตอบแทนด้วยเงินสมน้ำสมเนื้อ และเหมาะกับวิถีชีวิตสมัยใหม่ ทำให้การเคลื่อนไหวหางานทำมุ่งสู่เมืองมากขึ้นอย่างคึกคัก ขณะเดียวกันชนบทหรือท้องถิ่นบ้านนา กลับเงียบเหงาว่างเปล่า มีเพียงผู้เฒ่าผู้แก่ ล... มีต่อ »
    โดย พรหมลิขิต   ลิงค์ที่อยู่ถาวร   ความคิดเห็น (0)
    สร้าง: อ. 03 เม.ย. 2550 @ 11:05   แก้ไข: อ. 03 เม.ย. 2550 @ 11:12
    อ่าน: 74
    หลายท่านคงสงสัยว่า "เพลี้ยกระดาษ" เป็นแมลงสายพันธุ์ใหม่ที่กลายพันธุ์มารึว่าอย่างไร? คำตอบคือจริงครับ แต่ว่าความรุนแรงนั้นร้ายกาจมากจนแทบหาทางแก้ไม่ได้ แม้แต่เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ ยังต้องก้มหน้ายอมรับกับเชื้อโรคนี้ เพราะผู้ที่ผสมพันธุ์ปฎิสนธิเชื้อนี้ขึ้นมา คือ....นักธุรกิจ (พ่อค้าโรง... มีต่อ »
    โดย พรหมลิขิต   ลิงค์ที่อยู่ถาวร   ความคิดเห็น (3)
    สร้าง: ศ. 23 มี.ค. 2550 @ 12:02   แก้ไข: ศ. 23 มี.ค. 2550 @ 12:05
    อ่าน: 82
    ไม่รู้ว่านานแค่ไหน หรือว่าจวบจนสิ้นลมหายใจ ถึงจะได้รู้ว่า บนเส้นทางการพัฒนาสังคม จะไปสิ้นสุดตรงจุดไหน ควรเป็นรูปแบบใด คำถามนี้ทำเอาผมสงสัยเป็นวักเป็นเวร(จนเครียด!!!!) พักใหญ่ เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้นหรือ? ก้อยิ่งทำยิ่งเหมือนโจทย์จะยากขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาหลายอย่างซับซ้อนมาก แทบหาทางออกไม่เจอ ในมุม... มีต่อ »
    โดย พรหมลิขิต   ลิงค์ที่อยู่ถาวร   ความคิดเห็น (9)
    สร้าง: จ. 05 มี.ค. 2550 @ 11:18   แก้ไข: จ. 05 มี.ค. 2550 @ 11:18
    อ่าน: 117
    จะว่าเป็นไปตามกระแสของเรื่องราวการสร้างบ้านดิน ของคุณโจน จันได และชุมชนมั่นยืนหรือเปล่าก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ แต่ที่แน่ๆกระแสดังกล่าวกำลังแผ่ขยายไปทั่วทั้งแผ่นดินไทย สำหรับคนที่ต้องการสร้างบ้าน ในราคาถูก(แทบไม่น่าเชื่อ) สามารถดีไซน์รูปแบบตามใจชอบด้วยมือและจินตนาการของผู้อยู่อาศัยเอง โดยผู้ที่ทำ... มีต่อ »
    โดย พรหมลิขิต   ลิงค์ที่อยู่ถาวร   ความคิดเห็น (11)
    สร้าง: ศ. 23 ก.พ. 2550 @ 11:29   แก้ไข: ศ. 23 ก.พ. 2550 @ 12:02
    อ่าน: 41
    ด้วยความเป็นเด็กสุดทำให้สงบเสงี่ยมเป็นพิเศษ ในเวทีเตรียมประชุม "กรอบการทำงานร่วมกันเพื่อการวิจัยและพัฒนาเชิงพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และจังหวัดลำปาง" โดยสำนักประสานงานและพัฒนาเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง สกว. สถาบันบริหารการวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยนเรศวร ในวันที่ 1 - 2 มีนาคม 2550 ซึ่งเ... มีต่อ »
    โดย พรหมลิขิต   ลิงค์ที่อยู่ถาวร   ความคิดเห็น (0)
    สร้าง: พฤ. 15 ก.พ. 2550 @ 11:41   แก้ไข: พฤ. 15 ก.พ. 2550 @ 12:06
    อ่าน: 66
    วิธีการฝึกคน สร้างคน ได้อย่างไร? ทำอย่างไรให้คนดีดีมาพบเจอกัน? ทำอย่างไรให้ฐานสมาชิกเครือข่ายเข้มแข็ง? ทำอย่างไรให้ลดความขัดแย้ง? คนดีดีตกลงมีจริงๆอยู่เท่าไรกันแน่!!!? นี่คือโจทย์คำถามมากมาย ที่มุ่งเป้าไปยัง "ผู้นำ" ในเครือข่ายเกษตรธรรมชาติจังหวัดพิจิตร เป็นข้อสงสัยมานาน แม้กระทั่งทีมง... มีต่อ »
    โดย พรหมลิขิต   ลิงค์ที่อยู่ถาวร   ความคิดเห็น (2)
    สร้าง: ศ. 09 ก.พ. 2550 @ 12:07   แก้ไข: อา. 25 ก.พ. 2550 @ 17:13

    เด็กรุ่นใหม่ อายุ 27 จบพัฒนาสังคม มน. อยู่หนองคาย ทำงานที่มูลนิธีพัฒนาพิจิตร

    เขียนเมื่อ 
    P
    เบิร์ด
    เมื่อ อ. 26 มิ.ย. 2550 @ 19:54 [304537]
    P

    สวัสดีค่ะคุณเอก

    เบิร์ดขอบอกว่าเบิร์ดเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่เชื่อว่า " พุทธศาสนา " จะอ่อนแอเพราะว่าลักษณะของพุทธศาสนาเป็นปรัชญา และทุกๆศาสนาไม่ว่าจะเป็นอิสลาม คริสต์ พุทธ ฯลฯ ก็เป็นทั้งสิ้น...

    ตัวการที่จะทำพุทธศาสนาอยู่ในลักษณะที่อ่อนแอคือ" พุทธบริษัท 4 "...ถ้าเรามีพุทธบริษัท 4 ( ภิกษุ  ภิกษุณี  อุบาสก  อุบาสิกา )  ที่เข้าถึงหลักธรรมคำสอนของพุทธองค์  สามารถนำธรรมไปปฏิบัติเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต อีกทั้งสามารถสร้างสรรค์สถาบันและกลไกต่างๆเพื่อให้ธรรมเจริญงอกงามทั้งในระดับบุคคลและสังคม ... " พุทธศาสนา " ไม่เสื่อมหรอกค่ะ และไม่ต้องให้ใครมาปกป้อง ค้ำจุนแต่อย่างใดเพราะพระพุทธศาสนาเหนือกว่าสิ่งสมมุติทั้งปวงรวมทั้งชาติด้วย

    เมื่อเป็นเช่นนี้การที่มีคนพยายามกำหนดพื้นที่หรือตำแหน่งแห่งที่ให้กับพระพุทธศาสนา โดยการกล่าวอ้างว่าเรา " ต้อง " ทำอะไรสักอย่างเพื่อความอยู่รอดทางพระพุทธศาสนานั้น จึงเป็นสิ่งที่ต้องตอบคำถามว่าความพยายามที่เป็นไปเพื่อความต้องการอยู่รอดในสังคมไทยหรือเพื่อรักษาพื้นที่ของตนไว้นั้น ต่างอะไรกับการดิ้นรนเพื่อรักษาสถานภาพทางสังคมของบรรดาผู้ที่เคยมีเกียรติสูงสุด มีหน้ามีตาในสังคมแต่ " อุบัติเหตุ " บางอย่างได้ลดทอนเกียรติศักดิ์อันนั้นลงไป จึงดิ้นรนเพื่อยึดพื้นที่ทางเกียรติยศในสังคมไว้ให้นานที่สุด ?...

    ส่วนคำตอบว่าคนไทยเห็นอย่างไรกับความพยายามนี้เบิร์ดขออนุมานจากการสำรวจที่พบว่าคนไทยส่วนใหญ่ประมาณ 80 % ไม่เห็นด้วยกับความพยายามที่ดูเหมือนจะกลายเป็นความดื้อรั้นของกลุ่มคนบางกลุ่มนี้ค่ะ

    เบิร์ดชวนคุณเอกคุยในเรื่องระบบบริหารคณะสงฆ์ดีกว่า...เพราะระบบบริหารของคณะสงฆ์ควรเป็นไปเพื่อเอื้อต่อการศึกษา ค้นคว้าศาสนธรรม ไม่ใช่มีอยู่เพื่อ " ดำรงความศักดิ์สิทธิ์ " ของ " สถาบัน "...

    การปฏิรูปคณะสงฆ์จึงเป็นสิ่งที่ปราชญ์หลายๆท่านได้กล่าวไว้ ในที่นี้เบิร์ดขอยกของ อ.นิธิ  เอียวศรีวงศ์ที่พูดเกี่ยวกับความอ่อนแอของคณะสงฆ์

    เป็นที่รู้กันดีว่าทุกวันนี้พระสงฆ์สูญเสียสถานะและบทบาทไปมาก ซึ่งมีสาเหตุสำคัญอยู่ 3 ประการคือ

    1 . ความสัมพันธ์ระหว่างคณะสงฆ์กับรัฐ เพราะไม่เคยมีประเทศไหนในโลกที่รัฐเข้ามาอุปถัมภ์ศาสนาโดยไม่ครอบงำและไม่แสวงหาผลประโยชน์...และที่สำคัญเวลานี้ศาสนาเราก็พอใจที่รัฐเข้ามาอุปถัมภ์ !

    2.  ความสัมพันธ์ระหว่างคณะสงฆ์กับสังคม ที่อ่อนแอและเข้าไม่ถึงชุมชน กลายเป็นพิธีกรรมต่างๆมากมาย

    3.  การศึกษาของคณะสงฆ์  ที่การครุ่นคิดไตร่ตรองศาสนธรรมกลับไม่งอกเงย  การค้นคว้าทางศาสนธรรมด้านปริยัติต้องอาศัยหนังสือที่เขียนไว้เมื่อหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา  สำนักเรียนของพระสงฆ์มีอยู่ทั่วประเทศ แต่สำนักเหล่านั้นเพียงแต่ถ่ายทอดเรื่องราวเก่าๆต่อคนรุ่นใหม่  ไม่ได้เปิดโอกาสให้ความคิดใหม่ได้งอกเงย...กลายเป็นระบบการศึกษาที่แช่แข็งภูมิปัญญา !

    เห็นมั้ยคะว่าจุดเสื่อมที่แท้นั้นอยู่ที่ใด ?  เราจะเห็นว่าความอ่อนแอของคณะสงฆ์นั้นมีมากมาย มีกี่กรณีที่ไม่สามารถเอาผิดพระที่ทำผิดธรรมวินัยได้ ? ตั้งแต่กรณีของพระยันตระจนไปถึงธรรมกาย ไม่นับกรณีที่ไม่เป็นข่าวอีกนะคะ...ยังไม่ต้องพูดถึงความอ่อนแอซวดเซที่ลงลึกไปถึงวัดในระดับท้องถิ่น...อย่างนี้เรียกว่าสนิมเกิดแต่เนื้อในตนใช่หรือไม่ ?

    เราต้องยอมรับว่าวิกฤตศาสนาพุทธส่วนหนึ่งอยู่ที่อำนาจรัฐและระบบการตลาดเข้ามากำหนดจุดหมายและมีบทบาทมากเกินไป  ทางออกจึงต้องทำให้พุทธศาสนาหลุดออกมาให้ได้  ต้องทำให้รัฐถอยออกไป ...แล้วทำให้ธรรมวินัยเป็นใหญ่ในหมู่สงฆ์.. แต่กลับมีความพยายามที่จะเอารัฐมาครอบครอง ! ทำไม ?

    โอย ! เห็นมั้ยล่ะคะ ว่าจะไม่แล้วเชียว !!  http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/105550

    เขียนเมื่อ 
    P
    เบิร์ด
    เมื่อ อ. 26 มิ.ย. 2550 @ 20:40 [304578]
    P

    สวัสดีค่ะคุณเม้ง

    ว่าแต่ว่า ใครไปนอนในโลงหรือครับ.... นอนในโลงแสดงจุดยืน หรือว่านอนในโลงเพื่อแสดงจุดนอนครับ

    ...............................................................

    มีพระ 5 รูปไปนอนในโลงเพื่อกดดันให้บรรจุคำว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยลงในรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังร่างอยู่นี่แหละค่ะ...

    ช่างไม่คิดถึงคนอื่นบ้างเลยว่าเค้าจะรู้สึกอย่างไร..คริสต์ อิสลาม ฮินดู ซิกข์  ขงจื้อ  เซ็น ฯลฯ พวกเค้าเหล่านี้ก็เป็นคนไทย เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชาติของเรามาเนิ่นนาน...เป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินไทยพวกเค้าจะรู้สึกอย่างไร ?  ทีผ่านมาถึงแม้จะไม่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแต่ก็เป็นที่ยอมรับโดยนัยอยู่แล้วว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติของไทย  แล้วจะทำให้เกิดความรู้สึกเหลื่อมล้ำไปทำไม ?...ความเป็นพุทธไม่พุทธไม่ใช่อยู่ที่วัตรปฏิบัติภายนอกแต่อยู่ที่ท่าทีที่มีต่อชีวิต ไม่ว่าจะเป็นชีวิตใครหรือชีวิตอะไรก็ตามเพราะพระพุทธศาสนาสอนให้เราเคารพชีวิตนี่คะ...

    แค่ศีล 5 เราตีความได้หมดมั้ยคะ ? ปาณาติบาตไม่ใช่แค่เราเชือดไก่ แต่ยังรวมความไปถึงการเมาแล้วขับ  การที่ซีพีเอาไก่มาเปิดไฟทั้งวันทั้งคืนตลอด 24 ชม.เพื่อบังคับให้ไก่กินข้าวจะได้อ้วนเร็วๆ แล้ว 3 เดือนก็เชือดขาย เราไปกินไก่เหล่านั้นถือว่าปาณาติบาตมั้ยคะ ? เข้าข่ายของการขาดความเมตตากรุณาหรือเปล่า  ...สงครามล่ะคะเป็นปาณา ฯมั้ย ?...หรือศีลข้ออทินนาทานา ( ลักทรัพย์ ) ไม่ใช่แค่โขมยเงินแม่ 5 บาท แต่กินความไปถึงการที่คนๆหนึ่งปล้นเงินชาติผ่านทางนโยบายที่เลิศหรูด้วย...ฯลฯ

    ถ้าเรายังไม่รู้แจ้งแห่งตน แล้วเราเอาคุณสมบัติใดไปกีดกันหรือตีตราคนอื่น ? ล่ะคะ...แก่นแท้ของทุกศาสนาคือหลักสมานฉันท์...ท่านพุทธทาสเคยกล่าวว่าศาสนาพุทธก็มีพระเจ้า พระเจ้าของเราไม่ใช่บุคคลแต่คือกฎของธรรมชาติ ที่เรียกว่ากฎอิทัปปัจจยตาปฏิจจสมุปปาโท เป็นกฎที่สามารถแทรกซึมอยู่ในทุกๆปรมาณูของทุกสิ่งที่ประกอบกันขึ้นเป็นจักรวาล และบังคับให้สิ่งนั้นๆให้เป็นไปตามกฎ

    ถ้าดูในแง่ของจริยธรรม พระเจ้าของศาสนาอื่นคือผู้ที่ช่วยให้รอดทั้งรอดชีวิตและรอดจากความทุกข์  ในศาสนาพุทธก็คือธรรมมะที่ต้องประพฤติให้ถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์ของมนุษย์...เราก็มีพระเจ้าเหมือนศาสนาอื่นๆ และมีสิ่งใดที่เราแตกต่างกันล่ะคะในแก่นแท้ของศาสนา...

    คุณเม้งเล่าถึงการผลิต  การแปรรูป  และพูดถึงการเปลี่ยนรูปแบบของการใช้พื้นที่ทำให้เบิร์ดนึกถึงการปลูกยูคา ฯ ในพื้นที่ต่างๆที่พบเห็นอย่างหนาตามากขึ้นแทนพืชชนิดอื่นไม่ทราบว่ายูคา ฯ ส่งผลอย่างไรบ้างหรือเปล่าคะ ?

    จะรออ่านเรื่องเล่าภาคสี่นะคะ ^ ^   http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/105550

    เขียนเมื่อ 

    P
    http://gotoknow.org/blog/LifeLearning/106677

      ...บันทึกชีวิต...

                                             

     

    เริ่มก้าวแรกจากเด็กน้อยค่อยตามฝัน

    ผ่านคืนวันมาเนิ่นนานอย่างสดใส

    ณ วันนี้พร้อมเติบโตเจริญวัย

    เป็นผู้ใหญ่ได้ผจญกับโลกกว้าง...

                       แต่ละย่างแต่ละก้าวของชีวิต

                       พร้อมลิขิตเพื่อเดินทางอย่างสร้างสรรค์

                       มุ่งไปสู่ปลายทางอย่างนิรันดร์

                       ก้าวสู้ฝันอันยิ่งใหญ่ในใจตน...

    ด้วย"ศรัทธา"ในคุณค่าแห่งชีวิต

    "วิริยะ"สถิตย์ในใจมั่น

    อีก"สติ""สมาธิ"คอยเตือนย้ำ

    ปัญญาล้ำชี้นำ"ธรรม"สู่ใจ...

                       ด้วยกำลังใจกายพร้อมมุ่งมั่น

                       ก้าวสู่ฝันที่ตั้งใจได้สมหมาย

                       เริ่มวันนี้ทำความดีจนชีพวาย

                       เพิ่มความหมายคุณค่าความเป็นคน...

     

    พร้อมน้อมรับคำติชมจากทุกท่านครับ ขอบคุณมากครับ....  

    เขียนเมื่อ 
    Pปัทมาวดี โพชนุกูล ซูซูกิ
    คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

     http://gotoknow.org/blog/econ4life/106856

    แต่ในความเห็นของอาจารย์  การให้กระบวนการชุมชนเป็นไปโดยธรรมชาติ  ก็เท่ากับปล่อยให้คนเหยียบเท้าเราอยู่โดยที่เราร้องไม่ออก หรือถูกห้ามไม่ให้ร้อง   ช่องว่างระหว่าง อบต.กับชุมชนยังมีอยู่มาก     ชุมชนต่างๆยังต่างกันมาก   การปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติก็ไม่ต่างกับปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม 

        

    คิดแล้วคล้ายๆ ปัญหากลไกตลาด   อะไรๆก็ปล่อยให้ตลาดทำงาน  ให้ตลาดทำหน้าที่จัดสรรทรัพยากร   แต่บนฐานสังคมที่ผู้บริโภคแต่ละคน มีอำนาจซื้อต่างกัน  ผู้ผลิตรายเล็กรายใหญ่มีฐานไม่เท่ากัน   ผู้ผลิต ผู้บริโภคมีอำนาจต่อรองไม่เท่ากัน   การปล่อยให้ตลาดทำงานไปตามธรรมชาติจึงเกิดผลที่ไม่พึงปรารถนาหลายประการ

    เขียนเมื่อ 

    Pปัทมาวดี โพชนุกูล ซูซูกิ
    คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

    http://gotoknow.org/blog/econ4life/106835

    "การวิจัย คือ การพยายามหาคำตอบ" 

    "การวิจัย คือ การสร้างความรู้ใหม่  การค้นหาความรู้" 

    "การวิจัย คือ  กระบวนการสำรวจตรวจสอบ (investigate) อย่างเป็นระบบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง"

    เขียนเมื่อ 
    Pพรหมลิขิต
    มูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตร
     http://gotoknow.org/blog/delpiero/106804
    เทคนิคการทำนาแบบไม่บาป

    อาจารย์เดชา  ยังทิ้งคำคมไว้น่าสนใจด้วยว่า....ที่เรา จน กันอยู่ทุกวันนี้ เพราะเรามองข้าวเป็นแค่สินค้า  เป็นกรรมไม่ดี  อย่างนี้ถือว่า ทำบาป ไม่ใช่ ทำบุญ แล้ว 

     ...คิดว่ารวยแล้วจะมีความสุขหน่ะเหรอ? ผมเคยรวยมาแล้วถึงรู้ว่ามันไม่จริงนะ...

    เขียนเมื่อ 

     

    P
    http://gotoknow.org/blog/addadd/106575

    เคยทำ ชีวิต...หายไป บ้างไหม ?

    ลองตอบคำถามเหล่านี้ดูเล่น ๆ ก็ได้
    จะได้รู้ว่าเรากำลังทำชีวิตหาย...ไป
    มากน้อยเท่าใดแล้วคือ ทุกวันนี้...

    1.
    มิตรภาพหายไป เพราะ....
    2.
    ความมั่นใจตัวเองหายไป เพราะ...
    3.
    ความภูมิใจหายไป เพราะ...
    4.
    ความเชื่อความศรัทธาที่ดี ๆ หายไป เพราะ...
    5.
    ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวหายไป เพราะ...

    6.
    เงิน หายไป (แม้บางคนจะหาได้มาก ก็เป็นหนี้มาก) เพราะ...
    7.
    เวลา หมดไปเร็วมาก เพราะ...
    8.
    กำลังใจ หายไป เพราะ...
    9.
    ความคิดดี ๆ หายไป เพราะ...
    10.
    ความกล้าหาญ หายไป เพราะ...
    11.
    ค่านิยม ทัศนคติที่ดี ๆ หายไป เพราะ...
    12.
    ความสุนทรีย์...ความสุข..หายไป เพราะ...

    เขียนเมื่อ 
    P
    P

    สวัสดีครับน้องเปียโร่

    • ขอบคุณมากครับที่จะต้อนรับนะครับ คงมีโอกาสได้เจอกันแน่นอนครับ
    • อยากให้น้องลองหาแผ่นที่ประเทศไทย หรือวาดเอาเองก็ได้ครับ แล้วเมื่อรู้จักคนที่มีแนวคิดคล้ายๆ กัน ก็จุดลงไปบนแผนที่ แล้วทำงานแบบเครือข่ายนะครับ จุดลงไปเรื่อยๆ แล้ววันหนึ่งน้องเองก็มีแผนที่และเครือข่าย พี่เอกก็มีแผนที่แบบนั้น พี่เองก็มีแบบนั้น ท่านอื่นๆ ก็เช่นกัน แล้วเอาแผนที่เหล่านั้นมาแชร์กัน เล่าสู่กันฟังครับ เราจะถึงกันหมดใช่ไหมครับ
    • สำหรับเรื่องประสบการณ์นั้น จริงๆ แล้วไม่จำเป็นว่าเรียนมาหรือเรียนสูงจะต้องมีประสบการณ์มากกว่านะครับ มีอะไรอีกมากครับที่คนที่ไม่ได้เรียนรู้มากกว่าพี่นะครับ ดังนั้นเราร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เติมเต็มให้กันครับ เหมือนเราเอาแผนที่ของเราไงครับ มากางแล้วแนะนำกัน น้องแนะนำคนใหม่ในเครือข่ายน้อง พี่ก็จะรู้จักแล้วก็จุดเพิ่มลงไปในแผนที่ของพี่
    • ท้ายที่สุดแล้วเรามีแผนที่เหมือนกันเลยครับ พี่ว่าเรามีอะไรไม่มีอะไร พลัดหลงไปแถวๆ พิจิตรก็อาจจะได้เจอน้องแบบบังเอิญได้ ในทางกลับกันก็เช่นเดียวกันครับ
    • พี่ยังเชื่อว่า ใจมาก่อนวัตถุครับ ดังนั้น หากเราทำอะไร แล้วมีใจนำ เพื่อเชื่อว่าวัตถุจะตามมาเอง ไม่ใช่วัตถุตามมาแล้วจะแซงใจไปได้นะครับ เราต้องใช้ใจคุมวัตถุ เราจะเจอความสมดุลที่ดีครับ
    • สิ่งที่น้องทำอยู่พี่ว่าดีมากๆ และหลายๆ คนอิจฉาเป็นแน่แท้ ที่แน่ๆ พี่หล่ะหนึ่งคนที่อิจฉา เพราะพี่ไม่ได้มีโอกาสลงไปสัมผัสแบบนั้น เวลาพี่เห็นภาพของชาวบ้านนั่งล้อมวงแล้วถกคุกันอย่างเป็นกันเอง พี่ว่านั่นหล่ะ แก่นของชุมชน อยู่ในวงนั้นหล่ะครับ
    • ขอเป็นกำลังใจเพื่อสร้างพลังชุมชนเข้มแข็งนะครับ
    • และรักษาสุขภาพด้วยนะครับ อยู่ใกล้หรือไกล เราถึงกันหมดครับ...ขอให้น้องชายโชคดีครับ
    • http://gotoknow.org/blog/delpiero/106383

    สวัสดีครับทุกท่าน

    ช่วงนี้ยุ่งๆ มากเลยครับ

    ขอบพระคุณพี่เหลียงและทุกๆ ท่านนะครับ สำหรับความเห็นดีๆ บทความดีๆ ข้อคิดเห็นดีๆ นะครับ

     รักษาสุขภาพนะครับ

    เม้ง

    เขียนเมื่อ 
    Pดร. แสวง รวยสูงเนิน
    มหาวิทยาลัยขอนแก่น  http://gotoknow.org/blog/sawaengkku/106871
    หนี้สินภาคประชาชน: ประตูสู่เส้นทางของการสิ้นชาติ
    เป็นเส้นทางที่ขายตัวเอง ขายศักดิ์ศรี ขายทรัพย์สิน ให้กับคนมีกำลังซื้อ และคนที่มีกำลังซี้อก็มักเป็นต่างชาติที่ร่ำรวย

     ช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับชาวบ้านมาก และพบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่มีหนี้สินเกินกว่าระบบรายได้ของตนจะแก้ไขได้ ทำให้มีภาระหนี้สินพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ จนแทบไม่เหลือทางเลือกให้ตัวเองอีกต่อไป เท่าที่รวบรวมข้อมูลพบว่า ทางเลือกที่เหลือ และปฏิบัติกันทั่วไปก็คือ 

    1.    ขยายการผลิตพืชสัตว์เป็นการค้าที่คาดว่าจะได้กำไรมากๆ เร็วๆ

    2.    หางานรับจ้างเป็นฤดูกาลหรือระยะยาวทำ ทั้งในชุมชน ในเมือง ในกรุงเทพ หรือ ต่างประเทศ

    3.    หาทางให้ลูกสาวแต่งงานกับคนมีเงิน และที่นิยมมากก็คือการแต่งกับต่างชาติ

    4.    การเสี่ยงทุ่มเทเล่นการพนันที่เห็นตัวอย่างจากบางคน

    5.    การหากินด้วยวิธีการไม่สุจริตและอาชีพแอบแฝงที่ได้เงินมากๆ ง่ายๆ เร็วๆ ตามขีดความสามารถของแต่ละคน

    6.    การแบ่งที่ดินขาย หรือขายยกแปลงล้างหนี้

    7.    ฯลฯ 

    เส้นทางที่กล่าวมานั้นเป็นวิธีที่เคยเห็นมา และเป็นเส้นทางที่ขายตัวเอง ขายศักดิ์ศรี ขายทรัพย์สิน ให้กับคนมีกำลังซื้อ และคนที่มีกำลังซี้อก็มักเป็นต่างชาติที่ร่ำรวยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

    โดยเฉพาะเรื่องการขายที่ดินให้กับต่างชาติ แต่แฝงมาในนามของภรรยาของคนต่างชาตินั้นน่ากลัวมาก เพราะที่ดินมีโอกาสเปลี่ยนเป็นของต่างชาติ(โดยพฤตินัย และอำนาจการควบคุม)ได้ง่ายมาก และเขาก็มีกำลังซื้อมากกว่าคนไทยทั่วไปเสียด้วย

    แล้วชาวบ้านทั่วไปที่หนี้สินท่วมหัวอยู่ จะเอาแรงที่ไหนไปต้านทาน  

    หรือเราจะปล่อยให้ประตูบานนี้เปิดไปสู่เส้นทางแห่งการสิ้นชาติจริงๆ 

    หรือเรามีมาตรการป้องกันไว้แล้ว 

    ใครทราบช่วยบอกหน่อย

    หรือถ้าลดปัญหาหรือปิดประตูนี้ได้ ก็ช่วยกันหน่อยนะครับ

    เขียนเมื่อ 

    Pดร. แสวง รวยสูงเนิน
    มหาวิทยาลัยขอนแก่น  http://gotoknow.org/blog/sawaengkku/106884

     KM สามารถ

    ·        กระตุ้น หรือเร่งให้เกิด

    ·        พัฒนาต่อยอด

    ·        แลกเปลี่ยน และ

    ·        ถ่ายทอด และ

    ·        เก็บรักษาได้ 

     

    แต่ผมก็กลับพบว่า KM จะเกิดขึ้นได้กับเฉพาะคนที่

    ·        สนใจ

    ·        เข้าใจ และ

    ·        ตั้งใจทำ เท่านั้น 

     

    และเป็นแบบ ผู้ทำ เป็นผู้รู้ ด้วยตัวเอง 

    sfsaf
    IP: xxx.58.175.150
    เขียนเมื่อ 

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/]reebok nfl jerseys[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/San-Francisco-49ers-Jersey.html]San Francisco 49ers Jersey[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/Seattle-Seahawks-Jersey.html]Seattle Seahawks Jersey[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/Alex-Smith-Jerseys.html]Alex Smith Jerseys[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/Frank-Gore-Jerseys.html]Frank Gore Jerseys[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/Jerry-Rice-Jerseys.html]Jerry Rice Jerseys[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/Joe-Montana-Jerseys.html]Joe Montana Jerseys[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/Michael-Crabtree-Jerseys.html]Michael Crabtree Jerseys[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/Nate-Davis-Jerseys.html]Nate Davis Jerseys[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/Patrick-Willis-Jerseys.html]Patrick Willis Jerseys[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/Ronnie-Lott-Jerseys.html]Ronnie Lott Jerseys[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/San-Francisco-49ers-custom-nfl-jerseys.html]San Francisco 49ers custom nfl Jerseys[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/Steve-Young-Jerseys.html]Steve Young Jerseys[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/Vernon-Davis-Jerseys.html]Vernon Davis Jerseys[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/Willis-Women-Jerseys.html]Willis Women Jerseys[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/Aaron-Curry-Jerseys.html]Aaron Curry Jerseys[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/Deion-Branch-Jerseys.html]Deion Branch Jerseys[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/Matt-Hasselbeck-Jerseys.html]Matt Hasselbeck Jerseys[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/T.J.-Houshmandzadeh-Jerseys.html]T.J. Houshmandzadeh Jerseys[/url]

    [url=http://www.nfl-jerseys-online.com/Chris-Long-Jerseys.html]Chris Long Jerseys[/url]

    sfsaf
    IP: xxx.58.175.150
    เขียนเมื่อ 

    <a href="http://www.nfl-Jerseys-online.com">reebok nfl jerseys</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/San-Francisco-49ers-Jersey.html">San Francisco 49ers Jersey</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/Seattle-Seahawks-Jersey.html">Seattle Seahawks Jersey</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/Alex-Smith-Jerseys.html">Alex Smith Jerseys</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/Frank-Gore-Jerseys.html">Frank Gore Jerseys</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/Jerry-Rice-Jerseys.html"> Jerry Rice Jerseys</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/Joe-Montana-Jerseys.html">Joe Montana Jerseys</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/Michael-Crabtree-Jerseys.html">Michael Crabtree Jerseys</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/Nate-Davis-Jerseys.html"> Nate Davis Jerseys</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/Patrick-Willis-Jerseys.html">Patrick Willis Jerseys</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/Ronnie-Lott-Jerseys.html">Ronnie Lott Jerseys</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/San-Francisco-49ers-custom-nfl-jerseys.html"> San Francisco 49ers custom nfl Jerseys</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/Steve-Young-Jerseys.html">Steve Young Jerseys</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/Vernon-Davis-Jerseys.html">Vernon Davis Jerseys</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/Willis-Women-Jerseys.html">Willis Women Jerseys</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/Aaron-Curry-Jerseys.html">Aaron Curry Jerseys</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/Deion-Branch-Jerseys.html">Deion Branch Jerseys</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/Matt-Hasselbeck-Jerseys.html">Matt Hasselbeck Jerseys</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/T.J.-Houshmandzadeh-Jerseys.html">T.J. Houshmandzadeh Jerseys</a>

    <a href="http://www.nfl-jerseys-online.com/Chris-Long-Jerseys.html"> Chris Long Jerseys</a>

    IP: xxx.58.175.150
    เขียนเมื่อ 

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com]Cheap jerseys[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-Oakland-Raiders-Jersey.html]Wholesale Oakland Raiders Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-Pro-Bowl-Jersey.html]Wholesale Pro Bowl Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-Art-Shell-Jersey.html]Wholesale Art Shell Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-Bo-Jackson-Jersey.html]Wholesale Bo Jackson Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-Darren-McFadden-Jersey.html]Wholesale Darren McFadden Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-Darrius-Heyward-Bey-Jersey.html]Wholesale Darrius Heyward Bey Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-Daunte-Culpepper-Jersey.html]Wholesale Daunte Culpepper Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-DeAngelo-Hall-Jersey.html]Wholesale DeAngelo Hall Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-Howie-Long-Jersey.html]Wholesale Howie Long Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-JaMarcus-Russell-Jersey.html]Wholesale JaMarcus Russell Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-Jim-Plunkett-Jersey.html]Wholesale Jim Plunkett Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-Kenny-Stabler-Jersey.html]Wholesale Kenny Stabler Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-Louis-Murphy-Jersey.html]Wholesale Louis Murphy Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-Marcus-Allen-Jersey.html]Wholesale Marcus Allen Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-Nnamdi-Asomugha-Jersey.html]Wholesale Nnamdi Asomugha Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-Oakland-Raiders-Wes-Welker-Jersey.html]Wholesale Oakland Raiders Wes Welker Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-AFC-Pro-Bowl-Jersey.html]Wholesale AFC Pro Bowl Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-NFC-Pro-Bowl-Jersey.html]Wholesale NFC Pro Bowl Jersey[/url]

    [url=http://www.cheap-wholesale-jerseys.com/Wholesale-Antonio-Cromartie-Jersey.html]Wholesale Antonio Cromartie Jersey[/url]

    รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น