บันทึกที่ ๑ บันทึกที่ ๒ บันทึกที่ ๓ บันทึกที่ ๔ บันทึกที่ ๕
บันทึกที่ ๖ บันทึกที่ ๗ บันทึกที่ ๘ บันทึกที่ ๙ บันทึกที่ ๑๐
บันทึกชุด เล่าไว้ในวัยสนธยา เป็นการเล่าเรื่อยเปื่อย นึกอะไรออกก็เล่าไว้ เป็นบันทึกชีวิตที่คนสมัยนี้อาจนึกไม่ถึง ว่าชีวิตสมัยก่อนเขาขาดแคลนและยากลำบากขนาดนั้น และเพื่อตอกย้ำว่า “ชีวิตที่ยากลำบากเป็นชีวิตที่เจริญ” (คำของ ศ. นพ. เสม พริ้งพวงแก้ว)
ที่จริงผมเล่าเรื่องเลี้ยงนกสมัยเป็นเด็กอยู่ที่ชุมพรใน ตอนที่ ๑๑ แล้ว ในตอนนี้จึงขอเล่าเรื่องการเลี้ยงนกตอนไปทำงานที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ กับตอนที่มาอยู่ที่บ้านปากเกร็ดในขณะนี้
ผมย้ายครอบครัวลงไปอยู่ที่หาดใหญ่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๗ ทางมหาวิทยาลัยให้พักที่ “บ้านพักศาสตราจารย์” (สมัยนั้นเรียกอย่างนี้) เลขที่ ๓/๓ อยู่เชิงเขาคอหงส์ เมื่อเข้าไปในมหาวิทยาลัยต้องเข้าไปทางถนนเลียบอ่างน้ำ สมัยนั้นเรียกว่า “หมู่บ้าน" ต่อมาภายหลังเรียกว่า “หมู่บ้านเก่า” เพราะมีหมู่บ้านใหม่เกิดขึ้น
คนทางใต้นิยมเลี้ยงนกเขาและนกอื่นๆ กันมาก พอดีบ้านพักของผมมีชานยื่นออกไปที่หน้าบ้าน เป็นที่ตั้งหรือแขวนกรงนกได้สบาย ผมจึงไปซื้อนกมาเลี้ยง เริ่มจากนกเขาซึ่งเลี้ยงง่ายที่สุด คือให้ข้าวเปลือกกับน้ำเท่านั้น ผมเคยเลี้ยงนกเขาถึง ๔ ชนิด คือ นกเขาใหญ่ นกเขาเล็ก นกเขาแขก และนกเขาเปล้า
ผมเคยเอานกเขาแขกตัวผู้ เลี้ยงร่วมกรงกับนกเขาใหญ่ตัวเมีย เขาผสมกันออกไข่ฟักเป็นตัวได้เป็นลูกผสม ที่ขันเสียงคล้ายนกเขาใหญ่ แต่ขยันขันทั้งวันทั้งคืนเหมือนนกเขาแขก ทำงานเครียดๆ กลับมาบ้านได้ฟังเสียงนกเขาขันมันชุ่มชื่นหัวใจ ช่วงที่ผมขยายจำนวนนกที่เลี้ยงมากขึ้นๆ มีนกเขาอยู่ทุกชนิด แต่นกเขาเปล้าหรือนกเปล้าเป็นนกที่เลี้ยงไม่เชื่อง เลี้ยงอยู่สองสามเดือนผมจึงปล่อยเขาไป
นกอีกชนิดหนึ่งที่คนทางใต้นิยมเลี้ยง และนิยมเอามาร้องประกวดกันทำนองเดียวกันกับการประกวดนกเขา คือ “นกกรงหัวจุก” ภาคกลางเรียกนกปรอดหัวโขน ภาคเหนือเรียกนกพิดชะรี (ตามเสียงร้อง) ผมซื้อมาเลี้ยงด้วยกล้วย และทำมันตายหลายตัว จนรู้ว่านอกจากให้กล้วยแล้วต้องให้หนอนหรือไข่มดแดงด้วย นกเหล่านี้ผมซื้อมาจากตาแป๊ะที่ขายอยู่ริมถนนหน้าตลาดสดเทศบาลหาดใหญ่ แกขายนกสารพัดชนิด รวมทั้งขายไข่มดแดงด้วย ทั้งหมดนั้นแกรับซื้อมาอีกต่อหนึ่ง ผมจำได้ไม่แม่นว่านก กรงหัวจุกตัวละเท่าไร เข้าใจว่าราวๆ ๒๐ - ๓๐ บาท เลี้ยงได้สักเดือนก็จะเริ่มเชื่องและร้อง จะให้ดีต้องมีสองตัว ให้มันร้องรับกัน (หรือจริงๆ แล้วสู้กัน เพราะเขาเป็นสัตว์หวงถิ่น)
นกที่ร้องเสียงไพเราะกว่านกกรงหัวจุกคือนกกางเขนดง ซึ่งราคาแพงกว่า ตัวและเป็นร้อยบาท และเลี้ยงด้วยไข่มดแดงอย่างเดียว แต่ตอนหลังก็หัดให้เขากินอาหารหมาได้ โดยเอาอาหารหมาก้อนโตเท่าหัวแม่มือมาแช่น้ำให้นุ่ม แล้วจึงเอาใส่ในถาดอาหารในกรง (นกกรงหัวจุกก็หัดให้กินอาหารหมาได้) แต่ต้องมีไข่มดแดงเสริมด้วยจึงจะแข็งแรงและร้องบ่อย เสียงเพราะ
วิจารณ์ พานิช
๓๐ มิ.ย. ๖๒
อาจารย์ผ่านประสบการณ์ชีวิตทุกแบบเลยนะคะ