ชีวิตที่พอเพียง 3492. เล่าไว้ในวัยสนธยา ๑๓. เลี้ยงนก

บันทึกที่ ๑     บันทึกที่ ๒    บันทึกที่ ๓     บันทึกที่ ๔     บันทึกที่ ๕    

บันทึกที่ ๖     บันทึกที่ ๗     บันทึกที่ ๘    บันทึกที่ ๙     บันทึกที่ ๑๐    

ตอนที่ ๑๑     ตอนที่ ๑๒ 

บันทึกชุด เล่าไว้ในวัยสนธยา เป็นการเล่าเรื่อยเปื่อย นึกอะไรออกก็เล่าไว้ เป็นบันทึกชีวิตที่คนสมัยนี้อาจนึกไม่ถึง ว่าชีวิตสมัยก่อนเขาขาดแคลนและยากลำบากขนาดนั้น    และเพื่อตอกย้ำว่า “ชีวิตที่ยากลำบากเป็นชีวิตที่เจริญ” (คำของ ศ. นพ. เสม พริ้งพวงแก้ว) 

ที่จริงผมเล่าเรื่องเลี้ยงนกสมัยเป็นเด็กอยู่ที่ชุมพรใน ตอนที่ ๑๑  แล้ว    ในตอนนี้จึงขอเล่าเรื่องการเลี้ยงนกตอนไปทำงานที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ กับตอนที่มาอยู่ที่บ้านปากเกร็ดในขณะนี้   

ผมย้ายครอบครัวลงไปอยู่ที่หาดใหญ่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๗    ทางมหาวิทยาลัยให้พักที่ “บ้านพักศาสตราจารย์” (สมัยนั้นเรียกอย่างนี้) เลขที่ ๓/๓    อยู่เชิงเขาคอหงส์   เมื่อเข้าไปในมหาวิทยาลัยต้องเข้าไปทางถนนเลียบอ่างน้ำ    สมัยนั้นเรียกว่า “หมู่บ้าน"  ต่อมาภายหลังเรียกว่า “หมู่บ้านเก่า”   เพราะมีหมู่บ้านใหม่เกิดขึ้น

คนทางใต้นิยมเลี้ยงนกเขาและนกอื่นๆ กันมาก    พอดีบ้านพักของผมมีชานยื่นออกไปที่หน้าบ้าน    เป็นที่ตั้งหรือแขวนกรงนกได้สบาย    ผมจึงไปซื้อนกมาเลี้ยง    เริ่มจากนกเขาซึ่งเลี้ยงง่ายที่สุด   คือให้ข้าวเปลือกกับน้ำเท่านั้น    ผมเคยเลี้ยงนกเขาถึง ๔ ชนิด   คือ นกเขาใหญ่  นกเขาเล็ก  นกเขาแขก  และนกเขาเปล้า   

ผมเคยเอานกเขาแขกตัวผู้ เลี้ยงร่วมกรงกับนกเขาใหญ่ตัวเมีย    เขาผสมกันออกไข่ฟักเป็นตัวได้เป็นลูกผสม ที่ขันเสียงคล้ายนกเขาใหญ่ แต่ขยันขันทั้งวันทั้งคืนเหมือนนกเขาแขก    ทำงานเครียดๆ กลับมาบ้านได้ฟังเสียงนกเขาขันมันชุ่มชื่นหัวใจ     ช่วงที่ผมขยายจำนวนนกที่เลี้ยงมากขึ้นๆ     มีนกเขาอยู่ทุกชนิด   แต่นกเขาเปล้าหรือนกเปล้าเป็นนกที่เลี้ยงไม่เชื่อง    เลี้ยงอยู่สองสามเดือนผมจึงปล่อยเขาไป

นกอีกชนิดหนึ่งที่คนทางใต้นิยมเลี้ยง และนิยมเอามาร้องประกวดกันทำนองเดียวกันกับการประกวดนกเขา     คือ “นกกรงหัวจุก”  ภาคกลางเรียกนกปรอดหัวโขน  ภาคเหนือเรียกนกพิดชะรี (ตามเสียงร้อง)    ผมซื้อมาเลี้ยงด้วยกล้วย และทำมันตายหลายตัว จนรู้ว่านอกจากให้กล้วยแล้วต้องให้หนอนหรือไข่มดแดงด้วย    นกเหล่านี้ผมซื้อมาจากตาแป๊ะที่ขายอยู่ริมถนนหน้าตลาดสดเทศบาลหาดใหญ่    แกขายนกสารพัดชนิด รวมทั้งขายไข่มดแดงด้วย    ทั้งหมดนั้นแกรับซื้อมาอีกต่อหนึ่ง    ผมจำได้ไม่แม่นว่านก กรงหัวจุกตัวละเท่าไร    เข้าใจว่าราวๆ ๒๐ - ๓๐ บาท    เลี้ยงได้สักเดือนก็จะเริ่มเชื่องและร้อง    จะให้ดีต้องมีสองตัว ให้มันร้องรับกัน (หรือจริงๆ แล้วสู้กัน เพราะเขาเป็นสัตว์หวงถิ่น)   

นกที่ร้องเสียงไพเราะกว่านกกรงหัวจุกคือนกกางเขนดง    ซึ่งราคาแพงกว่า ตัวและเป็นร้อยบาท และเลี้ยงด้วยไข่มดแดงอย่างเดียว    แต่ตอนหลังก็หัดให้เขากินอาหารหมาได้    โดยเอาอาหารหมาก้อนโตเท่าหัวแม่มือมาแช่น้ำให้นุ่ม แล้วจึงเอาใส่ในถาดอาหารในกรง (นกกรงหัวจุกก็หัดให้กินอาหารหมาได้)    แต่ต้องมีไข่มดแดงเสริมด้วยจึงจะแข็งแรงและร้องบ่อย เสียงเพราะ     

วิจารณ์ พานิช

๓๐ มิ.ย. ๖๒    

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

อาจารย์ผ่านประสบการณ์ชีวิตทุกแบบเลยนะคะ