ความเห็น


คุณวิสุทธิ์ครับ ผมกำลังคิดอยู่ทีเดียวว่าคุณหายไปไหนเสีย ที่แ้ท้ก็ลงมารับความรู้เพิ่มเติม (พร้อมอากาศร้อน และมลพิษ เป็นของแถม)

ผมนึกสงสัยและบางครั้งก็น้อยเนื้อต่ำใจอยู่บางครั้ง ที่เกิดเป็นคนชานเมืองกรุงครับ คือไม่มีความเชื่อชัดเจนในเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น ยังดีที่คุณพ่อคุณแม่ และคุณพี่ผมเป็นนักอ่านทั้งสามท่าน ผมเลยได้ค้นหา พิสูจน์ความเชื่อ ต่างกับชุมชนที่มีความเชื่อชัดเจน เหมือนอย่างเรื่อง ผี ที่คุณวิสุทธิ์กล่าวไว้ 

ผมมองว่าการขาดความเชื่อที่ชัดเจน หรือการมีความเชื่อให้เลือกมากจนล้น อย่างที่เราเจอกันในปัจจุบันนี้ ทำให้เรามีตะกอนขุ่นในความคิดมาก มหาวิทยาลัยก็นำวัฒนธรรม หรือกฎเกณฑ์ที่เป็นของไม่นิ่งมาทำให้นิ่ง เพื่อจะได้สอนได้ (สอนเป็นบทๆ ตอนๆ ไป) ยิ่งทำให้เราเห็นทางเลือกแบบแยกส่วน ไม่เชื่อมโยงกัน ไม่เหมือนชุมชนที่อยู่ร่วมกัน เรียนรู้ร่วมกันไป ทุกคนทำงานได้ทุกอย่าง 

คนชั้นกลางล่ะครับที่เจ็บหนัก เพราะหันไปทางไหนก็เจอแต่ความเชื่อที่น่ากังขา บ้านถัดไปเชื่ออย่าง บ้านญาติเชื่ออีกอย่าง  ลัทธิต่างๆ ผุดขึ้นมามากมาย แล้วเราจะร่วมกันเซนเซอร์ตัวเองได้อย่างไรครับ ในเมื่อเรายังไม่รู้เลยว่า มาตรฐานการเซนเซอร์อยู่ตรงไหน???

เขียนแบบนี้ผมพอจะโพสต์โมเดิร์นกับเขาได้ไหมครับ 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี