สวัสดีครับลูกศิษย์ทุกท่าน
ผมเปิด Blog นี้ขึ้นมาเพื่อให้เป็นช่องทางในการรวบรวมข้อมูลการเรียนในวิชา PHD 8205 การจัดการทุนมนุษย์ และทุนสังคม อาทิ การสรุปการเรียนรู้ในเเต่ละครั้ง. การใช้เป็นช่องทางในการส่งการบ้านหรือการอภิปรายต่าง ๆ จากการเรียนในห้อง เเละเป็นการ Share ความรู้จากในห้องเรียนสู่นอกห้องเรียน
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเรียนในวิชานี้จะเป็นการเสริมสร้างศักยภาพที่มีอยู่เเล้วของนักศึกษาเเต่ละท่านให้เกิดการพัฒนาทางด้านทักษะการจัดการทุนมนุษย์เพิ่มขึ้นเเละเป็นการสร้างเครือข่ายทางการเรียนในเป็นสังคมเเห่งการเรียนรู้ต่อตัวนักศึกษาเองเเละองค์กร เพื่อเป็นพื้นฐานที่ดีในการพัฒนาชาติต่อไป
ขอบคุณครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
ผมขอเข้ากลุ่มด้วยนะครับ
ผมขอเข้าร่วมกลุ่มนี้ด้วยนะครั
ปรัชญาของนักปราชญ์จะนานหรือเก่าขนาดไหน ก็ไม่ล้าสมัย
โดยเฉพาะถ้าเราสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาช่วย
เพิ่มศักยภาพในการพัฒนาทุนมนุษย์
บทสัมภาษณ์คุณพารณ พูดเกี่ยวกับทุนมนุษย์สามารถนำมาเป็นเพิ่มศักยภาพของพนักงานในองค์กรให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพได้
สามารถใช้กับยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ได้ โดยต้องนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ร่วมในการพัฒนาทุนมนุษย์
ซึ่งในปัจจุบันสอดคล้องกับการแข่งขัน สภาพแวดล้อม การพัฒนาทุนมนุษย์ โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่และนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาทุนมนุษย์ ตรงกับหัวข้องานวิจัยของชมภู สายเสมา หัวข้อคือ “บุพปัจจัยของระบบ e-Learning ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาทุนมนุษย์ในโครงการอบรมบุคคลากรของกรมการขนส่งทางบก ในประเทศไทย”
e-Learning คือนวัตกรรมที่นำมาพัฒนาทุนมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในยุค Digital Economy
ประสิทธิภาพ หมายถึง Any Time, Any Place, Any Device
ประสิทธิผล หมายถึง จำนวนคนมาก ๆ และ การอบรมทางไกล เช่นหน่วยงานที่มีหลายสาขาทั้งในและนอกประเทศ
2. จะเพิ่มประเด็นอะไรบ้างในยุคปัจจุบัน 2560 (โจทย์เดิม 2517)
ประเด็นที่อยากเพิ่มเติมคือ
การบ้านจากการดูวีดีโอเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2560 ที่ท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ได้สัมภาษณ์ท่าน พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ในหัวข้อเกี่ยวกับทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นวีดีโอที่บันทึกไว้กว่า 30 ปีแล้วนั้น
ในบทสัมภาษณ์ท่านพารณ พูดถึงเรื่องความเชื่อและความศรัทธา โดยท่านเชื่อว่าคนเป็นทรัพย์สินที่เพิ่มมูลค่าต่อองค์กร เมื่อพนักงานทำงานอยู่ในองค์กรนานก็จะยิ่งมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากทรัพย์สินอื่นที่มูลค่าจะลดลงเมื่ออยู่หรือใช้งานไปนาน ๆ ศักยภาพขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับการพัฒนาคนในองค์กร ทำให้คนในองค์กรมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา นอกจากนี้เมื่อเทคโนโลยีทันสมัยขึ้น มีเครื่องจักรใหม่ ๆ เกิดขึ้น หากคนไม่พัฒนาก็จะไม่สามารถควบคุมเครื่องจักรใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น หากจะนำแนวคิดจากบทสัมภาษณ์นี้มาปรับใช้กับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลปัจจุบัน ผมมีความคิดเห็นดังนี้
รัฐบาลควรต้องกำหนดนโยบายการจัดการทุนมนุษย์ให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เนื่องจากนโยบายไทยแลนด์ 4.0 พูดถึงการเปลี่ยนความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบไปสู่ความได้เปรียบในเชิงแข่งขันด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ โดยการยกระดับขีดความสามารถใน 4 กลุ่มเป้าหมาย คือ
เกษตรแบบดั้งเดิม เป็นเกษตรสมัยใหม่ ที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยี
SME แบบเดิม ที่รัฐต้องให้การช่วยเหลือตลอดเวลา เป็น Smart SME และ Start-up ที่มีศักยภาพสูง
การบริการที่มีมูลค่าต่ำ ไปสู่ High Value Services
แรงงานที่ขาดทักษะ ไปสู่แรงงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะสูง
ซึ่งทั้ง 4 กลุ่มเป้าหมาย คนเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ซึ่งจากการศึกษาเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์นั้น เราต้องเริ่มจากการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม เป็นอันดับแรก พัฒนาปัญญา เป็นลำดับถัดมา พัฒนาความสุขในการทำงานเป็นลำดับที่สาม สร้างเครือข่ายเป็นลำดับที่สี่ ความยั่งยืนเป็นลำดับที่ห้า เราจึงจะสามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และสร้างนวัตกรรม (Innovation) เพื่อให้การพัฒนาคนเป็นไปอย่างมั่นคงและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ การสร้างไทยแลนด์ 4.0 ไม่ใช่เพียงการจัดงานสัมมนา หรือการเสาะหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น การจัดงานสัมมนาเป็นเพียงการเผยแพร่แนวคิดหรือแนวนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ให้ประชาชนได้รับทราบ การเสาะหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น IoT (Internet of Things) ก็เป็นเรื่องที่นำมาสนับสนุนนโยบายเพียงบางส่วน แต่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างจริงจัง เพราะหากรัฐบาลสามารถพัฒนาคุณสมบัติพื้นฐานของประชาชนในเรื่องทุนมนุษย์ได้แล้ว การพัฒนาประเทศไทยของเราตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ก็จะสามารถดำเนินการได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน
4. จะใช้ใน 4.0 ได้หรือไม่ อย่างไร
Thailand 4.0 เป็นวิสัยทัศน์เชิงนโยบาย ที่ต้องการเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และ นวัตกรรม บนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง และธรรมาภิบาล
เปลี่ยนจากการผลิตสินค้า “โภคภัณฑ์” ไปสู่สินค้าเชิง “นวัตกรรม”
เปลี่ยนการขับเคลื่อนประเทศด้วย
ภาคอุตสาหกรรม ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
การเกษตรเปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิม ไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ ที่เน้นการบริหารจัดการและใช้เทคโนโลยีหรือ Smart Farming เป็นเกษตรกรแบบเป็นผู้ประกอบการ
เปลี่ยนจาก SMEs แบบเดิมไปสู่การเป็น Smart Enterprises และ Startups ที่มีศักยภาพสูง
เปลี่ยนจากรูปแบบบริการแบบเดิมซึ่งมีการสร้างมูลค่าค่อนข้างต่ำ ไปสู่บริการที่มีมูลค่าสูง
เปลี่ยนจากแรงงานทักษะต่ำไปสู่แรงงานที่มีความรู้และทักษะสูง
ตัวอย่างองค์กรที่ประสพความสำเร็จในนวัตกรรมการจัดการ
Thailand 4.0 จึงเป็นนโยบายที่ต่อยอดการพัฒนาทุนมนุษย์ให้เกิดนวัตกรรม ผ่านทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่ เพื่อยกระดับระบบเศรษฐกิจของไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิด ความก้าวหน้า มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืนแก่สังคมไทย
จิตวิทยาปรัชญา
เศรษฐศาสตร์, สังคมศาสตร์ + นิติศาสตร์
การเงิน, รัฐศาสตร์
วิทยาศาสตร์, จิตวิทยา
เทคโนโลยี ทรัพยากรมนุษย์ ----
นวัตกรรม ----> Thailand 4.0
พอเพียง + ธรรมภิบาล ----
นวัตกรรมการจัดการ
ก้าวหน้า มั่งคั่ง มั่นคง ยังยืน
จะเห็นว่าความสำเร็จหรือล้มเหลว ล้วนมีปัญจัยเริ่มต้นมาจากมนุษย์ทั้งสิ้น
ปัจจัยอื่นๆ เช่น เงินทุน ที่ดิน ทรัพยากร เป็นส่วนประกอบหรือสนับสนุนที่ตามมาให้เกิดความสำเร็จ
กระบวนการในการพัฒนาประเทศภายใต้นโยบาย Thailand 4.0
กำหนดวิสัยทัศน์ให้ทุนมนุษย์เป็นผู้สร้าง 3V
โดยขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และ นวัตกรรม บนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง และธรรมาภิบาล
การพัฒนาทุนมนุษย์ต่อยอดให้สนองตอบต่อนโยบายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยมีปัจจัยแวดล้อมที่ต้องพิจารณา คือ
ข้อจำกัด อุปสรรค และโอกาส
แนวทางการพัฒนาทุนมนุษย์
การบูรณาการ
บทสัมภาษณ์คุณพารณ
เห็นด้วยอย่างยิ่ง เกี่ยวกับแนวคิดของคุณพารณเรื่องคน โดยเฉพาะเรื่องคนเป็นทรัพย์สินขององค์กรที่เพิ่มมูลค่าต่อองค์กรตามเวลาที่ผ่านไป แนวความคิดที่ดีไม่มีล้าสมัย สามารถใช้ได้เสมอ
ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องของการเพิ่มเติม แต่เป็นเรื่องของการให้น้ำหนักหรือเน้นประเด็นที่แตกต่าง เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย ในยุคปัจจุบัน การติดต่อสื่อสารสะดวกรวดเร็วและง่าย กระแสทุนนิยมที่รุนแรง การแข่งขันทางด้านวัตถุ ซัดสาดถาโถมรุนแรง คนดีเสียได้ง่ายขึ้นจากสิ่งยั่วยวนที่เห็นได้ง่าย เข้าถึงได้ง่ายกว่าในอดีตมาก อีกทั้งคนมีโอกาสได้รับความรู้ที่สูงได้ง่ายดายขึ้น เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตนำพามาซึ่ง ความรู้อันไร้ขีดจำกัด มากกว่ายุคก่อนมาก แต่ขณะเดียวกัน ก็เป็นสื่อที่สามารถสร้างโทษได้มหันต์เช่นกัน เรื่องที่เราควรให้ความสำคัญและเน้นให้เข้ากับยุคสมัยเมื่อพัฒนาคนคือ
คนเก่ง ในเรื่องวิชาความรู้ที่ได้เล่าเรียนมา จะกลายเป็นคนที่อันตรายยิ่ง ถ้าไม่ได้ถูกพัฒนาทางอารมณ์ วุฒิภาวะ และการรับฟังผู้อื่น ความรู้หลายอย่างต้องได้มาด้วยการผ่านประสบการณ์จริง เพราะตำราไม่สามารถบอกได้ทุกอย่าง ความน่ากลัวคือ การหลงว่าตัวเองได้เรียนมาสูง ความรู้มาก ทฤษฎีที่ร่ำเรียนมานั้นสุดยอด และ ใช้มากำหนดกฎเกณฑ์หรือกลยุทธให้คนเดินตาม ไม่รับฟังคำท้วงติง แต่มุ่งมั่นเดินไปสู่สิ่งที่กว่าจะรู้ว่าไม่ใช่ก็สายเสียแล้ว
๔. จะใช้ใน ๔.๐ ได้หรือไม่อย่างไร
บทสัมภาษณ์คุณพารณนำเสนอแนวทางในการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก่องค์การ การความเชื่อมั่น การมีจิตสำนึก/จริยธรรม ความสุข ความผูกพันธ์ของบุคลากร ซึ่งเป็นแนวทาง/เทคนิคที่ทันสมัย และใช้ได้ในทุกยุคสมัย
ทิศทางการพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ ๔.0 มุ่งสู่การการพัฒนาเศรษฐกิจโดยปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจสู่ Value-Based Economy หรือ โครงสร้างเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เปลี่ยนจากสินค้าโภคภัณฑ์ เป็น สินค้าเชิงสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมาย ๔ ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความอยู่ดีมีสุขของสังคม การยกระดับคุณค่ามนุษย์ และการรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งถึงแม้ว่าแนวทางการพัฒนาตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 จะมีประเด็นเกี่ยวกับการยกระดับคุณค่ามนุษย์ แต่เน้นในเชิงความรู้ ความสามารถในการยกระดับด้านเศรษฐกิจ ซึ่งหากใช้แนวทางจากบทสัมภาษณ์ฯ อาจเป็นอีกประเด็นในการใช้เป็นฐานการในยกระดับของคน ให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ หรือเป็นทุนมนุษย์ในการพัฒนา โดยส่วนของ
๑. สร้างความรู้ เข้าใจ และสร้างความเชื่อ (Believe) ของบุลากร ถึงทิศทางการพัฒนาต่าง ๆ เพื่อให้คนทุกระดับสามารถเป็นทุนในการพัฒนาปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับแนวนโยบายที่กำหนด ซึ่งเมื่อเกิดความเชื่อ ความศรัทธาย่อมเกิดการมีส่วนร่วมในคิด ร่วมทำ ร่วมพัฒนา ซึ่งจะประสบความสำเร็จและยั่งยืน
๒. ส่งเสริมคนให้มีมุมมองที่รอบด้าน หลากหลายทั้งปัจจัยภายในประเทศ และปัจจัยนอกประเทศ ซึ่งจะได้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลง และความต้องการ (Demand-side) จากภายนอก เพื่อใช้ในการร่วมขับเคลื่อนจากทรัพยากร และทุนในประเทศ (Supply-side)
๓. ใช้การสื่อสารเพื่อให้เกิดการรับรู้ ความเข้าใจ โดยใช้การสื่อสารทั้งจากรัฐบาล /ภาครัฐ (Top-down) และต้องรับฟังเสียงของคน/ประชาชนที่ร่วมขับเคลื่อน (Buttom-up) เพื่อให้เกิดการยอมรับ ความเชื่อ และนำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน
๔. สร้างบรรยายกาศการเพิ่มองค์ความรู้ และมีความคิดเชิงนวัตกรรม ทั้งการรับรู้/การคิดแบบใหม่ ๆ การปรับมโนทัศน์ในการใช้ชีวิต/การจัดการ การคิดวิธีการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และการอำนวยความสะดวกทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) หรือสื่อดิจิทัลเพื่อลดต้นทุน ได้นวัตกรรมใหม่ และสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและบริการ
๔. พัฒนาแนวคิดการทำงานเป็นทีม มีความหลากหลายทางเทคนิค/แนวคิด สร้างการทำงานในลักษณะเครือข่ายเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งเรียนรู้จาก Best Practice และปัญหาอุปสรรค
๕. สร้างจิตสำนึก คุณธรรม จริยธรรมในการดำรงชีวิต ทั้งชีวิตประจำวัน และในการทำงาน เนื่องจากการขาดคุณธรรม จริยธรรมของคน ย่อมส่งผลให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ แตกแยก ขาดความสามัคคี ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา
๖. พัฒนาคุณภาพชีวิต และความสุขตามระดับเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้พร้อมในการพัฒนา
ทุนมนุษย์เป็นทุนสำคัญในการขับเคลื่อนงาน ส่งเสริมการพัฒนา สร้างนวัตกรรม ซึ่งทุนมนุษย์ยิ่งพัฒนายิ่งเกิดมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น การพัฒนาสู่ไทยแลนด์ ๔.๐ ต้องตระหนักถึงการพัฒนาทุนมนุษย์รอบด้าน เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อน
แนวคิดของคุณพารณเรื่องคน ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร
เห็นด้วยกับแนวคิดของคุณพารณ การบริหารงานบุคคลเป็นแนวคิดที่มีความทันสมัยเสมอ เนื่องจากคนเป็นสัตว์สังคม เป็นสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ (Intangible assets) แนวคิดในการบริหาร/การพัฒนาคนถือเป็นการลงทุน เพื่อรอผลสำเร็จจากการลงทุน โดยการบริหาร/พัฒนาคนต้องพิจารณารอบด้าน ทั้งความคิด ความรู้สึก ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความสุข การให้ความเคารพ ความมีศักดิ์ศรี ให้เกียรติซึ่งกันละกัน ซึ่งจะทำให้เกิดความผูกพัน ความมุ่งมั่นในการทำงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย การทำงานเป็นทีม และเครือข่ายซึ่งจะทำให้การทำงานงานขึ้น ลดระยะเวลา เกิดแนวความคิดที่หลากหลาย และประสานส่งเสริมซึ่งกันและกัน
อย่างไรก็ตาม ในบริบทโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง ความไร้พรมแดนเป็นสิ่งที่ทุกประเทศต้องตระหนัก ประกอบกับทิศทางการพัฒนาประเทศ ที่ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเป็นแนวทางในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ การบริหาร/พัฒนาคน ต้องส่งเสริมความคิดแบบนานาประเทศ ( International) ความหลากหลายในความต้องการ และนโยบาย/แนวพัฒนาของนานาประเทศ ส่งเสริมการใช้การคิดนอกกรอบ วิเคราะห์ ดัดแปลง และสร้างนวัตกรรมในด้านต่าง ๆ ซึ่งสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สื่อไร้สาย ดิจิทัลทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นเครื่องมือ
-------------------------------------
จะเพิ่มประเด็นอะไรบ้างในยุคปัจจุบัน 2560
การสัมภาษณ์คุณพารณ ที่พูดถึงทุนมนุษย์สามารถนำมาเพิ่มศักยภาพของพนักงาน เมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา ท่านได้ให้ประด็นที่ครอบคลุมและมีประโยชน์ม ซึ่งในยุคปัจจุบันเป็นยุคที่การสื่อสารไร้พรหมแดน เราอาจจะต้องมีการเพิ่มประเด็น ในความคิดเห็นของผมดังนี้
- การสื่อสารในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อผ่านทาง จดหมายอิเล็คโทรนิค ทางโทรศัพย์มือถือ ซึ่งเป็นไปอย่างรวดเร็วและกระจายได้ทั่วถึง ซึ่งข่าวสารต่างๆเหล่านี้มีทั้งที่มีการตรวจสอบและไม่มีการตรวจสอบ ซึ่งขึ้นอยู่กับการรับรู้ของผู้ได้รับ ว่าจะมีการกลั่นกรองข่าวสารนั้นๆได้อย่างไรบ้าง ซึ่งข้อมูลบางอย่างอาจทำให้เกิดความเสียหายกับองค์กรได้ ประเด็นนี้จะต้องมีการเตรียมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น
- การเพิ่มความปฎิสัมพันธ์ในองค์กร ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันเราติดต่อกันทางโทรศัพย์ จดหมายอิเล็คโทรนิค แม้กระทั่งผ่านแอฟพิเคชั่น ทางมือถือ ลดการประชุมร่วมกัน การสื่อสารเป็นการรับส่งทางจดหมายอิเล็คโทรนิค ซึ่งเราอาจจะไม่มีการพบหน้ากันเลย เจอกันแต่ในตัวหนังสือ หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่วิธีการทำงานแบบใหม่ คือการทำงานที่บ้าน ซึ่งทำให้พนักงานรู้จักกันน้อยมาก ความสัมพันธ์ในที่ทำงานน้อยลง ซึ่งประเด็นนี้ยังใหม่มากสำหรับประเทศไทย แต่ก็กำลังเป็นที่นิยมในประเทศที่พัฒนาแล้ว
- การพัฒนาเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม ปัจจุบันมีกลุ่มบริษัท ข้ามชาติเข้ามาในประเทศเรามาก วัฒนธรรมองค์กร ก็มีความแตกต่างกันในแตะละภูมิภาค จะเห็นได้ว่าบางแห่งเน้นแต่ กำไรสูงสุด โดยวัดผลเป็นเป็นหมายต่างๆเป็นตัวชี้วัด ซึ่งบางอย่างก็อาจจะไม่เป็นธรรมกับคู่ค้า ซึ่งบริษัทข้ามชาติเหล่านี้ได้เข้ามาเปลี่ยนคุณธรรมและจริยธรรมของเราหรือไม่
จากบทสัมภาษณ์คุณพารณ
ข้อ 3 นำมาใช้ในภาคราชการได้หรือไม่อย่างไร
ในการอภิปรายครั้งนี้ขอนำประเด็นเกี่ยวกับ “ความเชื่อ ศรัทธา และผู้นำ” ในเบื้องต้น
ขอตอบอย่างเต็มปากเต็มคำว่าสามารถนำมาใช้ได้อย่างแน่นอน
หากวิเคราะห์ให้ดีจะเห็นได้ประเด็นที่เกี่ยวกับคน ทรัพยากรมนุษย์ และทุนมนษย์ ต้อบอกว่าเป็นประเด็นคลาสสิค เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่วัน กี่เดือน และกี่ปี สถานการณ์จะผันผ่านไปสักเท่าใด ประเด็นหลักๆ ที่เราได้พูดถึงเรื่องคนก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปเท่าใดนัอาจมีเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดซึ่งก็ผันแปรไปตามสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ต่างๆ
เข้าประเด็นครับ บทสัมภาษณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 30 กว่าปีมาแล้ว แต่เกือบคุกถ้อยคำของคุณภาพารณ และท่าน ศ.ดร.จีระ ยังคงเป็นความจริงจนถึงทุกวันนี้ และน่าจะเป็นความจริงไปอีกนานจนกว่าจะมีวิวัฒนาให้พวกเราเรียน วิชาการจัดการทุนหุ่นยนต์และสังคม
ความเชื่อ ผมเห็นด้วยว่าเป็นสิ่งที่ทรงพลัง เพราะหากเราเชื่อว่าสิ่งนั้นดี เชื่อว่าสิ่งนั้นใช่ จิตใจของคนเราก็จะเอนเอียงไปกับสิ่งนั้น ซึ่งก็สอดคล้องกับหลักศาสนาต่างๆ ที่ใช้ความเชื่อเป็นเครื่องมือในการนำพาให้ผู้คนเข้ามาสนใจศาสนา และกิจกรมต่างๆ ของศาสนานั้นๆ
ศรัทธา ผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่เกิดจากความเชื่อที่สั่งสมมานาน จนเกิดเป็นแรงศรัทธา
ไม่ว่าผู้ใดผู้หนึ่งหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งที่ได้รับความศรัทธา จะเกิดเหตุการณ์หรือวิกฤตขึ้นมา แรงศรัทธาที่ผู้คนมีต่อบุคคลหรือองค์กรก็จะเป็นตัวที่จะช่วยให้บุคคลหรือองค์กรนั้นๆ ผ่านวิกฤตไปได้รวมถึงเรื่องการส่งเสริมให้ประสบความสำเร็จด้วยนะครับ
ผู้นำ จึงจำเป็นต้องทำให้บุคลกรในองค์กรเกิดความเชื่อก่อนว่าท่านจะสามารถนำองค์กรไปสู่เป้าหมายได้ เมื่อผู้นำไปในทิศทางที่ถูกต้องและดีแล้ว จนสามารถทำให้บุคลากรเห็นความสำเร็จโดยลำดับ เมื่อนั้นก็จะเกิดพลังศรัทธาขึ้น ผู้นำผู้นั้นก็จะสามารถนำพลังศรัทธาเป็นกลไกสำคัญที่จะนำพาองค์กรค์ไปสู่ความสำเร็จได้อย่างสวยงาม
ดังนั้นผมจึงเชื่อว่าทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน จึงสามารถนำแนวความเรื่อง “คน” ที่คุณพารณได้กล่าวไว้นำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างแน่นอนครับ
แนวคิดของคุณพารณเรื่องคน ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร
การที่ได้ฟังบทสัมภาษณ์ระหว่างท่านพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรมนุษย์นั้น สามารถเติมเต็มสิ่งที่ผมเคยคิดว่ามีความเข้าใจอยู่แล้วในระดับหนึ่ง ให้เห็นภาพกระจ่างใสมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น เห็นภาพตัวอย่าง และเข้าใจลึกซึ้งกว่าที่เคยรู้มา
ผมเคยเรียนรู้มาว่า มนุษย์ เป็นทรัพยากรที่สำคัญและทรงคุณค่าที่สุด เนื่องจากทุกๆ สิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม อะไรก็แล้วแต่บนโลกใบนี้ ถูกขับเคลื่อนด้วยมนุษย์ทั้งสิ้น เมื่อย่อขนาดลงมาสู่ระดับองค์กร พนักงานในองค์กรก็เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนให้หน่วยงานก้าวไปข้างหน้า
ประโยคที่ผมได้ยิน และกระตุ้นให้ผมยิ่งให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพยากรมนุษย์คือ คน จะมีมูลค่าเพิ่มในระยะยาว ซึ่งเมื่อฟังแล้วนำกลับมาคิด จะเข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องจริงอย่างที่สุด
แต่ทำอย่างไร จึงจะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับ คน ได้จริงๆ โดยที่เมื่อเราสามารถสร้างให้ คนๆ นั้น มี "มูลค่า" เพิ่มขึ้นได้แล้ว ยังจะรักเรา ยังจะใช้ความสามารถที่มีนั้นเพื่อองค์กรของเรา
ท่านพารณก็ได้ยกตัวอย่างในสิ่งที่ท่านได้ทำ ในการบริหารคน ซึ่งมีลักษณะในการใช้ใจ ซึ่งผมฟังแล้วเห็นว่า เป็นหนึ่งในแนวทางการบริหารคนที่ดีมากจริงๆ การสร้างความเป็นกันเองกับพนักงาน การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การประสานความสัมพันธ์ของผู้คนในองค์กร
ตัวอย่างเช่น ท่านเข้าใจและรู้ว่า บางครั้ง สิ่งที่พนักงานต้องการ ไม่ใช่แค่เพียงค่าตอบแทนที่เป็นเงินเท่านั้น แต่พวกเขาเหล่านั้นยังต้องการสิ่งตอบแทนทางจิตใจอีกด้วย เช่น คำชมเชย หรือกำลังใจ
สิ่งเหล่านี้ฟังดูเหมือนเป็นพื้นฐานง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วการจะทำให้เกิดผลใช้ได้จริงนั้น เป็นเรื่องยากอย่างที่สุด
เพราะผู้ที่เป็นผู้นำ ผู้ที่จะนำเรื่องนี้ไปดำเนินการ ไปประยุกต์ใช้จริง จะต้องมีความรู้ความเข้าใจ ในสิ่งที่เขาจะดำเนินการเสียก่อน จะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สิ่งที่ผู้ตามนั้นต้องการ มีอะไรบ้าง และต้องทำอย่างไรเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนในองค์กร โดยที่สามารถทำให้องค์กรเจริญเติบโตไปพร้อมๆ กัน
แนวความคิดของท่านพารณนั้น เป็นสิ่งที่ผมเห็นพ้องด้วยอย่างที่สุด และไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า เป็นหนึ่งแนวคิดในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่ทรงคุณค่าที่สุดที่เคยมีมา
ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งกับแนวคิดการบริหารทุนมนุษย์ เพราะมนุษย์นั้นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดหากองค์กรขาดมนุษย์ที่ดีมีคุณภาพแล้วจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ได้เลย และการพัฒนาทุนมนุษย์นั้น นอกจากจะพัฒนาคนให้เก่งยังต้องพัฒนาคนให้ดีไปด้วย เพราะฉะนั้นการยกระดับทุนมนุษย์นี้ดิฉันก็อยากให้พัฒนาทั้งสองอย่างทั้งด้านจิตใจและกายภาพควบคู่ไปด้วยกัน ในยุคปัจจุบัน นี้การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นั้นเข้ามามีบทบาทสำคัญกับการตลาดเป็นอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจด้านการบริการไม่เป็นที่น่าประทับใจหากขาดการพัฒนาบุคคลากรด้านการบริการให้มีความเป็นเลิศทางการบริการแล้ว การบริการนั้นก็ไม่สามารถซื้อใจลูกค้าได้ และอาจเกิดการช่วงชิงลูกค้าเราไปให้บริษัทอื่นได้ หรือเสีย Market share ไปนั่นเอง ดังนั้นการพัฒนาทุนมนุษย์นั้น เป็นเรื่องที่จำเป็น และสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่พัฒนาคนในองค์กร และยังต้องพัฒนาให้ทุกๆคนในประเทศไปด้วย องค์กรไหนหรือประเทศไหนที่มีการพัฒนาทุนมนุษย์แล้วก็ก็จะนำพาองค์กรหรือประเทศนั้นเจริญก้าวหน้าไปได้อย่างยั่งยืน
1.การปฏิรูปการศึกษาไทยในยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 (การบ้านของวันที่ 15 มกราคม 2560)
ตอบ ดิฉันเห็นว่าจะต้องปฏิรูป 2 ทางใหญ่ๆด้วยกัน
ทางที่ 1 ปฏิรูปโครงสร้างตั้งแต่ระบบบริหารให้มีความยืดหยุ่นในหน้างาน ยกตัวอย่าง เช่น (1.)จัดตั้งผู้อำนวยการการศึกษาลงไปบริหารทุกจังหวัดทั่วประเทศเพื่อให้อำนาจการบริหารเป็นเอกเทศ และมีความคล่องตัวในการบริหารตัดสินใจได้ทันท่วงที สามารถหารายได้เอง และทำรายรับรายจ่ายได้ด้วยตนเอง ดังจะขอกล่าวในการบ้านข้อต่อไปนี้
ทางที่ 2 ปฏิรูปเกี่ยวกับรายวิชาให้เน้นความเข้าใจพร้อมลงมือทำยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น
2.1 ปฏิรูปวิชาคณิตศาสตร์จะพบว่าปัจจุบันเด็กนักเรียนที่เรียนนั้นไม่เข้าใจคณิตศาสตร์ต้องมาประยุกต์เป็นรูปภาพเพราะกระบวนความคิดของคนเราโดยพื้นฐานแล้วสมองมนุษย์จะจำเป็นรูปภาพก่อน ซึ่งระบบการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สมัยก่อนไม่ได้เป็นรูปภาพทำให้ยากต่อความเข้าใจ ต่อมามีการประยุกต์เอารูปภาพเข้ามาใช้ให้เด็กเข้าใจวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังจำกัดในวงแคบคือ ในโรงเรียนกวดวิชา และโรงเรียนเครือสาธิตเท่านั้นซึ่งก็จะทำให้เกิดความเหลือมล้ำของการศึกษาเกิดขึ้นนั่นเอง
2. เสนอโครงการเพื่อปฏิรูปการศึกษาไทยในปัจจุบัน
โครงสร้างบริหารส่วนภูมิภาค
2.1 ผู้อำนวยการด้านการศึกษาจังหวัด
2.1.1 หน่วยตรวจสอบในจังหวัด
2.1.2 รองผู้อำนวยการฝ่ายโรงเรียน 2.1.2.1 ผอ.โรงเรียนประถม 2.1.2.2ผอ.โรงเรียนมัธยม
2.1.3 รองผู้อำนวยการด้านสถาบันกวดวิชา2.1.3.1เจ้าของสถาบันกวดวิชา
โดยหน้าที่ของผู้อำนวยการการศึกษาจังหวัด สามารถทำหน้าที่ได้ดังต่อไปนี้
1.บริหารโรงเรียน และสถาบันกวดวิชาในแต่ละจังหวัดให้เป็นไปตามนโยบายที่วางไว้ โดยจะต้อง
เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหวัด เหมาะสมและสอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิตของคนในจังหวัด
2. มีการจัดทำรายรับรายจ่าย และหารายได้ด้วยตนเอง
2.1 สามารถจัดเก็บค่าเทอมนักเรียนเอง และปรับให้เหมาะสมกับค่าครองชีพของคนในจังหวัดได้ด้วย เพราะรายได้ค่าครองชีพ ในแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน ดังนั้นค่าเทอมก็ไม่ควรจะเท่ากัน
2.2 มีการเรียนกวดวิชาที่ยกเว้นค่าเรียนในนักเรียนที่มีฐานะยากจนแต่สามารถเรียนกวดวิชาได้เท่าๆกับเพื่อน ตลอดจนอุปกรณ์การเรียนด้วย
3 แก้ไขปัญหาด้ายบุคลากรได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด
3.1 สามารถโยกย้ายครูในจังหวัดเพื่อไปสอนยังโรงเรียนที่ขาดครูได้
3.2 สามารถขึ้นเงินเดือนครู หรือโบนัส เมื่อครูทำผลงานได้ตามเป้าหมาย เช่น หากเด็กนักเรียนสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เกินร้อยละ 90 แล้ว ครูผู้รับผิดชอบสามารถปรับเงินเดือนได้5% พร้อมโบนัส 2 เดือน เป็นต้น
3.3 หากครูท่านไหนมีผลงานความสามารถที่โดดเด่น สามารถโยกย้ายไปมาระหว่างจังหวัด หรือระหว่างภูมิภาคต่อไปได้ (เหมือนการซื้อขายนักเตะในต่างประเทศ) ซึ่งข้อนี้จะตอบโจทย์ความก้าวหน้าในวิชาชีพครูได้ ปลอดภาระหนี้สิน และยังทำให้ครูต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ยังเป็นการหารายได้ให้ต้นสังกัดไปอีกทางนึงด้วย ซึ่งเด็กนักเรียนก็จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากโครงสร้างบริหารแบบนี้
การปฏิรูปการศึกษาThailand 4.0
เป้าหมาย: คนไทยมีศักยภาพเต็มที่ ในการประกอบอาชีพตามความถนัดของแต่ละบุคคล มีจริยธรรมในสังคม
สภาพแวดล้อม
ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ส่งผลให้สังคมมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพิ่มทั้งโอกาสและอุปสรรคในการดำรงชีวิต โครงสร้างทางการศึกษาของไทยจึงต้องเตรียมคนไทยให้พร้อม โดยเพิ่มจากการเรียนรู้ในห้องเรียน มาเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่จะสนับสนุนให้มีทางเลือกอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต และมีความยืดหยุ่นเพียงพอในการปรับเปลี่ยนอาชีพที่เหมาะสมกับตลาดแรงงานในอนาคต
ตลาดแรงงานในยุค Thailand 4.0 ซึ่งระบบเศรษฐกิจจะเข้าสู่ยุค Creative Economic ที่วัดคุณค่าของผลงานด้วย3V
1. Value Added
2. Value Creation
3. Value Diversity
ระบบเศรษฐกิจจะพึ่งพาเทคโนโลยีขั้นสูง นอกเหนือจากแรงงานพื้นฐาน และเครื่องจักรกล เช่น
หุ่นยนต์หรือแขนกลอัตโนมัติ งานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- การควบคุมหุ่นยนต์
- การเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ เพื่องานตัด งานเขื่อม งานยกสินค้า
- การบำรุงรักษาหุ่นยนต์
- การสร้างประกอบหุ่นยนต์
- การออกแบบโครงสร้างหุ่นยนต์
ระบบควบคุมอัตโนมัติ (Automation) ระบบเครือข่ายสารสนเทศ ระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง
เทคโนโลยีชีวภาพ การพัฒนาพันธุกรรม การเกษตรแผนใหม่ Smart Farming การพัฒนาเครื่องจักร กลการเกษตร
ระบบการศึกษาจึงต้องสร้างสังคมบนฐานความรู้ขึ้นมา Knowledge Base Society และพร้อมที่จะเรียนรู้ต่อเนื่อง ตามเส้นทางอาชีพที่ก้าวหน้า หรือ การเปลี่ยนแปลงตามสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ได้ทำงานที่ตนเองถนัด เข้าใจคุณค่าของงานที่ตนเองมีส่วนร่วมในความสำเร็จ (Execution)
การศึกษาขั้นพื้นฐาน สำหรับเด็กและเยาวชน จึงต้องมีกิจกรรมเพื่อสร้างความผูกพันและรักท้องถิ่นที่อาศัย มีทัศนคติที่ดีต่อโลกและการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม การดูงานนอกสถานที่ เปิดโลกทรรศ์ แนะแนวให้รู้จักตัวเอง เรียนรู้สิ่งที่ตัวเองถนัดและท้าทายอยากเรียนรู้ การมีกิจกรรมกลุ่ม กิจกรรมเพื่อสังคม ฝึกการอยู่ร่วมกันในสังคม
ในระดับอาชีวศึกษา เยาวชนจะสามารถเลือกหลักสูตรที่ตนเองสนใจ มีความถนัด เพื่อพัฒนาเป็นแรงงานทักษะ ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน มีข้อมูลการจ้างงาน จำนวนตำแหน่งงาน และรายได้ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในการแข่งขัน พัฒนา ปรับตัวสู่สมดุลย์ของตลาดแรงงานและการจ้างงาน ขณะเดียวกันจะมีการประชาสัมพันธ์ของตลาดจ้างงานโดยการจัดทำเป็นโครงการ CSR, Cooperate Social Responsibility ให้ผู้สนใจเข้าดูงานและอบรม เพื่อรับทราบข้อมูลและแนะแนวลักษณะของงานและความก้าวหน้าในวิชาชีพ
ในระดับอุดมศึกษา จะพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้และทักษะ ในการเป็น นักวิเคราะห์ นักวิจัย นักออกแบบ นักบริหาร สามารถที่จะพัฒนาการเรียนรู้นอกเวลาเรียน และการเรียนรู้นอกหลักสูตร มหาวิทยาสัยมีการร่วมมือกับหน่วยงานที่สนใจ ในการเข้าดูงาน ฝึกงาน มีทักษะในการเชื่อมโยงความรู้ในการเรียนเข้ากับความรู้จากการฝึกงาน เพื่อต่อยอดเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต
หน้าที่ของครูและผู้ปกครอง
ครูและผู้ปกครองต่างมีหน้าที่ที่จะต้องให้ความรู้กับเด็ก ครูเป็นผู้มีทักษะ จิตวิทยาในการสอน ให้การศึกษาแก่เด็กและเยาวขน สามารถที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และ ทัศนคติของลูกศิษย์ได้ ถ้าสามารถสร้างความเชื่อ ความศรัทธาให้บังเกิด ขณะเดียวกัน ครูเองก็จำเป็นต้องพัฒนาองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของตนเอง เพื่อเป็นแหล่งความรู้และจริยธรรมให้กับลูกศิษย์ หน่วยงานและองค์กรต้องให้ความสำคัญในการอบรม ดูงาน เปิดโลกทรรศ์ ให้แก่ครู เช่นเดียวกับเด็ก มีการประเมินวัดผลเพื่อให้ครูมีความก้าวหน้าในอาชีพ ผลตอบแทนของครูควรเป็นอาชีพที่มีเกียรติและรายได้สูง เพื่อเป็นแรงจูงใจในการคัดเลือกคนที่คุณภาพสูงทั้งทางวิชาการ จริยธรรม และจิตวิญญาณ
ผู้ปกครอง เป็นผู้ที่รู้จักและเข้าใจเด็กมากที่สุด เป็นที่น่าเสียดายที่การดำรงชีพในปัจจุบัน ทำให้ผู้ปกครองไม่มีเวลาให้แก่บุตรหลาน บางคนก็ไม่รู้จักคุณค่าและความสำคัญของตนเองที่มีต่อเด็ก ทำให้เกิดการผลักภาระหน้าที่การสอนทั้งหมดให้แก่ครู ผู้ปกครองคือแบบอย่างหรือปฏิปักษ์ที่เกิดแก่เด็ก หน่วยงานประชาสัมพันธ์ของรัฐควรมีรายการที่มีสาระเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกให้ถูกวิธี วิธีการว่ากล่าวตักเตือน วิธีการชมเชยให้รางวัล อย่าให้ความรักเด็กโดยการให้เงินหรือสิ่งของแทนเวลาที่ตนเองไม่มีให้ ทำให้เด็กเสพติดวัตถุนิยม และขาดความอบอุ่นทางใจ
ภาครัฐและเอกชน
เป็นเวลานับสิบปีที่ประเทศไทยทุ่มงบประมาณเพื่อการศึกษา แต่ประสิทธิภาพการใช้งบประมาณไม่อาจสนองตอบต่อเป้าหมายของระบบการศึกษา ขาดความสมดุลย์ของการบูรณาการ เช่น งบประมาณ ทุ่มไปกับการยกระดับวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัย เพื่อจะได้งบประมาณในการการสร้างอาคารเรียนที่ทันสมัย แต่ไม่ได้ยกระดับวิชาชีพครู ไม่มีสถาบันพัฒนาวิชาชีพครู เพื่อยกระดับครูมัธยม ไปสอนระดับอุดมศึกษา ลดเวลางานของครูทางด้านธุรการ สนับสนุนครูไปช่วยทำงานวิจัยทางการศึกษา การสอบเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านวิชาการและทักษะการสอน
เอกชน เช่น โตโยต้า ไทยซัมมิท อุโมงค์รถไฟฟ้า สะพานแขวน โรงไฟฟ้า ทำ CSR โดยให้การสนับสนุน เปิดโอกาสให้ครูและเยาวชนได้เข้ามาทัศนศึกษา ฝึกงาน และรับการแนะแนว เพื่อเปิดโลกทรรศน์ทันกับเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี่ที่เปลี่ยนแปลง และเป็นผู้ให้ข้อมูลเรื่องทักษะของพนักงานที่ต้องการ เพื่อปรับเปลี่ยนหลักสูตรได้ทันเวลา
เทคโนโลยี่เพื่อการเรียนการสอน E-Learning
เป็นเครื่องมือที่จะสามารถเชื่อมการเรียนของผู้เรียนที่มีความสนใจใฝ่รู้ สามารถพัฒนาเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นนิสัยรักการอ่าน จะเป็นปัจจัยความสำเร็จในการประยุกต์ E-Learning เข้ากับระบบการศึกษาไทย
นาย จิรัฐพงศ์ นาคโนนหัน
Email : [email protected], [email protected]
Work shop 15 Jan’ 2017
จากบทสนทนาอาจารย์ดร.จิระและรศ. ธงทอง รายการไทยมุง</wbr>
1.การปฏิรูปการศึกษาไทยในยุ ทธศาสตร์ไทยแลนด์4.0</wbr>
มีการประสานความร่วมมือในทุกมิ ติทั้งในส่วนภาครัฐกับองค์ กรการศึกษา และชุมชน</wbr></wbr>
1.1 นอกจากสนับสนุนการขยายภาคการศึ กษาดังที่รัฐกำลังดำเนินการอยู่ แล้ว การประสานให้เกิดการศึกษาความรู้ อันมีที่มาจากภูมิปัญญาของชุมชน นำมาสร้างเข้าบรรจุไว้ในหลักสู ตรเพื่อให้เกิดการต่ อยอดและประยุกต์ทางภูมิปัญญาแต่ ละท้องถิ่นอย่างจริงจัง โดยรัฐต้องสนับสนุนการเงินทุ นและเทคโนโลยี ให้เกิดการศึกษาและวิจัยอย่างต่ อเนื่อง พร้อมทั้งประเมินผลสัมฤทธิ์เป็ นระยะ</wbr>
</wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr>
1.2 ส่งเสริมในวงกว้างด้านค่านิ ยมการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี จัดตั้งทีมที่มีความรู้ ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมกระทั่งผู้มีประสพการณ์ด้ านการทำงานด้านนี้โดยตรงให้เข้ ามามีส่วนร่วมในการช่วยขับเคลื่ อนการขยายองค์ความรู้ไปสู่ต่ างจังหวัด อำเภอ ตำบล </wbr></wbr></wbr></wbr>
</wbr></wbr></wbr></wbr>
1.3สนับสนุนการศึกษาโดยใช้ เทคโนโลยีด้านอิเลคทรอนิกส์เป็ นสื่อกลาง อันเป็นการเสริมทักษะด้านการใช้ เทคโนโลยีให้กับผู้ศึ กษาและขยายโอกาสให้ผู้เรียนได้ มีโอกาสได้เรียนได้อย่างสะดวก</wbr></wbr></wbr></wbr></wbr>
2.เสนอโครงการเพื่อปฏิรูปการศึ กษาไทยในปัจจุบัน</wbr>
2.1ส่งเสริมการวิจัยเพื่อวิเคราะห์ ศักยภาพด้านการศึกษาของแต่ละท้ องที่แต่ละเขตว่ามีจุดเด่นและจุ ดด้อย รวมทั้งแนวทางการศึกษาเฉพาะที่ เหมาะสำหรับเขตจังหวัดนั้นๆ</wbr></wbr></wbr></wbr>
2.2จัดสร้างทีมงานเฉพาะกิจด้านบริ หารการศึกษาและให้ ขอบเขตอำนาจในการบริหารโดยให้มี อิสระจากอำนาจการบริหารการศึ กษาจากส่วนกลาง โดยทีมประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุ ฒิที่มีความรู้ความสามารถเชิงวิ ชาการและการฝึกอบรมแขนงต่ างๆในแต่ละทีมของแต่ละจังหวั ดได้มีส่วนในการออกแบบระบบการศึ กษาของท้องถิ่นจังหวัดตนเอง และเปิดโอกาสให้สามารถเข้าไปจั ดการระบบการเรียนการสอนในโรงเรี ยนนำร่องได้ โดยแนวทางการศึกษานั้นจะต้ องสัมพันธ์กับงานวิจัยในข้อ2.1</wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr>
2.3ประเมินผลสัมฤทธิ์จากข้อ2.2 และวิเคราะห์หาจุดเด่นและจุดด้ อย จัดทำให้เป็นบทสรุปมูลฐานเชิงวิ ชาการ เพื่อประโยชน์ต่อการนำไปต่อยอด</wbr></wbr>
2.4จัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ อย่างต่อเนื่อง และนำผลการศึกษาที่ได้ไปใช้ ในการวางกรอบยุทธศาสตร์ชาติต่ อไป</wbr></wbr></wbr>
1. การปฏิรูปการศึกษไทยในยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.
จากบทสนทนาอาจารย์ดร.จิระและรศ. ธงทอง รายการไทยมุง
</wbr>
ประเด็นสำคัญที่ตรงกับทฤษฎีของท่านอาจารย์จิระมีอยู่ 2 ปัจจัยหลักคืออาจารย์และนักศึกษาต้องมีการเรียนรู้ในเรื่องที่จำเป็นถูกต้องและสามารถนำมาใช้ในการปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิตอล คือ
2.1.สำหรับผู้ที่เป็นอาจารย์ ต้องเรียนรู้ให้มีประสบการณ์ทักษะในวิชาที่จะสอนเพื่อให้มีความรู้จริงและปฏิบัติได้ นอกจากนี้ยังต้องอาศัยทุนทางนวัตกรรมมาปรับใช้เพิ่มเติม ประยุกต์ให้เข้ากับวิชานั้น ๆ หรือองค์ความรู้ในแต่ละเรื่อง
2.2.นักศึกษาต้องมีความพร้อมที่จะเรียนรู้ สร้างเสริมประสบการณ์ มีการทำ Workshop หรือศึกษากรณีศึกษาที่มาจากเรื่องจริงเพื่อมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ซึ่งอาจารย์และนักศึกษาต้องเรียนรู้ปัจจัยเพิ่ม คือ ทุนทางสังคมจะต้องเรียนรู้หลักธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งหมดที่กล่าวมานี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ที่ต้องเน้นเรื่องนวัตกรรม ธรรมาภิบาล และต้องมีความชำนาญหรือมีความรู้จริงในแต่ละแขนงวิชา
2.เสนอโครงการเพื่อปฏิรูปการศึกษาไทยในปัจจุบัน
โครงการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งครูและนักศึกษาเพื่อมุ่งเน้น 4 ปัจจัยหลัก ดังนี้
2.1.ทุนนวัตกรรม คือ การทำสิ่งต่างๆด้วยวิธีใหม่ๆ และยังอาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางความคิดการผลิตกระบวนการหรือองค์กรไม่ว่าการเปลี่ยนนั้นจะเกิดขึ้นจากการปฏิวัติการเปลี่ยนอย่างถอนรากถอนโคน หรือการพัฒนาต่อยอด ทั้งนี้ มักมีการแยกแยะความแตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างการประดิษฐ์คิดค้น ความคิดริเริ่ม และนวัตกรรม อันหมายถึงความคิดริเริ่มที่นำมาประยุกต์ใช้อย่างสัมฤทธิ์ผลการนำแนวทางทฤษฎีและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่มีอยู่ในยุคปัจจุบันมาใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อลดเวลา ลดต้นทุนและสร้างมูลค่าเพิ่ม
2.2.ทุนทางทักษะ คือความชำนาญหรือความสามารถในการกระทำหรือการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นทักษะด้านร่างกาย สติปัญญา หรือสังคม ที่เกิดขึ้นจากการฝึกฝน หรือการกระทำบ่อย ๆ เช่น ครูมีทักษะการใช้คำถาม การนำเข้าสู่บทเรียน การใช้สื่อการสอน นักเรียนมีทักษะ การฟัง พูด อ่าน เขียน การคิดคำนวณ หรือทักษะทางสังคมทักษะที่จะทำให้บุคคลประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและการทำงาน โดยรวมแล้วประกอบด้วยสมรรถนทักษะ(hard skill)และจรณทักษะ[จะระนะ-] (soft skill) บุคคลที่มีจรณทักษะจะเป็นผู้ปฏิบัติงานได้ดี ส่วนบุคคลที่มีสมรรถนทักษะจะเป็นผู้ปฏิบัติงานได้เก่ง
2.3.ทุนทางสังคมคือการอยู่รวมกันของมนุษย์โดยมีลักษณะความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันหลายรูปแบบ เช่น อาชีพ อายุ เพศ ศาสนา ฐานะ ที่อยู่อาศัย ฯลฯ สำหรับระบบสังคมที่รวมถึงสิ่งมีชีวิตประเภทอื่นนอกเหนือจากมนุษย์อาจใช้คำว่าระบบนิเวศซึ่งมีความหมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตต่างๆกับสภาพแวดล้อม สังคมของมนุษย์เกิดจากกลุ่มบุคคลที่มีความสนใจร่วมกันไม่ว่าจะในด้านใด
2.4.ทุนธรรมาภิบาล คือ องค์รวมของคุณภาพในการใช้อำนาจถ้าเป็นในองค์การก็หมายถึงการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจในบริหารจัดการงานในองค์การต่างๆไม่ว่าจะเป็นองค์การในภาครัฐหรือภาคธุรกิจเอกชนก็ตาม จะต้องคำนึงถึง การกำหนดนโยบายที่เหมาะสม การมีสถาบันที่ดี มีกติกาของสังคมที่ดี มีการบริหารจัดการที่คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพและ การมีส่วนร่วม (Participation) ของประชาชน ความสามารถในการแสดงความคิดเห็น การโวยวาย(Voice)ในทางการเมือง ความโปร่งใส (Transparency) และความสำนึกต่อภาระ การให้ถูกตรวจสอบได้ (Accountability) ตลอดจนความจริงจังต่อการควบคุมและกำจัดการทุจริตคอรัปชั่นของผู้มีอำนาจด้วย
การบ้านของวันที่ 15 มกราคม 2560 จากการดูเทปบทสนทนาระหว่าง รศ.ธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา (ตำแหน่ง ณ ขณะที่บันทึกเทป) และ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เนื่องจากนโยบายไทยแลนด์ 4.0 พูดถึงการเปลี่ยนความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบไปสู่ความได้เปรียบในเชิงแข่งขันด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ โดยยกระดับขีดความสามารถใน 4 กลุ่มเป้าหมายคือ
เกษตรแบบดั้งเดิม เป็นเกษตรสมัยใหม่ ที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยี
SME แบบเดิมที่รัฐต้องให้การช่วยเหลือตลอดเวลาเป็น Smart SME และ Start up ที่มีศักยภาพสูง
การบริการที่มีมูลค่าต่ำ ไปสู่ High Value Services
แรงงานที่ขาดทักษะ ไปสู่แรงงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและทักษะสูง
และจากการดูเทปการสนทนานั้น รศ.ธงทอง ได้พูดถึงการศึกษาที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบตลอดเวลา ตั้งแต่สมัยก่อนที่เพิ่งเริ่มใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในระบบการศึกษา การเรียนภาษาอังกฤษ 50 ปีที่ผ่านมาก็เปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อพูดถึงการปฏิรูปการศึกษาไทยในยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 คงต้องพิจารณาว่าปลายทางประเทศไทยอยากเห็นอะไร ประเทศไทยอยากเห็นเด็กเก่งหรือเด็กดี อยากเห็นเด็กดีก่อนแล้วค่อยสอนให้เก่ง หรืออยากเห็นเด็กเก่งก่อนแล้วค่อยสอนให้ดี สถานการณ์ประเทศไทยวันนี้ พวกเราได้เห็นข่าวที่เด็กเรียนเก่งเด็กที่กำลังเรียนหมอ เรียนวิศวะ ทำไม่ดี ไปรับจ้างสอบ ไปช่วยเฉลยข้อสอบในการสอบเข้านายสิบตำรวจ ได้รับค่าจ้างคนละหลายหมื่นบาทต่อครั้ง ในขณะเดียวกันหากเด็กดีแต่เอาตัวไม่รอดก็ไม่ได้ ดังนั้น การปฏิรูปการศึกษาไทยในยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ต้องพิจารณาว่าปลายทางอยากเห็นอะไร เพื่อจะได้วางยุทธศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม
สำหรับโครงการเพื่อปฏิรูปการศึกษาไทยในปัจจุบัน ผมเสนอว่าหากเราต้องการเด็กที่ทั้งดีและเก่งนั้น เราควรนำทฤษฎี 8K’s และ 5K’s ใหม่มาใช้ โดยกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนให้เด็กเล็กตั้งแต่ระดับประถม และมัธยม เป็นเด็กดีโดยเน้นไปที่ทฤษฎีทุนทางจริยธรรม ทุนทางปัญญา ทุนแห่งความสุข ทุนทางความรู้ ทักษะและทัศนคติ และทุนแห่งการสร้างสรรค์ เด็กจะถูกปลูกฝังให้เป็นคนดีและมีความคิดสร้างสรรค์ และเมื่อเด็กโตขึ้นเข้ารับการศึกษาในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา จึงสอนให้เด็กศึกษาทฤษฎีเกี่ยวกับทุนมนุษย์ ทุนทางนวัตกรรม ทุนทางอารมณ์ ทุนทางไอที ทุนทางสังคม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความรู้และทุนทางวัฒนธรรม
๑. การปฏิรูปการศึกษาก่อนตอบโจทย์ประเทศไทย ๔.๐ ได้อย่างไร
ในทุกๆการพัฒนาเริ่มจากคนทั้งสิ้น เพราะคนคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะพัฒนาอะไร สิ่งแรกที่ต้องพัฒนาก่อน คือการพัฒนาคน ไม่ว่าจะมีระบบที่ดี เครื่องจักรที่ทันสมัย แต่ถ้าคนที่ใส่ลงไปไม่ดี ทั้งระบบและเครื่องจักรก็ไม่สามารถก่อให้เกิดปะโยชน์สูงสุดได้
หลักสูตรการศึกษาปัจจุบัน เน้นให้คนเรียนรู้ในห้องเรียนมากกว่าการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ประสบการณ์จริง เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างยิ่ง และอย่างเร่งด่วน
แนวทางที่นำเสนอโดยรศ.ธงทอง จันทรางศุและดร.จิระ หงษ์ลดารมย์ในรายการไทยมุง เป็นประเด็นที่ควรได้รับการต่อยอด บวกกับการพัฒนาบุคคลากรผู้สอน
๒. นำเสนอโครงการเพื่อปฏิรูปการศึกษาไทยในปัจจุบัน เพื่อตอบโจทย์ประเทศไทย ๔.๐
มีประเด็นหลักๆที่น่าถูกนำมาขบคิดวิเคราะห์ดังต่อไปนี้
๒.๑ ประเทศไทยมีการศึกษาเพื่อพัฒนาคนทางด้านวิทยาศาสตร์อยู่มาก เรามีเด็กเก่งทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ที่ชนะเลิศการประกวดระดับโลก ก็มากมาย เรามีผลงานการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่างๆก็มาก เรามีบุคคลากรที่เก่งมากมายหลายสาขา แต่จำนวนไม่มาก เพราะสถานศึกษาและหลักสูตรที่ดี บุคคลากรผู้ถ่ายทอดที่เก่งและมีประสบการณ์สูง ไม่ได้ถูกกระจายอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักสูตรขั้นพื้นฐาน ซึ่งถือว่าเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดของการสร้างและพัฒนาคน คำว่าหลักสูตรหรือบุคคลากรนี้ไม่ได้หมายถึงการสร้างหลักสูตรเดียวกันทั่งประเทศ แต่ควรมีการสร้างหลักสูตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ ใช้บุคคลากรที่เก่ง มากประสบการณ์จริงในพื้นที่ เราก็จะสามารถสร้างคนดีคนเก่งให้เหมาะสมกับพื้นที่
๒.๒ มีสิ่งที่น่าสังเกตอยู่อย่างหนึ่ง คือ เราให้นิยามคำว่าคนเก่งแบบเดียว คือ จบการศึกษาแบบสากลขั้นสูง พร้อมเข้ามาทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ และเมืองหลวง มีศาสตร์ความรู้สมัยใหม่ แต่อาจไม่เข้าใจหรือใช้ชิวิตอยู่รอดได้ในสังคมหรือสถานการณ์อีกแบบ หลักสูตรการศึกษาที่สร้างขึ้น ไม่ได้ให้ความสำคัญ กับความเป็นคนที่มีจริยธรรม ไม่เน้นเรื่องความเป็นชาติและความภาคภูมิใจในถิ่นเกิด ไม่เน้นการต่อยอดในเรื่องภูมิปัญญาชาวบ้านมากนัก เราไม่ได้คิดพัฒนาคนท้องถิ่นในแบบที่เหมาะสมกับท้องถิ่น ในแบบที่แตกต่างจากคนสังคมเมืองใหญ๋ หลักสูตรของไทยยังไม่สามารถสร้างจุดแข็งของท้องถิ่นโดยการเชื่อมต่อกับความรู้สากลให้เกิดประโชน์สูงสุดต่อท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นได้ เหมือนอย่างที่หลายองค์กรข้ามชาติพูดว่า Think global, Act Local
๒.๓ หลักสูตรไทยให้คนเก่งทฤษฎี แต่มีปัญหาเรื่องของการทำงานเป็นทีม การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น สิ่งนี้ถูกสะท้อนจากกลยุทธระดับประเทศ ที่กลั่นกรองมาจากบุคคลากรที่เป็นระดับหัวกะทิ และแนวหน้า ที่มีความรู้เต็มเปี่ยม แต่มักเป็นความรู้จากตำรา มากกว่าประสบการณ์จริง เพราะคนของเราไม่ได้ฝึกการรับฟังผู้อื่น เราไม่มีระบบความคิดของการยอมรับผู้มีประสบการณ์ เราให้ความนับถือคนที่วุฒิการศึกษามากกว่าประสบการณ์
ขบวนการพัฒนาคนของไทยจึงกลายเป็นอุปสรรคของการนำสิ่งประดิษฐ์ หรือภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีอยู่มากมาย มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ
เราควรปฏิรูประบบการศึกษาส่วนไหนเพื่อให้ไทยหลุดจากกับดักดังกล่าว
เหมือนไทยจะติดหล่มนี้อยู่ และดูเหมือนจะเป็นหล่มที่ใหญ่มาก จนเป็นเรื่องที่แก้ได้ยาก เรามีวิทยาลัยครูหรือสถาบันราชภัฏที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก มีหลักสูตรสอนคนให้รู้จักวิธีสอน และดูเหมือนจะเน้นว่าเทคนิคการถ่ายทอดที่ดีเป็นอย่างไร มากกว่าจะถ่ายทอดอะไร
ควรที่ระบบการศึกษาเราต้องใช้คนที่จบครูเพื่อเป็นครูหรือไม่
หรือควรที่จะเลือกคนที่จบสายตรง มีประสบการณ์จริง มาผ่านหลักสูตรการสอนหรือการถ่ายทอดก่อนที่จะประกอบวิชาชีพครู จะดีกว่าหรือไม่
๒๒ มกราคม ๒๕๖๐