นายปิยะพันธุ์ นิมมานเหมินท์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า จากปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณ ในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 50 ล่าช้า แต่ดีขึ้นในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา โดยสามารถเบิกได้ 1.8 แสนล้าน บาทนั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่สามารถอัดฉีดงบประมาณภาครัฐลงสู่ระบบเศรษฐกิจ และในเดือน มี.ค.นี้ คาดจะเร่งเบิกจ่ายได้มากยิ่งขึ้น โดยขณะนี้ส่วนราชการต่าง ๆ ได้ขอวงเงินเพื่อเบิกจ่ายมาแล้ว 2 แสนล้านบาท ซึ่งกรมบัญชีกลาง   มี วงเงินงบประมาณพร้อม อีกทั้งรายรับของรัฐบาลในเดือน มี.ค.ก็จะได้จากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มขึ้นมาอีก จึงไม่มีปัญหาสภาพคล่องหรือติดขัดเบิกจ่ายดังเช่นปีที่ผ่านมา  "หลังจากเรามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบและเร่งรัดการเบิกจ่าย ปัญหาการเบิกจ่ายก็ลดน้อยลงไปมาก อีกทั้งหากส่วนราชการติดขัดการเบิกจ่าย      จากระบบ GFMIS สามารถแจ้งมายังกรมบัญชีกลางเพื่อปลดล็อกได้ภายใน 1 วัน จากนั้นสามารถเบิกจ่ายได้ทันที" นายปิยพันธุ์กล่าว

 

            รายงานข่าวจากกรมบัญชีกลาง แจ้งว่า ภาพรวมการเบิกจ่ายของรัฐบาลตั้งแต่ต้นปีงบประมาณถึงเดือน ก.พ. มียอดการเบิกจ่ายรวม 512,780 ล้านบาท คิดเป็น 32.74% ของวงเงินงบประมาณทั้งหมด แบ่งเป็นงบประจำ 444,828 ล้านบาท หรือ 36% ของงบประจำ และงบลงทุน จำนวน 67,794 ล้านบาท หรือคิดเป็น 20% ของงบลงทุน จากยอดเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งหมดได้ 93% ของวงเงินงบประมาณรวม ส่วนงบลงทุน 65%  ของวงเงินงบลงทุน

 

            อย่างไรก็ตามในส่วนของหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณมากกว่า 1,000 ล้านบาท จำนวน 25 แห่งนั้น ยังมีบางแห่งที่มียอดการเบิกจ่ายงบลงทุนต่ำ เช่น กทม. ที่เพิ่งเบิกจ่ายงบลงทุนไปได้เพียง 0.14% ของวงเงินงบประมาณ 9,500 ล้านบาท การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และองค์การรถไฟฟ้ามหานคร (รฟม.) ที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายเลย จากวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรแห่งละ 5,700 ล้านบาท ซึ่งตรงนี้เป็นเพราะโครงการ      เมกะโปรเจ็กต์ยังไม่เริ่มก่อสร้าง หากรัฐสามารถเร่งรัดให้เกิดการประมูลและก่อนสร้างโดยเร็วสถานการณ์การเบิกจ่ายงบลงทุนคงดีขึ้นกว่านี้

 ข่าวสด  ไทยโพสต์  โพสต์ทูเดย์  3 มี.ค. 50 ผู้จัดการออนไลน์ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 2 มี.ค. 50