ค้นหา..คนบ้า?

Dr. Ple
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
คนบ้า..การที่คนเราสูญเสียการรับรู้บางอย่างตามความเป็นจริง เป็นความสูญเสียที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ตัว

นพ. สมพนธ์ นวรัตน์ มาเล่าให้ฟังว่า ท่านผู้ตรวจราชการสาธารณสุขเขต 5 เน้นย้ำให้แต่ละจังหวัด .... ไปสำรวจคนบ้าตามท้องถนนแล้วนำมารักษาเยียวยา ... ท่านผู้ตรวจฯ ไม่อยากเห็น "คนบ้า" .. เดินสวนกันไปมาอยู่บนท้องถนนนะคะ ... ในสังคมไทยเราทุกวันนี้ "คนบ้า" ... คนดี และ คนป่วย ด้วยโรคจิตประสาท ... ล้วนเดินสวนกันไปมาอยู่บนท้องถนนนะคะ และดูเหมือนเมืองไทยเรา ... จะพบคนบ้ามากขึ้นนะคะ....



ชีวิตที่ผ่านมาของพวกเขา "คนบ้า" ก็คงจะไม่ได้ต่างไปจากเรา ที่เรียกตัวเองว่าเป็นคนดีดี หรือ คนไม่บ้า มากนะคะ...ทุกคนล้วนแล้วแต่ ... เคยเป็นคนดีดี... มีชีวิตปกติมาทั้งนั้น (ตั้งแต่แรกเกิด) ... แต่แล้วอยู่ๆ ความบ้า ก็มาเยือนโดยไม่รู้ตัว...ในหนังสือ จิตวิทยาบางเล่มที่เขียนถึง “ความบ้า” และ “คนบ้า”
ในทางการแพทย์เรียกอาการ “บ้า” ว่า Psychosis ซึ่งหมายถึง... การที่คนเราสูญเสียการรับรู้บางอย่างตามความเป็นจริง เป็นความสูญเสียที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ตัว... อาการเด่นชัดของคนเป็นบ้า...ก็คือ การหลงผิด เช่น คิดว่ามีคนปองร้าย คิดว่าตัวเองเป็น เทพมาจุติ คิดว่าตัวเองเป็นเทวดา เป็นเทพ ธิดาใดๆ หรือแม้แต่คิดว่าตัวเองเป็นนางงาม เป็นซุปเปอร์แมน ซึ่งไม่ใช่ความเป็นตัวตนของตนเองเลย นอกจากหลงผิดแล้ว บางทีก็ยังมีอาการรับรู้ที่ผิดไปจากความจริง จนมีคนพูดว่า คนบ้า...จินตนาการบรรเจิด... เห็นสายยางรดน้ำต้นไม้เป็นงู เห็นแม่ครัวถือมีดทำกับข้าวก็หวาดกลัวว่าเขาจะมาทำร้ายตนเอง หรือ แม้แต่หูแว่วได้ยินเสียงบางอย่าง อาจเป็นเสียงด่าว่า ... และทั้งการคิด การเห็น การได้ยิน เหล่านี้ พวกเขาเท่านั้นที่รู้ คนอื่นไม่ได้รู้เห็นหรือได้ยินด้วยเลยแม้แต่น้อย สำคัญที่สุดคือ พวกเขาคิดว่า สิ่งที่เขาคิด เห็นและได้ยินนั้น เป็นเรื่องจริง ... บางทีไม่ใช่เป็นแค่ความคิด...แต่เป็นความเชื่อด้วย...
สาเหตุ ความบ้าของคนแต่ละคน...ไม่เหมือนกันค่ะ ... บางคน...เจอเรื่องโหดร้ายสุดๆ ในชีวิต จนสภาพจิตใจรับไม่ได้ก็อาจจะกลายเป็นบ้าได้ ... บางคน เจอกับภาวะการเปลี่ยน แปลงอย่างกะทันหัน...ฉับพลันทันที เช่น ล้มละลาย บ้านไฟไหม้ หรือ สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ก็อาจจะ “ช็อก” จนไม่สามารถดึงสติกลับมาเหมือนเดิมได้อีก ... สาเหตุจริงๆของการเป็นบ้า....ในตำราชีวิตจึงไม่ตายตัว .... แต่ในทางการแพทย์ มีคำอธิบายอยู่บ้าง เช่น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสารเคมีในสมอง ทำให้การรับรู้ตามความเป็นจริงเปลี่ยนแปลงไป .... คนขี้สงสัยก็ถามต่อว่า แล้วสารเคมีในสมองเปลี่ยนแปลงไปเพราะอะไร... "คนบ้า" ... เป็นกลไกตามธรรมชาติ ที่ป้องกันความกดดันในชีวิต ด้วยการดึงเราออกไป จากความจริงที่รับไม่ได้ เช่น บางคนเวลาที่เศร้ามากๆ หรือ รู้สึกว่าตัวเอง ... ไม่มีคุณค่า ... ถูกกดดันมากๆ ไม่รู้จะระบายออกมายังไง .... สมองก็จะช่วยปรับตัวโดยการเปลี่ยนแปลงสารเคมีในสมอง สร้างภาพสมมติ ทั้ง ความคิด การรับรู้ ที่ทำให้เขาหลุดออกจากความเศร้า หรือ ความรู้สึกกดดันตรงนั้น ... ถ้าออกไปไม่นาน แค่ไปเที่ยวเล่นแล้วกลับมาตั้งสติ ยอมรับความจริงได้... ก็ไม่บ้า แต่บางคนออกไปไกลเกินไป...แบบที่เรียกว่า จินตนาการ สุดขอบฟ้า .... อันนี้ เข้าข่าย “บ้า” ที่อาจจะต้องเข้ารับการรักษา .... กินยา ปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง ... อาการก็จะดีขึ้น แต่ก็ต้องกินยาไปตลอด, ขาดยา ก็อาจจะกลับไปเป็นใหม่ได้หรืออาการรุนแรงขึ้นได้

อาการของการ “เป็นบ้า” ต่างจากอาการอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า “โรคจิตประสาท” ที่ไม่ใช่ โรคจิตเภท ที่ทางการแพทย์เรียกว่า สควิซโซฟีเนีย (Schizo-phrenia) แต่เป็นอาการทางจิตประสาท เรียกว่า Neurosis .... กลุ่มคนที่เป็นโรคจิตประสาทนี้ ไม่ถึงกับเป็นบ้า แต่มีอาการบางอย่างที่ไม่ปกติ เช่น วิตกกังวล ตึงเครียด ใจสั่น มือสั่น เหงื่อออก รู้สึกหายใจไม่ออก เจ็บหน้าอก .... บางทีก็เป็น อาการแบบเจ้าเข้า มีความขัดแย้งทางใจ คิดอะไรแปลกๆ ย้ำคิดย้ำทำ มีอาการกลัว เช่น กลัวความสูง กลัวการอยู่ในที่แคบๆ หรือ เห็นสีบางสีแล้วกลัว เช่น สีแดง สีดำ ... บางคนก็มีอาการวิตกกังวลเกินเหตุ คิดว่าตัวเองป่วยเป็นโน่นเป็นนี่ แค่ปวดท้อง ก็คิดไปไกลถึงขนาดที่ว่า จะเป็นมะเร็งหรือเปล่า หรือบางทีพอกังวลมากๆ ก็จะมีอาการทางกายปรากฏ ปวดท้อง ปวดหัว อาเจียน.... กลุ่มนี้ว่ากันว่ามักจะเป็นคนที่มีความเศร้าแฝงอยู่ลึก .... จิตแพทย์บางคนลงความเห็นว่า คนที่ป่วยเป็นโรคจิตประสาท ไม่ใช่คนบ้า ... แต่ถ้าไม่รักษาปล่อยไว้นานก็อาจจะ...พัฒนากลายเป็นบ้าไปได้ ...

สังคมทุกวันนี้ คนบ้า คนดี และ คนป่วยด้วยโรคจิตประสาท ล้วนเดินสวนกันไปมาอยู่บนท้องถนน .... เวลาที่เราเห็นคนบ้า... ผมเผ้ารุงรัง เนื้อตัวสกปรก ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง เดินตามท้องถนน เรามักเกิดอาการหวาดกลัว ... แต่ความจริงก็คือ ในโลกของ “คนบ้า” เหล่านั้น เขาก็กลัวคนดีดี...อย่างเราเหมือนกัน... ข่าวคนบ้าทำร้ายคนดีไม่ค่อยมีให้เห็น ... แต่ข่าวคนดีดีเอาไม้ไปตี ตะโกนด่าทอ ขับไล่ คนบ้า มีเกิดขึ้นทุกชั่วโมง ... คนบ้า...ไม่รู้ตัวว่าตัวเองบ้า ... จึงหลงทำอะไรที่ผิดไปจากความเป็นจริงนะคะ

คุยเรื่องคนบ้า ทำให้นึกถึงหนังสือเรื่อง “ก่อนที่เขาจะเป็นบ้า” .... ของคุณ เตชะพิทย์ แสงสิงแก้ว ค่ะ ... อ่านแล้วดีจังค่ะ









สรุปได้ว่า ... การบ้านของชาวสาธารณสุขเขต 5 ... ชึ่งประกอบด้วย 8 จังหวัด ... งานการบ้านที่ท่านต้องทำ ... ก็น่าจะเป็น ... ค้นหาคนบ้าในแต่ละตำบล แต่ละอำเภอ แต่ละจังหวัดของตนเอง (อาจจะค้นหาผ่านกระบวนการของภาคีเครือข่าย เช่น อสม. อบต. กำนันผู้ใหญ่บ้านฯลฯ) ... แล้วนำมาขึ้นทะเบียนว่ามีกี่คน ... จากนั้นก็นำมาแยกประเภทของโรค ... แล้วให้การเยียวยา ... ให้การรักษาร่วมกับ จิตแพทย์ พยาบาล, รพ.สต. , เจ้าหน้าที่สาธารณสุข, สำนักงานสาธารณสุข ทำงานร่วมกัน กับ ญาติและ, ภาคีเครือข่าย ร่วมกับผู้นำชุมชนและคนในชุมชนนะคะ .... จะทำให้การอภิบาล, ให้การดูแล, การรักษา, เยี่ยวยา ที่เป็นไปได้ด้วยความรวดเร็ว ตามประเภทของโรค และเกิดยั่งยืนของการดูแลรักษา นะคะ ...

ฮ่าๆๆ การค้นหา "คนบ้า" งานหินมากๆ ค่ะ .... ทั้ง ค้นหา, ขึ้นทะเบียน, พามารักษาพยาบาล, เยียวยา และจัดระบบเฝ้าระวังการเกิดบ้าซ้ำ หรือ เกิดคนบ้ารายใหม่นะคะ .... 555 ท่านผู้ตรวจราชการสาสุขเขต 5 ... ท่านไม่อยากเห็นว่าในพื้นที่รับผิดชอบในแต่ละ ตำบล อำเภอ ในแต่จังหวัด มี "คนบ้า เดินแก้ผ้า" ให้วุ้นวาย เป็นที่น่ากลัวของผู้คนในชุมชน สังคม นะคะ

เหมือนที่เพลงเขาร้องนะคะ ... "บ้าด้วยกัน แล้วจะเกิดความหมาย" ....นั้นคือ "คนบ้า" ได้รับการดูแล อย่างเป็นระบบนะคะ (ระบบดูแลคนบ้า) ... เหนื่อยน่าดูค่ะ ... นึกถึงภาพการทำงานค้นหาคนบ้าแล้ว....ก็แทบเป็นบ้าแล้วนะคะ 555


ขอบคุณค่ะ

5 พ.ย 2558

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สมศรี นวรัตน์ ศิษย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์



ความเห็น (13)

เขียนเมื่อ 

เจอจำนวนมากเลยครับ

ถ้ามีการช่วยเหลือจะช่วยได้มาก

ว่าจะไปหาหนังสืออ่าน

ขอบคุณพี่เปิ้นมากๆครับ

-สวัสดีครับ

-เดี๋ยวนี้เห็นบ่อยๆ เดินตามถนน...

-บางคนก็เดินไปเรื่่อย ๆ ไม่มีจุดหมายปลายทาง

-อีกมุมหนึ่งก็คือเกิดความกลัวเมื่อเจอกับคนบ้าครับ

-น่าคิดก็ตรงนี้"ว่าก่อนที่เขาจะบ้าเขาก็คงมีชีวิตที่ไม่ต่างไปจากเรานัก"

-เป็นการบ้านที่ยากพอสมควรนะครับพี่หมอ

เขียนเมื่อ 

สำคัญแต่ว่า..........คนบ้าจะไม่ยอมรับว่า เป็นคนบ้า..อ่ะนะ

ตัวอย่างเช่น แบบนี้ ๕๕๕๕๕๕

เขียนเมื่อ 

มาเล่าให้ฟัง..ว่า...ตอนคิดว่าตัวเองบ้า..ไปหาหมอฝรั่ง..เขียนรูปดูรูปกากะบาด..หมอ โรคจิต..บอกว่า ปรกติ..ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่..กลับมาเมืองไทย..ไปหาหมอ..โรคจิต..เขียนไปขีดไปดูรูปที่ส่งมาให้ปึกนึง หมอโรคจิต..บอกว่า..ให้กลับไปเมืองนอก..แล้วไปเข้าคลินิคขอรับการบำบัด..ทันที..5555555....บ้าแน่นอน..

ตอนนั้น..เลย คิดว่าที่Prof.ฝรั่ง..บอกว่าในโลกนี้..มีแต่ คนบ้า ..ก็คงจะจริงของแก..5555555...ฝรั่งบอกว่าจิตดีขึ้น..ถ้าหัวเราะแบบ..บ้าๆ..อ้ะะๆๆๆๆๆ..ค่ะคุณหมอ..เปิ้ล..สบายดีนะเจ้าคะ...ร้อนๆๆๆบ้าแน่ๆถ้าร้อนแบบนี้ไปเรื่อยๆ..อิอิ..ร้อนเป็นบ้า..ค่ะเมืองไทย...55555...

เขียนเมื่อ 

ร้อนค่ะ .... เมืองไทย/เพชรบุรี ... ร้อนจนคนจะเป็นบ้าค่ะ ..... และ หมอเปิ้นก็คิดถึงยายธี...จนจะบ้าอยู่แล้วค่ะ 555

เขียนเมื่อ 

555555....เช่นกัน เจ้าค่ะ..

มีดอกไม้มาฝาก..มีรักและคิดถึง..ห่วงใยกัน..เจ้าค่ะ...

เขียนเมื่อ 

ฟังจากบันทึกของ Dr Ple ไม่รู้ว่าผมใกล้บ้าแล้วหรือยังครับ 555+

เขียนเมื่อ 

หน้าปากซอยเข้าบ้านมีคนหนึ่ง กินนอนบนศาลาข้างถนน ไม่ทำร้ายใครๆนะ และคนที่มายืนรอรถเข้าออกซอยก็ไม่รู้สึกกลัว...

เมตตาธรรมคุ้มครองคนบ้าให้หายบ้านะคะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ พี่ใหญ่ ค่ะ


เขียนเมื่อ 

วันศุกร์บ่ายทำ 5ส รอบโรงพยาบาลค่ะพี่เปิ้น มีพ่อคนหนึ่งบอกว่าตัวเองเป็นบ้า (รู้จักมา ๑๑ ปี เท่าเวลาทำงานที่นี่) มาช่วยเก็บกวาดใบไม้จนเสร็จ คุยกันรู้เรื่องทุกคำค่ะ .... ยังไม่น่าบ้า

ชิ่นชมคุณหมอข้างตัวของพี่..มาก ๆเลยครับ

มองท่านเป็นผู้บริหารที่อารมณ์ยิ้มละมัย..เสมอ

..

มองต่อ..

หรือว่าสิ่งนี้มันเกื้อกุลถึงกัน ...สรุปว่า..หากมองท่านก็ต้องมองถึงคนใกล้ตัวท่านด้วย

..

คนใกล้ตัวของท่าน น่ารักมากเลยนะครับ