การเซนเซอร์ตัวเองหรือที่เรียกว่า Self-censorship เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่สะท้อนการควบคุมกันเองของประชาชน ในฐานะ “พลเมืองดี ” เป็นปฏิบัติการทางอำนาจครอบงำของรัฐที่แฝงฝังอยู่ในหัวของเราเอง

เป็นประเพณีประจำปี ที่นักมานุษยวิทยา รวมทั้งนักวิชาการทางสังคมศาสตร์ ตลอดจนผู้ที่สนใจวิชาการแขนงนี้ จะเข้าร่วมประชุมรับฟังการนำเสนอบทความวิชาการ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ และเปิดเวทีให้มีการซักถาม อภิปราย เสนอแนะ

 

ทั้งยังเป็นการพบปะกันระหว่างคนในแวดวง เพื่อให้รู้ว่าใครทำอะไร ไปถึงไหน ได้เจอหน้าค่าตาเพื่อฝูง รุ่นพี่รุ่นน้อง ศิษย์อาจารย์ก็พลอยชื่นใจกันไปด้วย

 

ปีนี้ การประชุมจัดขึ้นที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เหมือนเช่นเคย ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 6 แต่ผมเข้าประชุมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 เพราะบางปี ผมก็ไม่ได้เข้าประชุมเพราะติดธุระบ้าง ไม่มีงบเดินทางบ้าง มาปีนี้ ผมมีโอกาสได้ไปนำเสนอบทความ ก็เลยได้ค่าตอบแทนมาใช้กับการเดินทางและซื้อหนังสือกลับมา ก็นับว่าคุ้มค่าอยู่มาก โดยเฉพาะการได้ไปรับเอาความรู้ใหม่ๆ แนวคิดทฤษฏีใหม่ๆ มาเสริมให้การทำงานภาคสนาม คม ชัด ลึกขึ้น

 

ผมมีเรื่องประทับใจและไม่ประทับใจหลายอย่าง แต่ก็จะเขียนตามเท่าที่จะมีเวลา สำหรับบันทึกนี้ จะขอเล่าถึงปาฐกถาของ ดร. ธงชัย  วินิจกูล ผู้เป็นปรมาจารย์ท่านหนึ่งของสังคมศาสตร์ร่วมสมัย ใครเป็นนักศึกษา ป. โท ป. เอก ทางสังคมศาสตร์ โดยเฉพาะสาขารัฐศาสตร์และสังคมวิทยา และพวกที่สนใจแนวคิด post- modern  หากไม่เคยอ่านงานของท่านมาก่อน ก็อยากจะขอแนะนำให้ไปหาอ่านดูนะครับ

 

บ่ายวันนั้น (30 มี.ค. 2550) อาจารย์ธงชัยได้มากล่าวปาฐกถาว่าด้วยอนาคตของการศึกษาเรื่องรัฐไทย ซึ่งน่าสนใจมาก ผมขอสรุปไว้ย่อๆ เท่าที่ผมจับใจความได้ มีแนวคิดหลักๆที่ผมเห็นว่าเราสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการมองอำนาจรัฐ และวิเคราะห์ปฏิบัติการของรัฐได้ อาจารย์ธงชัยพูด (และถอดความโดยผม) อย่างนี้นะครับ

  <p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">อำนาจรัฐสมัยใหม่ แม้จะมีการใช้อำนาจผ่านข้าราชการ และหน่วยงานของรัฐให้ไปควบคุมประชาชนโดยตรง แต่มันเป็นการควบคุมส่วนปลาย ไม่ได้มีผลต่อประชาชน มากเท่าการใช้อำนาจควบคุมของรัฐโดยอาศัย พลเมืองดี ด้วยกันเอง หรือพูดง่ายๆ คือการครอบงำให้ประชาชนด้วยกันนี่แหละให้กลายเป็นกลไกของรัฐโดยไม่รู้ตัว</p><p></p><p> </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">อาจารย์ธงชัยได้ยกตัวอย่าง โดยถอดเสื้อยืดสีเหลืองสดที่ตนเองสวมอยู่นอกสุดออก บอกว่าร้อนแล้วโยนเสื้อทิ้งลงกับพื้น!!! (มีผู้เข้าร่วมประชุมส่วนหนึ่งปรบมือ อีกส่วนนิ่งเฉย หลายคนดูจะตระหนกตกใจ!)</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">อาจารย์ธงชัยเหมือนจะล่วงรู้ความคิดที่อยู่เบื้องหลัง ในหัวสมองของผู้เข้าประชุม อาจารย์ถามว่า ทำไมท่านต้องปรบมือ ท่านรู้สึกอย่างไรกับการโยนเสื้อสีเหลืองทิ้ง หรือบางท่านทำไมรู้สึกตกใจ มันเกิดอะไรกับเสื้อสีเหลืองตัวนี้ </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">และแล้วอาจารย์ก็เฉลยให้ดูด้านหลังเสื้อสีเหลืองว่ามันมีโลโก้ของสถาบันสอนภาษาต่างประเทศที่มาจากเมืองนอก  แล้วโยนคำถามกลับไปยังผู้ชมว่า มันเกี่ยวอะไรกับเมืองไทย และถ้าอาจารย์จะโยนเสื้อสีเหลืองที่มีโลโก้ที่ไม่เกี่ยวกันนี้ลงกลางถนน จะเกิดอะไรขึ้น?</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">อาจารย์บอกว่า นี่เป็นความสำเร็จของรัฐในการสร้างสัญลักษณ์เข้าไปในหัวสมองคน ให้ประชาชนรู้สึกว่าต้องควบคุมกันเอง และต้องเซนเซอร์ตนเองไม่ให้ทำอะไรที่อยู่ภายนอก กรอบการเป็นพลเมืองดี </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                </p><p>การเซนเซอร์ตัวเองหรือที่เรียกว่า Self-censorship เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่สะท้อนการควบคุมกันเองของประชาชน ในฐานะ พลเมืองดี เป็นปฏิบัติการทางอำนาจครอบงำของรัฐที่แฝงฝังอยู่ในหัวของเราเอง   </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">อาจารย์ธงชัยไม่ได้เล่าถึงด้านลบของอำนาจรัฐ ซึ่งผมคิดว่ามีคนพูดกันเยอะแล้ว แต่ปาฐกถาของอาจารย์ได้ทำให้เรารู้จักเฝ้าระวังอำนาจรัฐที่เข้ามาฝังอยู่ในหัวของเราโดยไม่รู้ตัว และรู้เท่าทันกับมันมากขึ้น</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">อย่างไรก็ตาม ผมคิดเอาเองว่า นักมานุษยวิทยา รวมทั้งนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบางส่วน อาจจะเห็นต่างไปบ้าง โดยส่วนตัวผม วันนั้นก็คิดอะไรไม่ออก ก็ได้แต่นึกทึ่งในการปาฐกถาที่เข้มข้น ให้มุมมองใหม่ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า สิ่งที่อาจารย์ธงชัยเล่านั้น ดูจะเห็นชัดในภาคเมือง แต่ในภาคชุมชนห่างไกลบนพื้นที่สูง ภาพของอำนาจรัฐจะแตกต่างออกไปค่อนข้างมาก เพราะรัฐเองไม่ได้มีอำนาจครอบงำผู้คนบนดอยเบ็ดเสร็จถึงขนาดนั้น แต่ดูเสมือนว่าความเชื่อเรื่อง ผีและกฏระเบียบที่ชุมชนยอมรับกันเอง ทั้งในหมู่ชาติพันธุ์เดียวกันและระหว่างชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์จะมีอิทธิพลเหนือกว่ารัฐมาก และหลายครั้งทีเดียว ที่ประชาชนกลับพยายามเป็นฝ่ายควบคุมเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่เสียเอง ให้ยอมรับจารีตประเพณีของพวกเขา</p><p> </p><div style="text-align: center"></div> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">แต่ผมไม่ได้หมายความว่า ชาวบ้านจะอยู่รอดปลอดภัยสุขโขสโมสรจากการปกครองควบคุมของรัฐซะทีเดียวนะครับ ผมยังคงเห็นภาพการใช้อำนาจรัฐกดขี่บีฑาคนจนทั่วไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงแต่ผมอยากขยายให้เห็นนัยยะของการตอบโต้ และระดับของการครอบงำของรัฐที่ลดหลั่นไปตามความห่างไกลพื้นที่</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>  ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้บันทึกนี้เป็นการโต้แย้งกับนักวิชาการระดับสูงที่ผมเคารพ แต่อยากจะลงไว้เป็นบันทึกไว้ให้ตัวเองได้ครุ่นคำนึงต่อไป และอาจจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นบ้าง เท่านั้นพอ