GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เมื่อใดที่ได้เห็น "ความคิด" ชีวิตก็จะอยู่กับ “ความจริง”

. . . สิ่งเดียวเท่านั้นที่จะทำให้กลับมาอยู่ในโลกแห่งความจริง ให้เห็นว่าแท้จริงแล้วเรากำลังนั่งดูหนังดูละครอยู่ สิ่งนั้นก็คือความรู้สึกตัว หรือที่เรียกว่า “สติ” นั่นแหละครับ . . .

        ผมมองว่าเรากำลังอาศัยอยู่ใน โลก 2 โลก ครับ คือ โลกแห่งความคิดและโลกแห่งความจริง มันก็คล้ายๆ กับการที่เรานั่งดูโทรทัศน์หรือนั่งอยู่ในโรงละครนั่นแหละครับ ถ้าเรา มีสติ มีความ ระลึกรู้ รู้กาย รู้ใจ ว่าเรากำลังนั่งดูหนัง ดูละครอยู่ เราก็อยู่ใน โลกแห่งความจริง เมื่อใดก็ตามที่เราลืมตัว เผลอตัว เผลอใจ (ของการเป็นผู้ดู) เรียกได้ว่า หลง เข้าไปในสิ่งที่กำลังดู อิน (in)” กับมันอย่างเต็มที่ มีอารมณ์ความรู้สึกไปกับหนังกับละครนั้น โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว หนังหรือละครที่ผมพูดถึงนี้ที่จริงแล้วผมหมายถึง ความคิด ครับ เราทุกคนต่างก็เป็น ผู้กำกับ เป็นผู้สร้างหนังกันทั้งนั้น หลายครั้งเราก็ ลงไปเล่น หนังที่เราสร้างนี้โดยไม่รู้ตัว ลงไปอยู่ใน โลกแห่งความคิด ใน โลกแห่งมายา โดยนึกไปว่าเป็น โลกแห่งความจริง

ผมยอมรับครับว่าที่ผ่านมาได้ใช้ชีวิตอยู่ใน โลกแห่งความคิด เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากถูกฝึกมาให้ ช่างคิด จึงไปติดอยู่แต่ใน โลกแห่งมายา หลายครั้งหลายครา ไม่รู้ตัว ว่าเราได้ กระโดดเข้าไป ในความคิด โดดเข้าไปเป็น ผู้เล่น อยู่ในละครเรื่องนั้นเรียบร้อยแล้ว ...ในวันนี้ได้ความชัดเจนแล้วครับว่ามีสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะทำให้กลับมาอยู่ใน โลกแห่งความจริง ให้เห็นว่าแท้จริงแล้วเรากำลังนั่งดูหนังดูละครอยู่ สิ่งนั้นก็คือความ รู้สึกตัว หรือที่เรียกว่า สติ นั่นแหละครับ คือจะต้อง มีสติรู้สึกตัว ว่าเรากำลังนั่งอยู่ รู้สึกตัว ว่าเรากำลังมีอารมณ์ร่วมไปกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เช่น รู้สึกว่ากำลังมีความสุขกับฉากในละคร รู้สึกตัว ว่าเรากำลังโกรธตัวอิจฉา เป็นต้น

        ถึงเวลาที่เราต้องกลับมาเป็น ผู้ดู กันแล้วครับ จะได้ หลุด จากโลกแห่งมายา กลับมาอยู่ในโลกแห่งความจริงซะที!

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 82784
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 15
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (15)

เพียงอ่านบทความนี้ของอ.ก็ทำให้ผมได้สติกลับคืนมาไม่น้อยเลย การเป็น "ผู้ดู" ช่างให้อารมณ์กระจ่างและสงบจริงๆ

ขอบคุณครับ

  • ขอบพระคุณอาจารย์มากครับที่บันทึกช่วยย้ำเตือน
  • บ่อยครั้งก็ลืมตัวไปเหมือนกัน (บ่อยๆ)

ขอบคุณค่ะ...อาจารย์...ทำให้กะปุ๋มดลใจเขียนต่อที่นี่ค่ะ...

(^_____^)

   ใช่ครับ แค่ ตามรู้ ตามดู ตามเห็น ตามปล่อยวาง ด้วยความรู้สึกว่า "เช่นนั้นเอง" ที่เคย วุ่น  ก็จะเปลี่ยนเป็น ว่าง แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะ ว่างแบบกลวง  เหมือนคนครึ่งหลับครึ่งตื่น หรือเมายา  เพราะว่างอย่างมีสตินี่ จิตจะเป็นบาทฐานที่ควรแก่การงานอย่างยิ่ง  เฉียบคม  ไม่มีอคติ ทำอะไรก็หวังได้ว่า จะไม่ค่อยเพี้ยนครับ

  • ใช่ค่ะ ท่าน อ.ดร.ประพนธ์...
  • ดิฉันเองนั้นก็ถอยหลังจาก"ผู้เล่น"มาเป็น "ผู้ดู" ระยะหนึ่งแล้ว...
  • รู้สึกได้ถึงความสุข "ทางใจ" ที่เกิดขึ้นค่ะ..มันสงบ  ไม่เหนื่อย..เพราะเราไม่ต้องวิ่งตาม(อารมณ์)ไปกับใครๆ...
  • ...เราค่อยๆเดินไป(ทางความคิด)อย่างสุขุม  เยือกเย็น  ไม่คาดหวังจนเลอเลิศ...มองคนเป็นคน...มองคนๆเดียวที่เขามีหลายๆมุม...เข้าใจคนมากขึ้น....
  • .....สุขขึ้นมากโขค่ะ....ขอบคุณค่ะ

คงต้องระลึกอยู่เสมอครับว่าเราอยู่ในโลกแห่งความจริง แต่ในขณะเดียวกันพลังความคิดก็ต้องขับเคลื่อนไป พร้อม ๆ กัน ...

จะดีมากครับถ้าเราสามารถทำให้โลกแห่งความคิดกลายเป็นโลกแห่งความจริง...

หรือเราจะคิดเฉพาะเรื่องที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงก็ได้ครับ...

  • เราเคยชินกับการใช้ความคิดในการทำงานมานานแล้ว (แต่ไม่ได้ลงมือทำ) โดยเฉพาะในที่ทำงาน   การประชุมส่วนใหญ่ จะมีแต่การแสดงความคิดเห็น (โลกมายา)  ซะมากกว่าการแลกเปลี่ยนจากประสบการณ์จริง (โลกแห่งความเป็นจริง)
  • คนที่คิดเก่ง พูดเก่ง (ทำเก่งหรือเปล่าไม่รู้)  จะถูกยกย่องว่าเป็นคนเก่ง ค่ะ

อาจารย์หมอสันต์ หัตถีรัตน์เคยสอนผมไว้นานแล้ว  " หมอจะทำอะไรขอแค่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร  กำลังทำอะไรอยู่ก็พอแล้ว "  ที่เจอบ่อยคือไม่รู้ตัวว่าเป็นใคร กำลังทำอะไรอยู่หรือ  รู้ แต่ไม่ทำ

อาจารย์สื่อสารการดูจิตได้ง่ายดีนะคะ   ดิฉันอยู่ในโลกแห่งความจริงน้อยครั้งค่ะ   คิดทั้งวันกว่าจะรู้ตัวก็เกือบจะถึงเวลานอนแล้วค่ะ   คงต้องฝึกอีกนาน
คิดว่าเราต้องหัดเป็น "นักคิด" เวลากำลังทำงาน และเราต้องพยายามคิดในสิ่งที่ "ลงมือทำ" ได้จริงๆ อย่าให้หลุดไปเป็น "คิดให้คนอื่นทำ" มากจนเกินไปค่ะ (ถ้าเราไม่ใช่ผู้บริหาร...อิ...อิ..) 

ผมว่าสิ่งที่ท้าทายชีวิตคนทำงานอย่างพวกเราก็คือการรู้ (จนสามารถปฏิบัติได้) ว่า "ในขณะที่ทำงานอยู่นั้นความคิดหรือการคิดเป็นเรื่องที่จำเป็น เราต้องเล่นไปตามบทบาทที่เขาจ้างเรามา บางคนอาจจะแสดงเป็นตัวอิจฉา บางคนอาจจะแสดงเป็นนางเอก (หรือแม่นางเอก) บางคนอาจจะเป็นผู้กำกับ ผู้ช่วยผู้กำกับ แล้วแต่บทบาทที่ได้รับมา" แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า เราต้อง "ตื่นรู้" ด้วยว่านั่นไม่ใช้ "ทั้งหมด" ของชีวิต "ความคิดไม่ใช่ความจริงเสมอไป" หากเพียง "รู้สึกได้ (เห็น)" เพียงแค่นั้น ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตแล้วครับ

  • ตามมาอ่านต้นฉบับ จากฺblog ที่อ้างถึงครับ
  • อ่านแล้วให้รู้สึกกระตุ้นและเสริมพลังดีครับ
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ ที่ช่วยเรียกสติกลับมา ที่บันทึกนี้ค่ะ
    ตรงกับหลวงพ่อเทียนสอนไว้เลยครับ  เราต้องอยู่กับการรู้สึกตัว  อยู่กับปัจจุบัน  ไม่ใช่การคิดไปในอดีตหรืออนาคตที่ยังไม่ถึง ไม่เช่นนั้นจะเกิดการปรุงแต่ง แล้ว โลภ โกรธ หลง (กิเลส)ก็จะมาครอบงำ ให้สิ้นสุข