วันที่ 11 เมษายน 2550 บ่ายวันนี้โครงการ R2R ที่ศิริราชเราได้รับเชิญจากภาควิชาพยาธิวิทยาคลินิก ไปเล่า concept ของการทำงานแบบ R2R ให้กับบุคคลากรภายในภาควิชาทั้งแพทย์ นักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการต่างๆ และเพื่อพิจารณาโอกาสที่จะสร้างความรู้จากงานประจำที่ทำอยู่ ตอนแรกต้องเรียนครับว่าผมก็กล้าๆกลัวๆเหมือนกันครับเพราะภาควิชาพยาธิวิทยาคลินิกของศิริราชเป็นภาควิชาที่มีผลงานด้านการพัฒนาคุณภาพในระดับแนวหน้าเลยทีเดียว และห้องปฏิบัติการก็ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐาน ISO แล้วด้วย แต่ผล……. กลับออกมาตรงข้ามกันมากๆครับ เกินความคาดหมายจริงๆ หลังจากที่ผมเล่า concept และตัวอย่างโครงการที่เป็น R2R แล้ว เราก็พูดคุยกัน ปรากฏว่าแพทย์และเจ้าหน้าที่หลายๆท่านยกประเด็นปัญหาหน้างานขึ้นมาคุยกันเป็นจำนวนมาก และยังเล่าเรื่องเสริมกัน ช่วยกันร่วมคิดหาทางแก้ปัญหา ปัญหาหลักๆคงเป็นเรื่องที่เคยคุ้นๆกัน คือ turn around time และ การปฏิเสธสิ่งส่งตรวจเป็นต้น ซึ่งหลังจากคุยกันแล้วท่านหัวหน้าภาคฯ อ.นิสารัตน์ ก็เลยโชว์ให้เห็นขนาดของปัญหาและจุดคอขวดต่างๆที่มีการบันทึกข้อมูลไว้อย่างเป็นระบบดียิ่ง สามารถแสดงเป็น graph ในมิติและช่วงเวลาต่างๆอย่างชัดเจน ทีนี้พอบุคคลากรที่เข้าร่วมเห็นภาพรวมร่วมกันแล้วก็ร่วมกันแสดงแนวทางปรับปรุง และที่สำคัญมีคนขอรับผิดชอบเป็นเจ้าของโครงการและขอเป็นคนช่วยกันมากเลยครับ ประเด็นที่สำคัญมากๆเลยครับ 2 ประเด็นในความเห็นของผมนะครับ <ol style="margin-top: 0cm">
</ol> จากการพบกันสั้นๆครั้งนี้เกิดจุดประกายให้มีผู้อยากทำงานและอยากร่วมทำงาน เป็นจำนวนอย่างน้อย 4 โครงการ ผมต้องเรียนว่าทึ่งกับผลการประชุมครั้งนี้มากๆครับ และท่านหัวหน้าภาคฯเองก็ยัง endorse เพิ่มเติมอีกว่าจะจัดให้มีรางวัลด้วย เบื้องต้นบอกว่าจะให้มีทุก 3-4 เดือนเลยครับ ผมว่าคงมีเรื่องน่าสนุกให้เราได้ทำงานร่วมกัน และคงมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังอีกมากเลยครับ ตอนนี้งาน R2R เอาขยายการสนับสนุนไปนอกส่วน PatientCare Team อย่างชัดเจนไปยังทุกกลุ่มที่มีการทำงานประจำแล้วครับ (ปัจจุบันมีโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนไปแล้วกว่า 40 โครงการ) ต้องขออภัยด้วยที่ไม่มีรูปภาพมาให้ดูกัน ผมลืมเอากล้องไปครับ ไม่งั้นคงได้เห็นพระเอก นางเอกของงานนี้กันเพียบเลยครับ ฝันลึกๆว่าคงมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างพยาธิคลินิกที่ศิริราชและ Patho-OTOP ที่สงขลากันด้วยครับ
สวัสดีครับ
ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจ R2R ขอร่วมวงสนทนาด้วย นอกจากการทำงานไม่เหนื่อยแล้ว ต้องทำให้เกิดความกลมกลืน เสมือนว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตทำงานช่วยทำให้ลดความกดดัน เพราะบางคนกลัวเรื่องตัวเลข (ยกเว้นวันที่ 16 และสิ้นเดือน) การเก็บข้อมูล หรืองานเอกสารครับ
เพิ่งได้อ่านบันทึกนี้ ยังไงก็คงไม่เชยที่จะแสดงความยินดีกับอาจารย์ กับความคึกคักที่ได้สัมผัสนะคะ พี่อ่านบันทึกแล้วรู้สึกได้จริงๆ ว่าอาจารย์มีความสุขมากๆ
พยาธิคลินิคศิริราช มีต้นทุนทางวิชาการอยู่มาก แค่อาจารย์จุดประกายนิดเดียว ก็ไปโลดแน่นอน
ตอนนี้ Patho OTOP3 ก็กำลังจะเริ่มเช่นกันค่ะ ที่นี่
ฝันเช่นกันค่ะ และมากกว่านั้นไปอีก ว่าชาวแล็บ จากหลายๆ โรงพยาบาล เขาจะมีเวทีนำผลงานมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน แต่ตอนนี้ ยังไม่ได้ทำอะไรกับฝันนั้นเลยค่ะ