คุณสมบัติของ สหกรณ์ชั้นดี เด่น เป็นมาตรฐาน วัดจากค่าความเป็นสหกรณ์



1. วัดค่าความเป็นสหกรณ์จาก การปฏิบัติตามปรัชญาของการสหกรณ์


สหกรณ์เป็นของสมาชิก สมาชิกรวมตัวกันตั้งขึ้นมาเพื่อบริการสมาชิก สมาชิกสหกรณ์จึงเป็นทั้ง เจ้าของและผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกัน (Co-Owner and Co-Customer) สหกรณ์จึงมีวัตถุประสงค์สำคัญในการให้บริการสมาชิก (member service) การวัดจัดชั้น กำหนดมาตรฐาน หรือคัดสหกรณ์ดีเด่น วัดได้จากความเป็นสหกรณ์ความเป็นสหกรณ์ ของสหกรณ์นั้น ๆ วัดได้จาก

สหกรณ์เป็นไปตามปรัชญาของการสหกรณ์คือ สมาชิกที่สามารถช่วยตนเองได้ในระดับหนึ่ง ได้มีโอกาสมาช่วยเหลือแบ่งปันกัน (ช่วยตน ช่วยกัน self help mutual help) เอื้ออาทรต่อกัน เอื้ออาทรต่อชุมชนที่สหกรณ์ตั้งอยู่
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง https://www.gotoknow.org/posts/594642


2. วัดค่าความเป็นสหกรณ์จาก นิยามสหกรณ์สากล

สหกรณ์เป็นองค์การอิสระของบุคคลซึ่งรวมกันด้วยความสมัครใจเพื่อสนองความต้องการอันจำเป็น (need) และความหวังร่วมกันทางเศรษฐกิจ (ecnomics) สังคม (social) และวัฒนธรรม (culture) โดยการดำเนินวิสาหกิจที่เป็นเจ้าของร่วมกัน และควบคุมตามแนวทางประชาธิปไตย (democratically-control)

การวัดค่าความเป็นสหกรณ์จากนิยามสหกรณ์

สมาชิกสหกรณ์ ต้องสามัคคีรวมกันด้วยความสมัครใจ และตอบสนองสมาชิกรายหนึ่ง ๆ ได้เพียงความต้องการอันจำเป็น(need) เกินจำเป็นของตน ก็มีน้ำใจแบ่งปันให้สมาชิกรายอื่น ๆ ได้ใช้บริการ ตามความจำเป็นต่อไป ด้วยน้ำใจสหกรณ์(co-op spirit) และสหกรณ์ที่มีความเป็นสหกรณ์สูง ย่อมตอบสนองความหวังร่วมของสมาชิก ได้ทั้ง ทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านสังคม และทางด้านวัฒนธรรม
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง https://www.gotoknow.org/posts/596066



3. วัดค่าความเป็นสหกรณ์ จากการปฏิบัติค่านิยมสหกรณ์(values) หรือคุณค่าของสหกรณ์


(values แปลว่า ค่านิยม หรือ แปลว่า หลายคุณค่า )
สหกรณ์ไม่วัดธรรมาภิบาล เพราะสหกรณ์มี ค่านิยม (values) เป็นแนวทางปฏิบัติอยู่พร้อมแล้ว


ตัวสหกรณ์เอง อยู่บนฐานค่านิยมของ ความเป็นสหกรณ์มากน้อย วัดได้จาก

1) การพึ่งพาและรับผิดชอบตนเอง ของสหกรณ์

2) ประชาธิปไตยในสหกรณ์ ของสหกรณ์

3) ความเสมอภาคในสหกรณ์ ของสหกรณ์

4) ความเที่ยงธรรมในสหกรณ์ ของสหกรณ์

5) ความสามัคคีในสหกรณ์ ของสหกรณ์

สมาชิกสหกรณ์ตั้งมั่นอยู่ในค่านิยมทางจริยธรรม วัดค่าความเป็นสมาชิกสหกรณ์ที่ดี อันจะส่งผลให้สหกรณ์มีความเป็นสหกรณ์สูง ได้จาก

1) ความซื่อสัตย์ ของสมาชิกสหกรณ์

2) การเปิดเผย ของสมาชิกสหกรณ์

3) ความรับผิดชอบต่อสังคม ของสมาชิกสหกรณ์

4) เอื้ออาทรต่อผู้อื่น ของสมาชิกสหกรณ์



4. วัดค่าความเป็นสหกรณ์ จากการปฎิบัติตามหลักการสหกรณ์ของสหกรณ์นั้น


หลักการสหกรณ์ คือ "แนวทางที่สหกรณ์ยึดถือปฏิบัติเพื่อให้คุณค่าทางสหกรณ์เกิดผลเป็นรูปธรรม" ซึ่งประกอบด้วยการที่สำคัญรวม 7 ประการ คือ


หลักการที่ 1 : เปิดรับสมาชิกโดยสมัครใจและเปิดกว้าง

สหกรณ์เป็นองค์การแห่งความสมัครใจที่เปิดรับบุคคลทั้งหลายที่สามารถใช้บริการของสหกรณ์ และเต็มใจรับผิดชอบในฐานะสมาชิกเข้าเป็นสมาชิก โดยปราศจากการกีดกันทางเพศ สังคม เชื่อชาติ การเมือง หรือศาสนา

สหกรณ์ที่เปิดรับสมาชิกที่สมัครใจเข้ามาใช้บริการสหกรณ์ และรับสมาชิกได้กว้างกว่าย่อมมีความเป็นสหกรณ์มากกว่า สหกรณ์ที่รับสมาชิกได้เฉพาะแคบกว่าความเป็นสหกรณ์จะน้อยกว่า โดยไม่นับรวมสมาชิกสมทบเพราะสมาชิกสมทบไม่มีสิทธิในฐานะเจ้าของสหกรณ์ มีเพียงสิทธิในการใช้บริการเท่านั้น

หลักการที่ 2 : การควบคุมโดยสมาชิกตามหลักประชาธิปไตย

สหกรณ์เป็นองค์การประชาธิปไตยที่ควบคุมโดยมวลสมาชิก ผู้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจ บุรุษและสตรีผู้ที่ได้รับการเลือกเป็นผู้แทนสมาชิกต้องรับผิดชอบต่อมวลสมาชิก ในสหกรณ์ขั้นปฐมสมาชิกมีสิทธิในการออกเสียงเท่าเทียมกัน (สมาชิกหนึ่งคนหนึ่งเสียง) สำหรับสหกรณ์ในระดับอื่นให้ดำเนินไปตามแนวทางประชาธิปไตยด้วยเช่นกัน

ในสหกรณ์ขั้นปฐมสมาชิกมีสิทธิออกเสียงได้เท่าเทียมกัน คือ สมาชิกหนึ่งคนหนึ่งเสียง

สหกรณ์ขั้นปฐม (primary co-operative) คือ สหกรณ์ที่มีสมาชิกเป็นคน การสหกรณ์นั้นถือการรวมคนเป็นสำคัญ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน
ในทางปฏิบัติสหกรณ์ขั้นปฐมที่มีคนเป็นสมาชิก ถือ การออกเสียง 1 คน 1 กา เป็นสิ่งถูกต้อง หากเลือกตั้งแบบสมาชิก 1 คน หลายกา ก็เกินสิทธิ

สำหรับสหกรณ์ในระดับอื่นให้ดำเนินการตามแนวทางประชาธิปไตยด้วยเช่นกัน คือ การใช้ประชากรเป็นหลัก

สหกรณ์ขั้นมัธยม (secondary co-operative) คือสหกรณ์ที่มีสมาชิกเป็นสหกรณ์
ในทางที่ถูกต้อง จะให้สิทธิในการลงคนแนน หนึ่งสหกรณ์ 1 เสียง หรือ หนึ่งสหกรณ์ 1 กา ย่อมไม่เป็นธรรม
เพราะสหกรณ์ยึดถือคนเป็นสำคัญ ยึดประชาเป็นสำคัญ กรณีศึกษา สหกรณ์ที่จดทะเบียนตามกฏหมาย 1 สหกรณ์มีสมาชิก 10 คน กับ 1 สหกรณ์ที่มีสมาชิกสหกรณ์ 50,000 คน ไม่ควรมีสิทธิในที่ประชุมใหญ่เท่ากัน หากยึดคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา ย่อมต้องยึดจำนวนสมาชิกของแต่ละสหกรณ์เป็นจำนวนคะแนนเสียง สหกรณ์ที่มีสมาชิก 10 คน ลงคะแนนได้ 10 คะแนน สหกรณ์ที่มีสมาชิก 50,000 คนลงคะแนนได้ 50,000 คะแนน จึงเป็นธรรม
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง https://www.gotoknow.org/posts/595951

สหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์ที่ปฏิบัติตามหลักการสหกรณ์ที่ 2 ย่อมมีความเป็นสหกรณ์มากกว่า สหกรณ์ที่ปฏิบัติไม่ผิดกฏหมายสหกรณ์ไทย แต่ไม่ถูกต้องตามหลักการสหกรณ์


หลักการที่ 3 : การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจโดยสมาชิก

สมาชิกสหกรณ์ พึงมีความเที่ยงธรรมในการให้ และควบคุมการใช้เงินทุนในสหกรณ์ตามแนวทางประชาธิปไตย ทุนของสหกรณ์อย่างน้อยส่วนหนึ่งต้องเป็นทรัพย์สินส่วนร่วมของสหกรณ์ สมาชิกจะได้รับผลตอบแทนสำหรับเงินทุนตามเงื่อนไขแห่งสมาชิกภาพในอัตราที่จำกัด (ถ้ามี) มวลสมาชิกเป็นผู้จัดสรรผลประโยชน์ส่วนเกินเพื่อจุดมุ่งหมายประการใด ประการหนึ่งหรือทั้งหมด จากดังต่อไปนี้ คือ เพื่อการพัฒนาสหกรณ์ของตนโดยจัดให้เป็นทุนของสหกรณ์ ซึ่งส่วนหนึ่งของทุนนี้ต้องนำมาแบ่งปันกัน เพื่อเป็นผลประโยชน์แก่สมาชิกตามส่วนของปริมาณธุรกิจที่ทำกับสหกรณ์ และเพื่อสนับสนุนกิจกรรมอื่นใดที่มวลสมาชิกเห็นชอบ

ตามหลักการที่ 3 นี้ มวลสมาชิกเป็นผู้จัดสรรผลประโยชน์ส่วนเกิน(surplus) เพื่อจุดมุ่งหมายดังต่อไปนี้ คือ

1. เพื่อการพัฒนาสหกรณ์ของตนโดยจัดให้เป็นทุนของสหกรณ์ ซึ่งส่วนหนึ่งของทุนนี้ต้องนำมาแบ่งปันกัน
2. เพื่อเป็นผลประโยชน์แก่สมาชิกตามส่วนของปริมาณธุรกิจที่ทำกับสหกรณ์
3. เพื่อสนับสนุนกิจกรรมอื่นใดที่มวลสมาชิกเห็นชอบ

โดยธรรมแล้วสหกรณ์ที่แท้จริง ผลประโยชน์ส่วนเกิน(surplus) เป็นผลประโยชน์ทางธรกิจ ซึ่งไม่น่าจะใช่ส่วนเกินของการใช้อำนาจต่อรอง (bargaining power หรือ negotiating power) แต่ควรเป็นผลประโยชน์ส่วนเกินจาก การประหยัดเนื่องจากระดับขนาดของการรวมกัน
(economies of scale) ลักษณะเดียวกับทฤษฏีใหม่ขั้นที่สอง

และเมื่อมองแบบเพื่อ bargaining power การที่สหกรณ์ได้ส่วนเกิน(surplus) จากการต่อรอง สมาชิกที่สมัครเข้าร่วมดำเนินการตามปรัชญาของการสหกรณ์ ช่วยุตน ช่วยกัน จะมีส่วนผสมของ สมาชิกที่ช่วยตนเองน้อย แต่เข้ามาให้กลุ่มช่วยมาก สมาชิกที่เข้ามาส่วนหนึ่งจะเป็น ผู้บริโภคโดยไม่ยอมจาย (free rider) จำนวนหนึ่ง แบบนี้น่าจะเป็นการร่วมมือแบบสหภาพแรงงาน เพื่อต่อรอง


แต่ในทางตรงกันข้ามเมื่อมองแบบเพื่อ economies of scale จากการร่วมมือร่วมใจกันของสมาชิก ส่วนเกินที่สหกรณ์ได้(surplus) สมาชิกที่สมัครใจเข้าร่วมดำเนินการตามปรัชญาของหารสหกรณ์ ช่วยตน ช่วยกัน จะไม่มีสมาชิกสหกรณ์ที่ไม่ช่วยตนเองเลย คือไม่มีสมาชิกที่เป็น ผู้บริโภคไม่ยอมจ่าย (free rider) เข้ามาในการร่วมมือ ร่วมใจกันเลย

การวัดความเป็นสหกรณ์ทางด้านการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของสมาชิกสหกรณ์ควรดูรูปแบบการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของสมาชิก ว่าเป็นรูปแบบการมีส่วนร่วมแบบ economies of scale จากการรวมกัน จะมีความเป็นสหกรณ์มากกว่า

และผลประโยชน์ส่วนเกิน (surplus) ที่สมาชิกได้รับ แบ่งออกเป็น 2 อย่าง

1. เงินปันผล (dividend)
2. เงินเฉลี่ยคืน (patronage refund)
2.1 เฉลี่ยคืนในทันที
2.2 เฉลี่ยคืนปลายปี

การวัดความเป็นสหกรณ์ต้องให้น้ำหนักที่เงินเฉลี่ยคืน มากกว่า เงินปันผล ซึ่งเงินเฉลี่ยคืน จะต้องคิดรวมทั้งเงินเฉลี่ยคืนในทันที และเงินเฉลี่ยคืนปลายปีด้วย

เงินเฉลี่ยคืน (patronage refund) แสดงความเป็นสหกรณ์เป็นความแตกต่างระหว่าง สหกรณ์กับธุรกิจเอกชนปกติ ซึงไม่มีเงินเฉลี่ยคืน
เนื่องเพราะ สมาชิกสหกรณ์เป็นเจ้าของและผู้ใช้บริการ ส่วนบริษัทเอกชน ผุ้ถือหุ้นเป็นเจ้าของ ซึ่งอาจจะใช้บริการหรือไม่ใช้บริการก็ได้
และเงินเฉลี่ยคืนทั้่งเฉลี่ยคืนในทันที และเฉลี่ยคืนในปลายปี จะบ่งบอกการใช้บริการในฐานะเจ้าของหรือสมาชิกนั่นเอง

ส่วนเงินปันผล (dividend) ก็เป็นเงินที่เพื่อนสมาชิกแบ่งปันโอกาสการใช้เงินหุ้น มาให้แก่มวลเพื่อนสมาชิก นับเป็นน้ำใจสหกรณ์ที่มีให้ต่อเพื่อนสมาชิก เพื่อนสมาชิกก็ตอบแทนค่าเสียโอกาสของการใช้เงินให้เป็นเงินปันผล

การจะวัดค่าความเป็นสหกรณ์ของสหกรณ์ใด ๆ ในการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ ต้องเข้าใจเรื่องสหกรณ์อย่างลึกซึ้ง


หลักการที่ 4 :การปกครองตนเองและความเป็นอิสระ

สหกรณ์เป็นองค์การที่พึ่งพาและปกครองตนเอง โดยการควบคุมของสมาชิก ในกรณีที่สหกรณ์จำต้องมีข้อตกลงหรือผูกพันกับองค์การอื่นๆ รวมถึง องค์การของรัฐ หรือต้องแสวงหาทุนจากแหล่งภายนอก สหกรณ์ต้องกระทำภายใต้เงื่อนไขอันเป็นที่มั่นใจว่า มวลสมาชิกจะยังคงไว้ซึ่งอำนาจในการควบคุมตามแนวทางประชาธิปไตย และยังคงดำรงความเป็นอิสระของสหกรณ์


สหกรณ์เป็นองค์การอิสระของบุคคลซึ่งรวมกันด้วยความสมัครใจเพื่อสนองความต้องการอันจำเป็น (need) และความหวังร่วมกันทางเศรษฐกิจ (ecnomics) สังคม (social) และวัฒนธรรม (culture) โดยการดำเนินวิสาหกิจที่เป็นเจ้าของร่วมกัน และควบคุมตามแนวทางประชาธิปไตย (democratically-control)

สมาชิกสหกรณ์นั้นเป็นผู้ดีงาม มีความซื่อสัตย์ สง่างาม เปิดเผย ความรับผิดชอบต่อสังคม และเอื้ออาทรต่อผู้อื่น
มีสมาชิกเกเรอยู่บ้างเพียงเล็กน้อย สมาชิกสหกรณ์ผู้เข้าใจนิยามสหกรณ์ และปฏิบัติตามค่านิยมสหกรณ์ นั้นจะสามารถปกครองกันเองได้ ทำให้สหกรณ์
มีความเป็นอิสระ

ความเป็นสหกรณ์ตามหลักการสหกรณ์ในข้อนี้ คือสหกรณ์ปกครองกันเองได้ ด้วยความดีงามของมวลสมาชิก และสหกรณ์มีความเป็นอิสระ ไม่ถูกแทรกแซงจากภายนอก ข้อนี้ไม่เกี่ยวกับ ขนาด (scale) และปริมาณการให้บริการ ของสหกรณ์แต่อย่างใด


หลักการที่ 5 :การศึกษา การฝึกอบรม และข่าวสาร

สหกรณ์พึงให้การศึกษา การฝึกอบรม และข่าวสาร แก่มวลสมาชิกผู้แทนจากการเลือกตั้ง ผู้จัดการ พนักงาน เพื่อบุคคลเหล่านั้น สามารถมีส่วนช่วยพัฒนาสหกรณ์ของตนได้อย่างมีประสิทธิผล และสามารถให้ข่าวสารแก่สาธารณชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก่เยาวชนและบรรดาผู้นำทางความคิด ในเรื่องคุณลักษณะและคุณประโยชน์ของสหกรณ์ได้

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง https://www.gotoknow.org/posts/582257

ข้อนี้เป็นหลักการที่สำคัญในการพัฒนาคนในสหกรณ์และในชุมชน โดยสหกรณ์เอง การให้การศึกษา ฝึกอบรม และข่าวสารแก่สมาชิกสหกรณ์ ความสำเร็จที่จะให้เกิดความเป็นสหกรณ์ ผู้ถ่ายทอด ผู้รับ และ เนื้อหา (content) โดยเฉพาะเนื้อหา (content) ในเรื่อง คุณลักษณะ และคุณประโยชน์ของสหกรณ์ จะทำให้สหกรณ์มีความเป็นสหกรณ์มากยิ่งขึ้น เพราะสหกรณ์เป็นการรวมคน หากผู้คนที่มาร่วมมือร่วมใจกัน มีความเข้าใจในคุณลักษณะและคุณประโยชน์ของการสหกรณ์ ก็จะมีความเป็นสหกรณ์มากยิ่งขึ้น การปฏิบัติตามหลักการสหกรณ์ข้อนี้ไม่เกี่ยวกับ ขนาด (scale) ของสหกรณ์ เช่นกัน


หลักการที่ 6 :การร่วมมือระหว่างสหกรณ์

สหกรณ์สามารถให้บริการแก่สมาชิกได้อย่างมีประสิทธิผลสูงสุดและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ขบวนการสหกรณ์ได้ โดยการประสานความร่วมมือกันในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ ระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ


เครือข่ายความร่วมมือระหว่าง

1. ขบวนการสหกรณ์ในท้องถิ่น
2. ขบวนการสหกรณ์ในประเทศ
3.ขบวนการสหกรณ์ระดับภูมิภาค
4.ขบวนการสหกรณ์ระดับนานาชาติ


สันนิบาตสหกรณ์เครือข่าย ทางด้าน การให้การศึกษา อบรม และข่าวสาร(สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย จำกัดสินใช้ พ.ศ. 2511)

ชุมนุมสหกรณ์ระดับชาติ ต่าง ๆ เครือข่ายทางด้านการให้บริการสมาชิก เช่น

เครือข่ายรวมกันซื้อ(“สหกรณ์ขายส่งแห่งประเทศไทย จำกัดสินใช้” ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2495 ดั่งเช่นในอดีต)
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง https://www.gotoknow.org/posts/551320
เครือข่ายรวมกันขาย (“ชุมนุมสหกรณ์การขายและการซื้อแห่งประเทศไทย จำกัด" พ.ศ. 2512 ดังเช่นในอดีต )
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง https://www.gotoknow.org/posts/551321
เครื่อข่ายทางด้านการแบ่งปันการเงิน (ธนาคารเพื่อการสหกรณ์ พ.ศ. 2490 (ธ.ก.ส 2490) ดั่งเช่นในอดีต)
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง https://www.gotoknow.org/posts/559936


เครือข่ายทางด้านสังคม ของทุกสหกรณ์ทุกระดับ ตามนิยามสหกรณ์ เครือข่ายนี้ก็จะทำให้สมาชิกสหกรณ์มีความสุขได้เช่นกัน

เครือข่ายทางด้านการสร้างภูมิคุ้มกันวัฒนธรรมอันดีงาม ของทุกสหกรณ์ทุกระดับ เตรือข่ายนี้ทำให้สมาชิกสหกรณ์มีความสุข

การวัดความเป็นสหกรณ์จากหลักการสหกรณ์ข้อนี้วัดได้ทาง

1. ทางธุรกรรมการให้บริการสมาชิก
โดยการเชื่อมโยงเครือข่ายโดยสมัครใจของสหกรณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ทั้งนี้เพื่อ scale ที่จุด economize ในระดับที่ใหญ่กว่าจากการรวมกัน เพื่อให้เกิดการประหยัดเนื่องจากระดับขนาด (Economies of scale)

2. ทางสังคม
การเชื่อมโยงเครือข่ายโดยสมัครใจของสหกรณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อความสุขในการพบเจอ พูดคุยกัน ทั้งในโลกเสมือน virtual world และในโลกแห่งความเป็นจริง(real world) เพื่อความสุขร่วมกันในสังคม

3. ทางวัฒนธรรม
เครือข่ายทางด้านการสร้างภูมิคุ้มกันวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศไทย ของทุกสหกรณ์ทุกระดับ มีการถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ ข้อมุล ข่าวสาร ข้อมูลทางการทำธุรกรรม หรือข้อมูลที่ดีงาม ระหว่างกัน เตรือข่ายนี้ทำให้สมาชิกสหกรณ์มีความสุข ด้วยเช่นกัน


หลักการที่ 7 :ความเอื้ออาทรต่อชุมชน (concern for community)

สหกรณ์พึงดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชน ตามนโยบายที่มวลสมาชิกให้ความเห็นชอบ

เป็นการตอบแทนคืนชุมชนด้วยความเอื้ออาทร หลังจากที่สหกรณ์ให้บริการสมาชิก โดยการตอบสนองความต้องการอันจำเป็น(need) ของมวลสมาชิก (เจ้าของสหกรณ์)สมาชิกมีความสุขความเจริญ พอเพียงแล้ว ก็ตอบแทนคืนสังคม หรือชุมชนที่สหกรณ์ตั้งอยู่ เพื่อกระจายความสุขออกไป โดยรอบพื้นที่ ๆ สหกรณ์ตั้งอยู่

การวัดความเป็นสหกรณ์ในข้อนี้ วัดจากกิจกรรมเพื่อการพัฒนาของสหกรณ์ ว่า เป็นกิจกรรมที่ยั่งยืนหรือไม่ กิจกรรมนี้จะดำเนินการเมื่อ สมาชิกสหกรณ์ของตนมีความสุขความเจริญพอเพียงแล้ว จึงต้องวัดด้วยว่าสมาชิกให้ความเห็นชอบในกิจกรรมที่ทำมากน้อยเพียงใด

ข้อนี้น่าจะแตกต่างจาก Corporate social responsibility (CSR) ของบริษัทห้างร้าน เนื่องเพราะ การทำกิจกรรม Concern for community (CFC) ตามหลักการสหกรณ์ข้อที่ 7 จะเริ่มจากความเห็นชอบจากมวลสมาชิก ซึ่งเป็นเจ้าของสหกรณ์นั้น ๆ และจะกระทำกิจกรรม การพัฒนาที่ยั่งยืน (sustainable development) โดยเริ่มจากในชุมชนหรือพื้นที่ใกล้เคียงเป็นอันดับแรก
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง https://www.gotoknow.org/posts/619503

กระทู้หลักที่เกี่ยวข้อง https://www.gotoknow.org/posts/520514


พีระพงศ์ วาระเสน (ฺBobbie)
25 December 2016
Christmas Day