เรื่องนั้น ผมไม่แน่ใจ..แต่ยังมีความสุขที่จะเขียนบันทึกในเรื่องรักโรแมนติคอีกสักเรื่อง

แผ่นดิน
  เราต่างอ่อนไหว ละเอียดอ่อน และโรแมนติค กันทุกคนนั่นแหละ เพราะนี่คือคุณสมบัติที่ธรรมชาติเสกสร้างไว้ในตัวตนของมนุษย์โลก...  

พักหลังดูเหมือนว่าผมจะโดนแซวจากพี่น้องผองเพื่อนชาว  G2K ว่ากำลังอยู่ในช่วง    INLOVE   หรือแม้แต่ นายโรแมนซ์   เพราะดูจากบันทึกช่วงหลังนี้หลายบันทึกโน้มเอียงไปในเรื่องความรักอยู่บ่อยครั้ง  ความดุดัน ข้นแข็งของบันทึกดูจะหดหายและเบาบางลงไปไม่ใช่น้อย  ...

  

แรก ๆ ก็ไม่หวั่นไหวกับคำท้วงทัก หรือแม้แต่คำทักเล่นของบรรดากัลยาณมิตรทั้งหลายนัก  แต่ถี่ครั้งเข้าก็อดที่จะหันมาสำรวจตรวจค้นภาวะตัวเองไม่ได้ว่า บัดนี้ เกิดอะไรขึ้นกับตัวเองหรือเปล่า  ?  หรือซุ่มซ่ามทานยาผิดร้านผิดหมอเสียแล้ว หรือ ?

  

จนบัดนี้ก็ไม่กล้าหยั่งรู้ว่าตนเองแท้ที่จริงเป็นคนโรแมนติคหรือเปล่า  เรื่องพรรค์นี้คงต้องถามคนรอบข้างกระมัง !  แต่รู้ว่าเบื้องลึกนั้นผมมีความอ่อนไหวราวกับหญิงสาว  แต่บางคราวก็ดูขรึมเคร่งเหมือนภูผา  และเย็นชาราวกับทะเลน้ำแข็ง

  

แต่ขอให้เชื่อผมอยู่อย่างหนึ่งเถอะ  เราต่างอ่อนไหว ละเอียดอ่อน และโรแมนติค กันทุกคนนั่นแหละ  เพราะนี่คือคุณสมบัติที่ธรรมชาติเสกสร้างไว้ในตัวตนของมนุษย์โลก...

  

ตอนแรกก็แปลกใจไม่น้อยว่าเหตุใดตัวเองจึงเขียนบันทึกในแนวรัก ๆ  ติดต่อกัน ทั้ง ๆ ที่เรื่องที่นำมาเขียนก็เป็นเรื่องความรักของคนอื่นทั้งนั้นเลย  ทั้งที่พบเห็นโดยห่าง ๆ และทั้งที่เดินทางเข้ามาให้เราได้ร่วมรับรู้ รับฟัง และร่วมแก้ปัญหาในแบบชนิด ร่วมด้วยช่วยกัน

  

ผมใช้เวลาไม่นานนัก,  ก็บรรลุซึ่งที่มาที่ไปอันเป็นแรงจูงใจในการนำเรื่องเหล่านี้มาบันทึกเล่าอย่างไม่เขินอาย  ไม่มีอะไรมากนอกจากในห้วงเวลาที่ผ่านมาเกือบทั้งเดือน ชีวิตผมดูหน่วงหนักและเหน็ดเหนื่อยกับงานใหม่ที่ตนต้องบริหารจัดการ   และยิ่งช่วงไม่นานนี้ก็ยังต้องเดินทางไปใช้ชีวิตอยู่กับการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยฯ  ยาวนานร่วม 2 สัปดาห์ !  และช่วงนี้ผมจึงรู้สึกราวกับว่าชีวิตกำลังถูกถมทับด้วยตะกอนดินหินทรายจากภูผาสูงที่ทยอยพังครืนลงมาสุมทับผมอยู่เป็นระยะ ๆ

  

กอปรกับเป็นห้วงเวลาที่ผมต้อง ห่างบ้านต่างถิ่น ...   ต่างฟูก ต่างหมอน  ต่างอาหาร และที่สำคัญคือห่างจากสรรพเสียงของคนในบ้านที่ผมรักและคุ้นเคย  โดยเฉพาะเจ้าตัวน้อย แผ่นดิน และ แดนไท   ผมรัก คิดถึงและเป็นห่วงคนทั้งสองเป็นที่สุด 

ซ้ำร้ายในวันที่ผมพร้อมเพื่อนชีวิตต้องเดินทางไปราชการนั้น ทั้งสองก็พลอยเป็นไข้พร้อม ๆ กัน  แต่ก็ยินยอมที่จะอยู่กับย่าอย่างไม่งอแง  กระนั้นทั้งสองคนก็ต้องขาดเรียนเพราะอาการป่วยนานร่วมสัปดาห์

  

นั่นแหละครับ  คือ ห้วงเวลาอันหน่วงหนักและอ่อนล้าสำหรับผม  แต่ต้องแข็งขืนสู้กับภาวะอ่อนล้านั้นอย่างไม่ลดละ  และท่ามกลางห้วงอันอ่อนล้านั้น  ผมก็รู้ดีเช่นกันว่าการทำงาน คือ การเยียวยาความเข้มแข็งให้พลิกฟื้นกลับมาอยู่ในตัวตนของผม !

ทันทีที่พาตัวเองกลับถึงมหาสารคามและกลับมาซุกตัวนอนอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนเก่าในบ้าน  วิ่งเล่นและพลีร่างกายเป็นเครื่องเล่นของเจ้าตัวน้อยทั้งสอง  ก็ยิ่งช่วยให้ความหน่วงหนักทั้งหลายถูกขับส่งออกจากตัวเราอย่างทันทีทันใด  และทันใจเป็นที่สุด  

 

ช่วงนี้จึงก่อเกิดภาวะที่รื่นรมย์  ไม่อยากเขียนเรื่องแนวคิดหนัก ๆ เข้ม ๆ ... ยังผลให้เขียนเรื่องรักสบาย ๆ  เป็นการให้รางวัลกับชีวิตของเราเองอย่างไม่รู้ตัว

  

อันที่จริงเมื่อคราวต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรค หรือแม้แต่เป็นห้วงที่ชีวิตกำลังอ่อนล้าโรยแรง  แน่นอน, ผมย่อมปรารถนากำลังใจจากคนรอบข้างเสมอ  แต่ผมก็จะไม่ลืมที่จะเริ่มต้นให้กำลังใจกับตัวเองเป็นอันดับแรก ...และบอกกับตนเองเสมอว่า พรุ่งนี้วันใหม่ยังมี   หรือไม่ก็ พรุ่งนี้วันใหม่กำลังมา

  

นี่ก็เช่นกัน,  คือ บทกวีที่ผมเขียนขึ้นเพียงเพื่อเป็นกำลังใจให้กับตนเองให้ห้วงแห่งความหน่วงหนักของชีวิต

ให้ผมได้เขียนเรื่องรัก ๆ โรแมนติคอีกสักวันนะครับ... เพื่อเป็นรางวัลชีวิตให้กับตัวเอง  เป็นการตอกย้ำว่า  ชีวิตจำเป็นอย่างยิ่งกับการต้องเรียนรู้ที่จะปลอบใจตัวเอง  ยืนหยัดด้วยตัวเอง  พร้อม ๆ กับการเรียนรู้ที่จะเป็นที่พึ่งพิงของคนอื่น

ลองอ่านดูอีกสักบันทึกนะครับ... ส่วนเรื่องที่ว่าผมเป็นคนโรแมนติคหรือไม่นั้น... ผมเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน  แต่ที่แน่ ๆ ผมไม่ใช่นักรักที่เจนถนนรักเป็นแน่  ถ้าเจนจัดกับการพรากรักนั้น...นับไม่ถ้วน ....

   

พักหน่อยเถอะนะคนดี

 

พรุ่งนี้ยังคงมีหวัง

 

วันนี้ที่เธอเผลอพลั้ง

 

อย่าเกี่ยวเก็บจำ  ฝังใจ

 

วันนี้อาจเศร้าสับสน

 

ทุกข์ทนเสียจนหม่นไหม้

 

อย่าจริงเสียจนเสียใจ

 

พักก่อนให้หายร้าวราน

 

พักหน่อยเถอะนะคนดี

 

ฟังสายนทีแว่วหวาน

 

ท่องทุ่งดอกไม้ตระการ

 

ล่องธารชมผา นาดร

 

ท้องฟ้ายังมี  สีฟ้า

 

แผ่นดินมารดาอุ่นอ่อน

 

สายลมบรรเลงเพลงพร

 

ดับร้อนเคี่ยวฝัน ปันแรง

   

พักหน่อยเถอะนะคนดี

 

ชีวิตยังมีวันใหม่

 

ขอเพียงวาดหวังตั้งใจ

 

พรุ่งนี้ไม่สายเกินรอ

 (พรุ่งนี้วันใหม่กำลังมา..)  

 สำหรับบันทึกที่กัลยาณมิตรทักแซวว่า ดุดัน เคร่งขรึมนั้น  เอาไว้ให้ชีวิตได้เสพรางวัลชีวิตให้อิ่มหนำสำราญเสียก่อน, แล้วค่อยว่ากันนะครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin

คำสำคัญ (Tags)#เปลือยความสุข คนของความรัก โลกและชีวิต#ลำนำโลกและชีวิต

หมายเลขบันทึก: 75396, เขียน: 30 Jan 2007 @ 23:38, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 17:12, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 42, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (42)

แยกชีวิตออกเป็นส่วนๆเลยครับ ปะปนกันไปอย่างเป็นธรรมชาตินั้นดีที่สุด หากเรื่องหนึ่งเรื่องมีทั้ง ดุดัน อ่อนไหว และมีอารมณ์แทรกสอดอยู่ในนั้น ผมว่าคุณแผ่นดินทำได้ และทำได้ไม่ยาก บันทึกที่ผ่านๆมาก็เป็นเช่นนั้น

ผมรับรู้ถึงความเป็นคน เป็นตัวตน ที่ชัดเจนของคุณแผ่นดินจากบันทึก ทำให้กล้าพอที่จะเขียนตรงๆ เขียนเพื่อสื่อสารระหว่างกันถึงกันโดยไม่ลังเล

บันทึกที่โลกแล่นในโลกเสมือนแห่งนี้ เป็นชีวิตครับ ยิ่งหากได้เขียนชีวิตผ่านบันทึกที่เป็นตัวของตัวเอง ผมว่า จะบันทึกได้อย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน ...และโต้ตอบกับมวลมิตรอย่างสุขใจ

ฝากความระลึกถึง "แผ่นดิน" กับ "แดนไท" ผมหลับตานึกถึงเด็กชายสองคนที่น่ารัก แสนซนเหลือประมาณ

ชีวิตของเจ้าของบันทึก...มีความสุข และมีสีสรร น่าอิจฉาครับ

ให้กำลังใจครับผม

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 31 Jan 2007 @ 00:09

เห็นด้วยกับคุณเอก..และเชื่อเช่นนั้นค่ะ..."หลอมรวมชีวิตเป็นหนึ่งเดียว"....ที่เราทุกข์กันทุกวันนี้เพราะเราพยายามแยกส่วน...อย่างรู้ไม่เท่าทัน...ว่าชีวิตนั้นมีเพียงหนึ่งเดียว คือ ดวงจิต...แห่งตนเรา...

...

เคล็กลับอย่างหนึ่งที่กะปุ๋มใช้เสมอ..คือ ให้โอกาสตนเอง...ไม่พลาดที่จะเข้าไปสวมกอดเด็กน้อย..น้อย..เพราะดวงจิตเขานั้นบริสุทธิ์ยิ่งนัก...เสมือนเป็นยาที่วิเศษที่สามารถเยียวยา...ดวงจิตที่เหนื่อยล้าของผู้ใหญ่ได้ดีนักเชียว...

แวะมากำลังจะเข้านอนค่ะ...นาฬิกาชีวิตให้เวลานี้คือเวลาที่ต้องนอน..ด้วยความถนอม "ชีวิต"...ที่เราอาศัยร่างกายนี้อยู่ค่ะ...

(^_________^)

กะปุ๋ม

น่าจะลองเอาไปทำเพลงนะครับ

อ.ลูกหว้า
เขียนเมื่อ 31 Jan 2007 @ 00:12
  • ไม่แซวแล้วค่ะ   อิอิอิ...ยังไงก็ชอบอ่านค่ะ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะโรแมนติกหรือไม่ก็ตาม

ขอแก้ไข

 

แยกชีวิตออกเป็นส่วนๆเลยครับ ปะปนกันไปอย่างเป็นธรรมชาตินั้นดีที่สุด

เป็น

ให้หลอมรวมกันอย่าแยกชีวิตออกเป็นส่วนๆเลยครับ ปะปนกันไปอย่างเป็นธรรมชาตินั้นดีที่สุด

สวัสดีค่ะ คุณแผ่นดิน

  • ความรักของผู้เป็นพ่อและแม่นั้นยากนักที่บันทึกเล็กๆนี้จะถ่ายทอดออกมาหมด....
  • ดิฉันว่า.....ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรถ้าคุณจะบันทึกเรื่องของความรักอีกหลายๆบันทึกค่ะ...จะรักโรแมนติคหรือไม่....ไม่สำคัญ....มันสำคัญที่คุณมีรักที่จะให้กับทุกคนจนเปี่ยมล้น...พร้อมที่จะกระฉอกออกมาให้คนเห็นต่างหาก....
  • ฉันว่าน่ายินดีซะอีกที่จะบันทึก....ถ้ายังอยากจะบอกว่ารักใครต่อใครไปอีกเรื่อยๆ....
  • ...ชอบบอกว่า"รัก"เช่นกันค่ะ.....ถ้ามีโอกาส...
อ้อ...ลืมทักทายว่า..รูปใหม่..เห็นแต่ด้านหลัง...เท่ดีค่ะ
กลอนเพราะ ชอบจังค่ะ
k-jira
เขียนเมื่อ 31 Jan 2007 @ 06:08
  • สำนวนหวานจริงๆค่ะ ^^
  • อารมณ์ในตัวอักษรก็ดูอ่อนโยนและโรแมนติคด้วย
  • เป็นสิ่งดีนะคะ ไม่ต้องกังวลหรอก
  • เพราะมนุษย์มีอารมณ์แบบนี้ โลกถึงได้สวยงามไวคะ
  • ^___^

 

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 31 Jan 2007 @ 09:53
  • สวัสดีครับคุณเอก
    P
  • ขอบคุณครับคุณเอก ผมมีพลังเสมอเมื่อได้เห็นข้อเสนอแนะจากคุณเอก
  • ส่วนเจ้าตัวเล็ก 2 คนซนเหลือประมาณ หากแต่ก็มีความเป็นผู้ใหญ่เกินวัย ครับ
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 31 Jan 2007 @ 11:07

 

  •  สวัสดีครับคุณกะปุ๋ม...
    P
  • ขอบคุณครับสำหรับแนวคิดที่เป็นเสมือน "รางวัลชีวิต" สำหรับผมด้วยประโยคเหล่านี้ "ทุกข์กันทุกวันนี้เพราะเราพยายามแยกส่วน...อย่างรู้ไม่เท่าทัน"  และ "นาฬิกาชีวิตให้เวลานี้คือเวลาที่ต้องนอน..ด้วยความถนอม "ชีวิต"...ที่เราอาศัยร่างกายนี้อยู่
  • ขอบคุณครับ
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 31 Jan 2007 @ 11:16
  • สวัสดีครับ
    P
  • อันที่จริงผมไม่สันทัดเรื่องเพลงเลย แต่ก็เคยเขียนมาแล้ว 2 เพลงใช้ร้อง ๆ กันในมหาวิทยาลัย และคนที่ร้องทุกวันนี้ก็กลายเป็นศิลปินออกเทปขายไปแล้ว
  • ขอบคุณครับ...บทกวีบทนี้ ไม่ใช่ใหม่ทั้งหมด เหมือนและคล้ายงานของพี่ปอน พิบูลย์ศักดิ์ ละครพล  เพราะชอบบทกวีบทนั้นมาก เลยนำมาเป็นแรงบันดาลใจเขียนเคียบ ๆ เทียบ ๆ ดู
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 31 Jan 2007 @ 11:21
  • ขอบคุณครับคุณเอก
    P
  • จริง ๆ แล้วผมชื่นชอบถ้อยคำหนึ่งของคุณเอกมาก แต่ยังไม่ได้แลกเปลี่ยนในบันทึก คือ งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จึงเหมือนเป็นเครื่องมือที่เป็นธรรมชาติ
  • ระยะเวลาเพียงไม่ถึง 2 เดือนใน G2K ช่วยให้ผมได้กลับมาจัดการกับชีวิตตนเองยกใหญ่พอสมควร  และมีความสุขมากครับ..
  • ขอบคุณนะครับที่ช่วยให้เส้นทางสายนี้ไม่เงียบเหงา และรื่นรมย์ต่อการเดินทางเสมอ
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 31 Jan 2007 @ 12:18
  • สวัสดีครับอาจารย์
    P
  • รูปใหม่นี้..นิสิตแอบถ่ายตอนไปเยี่ยมค่ายต้านลมหนาว...ที่ ชัยภูมิ (กลับมาเป็นไข้ระบมเลยครับ)
  • แต่ก็กำลังจัดกระบวนการบันทึกเรื่องต้านลมหนาวเป็นตอน ๆ ...
  • รักชาว G2K ทุกคนครับ
ยูมิ
เขียนเมื่อ 31 Jan 2007 @ 12:21

มาเยี่ยม...เจอเรื่องรัก

ผมนึกจำมาเล่า...จากโต๊ะนักเรียน...

I  LOVE  YOU  LOVE จริง ๆ  NO กลิ้งกลอก

I  NO  หลอก     ให้YOU  ขวัญสลาย

I  LOVE YOU  จนกว่า  I  จะตาย

ถึง  I  ตาย  ก็ไม่วาย  I  LOVE  YOU  ฮา ๆ เอิก ๆ

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 31 Jan 2007 @ 12:21
  • สวัสดีครับ..
    P
  • ขอบคุณครับ เขียนเพื่อให้กำลังใจตนเองและก็จินตนาการปลอบใจใครอื่นอยู่บ้าง
  • ช่วงหลังไม่ค่อยได้เขียนบทกวีนัก..เพราะยังไม่มีมุม ไม่มีจังหวะพอที่จะเขียนได้สักที
KPN AC jack
เขียนเมื่อ 31 Jan 2007 @ 12:45
ถ้าผมเป็นผู้หญิง ได้อ่านบันทึกนี้คงจะหลงคารมแน่นอนครับ แม้เป็นผู้ชายก็ยังเกือบๆ เหมือนกันครับ พี่มนัส
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 31 Jan 2007 @ 12:59
  • สวัสดีครับ
    P
  • ขอบคุณครับในถ้อยคำแห่งกำลังใจและการบอกย้ำว่า "มนุษย์มีอารมณ์แบบนี้ โลกถึงได้สวยงาม"
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 31 Jan 2007 @ 13:24
  • ขอบคุณครับอาจารย์
    P
  • วันก่อนบทกลอนมาจากห้องสุขา...คราวนี้มาจากโต๊ะนักเรียน
  • ครั้งต่อไปจะมาจากที่ใดกันหนอ...
  • แต่อ่านแล้วดีครับ...ยิ้ม ๆ ๆ
  • ขอบคุณที่นำความรื่นรมย์มาห่มดวงใจให้ผมนะครับ
นุ้ยcsmsu
เขียนเมื่อ 31 Jan 2007 @ 13:46
  • สวัดีค่ะพี่ชาย อารมณ์โรแมนติกเหมือนเดิมเลยนะคะ
  • ขอยืนยันนอนยังนั่งยันเลยค่ะว่าพี่ชายเราเป็นคนโรแมนติกจริงๆค่ะ
  • ขอบคุณนะคะที่หัดให้นุ้ยว่ายน้ำเป็น อิอิ
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 31 Jan 2007 @ 15:35
  • ขอบคุณครับน้องแจ๊ค
    P
  • ก็คงเพราะสู้ความหล่อแจ๊คไม่ไหว เลยต้องงัดคารมมาประลองนี่แหละ...555
  • ขอไว้แล้วกัน คารมนี้มีไว้แต่เฉพาะให้สุภาพตรี ส่วนสุภาพบุรุษขออภัย.... ในความไม่สะดวกนะครับ
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 31 Jan 2007 @ 16:14
  • ขอบคุณครับ
    P
    จันเพ็ญ
  • ขอให้มีความสุขกับการว่ายน้ำ นะครับ

 

 

Bright Lily
เขียนเมื่อ 31 Jan 2007 @ 21:54
  • แวะมาเยี่ยมค่ะ
  • เขียนได้ดีมากเลยนะคะ
  • ขอให้มีความรักที่สดใสค่ะ
  • แล้วจะรออ่านบันทึกต่อไปค่ะ
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 01 Feb 2007 @ 10:48
  • สวัสดีครับ
    P
  • ขอบคุณในคำชื่นชมและกำลังใจนะครับ
  • ขอให้มีแรงใจไฟฝันในการทำงานและการใช้ชีวิตตลอดไป...นะครับ
เมตตา
เขียนเมื่อ 01 Feb 2007 @ 10:54
สุดยอด มาก...มาก คุณแผ่นดิน...ไม่รู้จะพูดยังไง...ชอบนะเนี่ย...นายโรแมนซ์ 
เมตตา
เขียนเมื่อ 01 Feb 2007 @ 11:00
รอรับรางวัลนะคะสำหรับบันทึกนี้คุณเมตตา จะส่งรางวัลไปให้ค่ะ...
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 01 Feb 2007 @ 12:38
  • ขอบคุณอาจารย์
    P
    มากครับ
  • และนับวันก็ดูเหมือนจะชอบชื่อนี้เข้าแล้วนายโรแมนซ์ 
  • จะรอรับรางวัล จากท่านอาจารย์ นะครับ (ว่าแต่รางวัลนั้นเป็นอะไรเอ่ย..)
Rin
เขียนเมื่อ 01 Feb 2007 @ 13:48
อ่านบันทึกนี้แล้วรู้สึกคิดถึงบ้านขึ้นมาเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับบทกลอน ขอยืมไปให้กำลังใจตัวเองบ้างนะคะพี่พนัส
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 01 Feb 2007 @ 15:03
  • ยินดีครับ..นำไปใช้ได้เลยโดยไม่ต้องขออนุญาตและถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง
  • มีเวลาก็กลับบ้านบ้างนะครับ...บ้านอยู่ไกลมั๊ย
  • เป็นกำลังใจให้เสมอไป
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 01 Feb 2007 @ 15:14
  • แวะมาเติมส่วนที่ตกหล่น
    P
  • กลับสกลนคร (คนภูเขา)  บ่อยมั๊ย
Rin
เขียนเมื่อ 05 Feb 2007 @ 00:40
  • ขอบคุณค่ะ
  • กลับบ้านล่าสุดช่วงปีใหม่ ไม่ค่อยได้กลับเท่าไหร่ค่ะ
  • คงต้องกลับบ้านบ้างแล้วค่ะ
โอ๋-อโณ
เขียนเมื่อ 05 Feb 2007 @ 01:04

ชอบบันทึกนี้ตรงที่ได้เห็นคุณแผ่นดินรอบด้านนะคะ คิดว่าโลก GotoKnow อยากให้เราใส่ทุกมิติของตัวเราลงไปนะคะ เรื่องหนักเรื่องเบาก็ตัวเราทั้งสิ้น

สำหรับตัวเองแล้ว การทำงานคือความสุข การได้พบ ได้พูดคุย ได้"เข้าถึง"ลูกคือการพักใจที่ดีที่สุดค่ะ ให้เวลากับเขาในวัยที่เขาต้องการเราเอาไว้เถิดค่ะ พอถึงวันที่เขาเป็นตัวเองเต็มที่แล้ว เราจะได้ไม่ต้องย้อนคิดเสียดายเมื่อสายไป

ขอบคุณสำหรับบทกวีที่อ่อนหวานค่ะ เพราะจริงๆ 

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 05 Feb 2007 @ 09:06
  •  สวัสดีครับ
    P
    ...หอบเอาความหนาวจากอุตรดิตถ์มาฝาก
  • ที่โน่นยังเห็นซากและร่องรอยของความสูญเสียจากการถูกน้ำท่วมและโคลนถล่มทับอย่างชัดเจน
  • มีความสุขกับการหวนคิดถึงบ้านและมีความปลอดภัยทุกครั้งเมื่อกลับบ้าน นะครับ
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 05 Feb 2007 @ 09:11
  • สวัสดีครับอาจารย์โอ๋-อโณ
  • ขอบคุณในวาทกรรมชีวิตที่ทำให้ผมเห็นชีวิตได้แจ่มชัดขึ้น นะครับ  ...ลูกคือการพักใจที่ดีที่สุด  รวมถึง  "ให้เวลากับเขาในวัยที่เขาต้องการเราเอาไว้เถิดค่ะ พอถึงวันที่เขาเป็นตัวเองเต็มที่แล้ว เราจะได้ไม่ต้องย้อนคิดเสียดายเมื่อสายไป"
  • ผมชอบมาก ๆ ครับกับประโยค หรือถ้อยคำแห่งชีวิตเหล่านี้
โก๊ะ
IP: xxx.25.0.55
เขียนเมื่อ 09 Feb 2007 @ 18:42
ได้อ่านกลอนของคุณแผ่นดินแล้ว...มีความรู้สึกเหมือนว่าเราได้เจอเพื่อน...เพื่อนที่มีอารมณ์คล้ายๆกัน..โดนใจมากๆค่ะ..ต้องขอบคุณบันทึกที่ดีๆเช่นนี้...รู้สึกว่ามีกำลังใจขึ้นมากเลย..อยากให้คุณแผ่นดินเขียนอีกนะคะ...เพราะว่ามีข้อคิดและกำลังใจแฝงอยู่มากมาย...ขอบคุณจริงๆค่ะ
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 14 Feb 2007 @ 20:11
  • ต้องขออภัยคุณโก๊ะมากที่แวะวกกลับมาบันทึกนี้ช้ามาก
  • ดีใจครับที่บันทึกของผมเป็นส่วนหนึ่งของกำลังที่ส่งถึงผู้อ่าน
  • ขอบคุณมากครับ...
  • ลืมไป...ผมจะค้นหาบันทึกของคุณโก๊ะได้ยังไงหนอ

 

เรียน คุณแผ่นดิน

       ขออนุญาตเรียกนายโรแมนซ์ ตามคุณเมตตานะคะ 

          อบอุ่น แต่มั่นคงดังภูผา

         สบตาพาใจให้หวั่นไหว

         สาวเหนือ อีสาน หรือแดนใด

        สุขใจ เมื่อได้อ่าน บันทึกคุณแผ่นดิน

       

paew
เขียนเมื่อ 15 Feb 2007 @ 23:01
อ่านบันทึกนี้แล้ว....รู้สึกได้ถึงพลังรักของพ่อที่มีต่อลูกชายมากค่ะ.....ไม่แปลกใจเลยที่พูดให้ใครๆน้ำตาไหลได้......
นน
IP: xxx.146.63.184
เขียนเมื่อ 25 Feb 2007 @ 20:23
สวัสดีความรัก ที่ทำให้โลกนี้งดงาม โดยเฉพาะความรักที่พ่อ แม่มีต่อลูก ความรักที่บริสุทธิ์ ขอให้โลกนี้มีความรักเสมอ
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 01 Mar 2007 @ 16:34

ขอบพระคุณครับที่แวะมาทักทายและให้กำลังใจ,  และขออภัยที่ผมมาตอบบันทึกย้อนหลัง  เนื่องจากเพิ่งมีโอกาสได้กลับมาอ่านอีกครั้ง

P

P
ไม่มีรูป
นน
  •  ตัวหนังสือของผมจะมีความเป็นตัวตนของตนเองอย่างชัดเจน,  ไม่ผิดแผกไปจากสิ่งที่เป็นอยู่เลยแม้แต่น้อย  หากแต่ตัวจริงจะเป็นคนขรึม ๆ เข้ม ๆ  จริงจังกับการทำงานเป็นสำคัญ
  • ขอให้ทุกท่านพานพบแต่สิ่งดี ๆ ทั้งการงานและการใช้ชีวิต ... สืบไปอย่างไม่รู้จบนะครับ

 

 

มายด์เน้อ
IP: xxx.157.250.124
เขียนเมื่อ 01 Apr 2009 @ 07:57

กุหลาบแดงแทนรักที่ปักอก

กุหลาบตกคือรักที่หล่นหาย

กุหลาบช้ำคือรักถูกทำลาย

กุหลาบตายคือรักที่จบลง

****ขอบคุณเน้อ*****

************อิอิ**

***********โชคดีนะ

เทียนน้อย
เขียนเมื่อ 01 Apr 2009 @ 08:09

สวัสดีค่ะพี่พนัส

ตามมาอ่านบทความ

แห่งรัก  อิอิอิ 

ขอให้มีความสุขไปนานๆนะคะ

^_^