พวกเราได้เริ่มออกเดินทางเข้าหมู่บ้านในเวลาประมาณ 12.00 น. ด้วยรถกระบะ 5 คัน (คุณครูบอกให้เราจอดไว้ 1 คันเพื่อไปขึ้นรถของชาวบ้านที่ลงมารับ แต่ทุกคนบอกว่าไม่เป็นไร ใจสู้เอาไปกันเอง) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">บรรยายกาศขณะเดินทางเข้าหมู่บ้าน 20 กว่ากิโล (สวยงามมาก) สมพร และพี่สาวคนโตนั่งอยู่หลังกระบะรถ (จริง ๆ น่าจะใช้คำว่านอนมากกว่า…ประเภทขาลุย อยากชมบรรยากาศ…แล้วก็สมใจจริง ๆ)</p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เราใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมงในการเดินทางบนถนนคอนกรีต ที่คดเคี้ยวไปตามหมู่บ้าน และแล้วก็ถึงถนนลูกรังอีกประมาณ 34 กิโล เป็นถนนลูกรังที่ทั้งขึ้นเขา ลงเขา อ้อมเขา ขรุขระ (นี่หน้าหนาวนะ….ถ้าเป็นหน้าฝน…สงสัยขึ้นไม่ไหวแน่ ๆ )เราใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ กว่าจะถึงจุดหมาย ระหว่างทางมีเหตุการณ์ตื่นเต้นเป็นระยะ ๆ เป็นการผจญภัยที่มีความสุขมาก ๆ แวะกลางทางเพื่อพักเป็นช่วง ๆ และดื่มด่ำกับธรรมชาติ (จริง ๆ ในใจพูดว่าเมื่อไรจะถึงเนี่ย…..แอบคิดในใจ ….แต่ชาวบ้านตอบว่านี่ยังไม่ถึงครึ่งทางครับ….ฮา…….(ไม่ค่อยออก) )</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>
</p><p>เมื่อไปถึงจุดหมายปลายทาง โรงเรียนบ้านแกงหอม สาขาม้ง มีเด็ก ๆ เดินอยู่ 2 ข้างถนน ส่งเสียง และยกมือไหว้ สวัสดีครับ สวัสดีค่ะไปตามทาง เมื่อรถถึงโรงเรียน เด็ก ๆ รีบวิ่งมาต้อนรับ ยกมือสวัสดีค่ะ สวัสดีครับ ความเหนื่อยที่สะสมระหว่างเดินทางหายเป็นปลิดทิ้ง เห็นโรงเรียน เห็นเด็ก ๆ เห็นชาวบ้าน เห็นภูขาล้อมรอบ มีคุณครูออกมาต้อนรับ พวกเราไชโย อย่างมีความสุขเมื่อไปถึงโรงเรียน ทุกคนมองซ้ายมองขวาแล้วบอกว่ามีฝรั่งมาด้วย 2 คน เราก็หันซ้าย หันขวา ที่จริงคือสมพร กับพี่สาวที่หัวแดงด้วยฝุ่นจากดินลูกรังระหว่างทางนั่นเอง (นี่วางแผนว่าจะไม่อาบน้ำแล้วนะเนี่ย…..จึงจำเป็นต้องสระผมก่อน จะอาบหรือไม่ค่อยว่ากัน) </p><p><div style="text-align: center">
</div></p><p>เรามาถึงโรงเรียนบ้านแกงหอมในเวลาประมาณ บ่ายสามกว่า ๆ พร้อมกับความหิว ๆ ๆ ๆ จึงล้างมือและทานข้าวเหนียว หมูทอด น้ำพริก แคบหมู ที่ซื้อมาจากตลาดกันด้วยความเอร็ดอร่อย (หน้าระเบียงห้องเรียนเด็ก ๆ ) ตอนนี้ไม่มีภาพบรรยาย เพราะความหิว จึงไม่มีการบันทึกภาพ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หลังจากนั้นจึงได้แยกย้ายกันเพื่อเตรียมเรื่องที่พัก ซึ่งคุณครูได้เตรียมเต็นท์ไว้ให้ และพวกเราได้นำมาบางส่วนด้วย เรากลางเต็นท์บนลานกีฬาของเด็ก ๆ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><div style="text-align: center">
</div></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">บางส่วนเตรียมอาหารเย็น (ซึ่งคือหมูจุ่ม) บางคนเข้าหมู่บ้าน เพื่อหาข้อมูลเชิงลึก …อิอิ….เป็นความลับ… บางส่วนทยอยอาบน้ำ เนื่องจากเริ่มหนาวแล้ว…เด็ก ๆ เข้ามาเล่นออกกำลังกายในโรงเรียน เช่น เด็กเล็ก ๆ จะมาเล่นชิงช้า ม้าหมุน (มีเด็กโข่งเล่นด้วย 1 คน) เด็กโตก็จะเล่นวอลเล่ย์บอล ฟุตบอลเป็นต้น เห็นเด็ก ๆ แล้วมีความสุขมาก และเย็น ๆ จะมีการแสดงของเด็ก ๆ เพื่อต้อนรับพี่ ๆ กันด้วย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>
</p><p>เป็นภาพแห่งความสุขจริง ๆ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">รอติดตามภาค 3 ค่ะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">(หมายเหตุที่เป็นภาพเล็ก เพื่อจะได้ไม่กินเนื้อที่ในบันทึกค่ะ)</p>
ปันน้ำใจต้านภัยหนาว : อิ่มอุ่นในหัวใจ (2)
On the way to Pai (คือคำตอบเมื่อมีเสียงโทรศัพท์ถาม)
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
beeman 吴联乐 · 8 ม.ค. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 8 ม.ค. 2550
Ibm ครูปอเนาะ ڬوروفوندق · 8 ม.ค. 2550
อาจารย์ อ้อม ฐิติรัตน์ สุวรรณสม · 8 ม.ค. 2550
ติดตามต่อครับ...
บรรยากาศดีมาก ..อากาศคงหนาวเย็น อาหารคงอร่อยมาก (เพราะหิว)
งานเลี้ยงต้อนรับภาคกลางคืนน่าสนุกนะครับ
เป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลยนะคะ ทั้งโครงการ และบรรยากาศ
คุณอิ่งอ๊อบคะ..
อยากเห็นรูปฝรั่งหัวแดงจัง
เสียดายมากเลยคะ...ที่ไม่ได้ไปร่วมด้วย
ทั้งที่นัดหมายกันไว้ก่อนแล้ว...
แต่ก็หวังว่า...น่าจะมีโอกาสได้ร่วมการเดินทางกันอีกครั้งนะคะ...
ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่านะคะ
(^_____^)
กะปุ๋ม
คุณเอกคะ
บรรยากาศดีมาก ล้อมรอบด้วยภูเขา มีเสียงเด็ก ๆ เล่นอยู่หน้าโรงเรียนส่งเสียงอย่างมีความสุข เห็นเด็กตัวเล็ก ๆ เลี้ยงน้องแทนแม่ เอาน้องประมาณขวบกว่า ๆ นั่งลงบนเสื้อลากวิ่งไปมาบนสนามหญ้าหน้าเสาธง (ไม่ยักกะร้องไห้) เห็นแม่บ้านไปทำไร่ทำสวนแบกผักกลับบ้าน พอเราบอกว่าอยากได้ผักกาดจะเอามาแกงตอนเย็น จึงรีบกลับไปหามาให้ (จึงได้กินแกงผักกาดใส่หมู โขลกพริกแดงใส่ อร่อยมาก) มีแม่บ้านอุ้มลูกมาเยี่ยมเยือนคณะเดินทางหลายคน มีโอกาสได้สอบถามวิถีชีวิต แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความเป็นไปในชุมชน ถึงได้รู้ว่า ธรรมเนียมม้งถ้าอยากได้สาวผู้ใดเป็นเมียก็ให้ฉุดไปได้เลย และม้งจะมีเมียได้ 4 คน และเมียเป็นคนไปทำงานเลี้ยงสามี โดยการไปทำไร่ททำสวน (ใช่หรือเปล่า) ถามสาวม้ง ลูก 2 ว่าคนหนึ่งเป็นคนที่นี่หรือเปล่า เค้าบอกว่าถูกฉุดมาจากแม่แจ่ม ก็ต้องมาอยู่ที่นี่ เค้าบอกบางครั้งเค้าเคยคิดว่าเค้าไม่อยากเป็นม้งเลย.........
แต่ก็ดูเค้ามีความสุขดีค่ะ...
สำหรับงานเลี้ยงภาคกลางคืน จะเล่าตอนต่อไปนะคะ
คุณแผ่นดิน คะ
ความหนาวไม่เคยปราณีใคร....ด้วยเหตุผลในข้อนี้เราถึงต้องนึกถึงน้อง ๆ ที่มีโอกาสน้อยเช่นพวกเขาไงคะ
เราไปถึงบนดอยอากาศค่อยข้างเย็น เราใส่เสื้อหนาว ใส่ผ้าพันคอ ใส่ถุงมือ แต่เห็นเด็กเล็กคนหนึ่งปล่อยตัวล่อนจ้อน วิ่งเล่นหน้าโรงเรียน จนตัวเองต้องรีบถอดเสื้อหนาว แล้วคิดตามว่ามันหนาวไหม....แล้วเด็ก ๆ จะรู้สึกอย่างไร....เพื่อน ๆ บอกว่าเค้าคงจะชินแล้วเพราะอยู่บนดอยนี้นาน....แต่เราก็บอกว่าชินอย่างไร...ถ้ามันหนาว.....มันก็ต้องมีเสื้อผ้าที่สามารถช่วยบรรเทาความหนาวได้............
พี่คนโตเล่าว่า เพื่อนที่ทำงานถาม "ทำไมเราต้องแจกผ้าห่มทุกปี มันใช้ได้ปีเดียวหรือ" เป็นข้อคำถามที่ติดอยู่ในใจเรามาก......นี่หรือคือคำถามของคนเมืองกรุง......อยากให้เขามาเห็น...มารู้....มาสัมผัสกับสิ่งที่เราเจอตั้งแต่การเดินทาง......ผ้าห่มที่เขาได้รับมันคือทุกอย่างของเขาเองก็ว่าได้......ได้ถามชาวบ้านว่าซักผ้าหรือเปล่า......เค้าตอบว่าซัก แต่มีน้อย...มันจึงต้องใส่ซ้ำกันไปมา แล้วเด็ก ๆ เล่นกับดิน กินกับทราย เสื้อผ้าจึงมอมแมม....แต่เค้าก็อยู่กับสภาพแบบนี้ได้....อย่างมีความสุข.....
...รออ่านโครงการต้านลมหนาวสานปัญญานะคะ
น้องอึ่งอ๊อบคะ
ขอบคุณค่ะ
คุณขจิตคะ
โรงเรียนบ้านแกงหอมมี 2 ที่ค่ะ ของที่ไปก็ไปให้ทั้ง 2 โรงเรียนค่ะhttp://gotoknow.org/blog/sompornp/71469
อากาศที่ไปช่วงนั้นอุ่นขึ้นมาก แต่ช่วงกลางคืนประมาณ 4 - 8 องศาค่ะ พอเช้าอากาศก็อุ่นมาก สาย ๆ ถึงกับร้อนค่ะ เพราะอยู่ใกล้พระอาทิตย์(ฮา..)
เสียใจด้วยไม่เห็นรูปฝรั่ง เพราะฝรั่งอายเลยไม่ได้ถ่ายรูปค่ะ
จ๊อดครับ
ไว้เรียนจบพี่จะไปเที่ยวเกาะช้างแน่นอน เตรียมใจไว้ด้วย
ขอบคุณหมอนนท์ที่แวะมาเยี่ยมค่ะ
โครงการครั้งนี้เป็นสิ่งที่ประทับใจล่าสุดในชีวิต และที่สุดในชีวิตด้วยค่ะ มันเป็นสุขที่ไม่ต้องปรุงไม่ต้องแต่ง เพียว ๆ จากธรรมชาติ จากความบริสุทธิ์ของเด็ก ๆ ของชาวบ้าน ของครูผู้เสียสละ คำว่าเหนื่อยมันหายไปตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่ำหมู่บ้าน ยามค่ำคืนได้นอนผิงดาว ต้องบอกว่าผิงดาวจริง ๆ ค่ะเพราะดาวเต็มท้องฟ้า เอื้อมมือคว้าเหมือนนะอยู่ใกล้ ๆ เรา เห็นพระจันทร์สว่างเต็มท้องฟ้ายามดึกดื่น ไม่ต้องพึ่งแสงตะเกียง แอบมองลอดเต๊นท์ออกมาเชยชม (ไม่กล้าออกมาจริง...เพราะกลัวผี....5555...เด็ก ๆ เล่นละครตอนกลางคืน...ใส่วิกผมเป็นผี....ตอนแจกรางวัล คนแจก(สมพร)ไม่ยอมมองหน้าเลย..มืดก็มืด ...กลัวก็กลัว...เด็ก ๆ หัวเราะ...ตรึมค่ะ......
สุขใจจริง ๆ
คุณติ๋วคะ
เรื่องรูปจะปรับปรุงนะคะ
แต่เรื่องความสุข ล้นใจจริง ๆ
ขอบคุณค่ะ
คุณแป๊ดขา
ใสเจียด้วย ฝรั่งหัวแดงค่าตัวแพงค่ะ
อยากเห็นตัวเป็น ๆ ไหมคะ
กะปุ๋มคะ
คิดถึงกะปุ๋มตลอด
อยากให้เห็น อยากให้สัมผัส อยากโทรเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น
มันเหนือคำบรรยายจริง ๆ
ไว้มีโอกาสอาจจะเป็นปลายปีนี้ค่ะ
ครูอ้อยขา
รูปกำลังปรับปรุงในบันทึกต่อไป
ส่วนฝรั่งจมูกโด่งไปหาที่ไหนดี
คนเหนือกับอีสาน ครือ ๆ กันอ่ะนะ
อิอิ
ได้ความสุขจนลืมคำว่าเหนื่อย
เพราะปกติถ้าไปไหนกลับมาสภาพนี้ ต้องซม(ซาน) แต่ยังมีพลังเหลือเฟือในการทำงานตอนกลางคืน....เป็ฯยาวิเศษจริง ๆ ค่ะ
บรรยากาศทานข้าวกลางวันในเวลาประมาณบ่ายสามโมง ขณะเดินทางมาถึงหิวกันมาก