ความเห็น


ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา ผมขอแลกเปลี่ยนเรียงกันไปอย่างนี้นะครับ

คุณ UMI

ความเชื่อเรื่องผี เป็นสิ่งีอยู่คู่กับสังคมไทยมานมนานแล้วครับ

นักประวัติศาสตร์เท่าที่ผมรู้จักยืนยันนั่งยันกันว่ามีมาก่อนพุทธศาสนาจะเผยแพร่เข้ามาช้านาน

พุทธศาสนาถือเป็นศาสนาประจำ "ชาติ" แต่ "ผี" (รวมถึงความคิดเรื่องเทวดา เจ้าที่) เป็นความเชื่อดั้งเดิมของอารยธรรมส่วนใหญ่ของโลก และยังคงฝังรากลึกอยู่ในทุกสังคม ไม่เฉพาะแต่ในไทยนะครับ แต่ในชนบทจะแสดงออกกันชัดกว่า ส่วนในเมืองที่ทำทีรังเกียจ "ผี" นัยยะว่าเป็นเรืองงมงาย ล้าหลัง แท้จริงกรุงเทพ แม้จะเติบโตทางวัตถุเทคโนโลยีเพียงไร ก็ไม่ได้สลัดจากความเชื่อเรื่องผีไปได้เลย

เราจึงยังเห็นรัฐมนตรีต้องไว้ไปพระพรหม หรือกรุงเทพจัดงานบูชาศาลหลักเมือง

เด็กไทยสายเดี่ยวก็ยังเกี่ยวแขนกันไปดูหนังผี และไหว้เจ้าพ่อ ขอให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้

นี่แหละครับการผสมผสานทางวัฒนธรรมบ้านเรา ถ้าไม่มองอย่างมีอคติ ก็จะเห็นของหลายๆสิ่งมาหลอมรวมอยู่ด้วยกันได้

ปัญหาก็คือ การศึกษาและการพัฒนาสมัยใหม่ที่เข้ามาปะป้ายว่า สิ่งใดสูง ต่ำ ดำ ขาว ชั่ว ดีกว่ากัน

ความเชื่อเรื่องผี จึงถูกรังเกียจจากสถาบันการศึกษา ไม่มีที่ทางในห้องเรียน (แต่กลับมีศาลเจ้า อยู่ปากทางเข้าโรงเรียนให้ครูกราบไหว้???)

คนจนๆที่ควรจะมีสิทธิ เลือกแสดงความเชื่ออย่างเปิดเผยนเรื่องผี ก็เลยถูกเย้ยจากพวกที่ได้รับการศึกษาสมัยใหม่ว่าเป็นพวกเชย ล้าหลัง งมงาย

ทั้งๆที่ ตัวเองหลายครั้งก็ปฏิบัติไม่ต่างกัน แต่ตนเองไม่รู้

ผมหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของนักวิชาการ คือช่วยให้ผู้คนเข้าใจตัวเอง เข้าใจความแตกต่างของผู้อื่น และสร้างเงื่อนไขให้ความหลากหลายทางความคิดมาสอดผสานกันได้อย่างสร้างสรรค์ สันติ และเสมอภาคกันเท่าที่จะเป็นไปได้

ภารกิจนี้ ต้องทำไปตลอดชีวิตครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี