GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เหยียดเส้นยืดสาย คลายเมื่อย

เวลาเดินทางไกล หรือนั่งทำงานนาน... แนะนำให้ทำท่า "กำเท้า-แบเท้า" และ "กระดกข้อเท้า" ขึ้นลงบ่อยๆ

Hiker

คุณ Tuta นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มอ. (สงขลานครินทร์) เขียนบันทึกแรกเรื่อง "มายืดเส้นยืดสายกันเถอะ"

บันทึกนี้มีภาพประกอบพร้อมอย่างดี น่าอ่าน(บันทึก) น่าชม(ภาพ)...

    ภาพที่ 1: ภาพจากบันทึกของคุณ Tuta จาก http://gotoknow.org/blog/Tuta-Exercise/82108 (ไม่ใช่ภาพของผู้เขียน)

 Walking Walking 2

 บันทึกของคุณ Tuta แสดงให้เห็นว่า สุขภาพเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่เรื่องของหมอ หรือบุคลากรสุขภาพเท่านั้น...

ผู้เขียนขอเรียนว่า มีท่า 2 ท่าที่ควรทำเป็นประจำที่ "เท้า" ได้แก่...

  1.     ท่า "กำมือ-แบมือ":
    ให้เปลี่ยนเป็นท่า "กำเท้า-แบเท้า" หรือคู้นิ้วเท้าไปทางฝ่าเท้า (plantar aspect) แล้วทำด้านตรงข้าม ดึงนิ้วเท้ากลับมาทางหลังเท้า (dorsal aspect) สลับกัน ท่านี้ช่วยคลายครียดของเท้า และน่องได้ดี
  2.     ท่า "เขย่ง-ยืน-ยก":
    ให้เปลี่ยนเป็นท่า "กระดกข้อเท้า" เริ่มจากกระดกข้อเท้าลง สลับกับกระดกข้อเท้าขึ้น ท่านี้ช่วยคลายเครียด + คลายเมื่อยน่องได้ดี

    ภาพที่ 2: สายการบินศรีลังกา (Srilankan airlines) มีอะไรดีๆ หลายอย่าง โปรดสังเกตต้นมะพร้าว ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ชาวศรีลังกานิยมใช้ทำอาหารแบบเศรษฐกิจพอเพียงมาก (คู่กับกล้วย)

ผู้เขียนมีโอกาสไปศรีลังการะหว่างวันที่ 20-27 กุมภาพันธ์ 2550... คณะของเราไปกันเอง ทางสายการบินบอกว่า "e-ticket (ตั๋วอีเล็คโทรนิคส์) ไม่ต้องออกตั๋ว

ขากลับ... พอไปเช็คอินปรากฏว่า "e-ticket" จริงๆ ไม่มีตั๋ว และไม่มีข้อมูลอะไรทางโน้นเลย

ทางสายการบินได้ติดต่อมาเมืองไทย และพยายามแก้ไขให้สถานการณ์คลี่คลายไปด้วยดี ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ครับ...

คนที่ตกเครื่องบินเลยได้ไปกราบพระ ไหว้พระเจดีย์อีกหลายแห่ง โดยเฉพาะคณะที่ได้ไปสุดท้าย 4 ท่านได้ไปกราบพระพุทธบาที่เขาสุมนกูฏิ

ท่านอาจารย์กานตา นนทะโชติบอกว่า ไปอเมริกา ยุโรป เอเชียมาหลายแห่งแล้ว

การเดินขึ้นเขาสุมนกูฏิ 5 ชั่วโมงครึ่งให้ความปลาบปลื้มใจ ปีติดีที่สุด... สาธุ สาธุ สาธุ

    ภาพที่ 3: คำแนะนำบนจอภาพในห้องผู้โดยสาร และจอภาพที่ติดกับด้านหลังเก้าอี้ผู้โดยสาร มีคำแนะให้ดื่มน้ำมากๆ ในระหว่างการเดินทาง

เวลาเดินทางไกล หรือนั่งทำงานนาน... แนะนำให้ทำท่า "กำเท้า-แบเท้า" และ "กระดกข้อเท้า" ขึ้นลงบ่อยๆ เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด และน้ำเหลือง และลดความเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้าจากการทำงาน หรือการเดินทางไกล

วิธีนี้ป้องกันเส้นเลือดดำอุดตันที่น่องและขาได้ดี (deep vein thrombosis / DVT) โดยเฉพาะต้องดื่มน้ำให้พอด้วย

คนที่เดินทางไกล เช่น ขึ้นเครื่องบิน ฯลฯ ถ้าได้ดื่มน้ำให้พอ ทำกายบริหารง่ายๆ 2 ท่านี้ และลุกขึ้นยืน หรือเดินให้บ่อยหน่อย (อย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมงในช่วงที่ไม่ได้นอนหลับ) ช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดดำอุดตันได้ดีทีเดียว

    แหล่งที่มา:

  • ขอเรียนเชิญท่านผู้อ่านแวะไปเยี่ยมเยียน และให้กำลังใจคุณ Tuta ที่บล็อกของท่าน... ช่วยกันให้กำลังใจคนทำดี บ้านเมืองของเราจะได้มีผลงานดีๆ เช่นนี้ออกมามากๆ ครับ
  • [ โปรดคลิกที่นี่ - Click - โปรดคลิกที่นี่ ]
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ Tuta. บันทึก "มายืดเส้นยืดสายกันเถอะ" > http://gotoknow.org/blog/Tuta-Exercise/82108 > 5 มีนาคม 2550.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > 6 มีนาคม 2550.
  • แนะนำให้อ่าน "บ้านสาระ" > http://gotoknow.org/blog/talk2u

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 82164
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 10
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (10)

เรียนคุณหมอ

       ก่อนออกกำลังกายทุกครั้งราณีต้องทำการยืดกล้ามเนื้อและวอร์มอัพก่อนทุกครั้ง  ค่ะ  แต่ถ้าขึ้นเครื่อง ราณีไม่ค่อยได้ทำอย่างที่อาจารย์ว่าค่ะ  ยังไม่เป็นสว.(แปลว่าสูงวัย  ล้อเล่นค่ะ )แต่ถึงแม้ไม่สว. ก็เมื่อยขาประจำเลยค่ะ เพราะต้องเดินทางบ่อย (ไม่ได้ขึ้นเครื่องอะไรหรอกค่ะ  ขึ้นแต่รถทัวร์

ขอขอบคุณอาจารย์ Ranee และท่านผู้อ่านทุกท่าน...

  • อาจารย์นั่งรถทัวร์ยังดีครับ 
  • ธันวาคม 2549... ผมมีโอกาสนั่งรถทัวร์จากลำปาง ไปกรุงเทพฯ ต่อด้วยรถกระบะจากปอยเปต ไปพนมเปญ ไปเจอรถขนไม้เถื่อนเขมรด้วย
  • [ Click - โปรดคลิกที่นี่ - Click ]
  • หรือที่นี่... http://gotoknow.org/blog/talk2u/72335

แนะนำ...

  • แนะนำให้ยืดเส้นวันละ 2 เวลา เช้า-เย็นครับ

ขอขอบคุณ...

เวลานั่งเครื่องบิน หรือนั่งรถขึ้นเขา หูอื้อประจำเลยคับ ร่างกายเรามีปัญหามากกว่าคนอื่น หรือว่ามันเป็นเรื่องปกติกันแน่ครับ

เป็นทุกที พอเป็นแล้ว ทำไงก็ไม่หาย จนกว่าจะลงมาระดับเดิมครับ -.-!

ขอขอบคุณ... คุณทีและท่านผู้อ่านทุกท่าน

  • การขึ้นที่สูงและเกิดหูอื้อเป็นเรื่อง "ธรรมดา" ครับ... ใครๆ ก็เป็นได้

หู...

  • หูชั้นกลางคนเรามีแก้วหูปิดด้านนอก ทำให้เป็นระบบกึ่งปิด มีทางระบายออกทางเดียว เป็นท่อต่อกับด้านหลังจมูก (eustachian tube)
  • เมื่อขึ้นที่สูง... ความดันจะลดลง ทำให้แรงดันอากาศด้านนอกสูงกว่าด้านใน แก้วหูจะตึง และโป่งออกนอก

วิธีแก้...

  • วิธีแก้ง่ายๆ คือ
  • (1). เคี้ยวหมากฝรั่ง... ควรเป็นหมากฝรั่งชนิดไม่ทำให้ฟันผุ หรือชนิดเสริมแคลเซียมยิ่งดี (Recaldent) วิธีนี้แพงหน่อย
  • (2). ใช้มือปิดจมูก + เบ่งเบาๆ ให้ลมออกหู จะมีเสียงดัง "พ็อพ (pop)" เบาๆ ทำแล้วจะโล่งแทบทันทีเลย

ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านเดินทางอย่างมีความสุข ปลอดภัย และไม่มีปัญหาหูอื้อครับ...

  • อีโลโหละ! อาจารย์หมอจ้วยโปรโมท blog Tuta ฮื้อโตย ขอบพระคุณจ๊าดนักน่ะเจ้า จะอี้มีแฮงใจ๋กึ้นอีกประล้ำปะเหลือเลย .. (^_^ ) .. เข้าโหมดคำไทยต่อดีกว่า เหอ ๆ คำเมืองนาน ๆ เดี๋ยวจะกลายเป็นคำเมืองผสมปักษ์ใต้หล่าวนิ อิ ๆ
  • อ้อ! อาจารย์หมอคะ อาการของน้องทีนี่ ต๊ะใช้วิธีกลืนน้ำลาย ช่วยได้เหมือนกันค่ะเป็นบางครั้ง ส่วนวิธีที่ 2 ของอาจารย์หมอนี่ เพิ่งเคยได้ยิน ขอลองเอาไปใช้บ้างนะคะ
  • ขอถามเรื่องสุขภาพหน่อยนะคะ  ต๊ะมีปัญหาเรื่องหน้ามืด บ้านหมุน มานาน เป็นบ่อยกว่าคนอื่น แต่อาการไม่หนักมาก เพราะตั้งแต่เด็ก ๆ ก็ชอบก้มหน้าก้มตาวาดรูป บางทีวาด ๆ เป็นชั่วโมง เงยหน้าขึ้นมาก็หน้ามืด ส่วนบ้านหมุนนี่ นึกจะเป็นก็เป็น เคยเดิน ๆ อยู่ที่ทำงาน โคลงเคลงไปหมด ต้องไปยืนเกาะเสาอยู่นานหลายนาที พอค่อยยังชั่วก็รีบจ้ำอ้าวกลับเข้าห้อง แล้วไปเอนนอนนานเกือบครึ่งชั่วโมงถึงจะหาย แล้วช่วงนี้เล่นโยคะเป็นประจำ พอทำท่าไหว้พระอาทิตย์ ช่วงที่ไหว้ไปข้างหลัง พอกลับมาด้านหน้าตอนจบท่า กับตอนไหว้ไปข้างหลังแล้วต่อด้วย 4 ส่วนสัมผัสพื้นน่ะค่ะ เวียนหัวประจำเลย ช่วงหลังเลยไม่กล้าเอนไปข้างหลังมากและไม่ค้างอยู่ท่านี้นาน .. ไม่นานมานี้เลยลองไปตรวจเช็คที่ รพ. มอ. มา  คือต๊ะสงสัยว่าเป็นอะไร เกี่ยวกับน้ำในหูไม่เท่ากันรึเปล่า เพราะถือถ้วยซุปหรือแก้วน้ำเต็ม ๆ ทีไร แกว่งแรงน้ำหกประจำเลย เหมือนศูนย์ไม่ค่อยดี คือสงสัยโน้นนี่ แต่หาข้อสรุปไม่ได้ ไปตรวจมา คุณหมอก็บอกว่าไม่เป็นอะไรมาก อาการไม่น่าเป็นห่วง น้ำในหูก็ปกติ คุณหมอให้ยามาทาน เป็นพวกวิตามินน่ะค่ะ  ตอนนี้ก็ยังทานอยู่เลย ใกล้จะหมดแล้ว แต่อาการเวียนหัวตอนไหว้ไปข้างหลังท่าไหว้พระอาทิตย์ก็ยังมีอยู่บ้างนะคะ แต่น้อยลง .. เล่ามายาวเลย คืออยากถามอาจารย์หมอว่า อาจารย์เคยเจอคนที่มีอาการอย่างนี้บ่อยมั๊ยคะ แล้วมันเกิดเพราะอาหารได้รึเปล่า ถามคุณหมอที่ไปหาท่านว่าไม่เกี่ยว แต่ต๊ะสงสัยน่ะค่ะ คือชอบกินอาหารประเภทยำ แล้วก็กินพวกเนื้อ นม เยอะ ไม่ค่อยกินผัก มีปัญหาปวดท้องบ่อยมาก ไม่ท้องผูกก็ท้องเสีย อาหารไม่ย่อยอะไรพวกนี้น่ะค่ะ  มันเกี่ยวกันมั๊ยคะ ระบบการย่อยอาหารกับที่บ้านหมุนน่ะค่ะ

แวะมาสวัสดีท่านอาจารย์หมอค่ะ  เคยมีอาการคล้าย ๆ คุณTuta เหมือนกันเมื่อปีที่แล้ว คือมีอาการบ้านหมุน เวียนศรีษะ  แล้วเป็นช่วงกับที่ใกล้รับปริญญาพอดี ลำบากพอสมควร 

เคยเป็นอาการนี้ในห้างสรรพสินค้า เดิน ๆชมสินค้าอยู่ จู่ ๆ ก็เกิด ห้างหมุน ขึ้นมาหน้าตาเฉย 

ช่วงที่เกิดอาการใหม่ๆ เป็นขนาดที่ขาดความมั่นใจ ที่จะไปไหนเพราะกลัวว่าอาการจะเป็นขึ้นมาอีก

แต่ระยะปลายปีก็ดีขึ้น จนหายไปเอง ก็ไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร ไปหาคุณหมอ ก็บอกว่าเกิดได้จากหลายสาเหตุ  เครียด นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ อะไรประมาณนี้

ขอขอบคุณ... คุณ Tuta และท่านผู้อ่านทุกท่าน

  • ปัญหาเรื่อง "เวียนหัว-บ้านหมุน (vertigo)"... ปีนี้ (2550) หรือถ้าพลาดไปก็ปลายปี 2549 มีตัวอย่างการรักษาง่ายๆ ทางวารสารหมอชาวบ้าน (ถ้าพลาดก็จะเป็นวารสารคลินิก)

เรียนเสนอ...

  • เรียนเสนอให้ลองทำดู... ลองค้นย้อนหลังหลายๆ ฉบับคงจะเจอ
  • เพราะอาจารย์ท่านว่า มีหัตถการ (ท่าทาง) ที่ทำเอง หรือให้ญาติสนิทมิตรสหายช่วยทำตามภาพได้ อัตราหายตั้ง 70-80% (หายขาดซะด้วย)

ระบบย่อยอาหาร...

  • คนที่เป็นโรคบ้านหมุนมีแนวโน้มจะมีปัญหาทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ฯลฯ มากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากระบบประสาทมัน "คร่อม (overlap)" กัน หรือ "ล้ำเส้น (linkage)" กันได้

ถ้าท้องผูกท้องเสียบ่อย...

  • ควรระวังโรคติดเชื้อ เช่น ทางเดินอาหารอักเสบไวรัส (ติดกันคล้ายหวัด) เชื้อจากไข่-ผัก-ผลไม้ ฯลฯ
  • หรือบางทีอาจจะเป็นกลุ่ม "ท้องผูก-ท้องเสียไม่ทราบสาเหตุ (irritable bowel syndrome)" ซึ่งพบมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ได้

คำแนะนำ...

  1. พกสบู่ เจลแอลกอฮอล์ หรือกระดาษชำระเปียก (แบบที่ใช้เช็ดก้นเด็ก)... ล้างมือ หรือเช็ดมือก่อนกินอาหารและน้ำทุกครั้ง กระดาษชำระเปียกใช้ในกรณีที่ไม่มีสบู่ ใช้ครั้งเดียวทิ้งไปเลย เพื่อลดโอกาสติดเชื้อไวรัส เช่น หวัดลำไส้อักเสบ ฯลฯ
  2. งดแอลกอฮอล์ (เหล้า เบียร์ ไวน์... ) เนื่องจากกดภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ป่วยบ่อย
  3. ฟอกสบู่ไข่ ส้ม ผลไม้ (โดยใช้ฟองน้ำล้างจานถูก่อนปรุงอาหาร หรือทำอาหาร) เพื่อลดเชื้อโรคที่ผิวไข่-ผัก-ผลไม้
  4. ผักน่าจะแช่น้ำด่างทับทิม 20-30 นาที + น้ำยาล้างจานนิดหน่อย เขย่าบ่อยๆ แล้วล้างผ่านน้ำหลายๆ รอบ เพื่อลดเชื้อโรค
  5. ลดอาหารประเภทยำ หรือพริกให้น้อยลง ถ้าชอบยำหรือส้มตำ... ควรหัดทำเอง (อาหารนอกบ้านส่วนใหญ่สะอาดไม่พอ)
  6. ออกกำลังแบบโยคะอย่างเดียวน่าจะไม่พอ... น่าจะลองเดินเร็ว เดินขึ้นลงบันได วิ่งเข้าไป เพื่อให้หัวใจ-เส้นเลือดแข็งแรงขึ้น และลดความเครียด

ถ้านับถือพระพุทธศาสนา...

  • เรียนเสนอให้สวดมนต์ และสวดโพชฌงค์ทุกวัน
  • เรียนเชิญดาวน์โหลดฟรีที่นี่..
  • http://www.wattamaoh.com/home/download.php

ขอขอบคุณครับ...

ขอขอบคุณ... คุณจินตนาและท่านผู้อ่านทุกท่าน

  • อาการบ้านหมุน-ตัวหมุนเกิดได้จากหลายสาเหตุ...

สาเหตุที่พบบ่อยได้แก่

  • (1). การดื่มแอลกอฮอล์ (เหล้า เบียร์ ไวน์...) ซึ่งทำลายสมอง และระบบประสาท ทำให้มัน งง สับสน เสียสติ เวียนหัว บ้านหมุนได้
  • (2). เส้นประสาทหู (ฝ่ายทรงตัว) อักเสบจากไวรัส ซึ่งติดต่อกันคล้ายๆ โรคหวัด
  • (3). ก้อนหินปูนขนาดจิ๋วในระบบทรงตัว (ฝ่ายบอกตำแหน่งยืน-เดิน-นั่ง-นอน) หลุดไปอยู่ในระบบทรงตัวรูปครึ่งวงกลม (ฝ่ายบอกทิศทางการเคลื่อนไหว)
  • (4). หน้ามืด-เป็นลม จากอากาศเป็นพิษ เช่น ควันรถ ไอเสียรถ บุหรี่ ฯลฯ น้ำตาลในเลือดต่ำ ขาดน้ำ (คนไทยส่วนใหญ่กินน้ำน้อยเกิน)
  • (5). กระดูกคอเสื่อม... ยุบตัวลงไปกดเส้นเลือดแดงด้านใน ทำให้ก้านสมองขาดเลือด พบบ่อยในคนสูงอายุ คนที่ทำงานก้มๆ เงยๆ มาก

ความไม่ลับคือ...

  • ปีใหม่นี้ (2550) ผมมีอาการบ้านหมุนจากการติดเชื้อไวรัสคล้ายๆ หวัด เป็นอยู่หลายสัปดาห์ทีเดียว อาการไม่มาก ทว่า... น่ารำคาญ

บาปกรรม...

  • อาการบ้านหมุน-ตัวหมุน...
  • ถ้าพิจารณากรรมและผลของกรรม (สำหรับท่านผู้อ่านที่นับถือพระพุทธศาสนา)... อาจเป็นผลจากการเบียดเบียนคนหรือสัตว์

ตัวอย่าง...

  • ตัวอย่าง เช่น ชาติก่อนหรือชาตินี้... เราอาจจับสัตว์ห้อยหัวลง หรือเหวี่ยงไปมา
  • ตอนเด็กๆ ผมเคยแกล้งแมว จับขาแล้วเหวี่ยงไปมา เพราะโกรธที่แมวกินลูกไก่
  • ถ้าดูรูปคนจับไก่ไปฆ่า... ดูจะชอบมัดเท้า ห้อยหัวลง เวลาแกว่งไปมาก็ไม่ได้เอ็นดูไก่
  • กรรมที่เป็นต้นเหตุ (กรรมปัจจัย - วิปากปัจจัย) น่าจะเป็นไปในทำนองนี้

โชคดี...

  • โชคดีที่ชาตินี้มีโอกาสให้ยาแก้บ้านหมุน ตัวหมุน เมารถเป็นทาน และเป็นศีล(ให้คนไข้)หลายครั้ง

ถ้า...

  • ถ้าท่านผู้อ่านนับถือพระพุทธศาสนา...
  • เรียนเสนอให้เตรียมยาแก้เมารถไว้ เวลาเดินทางไปไหน...
  • ถ้ามีญาติสนิทมิตรสหายเมารถ น่าจะรีบให้ยาเป็นทาน ให้กินป้องกันก่อนเดินทาง 1/2 ชั่วโมง
  • ผลของกรรมเก่าน่าจะบรรเทาเบาบางลงได้

เรียนเสนอ...

  • เรียนเสนอให้สวดมนต์ + สวดพระปริตร (ไทย+บาลี เพื่อให้ได้ความเข้าใจ + รักษาคำสอนของพระพุทธเจ้า
  • ดาวน์โหลดฟรีที่นี่... http://www.wattamaoh.com/home/download.php
ขอบพระคุณอาจารย์หมอมาก ๆ เลยค่ะ .. อื่ม! ต๊ะแถบจะไม่ได้ดื่มน้ำเปล่าเลยในแต่ละวัน  แล้วก็เลือดจางด้วย แต่ปัจจัยเสี่ยงของต๊ะเยอะมาก ต้องลองปรับ ๆ ดู แล้วคงต้องเพิ่มการเดินเร็วอย่างที่อาจารย์หมอบอก ดีที่ มอ. มีอ่างน้ำ บรรยากาศดีมากค่ะ เดินซักรอบก่อนโยคะก็ดีเหมือนกัน .. จะลองโหลดบทสวดมนต์ไปสวดเป็นประจำดูบ้างดีกว่า ไม่ได้สวดมนต์มานานมากแล้ว แล้วจะมารายงานผลนะคะ (^_^ )

ขอขอบคุณ... คุณ Tuta และท่านผู้อ่านทุกท่าน

  • เรื่องดื่มน้ำนี่... สำคัญมาก
  • คนไทยส่วนใหญ่น่าจะมีภาวะ "ขาดน้ำเรื้อรัง"

ภาวะขาดน้ำเรื้อรัง....

  • ภาวะขาดน้ำเรื้อรังทำให้เพลียง่าย เป็นลมง่าย ทำให้หัวใจเหนื่อยจากการสูบฉีดเลือดที่ "ข้นหนืด" มากขึ้นโดยไม่จำเป็น

เคล็ดไม่ลับ...

  • ท่านศาสตราจารย์นายแพทย์ประเสริญ บุญเกิดไปสอนวิชาแพทยศาสตร์ศึกษา (วิชาครูแพทย์) ที่โรงพยาบาลลำปาง ประมาณปี 2542...

ท่านแนะนำว่า

  • วิธีชะลอความแก่ง่ายๆ คือ ตื่นขึ้นมา ให้ดื่มน้ำ 5 แก้ว
  • (1). ข้อต่อของคนเราจะแฟบ ยุบลงเวลาขาดน้ำ ทำให้ข้อเสื่อมเร็ว
  • (2). โรคภัยไข้เจ็บมากมายเกิดจากการขาดน้ำ

การเดินเร็ว...

  • ถ้าจะให้ดีควรแกว่งแขนแรงๆ... การเดินแขนนิ่งใช้กำลังงานน้อยกว่าการเดินแกว่งแขนประมาณ 20%

แนะนำให้อ่าน...

เลือดจาง...

  • เรียนเสนอให้ลองเจาะเลือดดูว่า เป็นโรคเลือดจางธาลัสซีเมียหรือไม่
  • ถ้าไม่มี... ส่วนใหญ่จะเป็นเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก น่าจะลองกินยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็กดู 1-3 เดือน
  • พอหายจากเลือดจางแล้ว... อย่าปล่อยให้เลือดไหลไปโดยไม่ได้บุญ น่าจะบริจาคเลือดเป็นประจำเสียเลย

(สำนวน "อย่าปล่อยให้เลือดไหลไปโดยไม่มีประโยชน์แด่พระสัพพัญญุตญาณ" เป็นวิธีคิดของพระสัมมาสัมโพธิสัตว์ก่อนบริจาคร่างกาย และอวัยวะเป็นบารมี เพื่อเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไป)

ขอขอบคุณ...