ชีวิตที่พอเพียง 3440. เล่าไว้ในวัยสนธยา ๑๑. ไปตัดตีน


บันทึกที่ ๑      บันทึกที่ ๒      บันทึกที่ ๓      บันทึกที่ ๔      บันทึกที่ ๕

บันทึกที่ ๖     บันทึกที่ ๗ บันทึกที่ ๘       บันทึกที่ ๙      บันทึกที่ ๑๐

บันทึกชุด เล่าไว้ในวัยสนธยา เป็นการเล่าเรื่อยเปื่อย นึกอะไรออกก็เล่าไว้     เป็นบันทึกชีวิตที่คนสมัยนี้อาจนึกไม่ถึง ว่าชีวิตสมัยก่อนเขาขาดแคลนและยากลำบากขนาดนั้น    และเพื่อตอกย้ำว่า “ชีวิตที่ยากลำบากเป็นชีวิตที่เจริญ” (คำของ ศ. นพ. เสม พริ้งพวงแก้ว) 

ตอนอยู่ที่บ้านที่ตำบลท่ายาง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร และเริ่มจำความได้    ก็จะมีช่วงฤดูกาลหนึ่งที่ชาวบ้านเดินผ่านหน้าบ้านผมกันเป็นทิวแถวในตอนเช้า    ทักทายกันตามปกติว่า “ไปไหน”    คำตอบคือ “ไปตัดตีน”   

สมัยนั้น คนไทยทักทายกันด้วยคำว่า “ไปไหน”  “กินข้าวยัง”

“ไปตัดตีน”  ย่อมาจาก “ไปตัดตีนรังนก” หมายถึงไปตกแต่งรังนกนางแอ่น เอาส่วนขยะที่ติดกับหิน หรือที่มีขนนกหรือเลือดออกทิ้งไป    เหลือแต่รังนกที่ขาวสะอาดน่ากิน    บริษัทรังนกเขาจ้างคนไปนั่งเป็นแถวทำงานตกแต่งรังนกนางแอ่น    และแม่เคยทำเส้นหมี่ผัดปู (ม้า) ให้ผมเอาไปขายคนเหล่านี้    ผมจึงเคยไปเห็นสภาพการทำงานของ “พนักงานตัดตีน”  

คนแถวบ้านผมจำนวนหนึ่ง มีอาชีพรับจ้างเฝ้าเกาะ    ซึ่งหมายถึงเกาะรังนก    เพื่อไม่ให้มีคนมาขโมยรังนกนางแอ่น    เข้าใจว่าไปคราวละหลายเดือน   แล้วมีเรือไปรับกลับ  ผมไม่แน่ใจว่ามีคนไปผลัดเปลี่ยนเฝ้าตลอดทั้งปีหรือไม่    มีอยู่คนหนึ่งไปเฝ้าจนร่ำรวย ปลูกบ้านใหญ่สวยงาม    น้องชายของผมบอกว่า มีรายได้จากการขายรังนก    ซึ่งหมายความว่าเขาแอบเก็บรังนกเอามาขายเอง       

มีบางครั้ง คนที่ไป “ตัดตีน” เอารังนกมาขายแม่ผม    หรือบางครั้งคนในบริษัทรับสัมปทานรังนก เอามาให้แม่ผมโดยไม่คิดเงิน   แม่จะให้ผมช่วยเอารังนกแช่น้ำจนอ่อนนิ่ม แล้วใช้มีดแซะทำความสะอาดอีกชั้นหนึ่ง    ก่อนเอาไปต้มกับน้ำตาลทรายกินเป็นของหวาน    ถือเป็นขนมที่เป็นของสูง นานปีทีละหนที่จะได้กิน         

ตอนผมอายุได้สัก ๑๑ - ๑๒ ขวบ พ่อเริ่มทำโรงสี    เปลี่ยนอาชีพจากเถ้าแก่รถโดยสาร มาเป็นเถ้าแก่โรงสี    หน้าโรงสีมีกองแกลบกองมหึมา    มีแมลงตัวเล็กๆ บินออกจากกองแกลบ    จึงมีนกนางแอ่นจำนวนมากมายบินว่อนอยู่เหนือกองแกลบ เพื่อโฉบจับแมลงกิน    พวกผมเด็กๆ ซุกซน ก็เอาไม้ไผ่ไปตีนกตกลงมาตายเอาไปย่างไฟกิน    ที่จริงนกตัวเล็กนิดเดียว แต่เด็กๆ ซุกซนไม่มีอะไรเล่นก็ประลองฝีมือด้วยชีวิตอื่น บาปแท้ๆ            

แกลบกองมหึมานี้มีคนมาขอไปทำฉนวนเก็บน้ำแข็งไม่ให้ละลายเร็ว    สมัยก่อนไม่มีลังปลาสติกใส่น้ำแข็งอย่างสมัยนี้    แต่ที่เขามาขอนับว่าน้อยมาก โรงสีปล่อยแกลบออกมาทุกวันกองเป็นภูเขา    ในที่สุดพ่อผมก็เกิดความคิด เอาแกลบไปถมที่    เพราะที่หลังบ้านยกร่องเป็นสวนมะพร้าว    ร่องสวนโดนแกลบถมหมด    ในที่สุดสวนมะพร้าวหลังบ้านก็หมดสภาพเป็นร่องสวน    กลายเป็นพื้นราบ และต้นมะพร้าวงามมาก ออกลูกดก เพราะได้ปุ๋ยธรรมชาติ    การเปลี่ยนสภาพสวนด้วยการถมแกลบนี้ใช้เวลาเป็นสิบปี กว่าร่องสวนถมแกลบจะกลายเป็นพื้นดินสม่ำเสมอ   

สมัยเป็นเด็ก ก่อนพ่อจะมีโรงสี ผมชอบมองท้องฟ้า    ดูเรือบิน ดูเหยี่ยวบินวนอยู่บนฟ้าสูงลิบ    และดูนกนางแอ่นตัวเล็กๆ บินสูงในระดับสิบวาขึ้นไป    ไม่เคยเห็นนกนางแอ่นเป็นๆ    มาเห็นก็ตอนที่เอาไม้ไปรอตีตอนเขามาโฉบแมลงเหนือกองแกลบนี่แหละ

คนบ้านนอกสมัยก่อนเวลาว่างมาก    จึงมีของเล่นเยอะ    อย่างหนึ่งคือเลี้ยงนก    คราวหนึ่งผมได้ “นกแล้” (ภาษาท้องถิ่นชุมพร) มาตัวหนึ่ง ลักษณะเป็นนกแก้วตัวเล็กๆ สีเขียว    กินกล้วยเป็นอาหาร    เขาเลี้ยงในกรงไม้ไผ่ทรงกลมแป้น    มันจะไต่กรงแบบห้อยหัวดูเพลินดี   

มีอยู่คราวหนึ่ง ลูกน้องของพ่อขึ้นต้นมะพร้าวไปเจอรังนกเอี้ยง    ในรังมีลูกนกสองตัว ที่ขนขึ้นเกือบเต็มแล้ว     จึงขโมยเอามาใส่กรงแขวนไว้    ลูกนกร้องเรียกพ่อแม่    พ่อแม่ก็หาเหยื่อมาป้อนจนโต    และเราหัดให้กินข้าวคลุกไข่    และหัดให้เลียนเสียงคน    ตอนนั้นเราใช้คำว่าหัดให้นกพูด   ซึ่งแท้จริงแล้วนกพูดไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจความหมาย    เขาแค่เลียนเสียงคน   

นกที่เรานิยมเลี้ยงไว้ดูเล่นและหาง่ายเลี้ยงง่ายเป็นนกกระจาบตัวเล็กๆ    สีน้ำตาลแดงคอดำ จงอยปากใหญ่สั้น สำหรับขบเมล็ดข้าวกินแต่ข้าวกล้อง คายแกลบทิ้ง    เราเลี้ยงด้วยข้าวเปลือก   ทั้งที่เป็นรวง และที่ใส่กระบอกไม้ไผ่ไว้ในกรง    กรงนี้ผมทำเอง ทำด้วยไม้ระกำตัดจากกอระกำข้างบ้าน   เอามาปอกเปลือกทิ้ง ใช้เป็นโครงกรง    ซี่กรงทำด้วยไม้ไผ่ที่เหลาเป็นซี่เล็กๆ กลมเกลี้ยง   มีประตูสำหรับเปิดใส่นก    ส่วนข้าวและน้ำใส่ผ่านซี่กรงได้   นกเหล่านี้มีมากมายในนาหลังบ้าน    ช่วงข้าวสุกนกมากินข้าวและร้องระงม  ชาวบ้านไปดักเอามาขายหรือเลี้ยง   

ที่หลังบ้านไกลออกไป มีที่ดอนอยู่หน่อยหนึ่ง    มีจอมปลวกและต้นตะขบ   มีนกกระจาบหัวเหลืองมาทำรังเต็มไปหมด    นกกระจาบหัวเหลืองเป็นนกนักถักรังจากหญ้าแห้ง    มีทั้งรังสำหรับฟักไข่และรังชิงช้า เอาไว้เกาะเล่นลม    ผมค้นกูเกิ้ลพบว่าเดี๋ยวนี้ชาวบ้านไปเก็บรังนกกระจาบเอาไปขาย  คนซื้อเอาไปประดับบ้าน    ถือได้ว่าเป็นการรังแกสัตว์อย่างหนึ่ง   

นานๆ จะมีชาวบ้านเอา นกพริก หรือนกกระทุงมาขาย    เขาดักได้และจัดการฆ่าถอนขน และควักไส้ทิ้งแล้ว    แม่มักจะซื้อเอามาแกง หรือทำนกทอดพริกไทยให้ลูกๆ กิน   

เริ่มจากรังนกนางแอ่น  เล่าเรื่องนกอื่นๆ ไปเรื่อยๆ ตามลมพาไป    เพื่อฟื้นความจำสมัยเด็กเมื่อเกือบ ๗๐ ปีก่อน    ที่เด็กสมัยนี้หาประสบการณ์นี้ไม่ได้แล้ว    รวมทั้งหลานๆ ของผมที่ชุมพร   ซึ่งยังอยู่ที่บ้านเดิมของพ่อ                    

วิจารณ์ พานิช

๘ พ.ค. ๖๒   

หมายเลขบันทึก: 661857เขียนเมื่อ 30 พฤษภาคม 2019 19:59 น. ()แก้ไขเมื่อ 31 พฤษภาคม 2019 17:42 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (2)

วัยสนธยา….นี้..เป็นเวลา กว่าเจ็ดสิบปี…เป็นเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว…และเป็นวัยที่ หวลกลับไปไม่ได้..หากเป็นความทรงจำ อัน ยาวนาน….ที่สดชื่น เสมอๆมา

เป็นเรื่องเล่าที่น่าอ่านมาก เด็กๆสมัยนี้ไม่ค่อยได้เจอ สมัยผมเด็กๆยังมีโอกาสยิงนกตกปลาอยู่เลยครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี